
นครพนม – สายน้ำโขงไม่อาจกั้นน้ำใจและความผูกพันของพี่น้องสองฝั่งโขง เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานไทยเร่งเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงชาว สปป.ลาว ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างเร่งด่วน จนสามารถส่งถึงมือแพทย์ได้อย่างปลอดภัย สะท้อนภาพมิตรภาพและความสามัคคีอันงดงามระหว่างไทย-ลาว
24 พ.ค 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 (ร้อย. ฉก.ทพ.2101) หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ภายใต้การควบคุมทางยุทธการของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กำลังปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนตามปกติ ได้ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์ลำหนึ่งแล่นข้ามมาจากฝั่ง สปป.ลาว และเข้าเทียบท่าที่บริเวณบ้านดอนแพง หมู่ 7 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบด้วยความห่วงใย ก่อนจะพบภาพอันบีบหัวใจ เมื่อคนบนเรือคือครอบครัวราษฎรชาว สปป.ลาว ที่อยู่ในอาการตื่นตระหนกและพยายามหามบุตรสาวขึ้นฝั่ง ทราบชื่อต่อมาคือ เด็กหญิงมะปราง อายุ 12 ปี เป็นราษฎรบ้านบุ่งกวาง เมืองปากกระดิ่ง แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วนที่สุด
ด้วยหลักมนุษยธรรมเหนือสิ่งอื่นใดและหัวใจของทหารไทยที่ไม่เคยทอดทิ้งผู้ตกทุกข์ได้ยาก เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้เข้าอำนวยความสะดวกในทันที โดยช่วยประคองหามร่างของเด็กหญิงขึ้นจากริมฝั่งโขงอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งประสานรถสามล้อเครื่องของชาวบ้านในพื้นที่เพื่อส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินชั่วคราว นำตัวเด็กหญิงมะปรางส่งไปยังโรงพยาบาลบ้านแพงอย่างเร่งด่วนที่สุด
เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยชีวิตเยาวชนคนหนึ่งให้ทันท่วงที แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึง “น้ำใจไร้พรมแดน” และความผูกพันอันแน่นแฟ้นของพี่น้องไทย-ลาว ที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤตเสมอ
กิตติ หงษาวงศ์(หลาวเหล็ก) / เทพข่าวร้อน รายงาน

