รอง ผบช.ตชด. เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา วันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร ครบรอบ72ปี

รอง ผบช.ตชด. เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา วันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร ครบรอบ72ปี

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พลตำรวจตรี กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร ครบรอบปีที่ 72 ที่กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่านเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี พลตำรวจตรีเสวัจ พิชิตภัย ผู้บังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน, ตำรวจภูธร, ท้องถิ่น, ฝ่ายปกครอง, คณะแม่บ้านตำรวจ, ภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จัง หวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรีร่วมพิธี

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพ ตรวจแถวกองเกียรติยศจากกองบังคับการสนับ สนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร จากนั้นได้เป็นประธานประกอบพิธีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายเครื่องราชสักการะ และพวงมาลัยดอกไม้สด พระบรมราชาอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ทั้งนี้ วันที่ 27 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร เพื่อสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกอบกู้เอกราชของประเทศจนเป็นปึกแผ่นมาถึงปัจจุบัน ในอดีตนั้นได้ทำการฝึกชายฉกรรจ์ให้มีความรู้ความสามารถในการกระโดดร่ม การใช้อาวุธพิเศษ ยุทธวิธีต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย โดยเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2497 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดค่ายนเรศวร และทอดพระเนตรการกระโดดร่ม การสาธิตการฝึกอาวุธและยุทโธปกรณ์ต่างๆ จึงได้ยึดถือให้วันที่ 27 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร


/////////// บรรณรต จ.เพชรบุรี

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี เป็นประธานร่วมงานประกวดเพาะกาย FITWHEY CLASSIC 9.0 กับงานกล้ามที่ใหญ่ที่สุดในไทย และแจกรางวัลลูกค้ารวมกว่า 13 ล้านบาท

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี เป็นประธานร่วมงานประกวดเพาะกาย FITWHEY CLASSIC 9.0 กับงานกล้ามที่ใหญ่ที่สุดในไทย และแจกรางวัลลูกค้ารวมกว่า 13 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 เวลา 14.00 น. ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ กทม. : พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ประธานที่ปรึกษาบริษัท FITWHEY ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานร่วมงานประกวดเพาะกาย FITWHEY CLASSIC 9.0 กับงานกล้ามที่ใหญ่ที่สุดในไทย และแจกรางวัลลูกค้ารวมกว่า 13 ล้านบาท

FITWHEY CLASSIC 9.0 กลับมาอีกครั้ง กับงานกล้ามที่ใหญ่ที่สุดในไทย THE BIGGEST MUSCLE EXPO IN THAILAND 25-26 เมษายน 2026 ที่ลานหน้า Central World 25-26 April 2026 at Central World square แจกหนักรวมกว่า 13 ล้านบาท !! 13,000,000 THB GIVEAWAY แจก เถื่อนสุด! เท่าที่เคยมีมา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง

สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับจำกัด ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่ยังเป็นแรงกดดัน รวมถึง ความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ปัจจัยการผลิต การค้า และรายได้ของครัวเรือนเกษตร ภาคเกษตรจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

จากผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนและแรงงานเกษตร หรือ Socio ประจำปีเพาะปลูก 2567/68 ของ (สศก.) ครอบคลุมพื้นที่ 74 จังหวัด จากกลุ่มตัวอย่าง 9,200 ครัวเรือน พบว่า ครัวเรือนเกษตรมีรายได้เงินสดครัวเรือนเฉลี่ย 472,886 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.42 แบ่งเป็นรายได้เงินสดทางการเกษตร 239,435 บาทต่อครัวเรือน และรายได้เงินสดนอกภาคเกษตร 233,451 บาทต่อครัวเรือน ขณะที่รายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตรเฉลี่ยอยู่ที่ 84,779 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.98 และ รายได้เงินสดสุทธิครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 318,230 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.22 สะท้อนว่า แม้รายได้ภาพรวมปรับตัวดีขึ้น แต่รายได้จากภาคเกษตรเพียงอย่างเดียวยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะรายได้จาก พืชเชิงเดี่ยว (Single Crop) และครัวเรือนเกษตรยังต้องพึ่งพารายได้นอกภาคเกษตรเพื่อเสริมสภาพคล่อง

ด้านรายจ่าย พบว่า รายจ่ายเงินสดทางการเกษตรเฉลี่ยอยู่ที่ 154,656 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.82 จากต้นทุนการผลิตพืชที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าจ้างแรงงาน ค่าสารปราบศัตรูพืช ค่าสารปราบวัชพืช ค่าสารป้องกันโรค/รักษาโรค และค่าฮอร์โมน ขณะที่รายจ่ายเงินสดนอกการเกษตรอยู่ที่ 203,347 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 จากค่าอาหาร ค่าแก๊สหุงต้ม และค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน ส่งผลให้ครัวเรือนเกษตรมี เงินสดคงเหลือก่อนชำระหนี้ หรือเงินออมเบื้องต้นเฉลี่ย 114,883 บาทต่อครัวเรือน ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่า ครัวเรือนเกษตรไทยมีความเปราะบางและล่อแหลมด้านอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนและผลตอบแทนจากสินทรัพย์ ค่าครองชีพ รายได้ภาคเกษตรที่ผันผวนตามราคาและปริมาณผลผลิต รวมถึงความไม่แน่นอนจากปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกประเทศ ดังนั้น แนวทางสำคัญในระยะต่อไป คือ การปรับจากการผลิตที่มุ่งเพิ่มปริมาณเพียงอย่างเดียว ไปสู่การ “ผลิตให้คุ้มขึ้น” โดยคำนึงถึงต้นทุน ผลตอบแทน และความต้องการของตลาดมากขึ้น

สำหรับแนวทางการปรับตัวของเกษตรกร (สศก.) เห็นว่า ควรมุ่งไปที่ 3 แนวทางสำคัญ เพื่อให้ครัวเรือนเกษตรสามารถรับมือกับต้นทุน ค่าครองชีพ และความผันผวนของตลาดได้ดียิ่งขึ้น

  • โดยแนวทางแรก บริหารต้นทุนให้แม่นยำขึ้น ใช้ข้อมูลต้นทุน ผลตอบแทน และศักยภาพพื้นที่ประกอบการตัดสินใจ เลือกใช้ปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีพลัง งานหมุนเวียน เทคโนโลยีจักรกลเกษตรและดิจิทัล ให้เหมาะกับพืชและพื้นที่ที่ให้ผลตอบ แทนคุ้มค่ากว่า ควบคู่กับการใช้ข้อมูลทางวิชาการ เช่น การตรวจวิเคราะห์ดินและพืชก่อนใส่ปุ๋ย การใช้ปุ๋ยให้ถูกสูตร ถูกอัตรา และถูกช่วงเวลา รวมถึงการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรร่วมกับปุ๋ยเคมีในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตที่มีราคาสูง
  • แนวทางที่สอง ลดความสูญเสีย เพิ่มผลผลิตที่ขายได้จริง โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและพลังงาน รวมถึงการลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ผ่านการวางแผนเก็บเกี่ยว คัดคุณภาพ บรรจุ ขนส่ง และเก็บรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่ายหรือมีราคาผันผวน เพื่อเพิ่มผลผลิตสุทธิที่สามารถจำหน่ายได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกหรือเพิ่มต้นทุนมากเกินไป
  • แนวทางที่สาม สร้างความหลากหลายของรายได้ ลดความเสี่ยง โดยไม่พึ่งพารายได้จากพืชหรือกิจกรรมการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่กระจายความเสี่ยงด้วยพืชเสริม พืชระยะสั้น หรือกิจกรรมเกษตรที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และตลาด ตลอดจนรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร เพื่อร่วมจัดซื้อปัจจัยการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มอำนาจต่อรอง และเชื่อมโยงตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการ (สศก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเชิงนโยบาย ข้อมูล Socio สามารถใช้เป็นฐานสำคัญในการออกแบบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้ตรงจุดมากขึ้น ทั้งการลดต้นทุน การพัฒนาบริการทางการเกษตร การส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ การยกระดับทักษะแรงงานเกษตร และการสนับสนุนการรวมกลุ่ม เพื่อให้ครัวเรือนเกษตรรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจ ตลาด และต้นทุนการผลิตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งข้อมูล Socio ชี้ให้เห็นว่า การยกระดับรายได้ของเกษตรกรในระยะต่อไป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผลิตให้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผลิตให้คุ้มขึ้น ใช้ทรัพยากรให้แม่นยำขึ้น ลดความสูญเสีย และบริหารรายได้ให้มีความต่อเนื่องมากขึ้น ทั้งนี้ (สศก.) อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจข้อมูลต่อเนื่องในปีเพาะปลูก 2568/69 ในพื้นที่ 74 จังหวัด จำนวน 7,600 ครัวเรือน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายเกษตรของประเทศต่อไป


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร และ ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ดร.แก้ว” ร่วมคณะวปอ.64 เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ พ่ออุบล ขุนศิริยะ พ่อเทพสุ เลขาฯ ปปง.

”ดร.แก้ว“ ร่วมคณะวปอ.64 เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ พ่ออุบล ขุนศิริยะ พ่อเทพสุ เลขาฯ ปปง.

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ วัดธรรมมิการามวรวิหาร อ.เมือง จ.ประจวบ คีรีขันธ์ : ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือดร.แก้ว วปอ.64 ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร /อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม /อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, /ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี /ผู้ก่อตั้งเพจ ”ดร.แก้วช่วยได้“ เดินทางร่วม คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้อง กันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64 เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่ออุบล ขุนศิริยะ บิดาของ นายเทพสุ บวรโชติ ดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความอาลัย จากญาติพี่น้อง รวมถึงผู้เคารพนับถือที่เดินทางมาร่วมแสดงความ เสียใจอย่างต่อเนื่อง


กองทัพไทย ร่วมรำลึกวีรชนสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องในวัน ANZAC Day ณ ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี

กองทัพไทย ร่วมรำลึกวีรชนสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องในวัน ANZAC Day ณ ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 พลตรี ณรงค์ชัย ไชยชนะ ผูัอำนวยการสำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ร่วมพิธีวางพวงมาลาในนามกองทัพไทย เนื่องในพิธีรำลึกวันทหารผ่านศึกเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZAC Day) ประจำปี 2569 ณ ศูนย์ประวัติศาสตร์ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นอย่างสมเกียรติในช่วงเช้าตรู่ เวลา 05.00 น. ตามคำเชิญของ H.E. Dr Angela Macdonald, PSM เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย และ H.E. Mr Jonathan Kings เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อร่วมรำลึกถึงความเสียสละของทหารผ่านศึกชาวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตจากการสร้างทางรถไฟสายมรณะในห้วงสงครามโลกครั้งที่ 2

การเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณของผู้เสียสละในอดีตแล้ว ยังเป็นกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย และประเทศพันธมิตรอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“บิ๊กอ้อ” ที่ปรึกษา ตร. พร้อมคณะฯ เดินทางมาสักการะศาลพ่อขุนศรีขจร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำในตำรวจภูธรภาค 6

“บิ๊กอ้อ” ที่ปรึกษา ตร. พร้อมคณะฯ เดินทางมาสักการะศาลพ่อขุนศรีขจร สิ่งศักดิ์ สิทธิ์ประจำในตำรวจภูธรภาค 6

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 เวลา 11.00 น. : พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษา ตร. และคุณ ภคมน พิมลศรี ภริยา ได้เดินทางมาสักการะศาลพ่อขุนศรีขจร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำในตำรวจภูธรภาค 6 ซึ่งเป็นสถานที่ยึดเหนียวจิตใจของข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.ภ.6

จากนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม “สนามยิงปืนกิตติประภัสร์” บช.ภ.6 ซึ่งประกอบด้วยสนามยิงปืน, สนามฝึกทางยุทธวิธี (S.W.A.T) และอาคารฝึกซ้อมแบบครบวงจร เพื่อหาข้อเสนอแนะในการปรับปรุง ต่อเติมแก้ไข สนามยิงปืนดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาศักยภาพของตำรวจในการรับมืออาชญากรรมในทุกมิติ

ต่อมาได้เดินทางมาเยี่ยมชมอาคาร “พิมลศรี” ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของข้าราชการตำรวจ บช.ภ.6 ตั้งอยู่ภายในตำรวจภูธรภาค 6 ตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย(นทพ.) นำเยาวชนจากทั่วประเทศ วางพวงมาลาถวายสักการะ และกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำเยาวชนจากทั่วประเทศ วางพวงมาลาถวายสักการะ และกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระ นคร กรุงเทพฯ : พลตรี ณรงค์ชัย ไชยชนะ ผู้อำนวยการสำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชา การทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะเยาวชนจากสำนักงานพัฒนาภาค 1–5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา รวม 120 คน วางพวงมาลาถวายสักการะ และกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมโครงการชุมชนเยาวชนสัมพันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ซึ่งจัดโดย สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ระหว่างวันที่ 20–24 เมษายน 2569 โดยมีเยาวชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ดร.แก้ว” นำคณะทำงานร่วม สืบสานประเพณี รดน้ำขอพร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เนื่องในวันปีใหม่ไทยและวันสงกรานต์ 2569

“ดร.แก้ว“ นำคณะทำงานร่วม สืบสานประเพณี รดน้ำขอพร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เนื่องในวันปีใหม่ไทยและวันสงกรานต์ 2569

เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ ห้องทำงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ (ดร.แก้ว) ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร,อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี, ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” พร้อมคณะเข้าร่วมรดน้ำดำหัวขอพร เนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยได้ร่วมรดน้ำดำหัวขอพร นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ณ ห้องทำงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวอวยพรตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมรดน้ำดำหัวตามประเพณีไทย

ในช่วงท้าย นายเลิศศักดิ์ ได้กล่าวอวยพรให้ (ดร.แก้ว) และคณะทำงานและช้าราชการของสำนักงานงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทุกคนประสบความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจในการทำงาน และขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ปลอดภัย แก่ทุกคน


สุรเชษ ศิลานนท์ รายงาน

วิทยาลัยโลจิสติกส์ฯ มภร.สวนสุนันทา จับมือ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านความปลอดภัย ยกระดับหลักสูตร “Logistics x Security” รับเทรนด์แรงงานโลก

วิทยาลัยโลจิสติกส์ฯ มภร.สวนสุนันทา จับมือ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านความปลอดภัย ยกระดับหลักสูตร “Logistics x Security” รับเทรนด์แรงงานโลก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหา วิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ก้าวไปอีกขั้นในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรวิชาชีพ โดยจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ 3 องค์กรชั้นนำด้านความปลอดภัย เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยเข้ากับงานโลจิสติกส์อย่างครบวงจร

การลงนามในครั้งนี้ฝ่ายมหาวิทยาลัยฯ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร แสง ทอง (ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ) ได้รับมอบหมายจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ ในการลงนาม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชณิชา หมอยาดี (คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์ฯ) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมลงนาม ดังนี้:

  • ฝ่ายสมาคมผู้รักษาความปลอดภัยโรงแรม : ได้รับเกียรติจาก นายธัชวุฒิ บัวคลัง (นายกสมาคมฯ) และ นายปาน สิงห์คำ (ที่ปรึกษาสมาคมฯ)
  • ฝ่ายบริษัท รักษาความปลอดภัย เอสเอ็มเอส จำกัด และ สถาบันฝึกอบรมบอดี้การ์ดแห่งประเทศไทย : ได้รับเกียรติจาก นายปาน สิงห์คำ (กรรมการผู้อำนวยการ บจก.รักษาความปลอดภัย เอสเอ็มเอส) และ ว่าที่พันตรี อมร ย่อจันทร์ (ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมบอดี้การ์ดฯ)

นอกจากนี้บรรยากาศภายในงานยังมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากทุกหน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีในก้าวสำคัญของการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างสรรค์บุคลากรคุณภาพสู่สังคม โดยการลงนามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือทางเอกสาร แต่เป็นการเปิดประตูสู่การฝึกปฏิบัติงานจริงและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่จับต้องได้ระหว่างภาคการศึกษาและภาควิชาชีพอย่างแท้จริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อ.ต.ก. ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ยกระดับผลไม้ไทยสู่ผู้บริโภค ในงาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” ระหว่างวันที่ 22-26 เม.ย.69 ณ มีโชค พลาซ่า จ.เชียงใหม่

อ.ต.ก. ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ยกระดับผลไม้ไทยสู่ผู้บริโภค ในงาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2569 ณ มีโชค พลาซ่า จ.เชียงใหม่

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดผู้บริโภคผลไม้ไทยกลุ่มภาคเหนือ ภายใต้ชื่องาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” ระหว่างวันที่ 22–26 เมษายน 2569 ณ มีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ และในวันที่ 23 เมษายน 2569 ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พรเทพ ศรีธนาธร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันเกษตรกร และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้ อ.ต.ก. มุ่งเน้นการตลาดที่เกษตรกรจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เรียกว่า “การตลาดแบบตรง” (Direct Marketing) หรือในบริบทของเกษตรกรรมมักเรียกกันว่า “Direct-to-Consumer (D2C) Marketing” ลดข้อจำกัดด้านช่องทางจำหน่าย และเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือที่มีศักยภาพสูงในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ อ.ต.ก. ยังคงขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้แนวคิด “อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค” อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายผลผลิตตามฤดูกาลไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยการจัดงานในจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของภาคเหนือ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบตลาดภายในประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถต่อยอดโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรม

อ.ต.ก. คัดสรรผลไม้สดจากแหล่งผลิตและสินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพ จากผู้ประกอบการกว่า 60 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ออกแบบให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค อาทิ กิจกรรมนาทีทอง การแสดงดนตรีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และกิจกรรมบนเวทีตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการลุ้นรับของรางวัลประจำวัน โดยผู้เข้าร่วมงานซื้อสินค้าครบ 100 บาท จะได้รับคูปอง สำหรับ ชิงโชค 1 ใบ เพื่อลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกในการกระตุ้นการจับจ่ายและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบริโภคอย่างต่อเนื่อง อ.ต.ก.ขอเชิญทุกท่านสนับสนุนสินค้าเกษตรไทย ในงาน “แอ่วเมืองเหนือ ชิมผลไม้ถิ่นล้านนา” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ มีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน