ฝ่ายปกครองนิคมคำสร้อย ตรวจวัดในพื้นที่นาอุดม พบพระภิกษุ 1 รูป มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก สมัครใจเข้ารับการบำบัด

มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อยลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในตำบลนาอุดม หลังได้รับข้อมูลจากการข่าวว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกกุฏิพระภิกษุเป็นประจำในช่วงเวลากลางคืน ก่อนตรวจพบพระภิกษุ 1 รูป มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก เจ้าตัวยอมรับเคยเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ และสมัครใจเข้าสู่กระบวน การบำบัดรักษา ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิ ศรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย ได้มอบหมายให้นายธีรวัฒน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อยที่ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกกุฏิพระลูกวัดบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการมั่วสุมในพื้นที่

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยพบพระภิกษุจำพรรษาอยู่ภายในวัดจำนวน 5 รูป เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก่อนนิมนต์พระภิกษุทุกรูปเข้ารับการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลการตรวจพบพระภิกษุ 1 รูป คือ พระสมพร (โอ๋) อายุ 42 ปี บวชมาแล้ว 4 พรรษา มีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และมาจำพรรษาอยู่ในพื้นที่บ้านขอนแก่น ตำบลนาอุดม โดยผลการตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย

จากการสอบถามเบื้องต้น พระสมพรยอมรับต่อเจ้าอาวาสและเจ้าหน้าที่ว่า ได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จำนวน 5 เม็ด ซึ่งได้รับมาจากกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมชี้แจงสิทธิและแนวทางการเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยพระภิกษุดังกล่าวได้แสดงความสมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู

ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าพบเจ้าคณะตำบลนาอุดม เพื่อดำเนินการตามหลักพระธรรมวินัย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อยยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาที่มาของยาเสพติดและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในชุมชนและสถานที่สำคัญทางศาสนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่


จ.มุกดาหาร : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

ยังดับไม่ได้ไฟไหม้เตาอบยางพารา ปะทุซ้ำหลายระลอก

มุกดาหาร – ยังดับไม่ได้ไฟไหม้เตาอบยางพารา ปะทุซ้ำหลายระลอก

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุสื่อสารฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลโพนทรายว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพารา บริษัท ธงทอง รับเบอร์ จำกัด เลขที่ 261 หมู่ 7 ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ภายในเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสะสมความร้อนสูง แม้เปลวไฟจะยังไม่ลุกลามไปยังอาคารผลิต คลังสินค้า หรือส่วนอื่นของโรงงาน แต่ยังคงเกิดการครุไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อลดอุณหภูมิและป้องกันการลุกลาม

ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในระดับหนึ่ง และจำกัดวงเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังทรัพย์สินส่วนอื่นของโรงงาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยางพาราแปรรูปเป็นวัสดุที่สามารถสะสมความร้อนได้เป็นเวลานาน จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการครุไหม้หรือปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา ล่าสุดเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าไฟยังคงลุกไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะภายในเตาอบ ทำให้ยังไม่สามารถยุติภารกิจได้ โดยทุกหน่วยยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ในเวลาต่อมา นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายอาร์ม จินตนาดิลก หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมอำนวยการและบัญชาการเหตุ การณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมและมีโอกาสเกิดการปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา

กระทั่งเวลา 16.15 น. สถานการณ์เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเตาอบยางพาราเกิดการปะทุอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผนังคอนกรีตบางส่วนแตกร้าวจากแรงดันความร้อนสะสมและก๊าซภายใน เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมเร่งควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเป็นวงกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเย็นของวันเดียวกัน ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมสูงและเสี่ยงต่อการปะทุซ้ำ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


จ มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ 0988699888

นรข.มุกดาหาร สกัดจับเรือขน “อาโวคาโดเถื่อน” ข้ามโขงกว่า 2.4 ตัน ชี้เสี่ยงสารปนเปื้อน-ทำลายกลไกราคาช่วยเกษตรกรไทย

มุกดาหาร — นรข.เขตนครพนม โดยสถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการกำลังร่วมกับอำเภอหว้านใหญ่ และร้อย ทพ.2103 เปิดปฏิบัติการสกัดจับขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี ยึดอาโวคาโดลอตใหญ่กว่า 2.4 ตัน มูลค่านับแสนบาท เผยไร้มาตรฐานเสี่ยงสารปนเปื้อน และซ้ำเติมเกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าเกษตรหนีภาษีเข้ามายังราชอาณาจักร จึงวางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งพบเรือยนต์หางยาวแล่นข้ามแม่น้ำโขงมาจอดเทียบฝั่งไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านหว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ระหว่างนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยกำลังช่วยกันลำเลียงกล่องสินค้าขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ ต่างอาศัยความชำนาญในพื้นที่ทิ้งของกลางแล้ววิ่งหลบหนีไป

ล่าสุดวันนี้ (2 มิ.ย. 2569) นาวาโท โอรส พุทธโค ผู้บังคับสถานีเรือมุกดาหาร ได้แถลงผลการปฏิบัติการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย อาโวคาโดหนีภาษี จำนวน 120 ลัง
น้ำหนักรวมประมาณ 2,400 กิโลกรัม (2.4 ตัน) มูลค่าความเสียหาย: ร่วม 200,000 บาท
เรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์หางยาว จำนวน 1 ลำ

นาวาโท โอรส พุทธโค กล่าวเน้นย้ำถึงผลกระทบว่า “สินค้าเกษตรที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเหล่านี้ นอกจากจะไม่ได้ผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งอาจมีสารเคมีตกค้างหรือสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดและระบบเศรษฐกิจ โดยเป็นการซ้ำเติมและทำลายราคาผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรไทยโดยตรง”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลหาตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป


วีระชัย บทมาตย์ / ข่าวสาธารณะ — รายงาน

ระทึก ! เพลิงไหม้โรงงานยางพาราเมืองมุกดาหาร ระดมรถดับเพลิง 5 พื้นที่สกัดไฟวุ่น เร่งฉีดน้ำลดความร้อนเตาอบยาง หวั่นปะทุซ้ำ

มุกดาหาร – เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพาราในพื้นที่เทศบาลตำบลโพน ทราย จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยงานต้องระดมกำลังพร้อมรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยมุ่งฉีดน้ำลดอุณหภูมิบริเวณเตาอบยางพารา เพื่อป้องกันการลุกลามและการปะทุซ้ำของเพลิง

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุสื่อสาร ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับการประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงจากเทศบาลตำ บลโพนทราย หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพาราแห่งหนึ่งในพื้นที่ ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากหลายหน่วยงานได้เร่งนำรถดับเพลิงและกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติการระงับเหตุ ประกอบด้วย เทศบาลตำบลโพนทราย เทศบาลตำบลมุก เทศบาลตำบลกุดแข้ เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ และเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.55 น. เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการฉีดน้ำลดความร้อนบริเวณเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมจนเกิดการลุกไหม้ซ้ำและลุกลามไปยังส่วนอื่นของโรงงาน

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประเมินความเสียหายและสรุปรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมและความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดมุกดาหาร ที่บูรณาการกำลังเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่


รายงานข่าว : จ.มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
ภาพ/ข้อมูล : ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร

ดราม่าวัดวันวิสาขบูชา ! ชาวบ้านร้องเจ้าอาวาสอารมณ์ฉุนกลางพิธีเวียนเทียน ก่อนขับรถออกจากวัด เจ้าคณะตำบลลงพื้นที่รับฟังปัญหา

มุกดาหาร – ดราม่าวัดวันวิสาขบูชา! ชาวบ้านร้องเจ้าอาวาสอารมณ์ฉุนกลางพิธีเวียนเทียน ก่อนขับรถออกจากวัด เจ้าคณะตำบลลงพื้นที่รับฟังปัญหา

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในชุมชนบ้านพรานอ้น หลังชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดศรีชมชื่น ภายหลังเกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสมในคืนวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งเกิดความไม่สบายใจ และได้เข้ายื่นเรื่องต่อเจ้าคณะตำบลเพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ในคืนวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ทางวัดได้มีการ เตรียมจัดกิจกรรมทางศาสนาและพิธีเวียนเทียนตามประเพณี โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อยู่ในช่วงฤดูทำนา ทำให้ต้องรอเสร็จสิ้นภารกิจจากไร่นาและเตรียมความพร้อมภายในครอบครัวก่อน จึงทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่วัดในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านระบุว่า ในระหว่างที่รอประกอบพิธีทางศาสนา ไม่พบเจ้าอาวาสออกมาดำเนินกิจกรรมตามกำหนด จึงเข้าใจว่าท่านอาจมีอาการอาพาธ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทราบว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้พระลูกวัดและคณะกรรมการวัดดำเนินกิจกรรมทางศาสนาต่อไปจนแล้วเสร็จ

กระทั่งในช่วงท้ายของพิธีเวียนเทียน ชาวบ้านอ้างว่า เจ้าอาวาสได้เดินลงมาจากกุฏิด้วยอาการไม่พอใจ และมีพฤติกรรมแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมขว้างปาสิ่งของบางอย่างภายในบริเวณวัด สร้างความตกใจให้แก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

ต่อมาเมื่อวันที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รวมตัวเข้าพบเจ้าคณะตำบลเพื่อแจ้งปัญหาและขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเจ้าคณะตำบลได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับชาวบ้าน พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนอย่างละเอียด

รายงานระบุว่า ในการหารือดังกล่าว เจ้าคณะตำบลได้แจ้งต่อชาวบ้านว่า หากประชาคมในพื้นที่ไม่ประสงค์ให้พระรูปดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสต่อ ก็จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของคณะสงฆ์ และอาจให้กลับไปจำพรรษาที่วัดคำสายทอง ซึ่งเป็นวัดต้นสังกัดเดิม

ภายหลังการพูดคุยเสร็จสิ้น มีผู้พบเห็นพระศักดินันท์ อายุ 58 ปี พรรษา 20 ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสที่ถูกร้องเรียน ขับรถยนต์เก๋งออกจากวัด โดยยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงจากเจ้าตัวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องและคณะสงฆ์ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน รวมถึงภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาในพื้นที่ต่อไป


รายงานข่าวโดย
จ.มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ

คุมตัวพ่อแท้ๆ ทาสยาฝากขัง ไร้สำนึกปฏิเสธข่มขืนลูกสาว เมินขอโทษแม้เขียนจดหมายสารภาพ

มุกดาหาร – คุมตัวพ่อแท้ๆ ทาสยาฝากขัง ไร้สำนึก-ปฏิเสธข่มขืนลูกสาว เมินขอโทษแม้เขียนจดหมายสารภาพ

สภ.เมืองมุกดาหาร (31 พ.ค. 2569) ความคืบหน้าคดีสะเทือนใจสังคม กรณี “น้องเอ” และ “น้องบี” (นามสมมุติ) สองพี่น้อง พากันเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าถูกบิดาแท้ๆ ที่มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ล่วงละเมิดทางเพศและกระทำชำเรามาอย่างยาวนาน จนนำไปสู่การจับกุมตัวดำเนินคดีนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายสาคร (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลแล้ว ท่ามกลางการเกาะติดของสื่อมวล ชน นายสาคร ยอมรับว่า “รู้ตัว” แต่ปฏิเสธ “ไม่ได้ทำ” เมินขอโทษลูกแท้ๆ ระหว่างการควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายสาครถึงชนวนเหตุที่เกิดขึ้น นายสาครยอมรับสั้นๆ ว่า “รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่” แต่เมื่อผู้สื่อข่าวจี้ถามย้ำว่า ยอมรับข้อหาข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองหรือไม่ นายสาครกลับตอบเสียงแข็งว่า “ไม่ยอมรับ” ทั้งยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าตัวเคยเขียนจดหมายเปิดอกยอมรับผิดและขอโทษลูกสาวก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะฝากขอโทษลูกทั้งสองคนผ่านสื่อหรือไม่ ผู้ต้องหารายนี้ระบุเพียงว่า “ไม่มีคำขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น” ก่อนที่เจ้าหน้าที่ จะควบคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องขังไปทันที

คดีสะเทือนใจ สังคมจับตาความยุติธรรม “คดีนี้ถือเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจและเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นถึงบิดาบังเกิดเกล้า และมีประเด็นเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง

ขั้นตอนหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและชั้นศาล ในการเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้องทั้งสองคนอย่างถึงที่สุด”


วีระชัย บทมาตย์
ข่าวสาธารณะ รายงาน

ระทึกกลางดึก คนสวนไถสวน เจอวัตถุต้องสงสัยเป็นท่อนเหล็ก ผงะเมื่อแกะดูมีสิ่งแปลกปลอม รีบแจ้งผญบ.

สงขลา/สะเดา – ระทึกกลางดึก คนทำสวนไถสวนเจอวัตถุต้องสงสัยเป็นท่อนเหล็ก เอากลับมาจะนำไปขายเศษเหล็ก แต่ผงะเมื่อแกะดูมีสิ่งแปลกปลอมรีบแจ้งผญบ.

เมื่อช่วง19.30 น. วันที่ 30 พ.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์ กู้ชีพรวม ใจปาดังเบซาร์ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต. ปาดังเบซาร์ อ. สะเดา จ. สงขลา ว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายกับวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบที่5021 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสะเดา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าพื้นที่ตรวจสอบ ภายในบริเวณ ซอยแก้วบุตร ต. ปาดังเบซา อ. สะเดา

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นแท่งเหล็ก ลักษณะคล้ายกับวัตถุระเบิด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ EOD เพื่อเข้าทำการตรวจสอบแต่เนื่องด้วยเป็นเวลากลางคืน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงได้กันพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอก และบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับ ปิดกั้นถนนเส้นทางที่เกี่ยวข้อง

และวันนี้ 31 พ.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดEOD ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์ เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบที่5021 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง

เมื่อเจ้าหน้าที่EOD เข้าทำการตรวจสอบและได้นำ วัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเข้าไป ยิงทำลาย ภายในป่าสวนยางพาราที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ และผลปรากฏว่าไม่ใช่ระเบิด แต่เป็นเพียงแท่งเหล็กที่ ที่มีการกลึงด้วยวิธีการใช้เครื่องกลไก แต่ถ้าหากว่ามีดินประสิวอยู่หรือมีสายไฟพ่วงออกมาก็สามารถเป็นวัตถุระเบิดได้ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจEOD ได้นำวัตถุพยานทั้งหมดกลับไปยังที่ตั้งหน่วยเพื่อทำการตรวจสอบต่อไป


อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

ศูนย์การบินทหารบก สมโภชพระบรมสารีริกธาตุ ทำบุญเวียนเทียนวันวิสาขบูชา

จังหวัดลพบุรี – ศูนย์การบินทหารบก นำข้าราชการกำลังพล ร่วมประกอบพิธี สมโภชพระบรมสารีริกธาตุ ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569

พลตรี เชอดเกียรติ ช.สรพงษ์ ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก พร้อมด้วย คุณสุพัตรา ช.สรพงษ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ศูนย์การบินทหารบก นำข้าราชการกำลังพลศูนย์การบินทหารบก กว่า 500 คน ร่วมประกอบพิธี สมโภชพระบรมสารีริกธาตุ ทำบุญตัก บาตรข้าวสารอาหารแห้ง และเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569 ณ พุทธศาสนสถาน ศูนย์การบินทหารบก ค่ายสมเด็จพระศรีนครินทรา ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และศูนย์รวมแห่งศรัทธาและจิตใจของชาวการบินทหารบก และประชาชนทั่วไป โดยภายในมีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รวม 9 พระองค์ เพื่อเป็นการสักการะบูชาองค์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นสืบทอดพระศาสนา และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน และครอบครัวกำลังพลของศูนย์การบินทหารบก

โดยผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก ได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ลงจากบุษบก เพื่อให้กำลังพลและครอบครัว ได้กราบสัการะบูชา และร่วมสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเสมือนตัวแทนอันสูงสุดขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้ ข้าราชการและกำลังพลได้ตรึกระลึกถึงพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจ คุ้มครองป้องภัย และนำความสงบร่มเย็นมาสู่หน่วยงาน ตลอดจนเพื่อสืบทอดอายุพระศาสนา ช่วยรักษาคุณค่าของพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว

พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก ยังได้เป็นประธาน ในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 39 รูป และเวียนเทียนรอบพุทธศาสนสถาน เพื่อเป็นการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ เป็นการหล่อหลอมจิตใจของกำลังพลศูนย์การบินทหารบก ให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนสืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899

พุทธศาสนิกชนชาวลพบุรี ทำบุญตักบาตรเวียนเทียนในวันวิสาขบูชา

จังหวัดลพบุรี – พุทธศาสนิกชนชาวลพบุรี ร่วมทำบุญตักบาตร และเวียนเทียน เนื่องใน “วันวิสาขบูชา”ถวายเป็นพุทธบูชารำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่ วัดกวิศราราม ราชวรวิหาร ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศราราม ราชวร วิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีทำบุญตักบาตรและเวียนเทียน เนื่องในวัน “วันวิสาขบูชา” ถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชกาพุทธศาสนิกชน และนักเรียนร่วมทำบุญตักบาตร เวียนเทียน ในการนี้ พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ได้แสดงกล่าวสัมโมทนียคาถากล่าวให้โอวาส พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ

สำหรับวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญสากลของโลก เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน คือ ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง 3 ประการ ที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ โดยในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 นับเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชนจะออกมาทำบุญ ไหว้พระ ฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ เวียนเทียน พร้อมกับน้อมรำลึกถึงคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ในช่วงเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ขอเชิญพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมทำบุญ เวียนเทียน ฟังธรรม หรือปฏิบัติธรรมเจริญจิตภาวนา ณ วัดต่าง ๆ ใกล้บ้าน เพื่อร่วมถวายเป็นพุทธบูชา และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยสืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เลขาธิการกอ.รมน.ภาค 3 พร้อม ผอ.กองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 ร่วมเปิดการแสดงแสงเสียง “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ” ประจำปี 2569 สืบสานประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยิ่งใหญ่

เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อม ผู้อำนวยการกองกิจ การพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 ร่วมเปิดการแสดงแสงเสียง “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถ” ประจำปี 2569 สืบสานประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. พลตรี กฤติ พันธะสา เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย พันเอก ประวิธธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีเปิดการแสดงแสงเสียง “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถ” ประจำปี 2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุ โลก เป็นประธาน มีนางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายทางวัฒนธรรม ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมการแสดงเป็นจำนวนมาก ณ วัดวิหารทอง ภายในเขตโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

ด้าน นางสาวนิภาวรรณ กาญจนพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การจัดการแสดงแสงเสียง “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ” ประจำปี 2569 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมกิจกรรมและมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และร่วมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ขณะที่ เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 พลตรี วิษณุ วิจิตรพงษา ผู้บัญชาการกองบัญชา การช่วยรบที่ 3 จัดกำลังพลจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 50 นาย ร่วมกิจกรรมการแสดง แสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ” ห้วงวันที่ 28 ถึง 30 พฤษภาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และเป็นการส่งเสริมวัฒน ธรรมเชิงประวัติศาสตร์ ให้เยาวชน ประชาชนได้ระลึกความเป็นมาของชาติ ณ บริเวณพระ ราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับการแสดงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดวิหารทอง พระราชวังจันทน์ โดยนำเสนอเรื่องราวพระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถ ผ่านการแสดงแสง สี เสียง ผสมผสานศิลปวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน และเทคนิคการนำเสนอที่ยิ่งใหญ่ตระการตา สะท้อนถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิต และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาวพิษณุโลกอย่างงดงาม

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ กองทัพภาคที่ 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก ที่ทำการปกครองจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก สถานศึกษา และเครือข่ายทางวัฒนธรรมในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสืบ สานประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลกอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน