เปิดแล้ว ! บ.ไทวัสดุ จำกัด สาขาที่ 89 สาขาแรก จ.นครนายก

นครนายก – เปิดแล้ว! บ.ไทวัสดุ จำกัด สาขาที่ 89 สาขาแรก จ.นครนายก

วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณติดกับถนน 100 ล้าน ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้านครบวงจร โดยมีนายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดบริษัท ไทวัสดุ สาขานครนายก สาขาที่ 89 ของประเทศ และเป็นสาขาแรกของจังหวัดนครนายก พร้อมด้วย ผู้บริหาร บ.ไทวัสดุ จำกัด แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ร่วมงานจำนวนมาก

โดยนายธรวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทยวัสดุ จำกัด ให้การต้อนรับและได้กล่าวว่าบริษัท ไทวัสดุ สาขานครนายก แห่งนี้จะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตพื้นที่เมืองรอง จ.นครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ดีขึ้น เชื่อมโยงตลาดอสังหาฯ และการท่องเที่ยวใน จ.นคร นายก ให้เป็นทำเลทองที่ใกล้กรุง ตลอดจนเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อกับการรองรับความต้องการในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 นี้อีกด้วย


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ฝ่ายปกครองจังหวัดอำเภอ บูรณาการฝ่ายความมั่นคง ทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ

จังหวัดลพบุรี – รอง ผวจ.สั่งปกครองจังหวัดลพบุรีบูรณาการ กลุ่มงานความมั่นคง ระดมกำลังกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่รอยต่อ 3 อำเภอ จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 50,000 เม็ด ขยายผลสามารถทลายแก๊งยาเสพติดเพิ่ม และเตรียมขยายผลต่อเนื่องให้สิ้นซาก

นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดลพบุรี กลุ่มงานความมั่นคง นำโดย นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต. กานต์ พิทักษ์เตชกุล ปลัดอำเภอพัฒนานิคม ปกครองอำเภอพัฒนานิคม ฝ่ายปกครองอำเภอโคกสำโรง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัฒนานิคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสำโรง ร่วมกันเข้ากวาดล้าง จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ รายย่อย รอยต่ออำเภอเมือง อำเภอโคกสำโรง และอำเภอพัฒนานิคม หลังจากได้จับกุมกลุ่มแก๊งยาเสพติดได้รับสารภาพก่อนขยายผล

โดยสามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายแรกชื่อนายสุวิทย์ หรือเต้ย กกจันทึก อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 10 ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม ลพบุรี ได้ที่ริมถนนสุระนารายณ์ พื้นที่ 5 จับกุมยาบ้าได้ 400 เม็ด ก่อนจะขายผลไปยัง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 8 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายหญิงได้เพิ่มอีก 3 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้าจากการล่อซื้อจำนวน 2,000 เม็ดและตรวจยึดเพิ่มอีก จำนวน 48,000 เม็ด จากการตรวจค้นพบยังพบยาเสพติด เคตามีน จำนวนประมาณ 30 กรัม ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกสำโรง ลพบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทยอยระบายน้ำเตรียมรับน้ำเหนือจากจังหวัดเพชรบูรณ์

จังหวัดลพบุรี – สถานการณ์น้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เริ่มทยอยระบายน้ำเพื่อเตรียมรับน้ำเหนือที่ไหลมาในลำน้ำป่าสักจากจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่จะไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ทางด้านท้ายน้ำ

จากการติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ล่าสุดได้มีการทยอยระบายน้ำลงทางด้านท้ายเขื่อนตามที่ได้มีการวางแผนไว้ ของทางกรมชลประทานเพื่อเป็นการรองรับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมาตามลำน้ำป่าสัก จากทางจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าสู่ในตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ที่จะไหลลงสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สำหรับการทยอยการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนนั้นจะไม่ให้ประชาชนที่อยู่ทางด้านท้ายน้ำ ได้รับผลกระทบ โดยในช่วงนี้ก็ยังไม่มีปริมาณน้ำล้นตลิ่งเข้าสู่บ้านเรือนประชาชนและต้องดูปริมาณน้ำที่ระบายมาตามลำน้ำเจ้าพระยาด้วย รวมทั้งจะได้มีการแจ้งเตือนประสานการระบายน้ำไปยังชุมชนที่อยู่ทางด้านท้ายเขื่อนผ่านทางผู้นำชุมชน

ซึ่งวันที่ 1 และวันที่ 2 ต.ค. 68 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เก็บกักน้ำอยู่ที่ 718.76 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 74.87 จากความจุเก็บกักสูงสุดที่ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีปริมาณน้ำไหลลงในตัวเขื่อนวันละ 45.378 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบายลงสู่ท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์วันละ 51.853 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 600.156 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

จึงขอให้ประชาชนได้สบายใจได้ว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังสามารถรับน้ำได้อีกมากและจะยังคงพร่องน้ำที่จะเตรียมรับน้ำเหนือในปริมาณเท่าเดิมจนถึงวันที่ 12 ตุลาคมนี้ตามแผนที่ทางกรมชลประทานได้วางไว้ ซึ่งจะมีการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนมากกว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ในตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในการเตรียมพื้นที่ไว้รองรับน้ำ พร้อมกันนี้ก็ขอให้ประชาชนได้ติดตามสถานการณ์น้ำฝนที่จะตกลงมาในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศูนย์การทหารปืนใหญ่ รับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการอย่างสมเกียรติ

จังหวัดลพบุรี – ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จัดพิธี รับ–ส่ง หน้าที่ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ในฐานะ ราชาแห่งสนามรบ อย่างสมเกียรติ

ที่ตึกกองบัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ พลตรี พลตรี พิศิษฐ ปัญญานะ ในฐานะอดีตผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ได้กระทำพิธีลงนาม ส่งมอบการบังคับบัญชา และ กระทำพิธีส่งมอบธงประจำหน่วยให้แก่ พันเอกสมศักดิ์ นุตพันธุ์ รองผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ให้รับราชการในตำแหน่ง ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ท่านใหม่ ณ หอประชุมศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมีข้าราชการกำลังพลจากหน่วยงานขึ้นตรง ศูนย์การทหารปืนใหญ่ กว่า 300 คน เข้าร่วมพิธี อย่างสมเกียรติ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ท่านใหม่ ได้กล่าวให้โอวาท แก่กำลังพล ว่าพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่สนองพระเดชพระคุณ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ อย่างเต็มความสามารถ ร่วมแรงร่วมใจดูแลรักษาและพัฒนาศูนย์การทหารปืนใหญ่ ให้มีความเจริญก้าว ให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ในฐานะ “ราชาแห่งสนามรบ” โดยยึดมั่นในคุณธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงที่ค้ำจุนประเทศชาติ และราชบัลลังก์อย่างยั่งยืนตลอดไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“แกะดำมิวสิคเฟสติวัล 2” กลับมาระเบิดความมันกลางขุนเขา 15 พ.ย.นี้ ที่เขาค้อ!

เพชรบูรณ์ – “แกะดำมิวสิคเฟสติวัล 2” กลับมาระเบิดความมันกลางขุนเขา 15 พ.ย.นี้ ที่เขาค้อ!

คัมแบ็กแบบไม่เกรงใจลมหนาว! เทศกาลดนตรีสุดแหวกแนว “แกะดำมิวสิคเฟสติวัล 2” เตรียมปักหมุดความมันกลางไร่บีเอ็น เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 นี้ แฟนเพลงตัวจริงห้ามพลาด!

หลังจากกระแสตอบรับถล่มทลายจากปีแรก ปีนี้ผู้จัดยกเครื่องใหม่ จัดเต็ม เวที แสง สี เสียง พร้อมขบวนศิลปินจากหลากหลายแนวเพลง ที่จะมาปลุกพลังความมันให้ลุกโชนท่ามกลางขุนเขา อากาศเย็นสบาย กับบรรยากาศธรรมชาติที่สายชิลต้องเลิฟ

  • บัตรเข้าชมงานมีให้เลือกตามสไตล์
    • บัตรเดี่ยว ราคา 1,390 บาท
    • บัตรคู่หู (2 ใบ) 2,600 บาท
    • บัตรทีม (5 ใบ) 6,450 บาท
    • เด็กสูงไม่เกิน 110 ซม. เข้าฟรี!

เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ที่ ALL Ticket ทุกสาขา 7-Eleven ทั่วประเทศ หรือซื้อออนไลน์ง่าย ๆ ที่ www.allticket.com/event/kaedummusicfestival2
พิเศษ! ผ่อน 0% นาน 3 เดือน สำหรับใครที่งบยังไม่พร้อม ก็ไปมันส์ได้แบบสบายกระเป๋า

  • สอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
    • Facebook Inbox : m.me/251613544704465
    • LINE Official : @kaedummusicfes

สรุปสั้น ๆ สำหรับสายลังเล : ดนตรีหลากแนว, บรรยากาศโคตรดี, ราคาเป็นมิตร, ธรรมชาติอลังการ, เด็กเล็กเข้าฟรี บัตรหมดคืออดมันส์! แล้วเจอกันที่ “แกะดำมิวสิคเฟสติวัล 2” ที่เขาค้อ ค่ำคืนเดียว…มันส์ไม่มีลืม!


แพทย์ทหารแนะ โรคไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย และไวรัสซิกา ป้องกันได้ด้วย “3 เก็บ”

แพทย์ทหารแนะ โรคไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย และไวรัสซิกา ป้องกันได้ด้วย “3 เก็บ”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวังการเจ็บป่วยด้วยโรคและ ภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพอนามัยอย่างถูกต้อง และมีสุขภาพดีในช่วงหน้าฝนนี้ หากประชาชนดูแลรักษาสุขภาพไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้

สำหรับกลุ่มโรคติดต่อนำโดยยุงลาย โรคไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย และไวรัสซิกา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค จะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีจุดแดงที่ผิวหนัง หากอาการรุนแรงอาจช็อกได้ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา มียุงลายสวนและยุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค อาการคล้ายไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อกและเสียชีวิต โรคติดเชื้อไวรัสซิกา มียุงลายเป็นพาหะ อาการโรคจะไม่รุนแรง แต่หากติดเชื้อในสตรีมีครรภ์ อาจทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กในเด็กแรกเกิด เด็กมีพัฒนาการช้าและตัวเล็ก หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหารและครอบครัว ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว จึงขอแนะนำการป้องกัน และสำรวจพื้นที่ที่มีน้ำขังและร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณรอบๆ ตัวบ้านและในชุมชน โดยใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ดังนี้

  1. เก็บบ้านให้สะอาด เก็บกวาดมุมอับ ปรับสิ่งแวดล้อมในบ้านให้โปร่ง ลดแหล่งเกาะพักของยุ่งลาย
  2. เก็บขยะให้ถูกวิธี ทิ้งขยะที่เป็นภาชนะเก่า ภาชนะรั่วแตกที่อาจน้ำขังได้ ใส่ถุง ปิดฝาถังให้มิดชิด ป้องกันน้ำขังและยุงลายวางไข่ และ
  3. เก็บน้ำให้มิดชิด ภาชนะกับเก็บน้ำต้องมีฝาปิด เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถ้วยรองขาตู้กับข้าวทุกสัปดาห์ ไม่ปล่อยให้น้ำขังในยางรถเก่า รางน้ำ หรือวัสดุรอบบ้าน

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส


การพัฒนาสัมพันธ์ความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทย – ลาว ครั้งที่ 3/2568

การพัฒนาสัมพันธ์ความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทย – ลาว ครั้งที่ 3/2568

ตามที่ กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์ปฎิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ได้มีการจัดพัฒนาสัมพันธ์ความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทย – ลาว ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 10 – 11 กันยายน 2568 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ที่ผ่านมา โดยมี พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน ฝ่ายไทย และพลตรี วันทอง บุตตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว เป็นประธานฝ่ายลาว

สำหรับพัฒนาสัมพันธ์ความร่วมมือในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการทหาร และพัฒนาความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทั้งสองประเทศ ในการประชุมหารือ กองทัพภาคที่ 3 และคณะกองทัพประชาชนลาว ได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็นที่สำคัญ ดังนี้.-

  1. การจัดชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง, ความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน และอาชญากรรมข้ามแดน
  2. การจัดโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน ห้วงปี 2568 ที่ผ่านมา
  3. การขอความร่วมมือในการกำกับดูแลประชาชนของทั้งสองฝ่ายไม่ให้เข้าไปใช้ประโยชน์หรือไปดัดแปลงภูมิประเทศในพื้นที่ทับซ้อน
  4. การร่วมกันวางมาตรการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดที่ลักลอบผ่านพื้นที่ชายแดน ร่วมทั้งการประสานงานด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับยาเสพติด การขนส่งสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคง และความปลอดภัยของสังคมไทยและลาว
  5. การลาดตระเวนของกำลังติดอาวุธทั้งสองฝ่ายตามบริเวณชายแดนไทย – ลาว ทั้งทางบกและทางน้ำ
  6. การลาดตระเวนร่วมทางน้ำและการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดทางน้ำ ในพื้นที่ชายแดนตามลำน้ำโขงระหว่างกองทัพไทย – ลาว

ทั้งนี้ การพัฒนาสัมพันธ์ระหว่างกองทัพภาคที่ 3 กับกองทัพประชาชนลาวครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์อันดี ที่จะร่วมกันปราบปรามยาเสพติด, การแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ อันเป็นการสร้างความสงบเรียบร้อย ความสงบสุข และประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 และหน่วยทหารในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส แน่วแน่แก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติในทุกมิติ รวมทั้งผนึกกำลังทุกภาคส่วนสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติสืบไป


สรุปผลการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่กองกำลังผาเมือง (1 ตค.67 – 15 กย.68)

สรุปผลการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่กองกำลังผาเมือง (1 ตุลาคม 2567 ถึง 15 กันยายน 2568)

ตามที่รัฐบาล โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มีนโยบายให้มีการบูรณาการงานด้านการข่าวเพื่อความมั่นคงของพลเรือน ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วน ในการดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม และจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดน จนถึงพื้นที่ตอนในของประเทศ นั้น มีการปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่กองกำลังผาเมือง (จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย) ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 15 กันยายน 2568 ดังนี้.-

  1. จับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 457 คน
  2. รายการยาเสพติดที่สามารถจับกุมได้ รายละเอียดดังนี้.-
    2.1 ยาบ้า จำนวน 179,345,712 เม็ด
    2.2 เฮโรอีน จำนวน 158,745 กรัม
    2.3 ไอซ์ จำนวน 8,991,393 กรัม
    2.4 ฝิ่น จำนวน 97,002 กรัม
    2.5 เคตามีน จำนวน 696,000 กรัม

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือมีเบาะแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการปราบปรามและจับกุม อย่างเป็นรูปธรรมตามกฎหมาย อีกทั้งหากพี่น้องประชาชนมีความประสงค์จะส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยตรง ให้กับ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Applications Line ชื่อ “สายตรงแม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป


คาราวาน “อีสานสัญจรฯ” เคลื่อนขบวนส่งมอบกำลังใจและสิ่งของบริจาค เยียวยาผู้ประสบภัยชายแดนศรีสะเกษ-สุรินทร์

คาราวาน “อีสานสัญจรฯ” เคลื่อนขบวนส่งมอบกำลังใจและสิ่งของบริจาค เยียวยาผู้ประสบภัยชายแดนศรีสะเกษ-สุรินทร์

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานรถยนต์ในโครงการ “อีสานสัญจรเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยชายแดน” บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-สุรินทร์-ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 27-29 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา พร้อมด้วย นางสาวสุณิตรา สุทธากร รองผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลพระรามเก้า และนางสาวสุนิสา เกตุกาล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิสประพัจน์ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเฌอเอม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำส่งกำลังใจและมอบสิ่งของบริจาคที่จำเป็นแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่อีสานใต้

ขบวนคาราวานครั้งนี้ ใช้เวลาเดินทางรวม 3 วัน 2 คืน โดยมีกิจกรรม CSR เป็นหัวใจสำคัญของโครงการ มีพิธีมอบสิ่งของบริจาคอย่างเป็นทางการผ่าน นายพนัส จันทร์คำ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน และ นายพรชัยแสน ลีประโคน ป้องกันจังหวัดสุรินทร์ ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงผู้ที่ต้องการได้รับอย่างทั่วถึงและเป็นระบบ

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “เราจัดกิจกรรมนี้ขึ้นจากความตั้งใจที่อยากจะเห็นคนไทยไม่ทิ้งกัน ในยามที่พี่น้องร่วมชาติในพื้นที่ชายแดนต้องเผชิญกับความยากลำบาก เราจึงไม่ได้นำมาเพียงสิ่งของ แต่เรานำ ‘กำลังใจ’ และ ‘ความห่วงใย’ มามอบให้ถึงที่ และต้องการให้การเดินทางครั้งนี้เป็นสะพานเชื่อมโยงน้ำใจจากคนเมืองสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นอกจากภารกิจหลักแล้ว เรายังตั้งใจที่จะพาผู้ร่วมเดินทางไปสัมผัสความงดงามของอีสานใต้ ทั้งปราสาทศีขรภูมิที่ทรงคุณค่า และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างคชาบุรินทร์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในอีกทางหนึ่งด้วย”

นอกเหนือจากกิจกรรม CSR ขบวนคาราวานยังสอดแทรกโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒน ธรรมและธรรมชาติ อาทิ การเข้าชมความงดงามของ ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์, การเยี่ยมชม วัดศรีบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ, การสัมผัสวิถีคนกับช้าง ณ ศูนย์คชศึกษาหมู่บ้านช้าง และเปิดประสบการณ์ ณ คชาบุรินทร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ขนาดใหญ่แห่งใหม่ของจังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมนี้จึงเป็นการเดินทางที่ผสมผสานภารกิจเพื่อสังคมเข้ากับการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศได้อย่างลงตัว ตอกย้ำพลังแห่งการให้และการแบ่งปันของคนไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รองนายกฯ สุชาติ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าเริ่มปฏิบัติงานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

รองนายกฯ สุชาติ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าเริ่มปฏิบัติงานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

วันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 07.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตา ศาลยาย ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมอัญเชิญพระพุทธชินราชประดิษฐานในห้องทำงาน ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

โดยโอกาสนี้ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ได้เข้าร่วมในพิธี เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการดูแลพี่น้องประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน

นายสุชาติฯ ได้กล่าวว่า “นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังความปลื้มปีติทั้งต่อตนเองและครอบครัวเป็นอย่างสูง เพื่อสนองพระเดชพระคุณที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ และเพื่อเป็นการสนองคุณต่อแผ่นดิน ผมมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน