สวยงามอร่ามเต็มท้องทุ่งทานตะวันบาน ปลายฝนต้นหนาวรอรับนักท่องเที่ยว

จังหวัดลพบุรี – ทุ่งทานตะวันแปลงแรกของฤดูกาล บานสะพรั่ง เชิญชวนสัมผัสเสน่ห์เกษตรวิถีไทย ต้อนรับวันหยุดยาว ชมความงามตระการตาที่ “ไร่จำรัส” ต้อนรับวันหยุดยาวนี้

ทุ่งดอกทานตะวัน แปลงแรกของจังหวัดลพบุรี บานสะพรั่ง เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามของทุ่งดอกทานตะวันแปลงแรกที่กำลังเบ่งบานเต็มท้องทุ่งสีเหลืองอร่ามสุดลูกหู ลูกตา ณ ไร่จำรัส เฟส 2 ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวยาวต่อเนื่อง ถึงวันที่ 20 ตุลาคม นี้ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ (วันนวมินทรมหาราช) นักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่างต่างทยอย เดินทางไปเก็บภาพความประทับใจและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันอย่างคึกคัก

ซึ่ง นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ได้นำสื่อมวลชลลงพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ทานตะวันแปลงแรกของจังหวัดลพบุรี ซึ่งซึ่งเป็นการเพาะปลูกทานตะวันนอกฤดูกาล (ปกติ จะบานช่วง ปลายเดือน พฤศจิกายน – มกราคม ของทุกปี ซึ่งทุงทานตะวันแปลงนี้ มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร โดยทุ่งดอกทานตะวัน ของคุณจำรัส อินทร์เผือก เกษตรกรผู้มากประสบการณ์วัย 54 ปี ใช้พื้นที่กว่า 4 ไร่ ปลูกทานตะวันเพื่อการท่องเที่ยวแบบเกษตรวิถีไทย ซึ่งจะมีฉากหลังภูเขาสามลูกสุดอลังการ ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของดอกไม้สีทองเท่านั้น แต่ยังมีทัศนียภาพอันโดดเด่นที่ยากจะหาที่ใดเหมือน โดยมีเทือกเขาที่สลับซับซ้อนถึง 3 ลูก ได้แก่ เขาจีนแล, เขากระดึง, และ เขาโหนกวัว เป็นฉากหลังสุดอลังการ ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ทำให้ภาพถ่ายที่นี่สวยงามและมีมิติที่ไม่ซ้ำใคร

นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาดจากธรรมชาติ และสัมผัสความงดงามของทุ่งดอกทานตะวันแรกของฤดูกาล พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของพืชเศรษฐกิจที่สร้างทั้งความสุข และความยั่งยืนให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะฉากหลังมีความสวยงามไม่ผิดหวัง ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์ แปรรูปจากเมล็ดทานตะวัน โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท มีที่จอดรถให้ฟรี พิกัดใน Google Maps ไร่จำรัสเส 2

สำหรับดอกทานตะวัน ไม่ใช่แค่ความสวย แต่ยังมี ประโยชน์หลากหลายจาก “ทานตะวัน” พืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สำหรับการปลูกดอกทานตะวันแปลงนี้ นอกเหนือจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยือนแล้ว ดอกทานตะวันยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์หลากหลายและสนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นพืชน้ำมันคุณภาพสูง เมล็ดทานตะวัน สามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันทานตะวัน ซึ่งอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น กรดไลโนเลอิก ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และยังใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ กากเมล็ดทานตะวันที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน เป็นผลพลอยได้ที่มีโปรตีนสูง สามารถนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งอาหารสุขภาพ ต้นอ่อนทานตะวันเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้รักสุขภาพ เพราะมีโปรตีน วิตามิน (A, B2, E, D, K) และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และชะลอความชรา อีกทั้ง ทานตะวัน ยังเป็นพืชเพื่อการฟื้นฟูดิน มีระบบรากที่ลึก ช่วยปรับปรุงสภาพดินให้มีความร่วนซุย และเพิ่มฮิวมัสให้กับดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เหมาะสำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนในรอบต่อไป

ทั้งนี้ นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมทุงทานตะวันบานปลายฝนต้นหนาวที่ไร่จำรัสลพบุรี โดยเฉพาะสัปดาห์นี้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“นายกด๊อยซ์” ลุยหล่มสัก ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านหลังน้ำลด สั่งวางแผนฟื้นฟู-ป้องกันอุทกภัยยั่งยืน

“นายกด๊อยซ์” ลุยหล่มสัก! ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านหลังน้ำลด สั่งวางแผนฟื้นฟู-ป้องกันอุทกภัยยั่งยืน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 09.30 น. นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ชัชวาล รักหาร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์, นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 3, นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก ตลอดจนผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลง พื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ที่ได้รับผลกระทบจากสถาน การณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา

โดยในครั้งนี้ นายกด๊อยซ์ ได้เดินทางเข้าสำรวจจุดที่ได้รับผลกระทบหนักจากอุทกภัย ทั้งในเขตชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นที่เข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการแจกจ่ายถุงยังชีพ การซ่อมแซมถนนที่ชำรุด และการระบายน้ำในจุดเสี่ยง

นายอัครเดช ทองใจสด เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย พื้นที่ทางการเกษตร และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำถึงการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำหลากเป็นประจำ “เราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญกับภัยน้ำซ้ำซาก ต้องมีการวางระบบบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน ทั้งการขุดลอกลำคลอง ปรับปรุงทางน้ำไหล และสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในจุดเสี่ยง เพื่อให้หล่มสักปลอดภัยจากอุทกภัยในอนาคต” นายอัครเดช กล่าวย้ำ

ขณะเดียวกัน นายก อบจ.เพชรบูรณ์ ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด อบจ. เร่งจัดทำแผนบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อวางแนวทางฟื้นฟูทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากกระแสน้ำ

ทั้งนี้ หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ประชาชนในพื้นที่หลายหมู่บ้านยังคงได้รับผลกระทบจากโคลนตมและความเสียหายของถนนสายหลัก–สายรอง รวมทั้งแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่ตื้นเขิน ซึ่งทาง อบจ.เพชรบูรณ์ ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนความปกติให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้ว่าอุทัยฯ ร่วมกรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

อุทัยธานี – ผู้ว่าอุทัยฯ-กรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

ณ ห้องประชุมรุ่งอรุณ โรงแรมธาราฮิลล์ อุทัยธานี อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมหน่วยข้าราชการในพื้นที่ ร่วมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ สัมมนา ครั้งที่ 2 โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทาง หลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี – ทัพทัน เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการศึกษา โครง การ โดยเฉพาะรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมใน รายละเอียด (EIA) ผลการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนและแผนการดำเนินงานขั้นต่อไป พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาใช้พิจารณาประกอบการศึกษาออกแบบรายละเอียดถนนโครงการให้มีความ เหมาะสม และมีความปลอด ภัยต่อผู้ใช้เส้นทางให้มากที่สุด โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นโครงการบนทางหลวงหมายเลข 3221 แยกแขวงการทาง กม.00+000 อยู่ใน เขตพื้นที่ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี และจุดสิ้นสุดโครงการประมาณ กม.15+303 อยู่ในเขตพื้นที่ตำบล ทัพทัน อำเภอทัพทัน มีระยะทางรวมประมาณ 15.303 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ภาพรวมแนวเส้นทางโครงการฯ เป็นทาง หลวง ขนาด 2 ช่องจราจร โดยจะพัฒนา ให้เป็น 4 ช่องจราจร ซึ่งที่ปรึกษาโครงการฯ ได้พิจารณาคัดเลือกรูปแบบทางเลือก การพัฒนาถนนโครงการ ให้มีความเหมาะสมและสอด คล้องกับสภาพภูมิประเทศโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ เส้นทาง และประชาชนสามารถสัญจรไป-มาภายในชุมชนและระหว่างชุมชนใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และปลอดภัย โดยมี 3 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 แบบเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ออกแบบเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร ช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบยก เกาะกลาง กว้าง 4.60 เมตร ในเขตทาง 30 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ในเขตชุมชนที่ใช้ความเร็วไม่สูงมีการข้ามถนนมาก


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

คณะผู้บริหาร รพ.คีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

ประจวบฯ – คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

10 ต.ค.68 ที่ห้องรับรองปั๊มน้ำมัน ปตท. อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ นำโดย นายคณิสรณ์ เตชะสถิตย์กุล และนายปิติณัฐ พรรณวงค์ พร้อมคณะร่วมกันแถลงข่าวและลงนามสัญญาการออกแบบการก่อสร้างโรงพยาบาลคีรีรักษ์ ขนาดเริ่มต้น 60 เตียง พร้อมแผนขยายเพิ่มเป็น 250 เตียงในอนาคต ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม ตรงข้ามศูนย์รถยนต์ฮอนด้าประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งโรงพยาบาลคีรีรักษ์จะเริ่มให้บริการในปี 2570 ด้วยขนาด 60 เตียง พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 ท่าน และอุปกรณ์การแพทย์ล้ำสมัย โดยจะรองรับผู้ป่วยที่มีสิทธิประกันสังคมและประกันสุขภาพในราคาที่ไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลรัฐมากนัก เพื่อเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับชาวประจวบฯ

นายปิติณัฐ พรรณวงค์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมีเป้าหมายลดต้นทุนการรักษาให้ชาวประจวบ โดยมีการตั้งราคาการรักษาที่ใกล้เคียงกับภาครัฐ พร้อมรองรับสิทธิประกันสังคม 30,000 สิทธิ์ในเฟสแรก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการรักษาโรคซับซ้อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลไปกรุงเทพ

ทั้งนี้การก่อสร้างจะเริ่มลงเสาเข็มในเดือนมกราคม 2569 ใช้ระยะเวลา 1 ปี และพร้อมเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2570 ส่วนแผนการขยายในอนาคตจะเพิ่มเตียงเป็น 250 เตียง ภายใน 7 ปี พร้อมที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น และที่จอดรถรอบอาคารบนพื้นที่ 16 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างกว่า 750 ล้านบาท.เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนชาวประจวบฯ


นัครินทร์/รายงาน

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่วัดพราหมณี พระอารามหลวง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก คณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ได้จัดโครงการถวายความรู้พระสังฆาธิการจังหวัดนครนายก เรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่พระสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุม โดยมีนายชูเกียรติ พุฒพันธ์ นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ, นางสาวธีรตา ซื่อตรง นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ เป็นวิทยากรร่วมบรรยายถวายความรู้เรื่องการบริจาค ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation

ด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก (มหานิกาย) จัดโครงการถวายความรู้พระสังมาธิการจังหวัดนครนายก เรื่อง การจัดทำบัญชีวัดระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมีเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดนครนายก ไวยาวัจกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 199 วัด โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครนายก ร่วมถวายความรู้ในโครงการครั้งนี้

ตามที่มหาเถรสมาคม มีมติที่ 495/2568 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำ บัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด โดยกำหนดให้วัดทุกวัดต้องทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายและรายงานเงินคงเหลือของวัด เป็นรายเดือน จำนวน 12 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก แล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป นับปี พ.ศ. โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ เพื่อรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับสนุนสวัสดิการตำรวจ

นนทบุรี – สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับ สนุนสวัสดิการตำรวจ

เวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค.68 พ.ต.อ.สิรภพ อนุสิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ. บางใหญ่, นายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือถั่วแระ เชิญยิ้ม, เชษฐ์ เชิญยิ้ม ดาราตลกชื่อดัง ได้ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันวิ่งนัดพบ ณ บางใหญ่ ครั้งที่6 จัดขึ้นทึ่บริเวณหน้าตลาด BB บางใหญ่ Market ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่

สำหรับระยะทางในการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มต้นตั้งแต่ฟันรัน ระยะทาง 5.5 กม.เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.10 น. ค่าสมัคร 400-500 บาท, มินิมาราธอน ระยะทาง 12 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.00 น. ค่าสมัคร 500-600 บาท และฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 05.00 น. ค่าสมัคร 600-700 บาท ภายในงานจะมีการจับฉลากและมอบของรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันมากมาย โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 04.00 เป็นต้นไป

นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธาน กต.ตร.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ ก็เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เช่น การปราบปรามยาเสพติด สวัสดิการอาหารกลางวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่งเสริมกีฬาเยาวชน เป็นต้น ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมวิ่งออกกำลังกายเพื่อการกุศล โดยรางวัลใหญ่ปีนี้คือ ทีวีสี 32 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ จำนวน 2 คัน และของรางวัลอีกมากมาย


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

กอ.รมน. จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน.

กอ.รมน. จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. เพื่อเตรียมความพร้อมการบูรณาการและร่วมประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคง รองรับสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงได้ตลอดเวลา

วันที่ 6 ต.ค. 68 เวลา 10.00 น. พล.ท. ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศในฐานะหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน. ได้กล่าวว่า กอ.รมน. ได้จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. ณ ห้องกรุงธน บอลล์รูม ชั้น 3 โรงแรม รอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานครเพื่อแนะนำตัวผู้บริหาร กอ.รมน. และปฐมนิเทศหน่วยงาน กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด (รอง ผอ.รมน.จังหวัด ฝ่ายทหาร) ได้รับความรู้ถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ ของ กอ.รมน.

ซึ่งการประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญใน การสร้างความเข้าใจให้แน่นแฟ้น อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมการบูรณาการและร่วมประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงรองรับสถาน การณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. เป็นประธานในการประชุม ฯ พร้อมด้วย พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. และผู้บริหาร กอ.รมน. เข้าร่วมการประชุม ฯ

สำหรับการประชุมฯ และปฐมนิเทศฯ ในวันนี้ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญในการทำงานต้องตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอเกี่ยวกับความชัดเจนในบทบาทขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจและการรับรู้ในการทำงานของ กอ.รมน. ได้อย่างสม่ำเสมอ และได้เน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ

โดยได้มอบแนวทางการทำงานให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้

  • ให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน มุ่งเน้นทั้งเชิงรุกและการป้องกัน ต้องรู้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่คู่ขนานไปกับการแก้ไขปัญหาเดิมที่มีอยู่ โดยอาศัยฐานข้อมูลการประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือนข่าวสาร รวมทั้งความร่วมมือจากมวลชนซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญ
  • การกำกับดูแลของทุกส่วนงานให้เป็นไปตามทิศทางและแนวทางที่กำหนด โดยให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติ กอ.รมน. จะต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญจากส่วนกลางไปสู่ระดับพื้นที่
  • การดำเนินงานแผนงานและโครงการของแต่ละหน่วยจะต้องทำผลการประเมินเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลงานต่อไปในอนาคต
  • กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ต้องเพิ่มบทบาทด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะกอ.รมน.จังหวัด ต้องเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน อีกทั้งจะต้องสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน
  • การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องริเริ่มและพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อให้เกิดความได้เปรียบและไม่ก่อให้เกิดเงื่อนไขหรือผลกระทบที่ซ้ำเติมปัญหาเดิม เน้นงานข่าวกรองต้องทันเวลา อีกทั้งจะต้องมีการสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ การทำงานจะต้องยึดถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการประสานงานกับส่วนราชการภายนอกต้องมีความชัดเจนและมีเอกภาพ
  • การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนทางทะเล ให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวได้ประสานบูรณาการร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดน และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
    ในพื้นที่ชายแดนด้านกัมพูชา กอ.รมน.จังหวัด ต้องเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ส่วนหลัง พร้อมการรณรงค์ให้มวลชนของ กอ.รมน. เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติอย่างชัดเจน

สุดท้ายของการประชุม ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารทุกท่านที่เข้ารับการปฐมนิเทศได้เพิ่มพูนความรู้ในเรื่องบทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจ ระเบียบ คำสั่ง รวมทั้งรับทราบปัญหา ข้อจำกัด ข้อเสนอแนะ และขอให้ขยายผลการทบทวนหลังการปฏิบัติ เพื่อนำไปเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป


นายอำเภอเมืองลพบุรี เป็นประธานเปิดงานปฐมนิเทศนักศึกษาพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาท ชั้น ปี 4 และเลี้ยงต้อนรับข้าราชการที่ย้ายมาใหม่

ภารกิจงานวันนี้

เมื่อวันที่ 6 ตค. 2568 เวลา 12.00 น. นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ร่วมกับหัว หน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ เลี้ยงข้าวเที่ยงเกษียณย้อนหลังให้กับหน.จุไรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอเมืองที่เกษียณ กย.68 และเลี้ยงต้อนรับข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ประกอบด้วย ป. อาวุโส, ข้าราชการ สนง.ท้องถิ่นอำเภอ/ข้าราชการ สนง. ปศุสัตว์อำเภอ ณ ร้านปีวอก ต. ป่าตาล

ต่อมา เวลา 14.00 น. ประธานเปิดงานปฐมนิเทศนักศึกษาพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธ บาท ชั้น ปี 4 มาฝึกงานในพื้นที่ตำบลเขาพระงาม อ.เมืองลพบุรี โดยมีนายกเทศมนตรีตำบลเขางาม พร้อมคณะผู้บริหาร ตัวแทนสาธารณสุขอำเภอ ตัวแทนผกก.สภ.เมืองลพบุรี ผู้ใหญ่บ้าน อสม. คณะครู นักศึกษา จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาทเข้าร่วม ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเขาพระงาม

รศ.ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ นั่งรักษาการแทนอธิการบดี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช คนใหม่

สภามหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้แต่งตั้งให้ รศ.ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คนใหม่ ตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2568 และรักษาการแทนอธิการบดี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งรักษาการแทนรองอธิการบดี อีก 8 ท่าน เพื่อขับเคลื่อนงานทันที ประกอบด้วย ผศ.ดร.พัชรี ผาสุข, ผศ.ดร.กานต์ บุญศิริ, ผศ.ศตวรรษ ด้วงแป้น, ผศ.ดร.ภาวิน ชินะโชติ, อ.ดร.ธนพร สวรรค์พิทักษ์, ผศ.ดร.ทรงลักษณ์ สกุลวิจิตร์สินธุ, รศ.ดร.ธนศักดิ์ สายจำปา และ ผศ.ดร.อัคเดช มโนลีหกุล

กอ.รมน. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2568

กอ.รมน. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2568

วันนี้ (10 ตุลาคม 2568) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พิธีจัดขึ้น ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น ๑ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการ และกำลังพลของ กอ.รมน. เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พลตรี ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า การจัดพิธีในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงอุทิศพระวรกายด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาสามารถอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อธำรงความผาสุกและความเจริญมั่นคงของปวงชนชาวไทยตลอดรัชสมัย

พร้อมกันนี้ พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลทางศาสนาในทุกพื้นที่ของประเทศเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยพร้อมเพรียง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กอรมน#บูรณาการเพื่อความมั่นคง#มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา


ทีมโฆษก กอ.รมน.