ทหารกองกำลังเทพสตรี ร้อย.ร.5021 ดักจับกองทัพมดที่กำลังขนใบพืชกระท่อมข้ามชายแดน รวบตัวได้ทันทั้งคน รถยนต์ และใบพืชกระท่อม 300 กก.

สงขลา/สะเดา – ทหารกองกำลังเทพสตรี ร้อย.ร.5021 ดักจับกองทัพมดที่กำลังขนใบพืชกระท่อมข้ามชายแดน รวบตัวได้ทันทั้งคน รถยนต์ และใบพืชกระท่อม 300 กก.

วันนี้ 23 ต.ค.68 พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผบ.ฉก.ร.5, พ.ท.กิตติคุณ ณ วาโย เสธ ฉก.ร.5, ร.ท. ดุลยวัต โปณะทองหน.ฝยก.ฉก.ร.5, ร.อ.นิติพันธ์ จันทร์รัศมี ผบ.ร้อย.ร.5021 จนท.ทหารกองกำลังเทพสตรี กองร้อยทหาราบที่5021 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ร่วมกับตำรวจภูธรสะเดา ศุลกากรสะเดา ดักจับกองทัพมดบริเวณแนวเขตแดน ริมรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย หลักเขตแดนที่ 17/18 ม.4 บ้านทับโกบ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ขณะกำลังซุ่มอยู่หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า วันนี้จะมีการลักลอบขนใบพืชกระท่อมจากประเทศมาเลเซียเข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณหลักดขตแดนที่17 /18 จึงได้ทำการวางแผนและซุ่มดูห่างๆ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ1 ชม.ก็ได้พบกับกองทัพมด ที่กำลังลักลอบขนใบพืชกระท่อมจากประเทศมาเลเซียข้ามมายังประเทศไทย โดยสามารถควบคุมตัวกลุ่มชายอายุระหว่าง 25-50 ปี ได้ 5 ราย ซึ่งมีหน้าที่แบกพืชกระท่อมข้ามมายังประเทศ ไทย และ คนขับรถ 1 ราย และยึดพืชกระท่อมได้ 10 กระสอบ กระสอบละ 30 กก. รวม 300 กก. และยังยึดวิทยุสื่อสารได้ 1 เครื่อง

จากการสอบถามผู้ต้องหา ทั้ง 5 ราย ให้การรับสารภาพว่าตนและพวกได้รับจ้างลักลอบนำเข้าพืชกระท่อมจากประเทศมาเลเซียผ่านทาง บริเวณช่องทางผิดกฎหมาย หลักเขตแดนที่
17/18 เพื่อส่งให้ลูกค้าในจังหวัดปัตตานี โดยได้รับค่าจ้างกิโลกรัมละ 4 บาท (120) ต่อกระสอบ และทำมาหลายครั้งแล้ว และทั้งหมดรับสารภาพว่าของกลางดังกล่าวเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อม ด้วยของกลางทั้งหมดและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดโสมนัสวิหาร

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดโสมนัสวิหาร

วันนี้ (18 ตุลาคม 2568) เวลา 17.21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดโสมนัสวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เขื่อนป่าสัก ปริมาณน้ำเต็มอ่างวันแรกท้ายเขื่อนขอให้มั่นใจการบริหารจัดการ

จังหวัดลพบุรี – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ น้ำเต็มความจุ วันแรก หลังเสร็จสิ้นฤดูฝน ยังคงรระบายน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรความมั่นคงของตัวเขื่อน

จากภามมุมสูง เหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. เช้าวันนี้ 23 ตุลาคม 2568 หลังสิ้นสุดฤดูฝน จะเห็นได้ว่ามีปริมาณน้ำเต็มเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แล้ว เนื่องจากในห้วงของเดือนกันยายน ต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำเหนือจาก จังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลเข้าสูงเขื่อนป่าสักฯ เป็นจำนวนมาก โดยปริมาณน้ำล่าสุดเช้าวันนี้ อยู่ที่ 932 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 97.08 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเต็มความจุ ที่ระดับกักเก็บปกติของเขื่อน ที่ 960 ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว และยังคงมีน้ำตกค้างในแม่น้ำป่าสักตอนบน ไหลเข้าสูงเขื่อนอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ต้องบริหารจัดการน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรความมั่นคงของตัวเขื่อน โดยคาดว่าน้ำจะครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มความจุของเขื่อนในอีกไม่กี่วันนี้

ล่าสุด นายสมชาย ร่มเย็น หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ เปิดเผยว่า.. สถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในขณะนี้ ถือได้ว่า…มีปริมาณน้ำ ใกล้เต็มความจุแล้ว ขณะที่น้ำตอนบนเหนือเขื่อนป่าสักฯ ยังมีน้ำอยู่ที่ต้นน้ำ ในอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลเข้าเขื่อนฯ อยู่ที่วันละ 267 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 23 ล้านลูกบาศก์ต่อวัน แต่ก็มีแนวโน้มน้อยลง ทำให้เขื่อนป่าสักฯ ต้องมีการระบายน้ำด้านท้ายเขื่อน เพื่อบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกรณ์การควบคุมของเขื่อน ในอัตรา 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือเฉลี่ยวันละ 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ซึ่งจากนี้ไปน้ำในเขื่อนจะอยู่ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือเกินจากนี้ไปเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นช่วงที่จะกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด ในช่วงของปลายฤดูฝน ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์ไว้ ว่าจากนี้ไป ปริมาณฝนจะมีแนวโน้มลดน้อยลง โดยจะไปมีฝนเพิ่มในพื้นที่ภาคใต้แทน ดังนั้น จึงต้องกัดเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งถือว่าเป็นอีกปีหนึ่ง ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเต็มเขื่อน ได้สำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

ในส่วนด้านความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนที่หลายคนกังวล…. หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ กล่าวว่า… ที่ผ่านมา เขื่อนป่าสักฯ ได้มีการตรวจค่าความมั่นคงของตัวเขื่อนอยู่เสมอ ตั้งแต่เริ่มมีการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่ปริมาณน้ำครบ 80 เปอร์เซ็นต์ จะทำการตรวจวัดทุกๆ วัน ซึ่งผลการตรวจยังอยู่ในเกณฑ์มาตราฐานความมั่นคงปลอดภัยของตัวเขื่อนเป็นอย่างดี ………ขอให้ประชาชนมั่นใจได้

ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำที่ตกค้างในลำน้ำตอนบนเหนือเขื่อน ลดน้อยลง ทางเขื่อนป่าสักฯ ก็จะลดการระบาย เพื่อให้สอดคล้องกับน้ำที่อยู่ด้านเหนือเขื่อน โดยจะมีสถานีวัดน้ำติดตามสถานการณ์น้ำตลอดเส้นทาง เพื่อที่จะวางแผนการจัดการน้ำได้เป็นรายสัปดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

กองทัพบก ยืนหยัดเคียงข้างกำลังพลแนวหน้า ผช.ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญชายแดนไทย–กัมพูชา

กองทัพบกยืนหยัดเคียงข้างกำลังพลแนวหน้า ผช.ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญชายแดนไทย–กัมพูชา

ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พลเอกอมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

คณะได้เดินทางไปยัง หน่วยเฉพาะกิจที่ ๑๒ อำเภออรัญประเทศ เพื่อมอบสิ่งของบำรุงขวัญในนามของผู้บังคับบัญชา ซึ่งประกอบด้วย เครื่องแบบสนาม เสื้อยืดรองใน รองเท้าคอมแบต อุปกรณ์อาบน้ำ ยากันยุง ตาข่ายพราง และ ยาสามัญประจำบ้าน เป็นต้น โดยผู้ช่วยผู้บัญชา การทหารบก ได้พูดคุยพบปะให้กำลังใจแก่กำลังพลและตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อปกป้องอธิปไตยและดูแลความสงบเรียบร้อยของชาติ รวมทั้งสอบถามความเป็นอยู่ และความต้องการของกำลังพล เพื่อนำมาดำเนินการสนับสนุนแก่กำลังพลต่อไป

จากนั้นคณะเดินทางต่อไปยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (หนองเอี่ยน-สตึงบท) อำเภออรัญประเทศ เพื่อรับฟังการปฏิบัติงานของหน่วย ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารและส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมอบสิ่งของบำรุงขวัญ พร้อมกล่าวขอบคุณในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกนายที่ร่วมกันปกป้องดูแลชายแดนให้ปลอดภัยและมั่นคง​

ภายหลัง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้ร่วมรับประทานอาหาร เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสอบถามแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงการจัดผลัดพักให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภารกิจ นับเป็นเวลา ๓ เดือนหลังวันหยุดยิงจนถึงปัจจุบัน การดูแลกำลังพลดังกล่าวด้านการบำรุงขวัญ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก อนุมัติให้จัดตั้งพื้นที่ค่ายพักผ่อนกองกำลัง เพื่อให้กำลังพลบางส่วนหมุนเวียนออกจากพื้นที่ในแนวหน้ากลับมาพักผ่อน เพื่อคลายความเหนื่อยล้า และฟื้นฟูร่างกายหลังการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง

ต่อมา คณะได้เดินทางไปยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด เพื่อมอบสิ่งของบำรุงขวัญ และกล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งทั้งจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกและจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน เป็นพื้นที่สำคัญในการปฏิบัติภารกิจ การรักษาความมั่นคง และการปฏิบัติการทางทหารอื่น ๆ ที่มิใช่สงคราม ก่อนเดินทางกลับมาปฏิบัติภารกิจ ณ ที่ตั้ง

​การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการยืนหยัดเคียงข้างกำลังพลในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการปกป้องประเทศชาติให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และกำกับดูแลมาตรการการปิดด่านโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือและมาตรการในการกดดันกัมพูชา ให้ดำเนินการตาม ๔ ประเด็น ตามผลการประชุม GBC โดยมีส่วนสำคัญในประเด็นเรื่อง อาชญากรรมข้ามชาติ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อคนไทยและนานาชาติ

ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่ดำรงความพร้อมทางการรบ ทั้งในด้านการปฏิบัติ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาขวัญและกำลังใจของกำลังพล ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่ ในการปฏิบัติงานตามแผนงานที่ได้มีการพัฒนาและซักซ้อมการปฏิบัติ รวมทั้งปรับปรุงให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์โดยต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติตามการดำเนินการใน ๔ ประเด็น ตามผลการประชุม GBC บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณแนวชายแดนระหว่างไทย – กัมพูชา ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ซึ่งในระยะยาว จะเป็นการพัฒนาและเสริมสร้างความมั่นคงและความสงบสุขตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.33 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องใน วันปิยมหาราช ประจำปี 2568

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องใน วันปิยมหาราช ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วย คณะผู้บังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ 33, รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7, รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่, จิตอาสา 904, กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน และนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องใน วันปิยมหาราช ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยทศพิธราชธรรม และนำพาประเทศชาติให้ทันสมัย อันเป็นรากฐานของชาติไทยจนถึงปัจจุบันนี้ ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ มณฑลทหารบกที่ 33 และหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้เกิดความสะอาดสวยงาม อีกทั้งเป็นโอกาสในการสร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ ณ ลานรวมพล หน้า กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 และ พื้นที่รับผิดชอบ ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้การต้อนรับ ผอ.สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก และคณะ

เมื่อวันพุธที่ 22 ต.ค.68 เวลา 09.00 น. กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (บชร.3) โดยผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (1) และหัวหน้ากองยุทธการและการข่าว กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้การต้อนรับ นางสาว สมัชญา อยู่คง ผู้อำนวยการสถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก และคณะ พร้อมทั้งเข้าร่วมรับฟังการประชาสัมพันธ์การรับสมัครงาน เพื่อไปทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ การบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลกได้รับอนุญาตก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 ต.ค.68 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และการทดสอบฝีมือแรงงานในจังหวัดพิษณุโลก ให้ได้มาตรฐานแรงงานที่จะสามารถไปเป็นแรงงานได้ตรงตามความต้องการของต่างประเทศ ให้กับทหารกองประจำการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และกองพันหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ที่จะครบกำหนดปลดออกจากกองประจำการ ณ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีทหารกองประจำการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 168 นาย ผลจากการบรรยายทหารกองประจำการมีความสนใจ และเป็นแนวทางสำหรับการประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการ…ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย…(ศูนย์ประชาสัมพันธ์ บชร.3 รายงาน)

** ข่าวประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (บชร.3) จังหวัดพิษณุโลก **


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจภูธร จ.ลำพูน ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง เสริมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง เสริมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช. ภ.5 และ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย รอง ผบก.ภ. จว.ลำพูน ซึ่งมีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลำพูน ให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้มี จนท.ตร.ทุกนาย มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 มี สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน ทำการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่

  • สภ.เมืองลำพูน ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ร้านทองเยาวราช ห้างแจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ จ.ลำพูน
  • สภ.นิคมอุตสาหกรรม ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบิ๊กซีลำพูน
  • สภ.บ้านธิ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ตลาด ป.ธุรกิจยนต์ บ้านธิ
  • สภ.บ้านโฮ่ง ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ณ ร้านทองแม่ซิวเฮียง ตลาดสดไชยวากิจ อ.บ้านโฮ่ง

การซักซ้อมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • ทดสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าระงับเหตุ
  • ฝึกการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการร้านทองและประชาชนในพื้นที่

การซ้อมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความอุ่นใจแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การซักซ้อมแผนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

หากพบเหตุด่วน เหตุร้าย พบเหตุอาชญากรรม แจ้งได้ที่ 191 ได้ตลอด 24 ชม.หรือ โทรสายตรง 053-569-790

ตำรวจลำพูน #เคียงข้างประชาชน #ป้องปรามอาชญากรรม


นที มีเดช รายงาน

ลำพูน ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่1 ในพื้นที่อำเภอป่าซาง เพื่อป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชน

ลำพูน ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่1 ประจำปี2569 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เพื่อป้องกันโรคส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมถึงเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่เทศบาลตำบลมะกอก หมู่ที่9 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีนายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ บ่อแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน กล่าวรายงาน มีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ ส่วนราชการอำเภอป่าซาง คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร พอ.สว. และประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองป่าซางเข้าร่วม

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ทรงพระเมตตาพระราชทานกำเนิดมูลนิธิ แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี หรือ ชื่อย่อ“พอ.สว.” คำย่อ พอ. คือ แพทย์อาสา / สว. คือ สังวาลย์ ซึ่งเป็นพระนามเดิมของพระองค์ท่าน หลังจากสมเด็จย่าเสด็จสวรรคตแล้ว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสืบสานพระราชปณิธาน ต่อมาจนสิ้นพระชนม์ และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จึงทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติม ศักดิ์มูลนิธิพอ.สว. ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุประสงค์หลักของ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) เพื่อจัดหาและส่งเสริมให้มีแพทย์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ปฏิบัติงานช่วยเหลือให้การรักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลคมนาคม หรือท้องถิ่นที่จังหวัดกำหนด

กิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ถือเป็นกิจกรรมที่พสกนิกรชาวจังหวัดลําพูน น้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาแก่ปวงชนชาวไทย และเป็นผู้พระราชทานกําเนิด มูลนิธิ พอ.สว.ขึ้น เพื่อจัดบริการด้านสาธารณสุขช่วยเหลือให้การรักษาพยาบาล ป้องกันโรคส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนในต่างท้องที่และพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจังหวัดลําพูนเป็นจังหวัดที่สมัครหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ลำดับที่ 63 ของประเทศไทย

ภายในงานมีการมอบจักรยานให้กับนักเรียนในพื้นที่ จำนวน 5 คัน, มอบทุนยังชีพเพื่อการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่, มอบอุปโภคและบริโภคจากห้างบิ๊กซีให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนและนักเรียนในพื้นที่ พร้อมมอบถุงยังชีพจากเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนและยาสามัญประจำบ้านจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ทันตกรรม การแพทย์แผนไทยรวมถึงสุขศึกษาให้คำแนะนำแก่ประชา ชนผู้รับบริการ จากนั้นนายอำเภอป่าซางได้นำคณะเยี่ยมหน่วยแพทย์ที่มาออกให้บริการประชาชน และในโอกาสนี้ได้ลงพื้นที่ตำบลมะกอกเยี่ยมเยียนผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อมอบถุงยังชีพจากสภากาชาดไทยพร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค ยารักษาโรคอีกด้วย

โอกาสนี้ ปศุสัตว์จังหวัดลำพูนร่วมกับปศุสัตว์อำเภอป่าซาง ได้ร่วมลงพื้นที่ให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว พร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลมะกอก ประกอบด้วย 1.บริการผ่าตัด ทำหมัน สุนัขเพศผู้ จำนวน 5 ตัว เพศเมีย จำนวน 4 ตัว รวมทั้งหมด จำนวน 9 ตัว และแมวเพศผู้ จำนวน 6 ตัว เพศเมีย จำนวน 11 ตัว รวมทั้งหมด จำยวน 17 ตัว รวมทั้งสุนัขและแมวทั้งหมด จำนวน 26 ตัว พร้อมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แมวจำนวน 17 ตัว สุนัขจำนวน 9 ตัว รวมทั้งหมดจำนวน 26 ตัว


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ร่วมการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 2) “โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออก แบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร ทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก” จัดโดยแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 (วังทอง) สังกัดกรมทาง หลวง ณ หอประชุมสโมสรนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการ และสรุปผลการประชุมแนวคิดการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาเบื้องต้น (กลุ่มย่อยครั้งที่ 1) รวมถึงนำเสนอผลการศึกษาด้านวิศวกรรม การจราจร และสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกรูปแบบทางหลวงและทางแยกต่างระดับที่เหมาะสม ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่อำเภอวังทองและอำเภอเมืองพิษณุโลก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายพัฒนา เพชรสุริยา รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 (วังทอง) กล่าวรายงานว่า ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง เป็นเส้นทางคมนา คมสายหลักที่มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการขนส่งสินค้า การเดินทางระหว่างภูมิภาค การท่องเที่ยว รวมถึงมีสถานศึกษาและชุมชนหนาแน่น ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง ในปีงบ ประมาณ 2568–2569 เพื่อจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ โดยได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ ศึกษาด้านจราจร จัดประชุมเสนอแนวคิดการพัฒนา และหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นบริเวณกิโลเมตรที่ 240+500 และสิ้นสุดบริเวณกิโลเมตรที่ 252+500 รวมระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลสมอแข ตำบลวังทอง ตำบลวังพิกุล ตำบลดินทอง และตำบลชัยนาม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน สนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของจังหวัดพิษณุโลก และส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมกำลังพลศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจ

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมกำลังพลศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจ

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมและพบปะกำลังพลของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ที่เข้าปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ รวมทั้งรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และอุปสรรคในการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

สำหรับในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิตในพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลของกองทัพภาคที่ 3 ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 พร้อมเน้นย้ำให้ทุกนายยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหารอาชีพ ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง สุจริต และมีวินัย เพื่อให้การสนับสนุนภารกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลสูงสุด


นที มีเดช รายงาน