“สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกำแพงแสน” มอบเงินทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

“สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกำแพงแสน” มอบเงินทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมอำเภอกำแพงแสน นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานมอบทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบทส่วนกลางและทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบท จังหวัดนครปฐม ประจำปี พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย นางปาริชาติ มายืนยง พัฒนาการอำเภอกำแพงแสน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน อสพ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่ จำนวนทั้งหมด 27 ทุน กองทุนพัฒนาเด็กชนบทส่วนกลาง 1 ทุน และ ทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบท จำนวน 26 ทุน ทุนละ 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 40,500 บาท เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย เต็มไปด้วยรอยยิ้มของนักเรียนและผู้ปกครองที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แถลงผลปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” และผลการจับยาเสพติด 3 คดีใหญ่ ในพื้นที่ภาคเหนือ

นายกรัฐมนตรี แถลงผลปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” ขบวนการนำคนต่างด้าวเข้ามาสวมตัว และทำหลักฐานเท็จในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแถลงผลการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ 3 คดีใหญ่ ยึดยาบ้าได้ 11 ล้านเม็ด ไอซ์ล็อตใหญ่ 500 กิโลกรัม

วันนี้ (20 พ.ย. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ป.ป.ส. ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. แถลงผลปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” เป็นการดำเนินคดีกับขบวนการนำคนต่างด้าวเข้ามาสวมตัว และทำหลักฐานเท็จในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทำให้กระทบต่อความมั่นคงของชาติ หลังพบเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับนายหน้าสวมสิทธิ์ ทำเอกสารเท็จ และเรียกรับผลประโยชน์จากการจัดทำใบสำคัญถิ่นที่อยู่และสัญชาติไทย

โดยเครือข่ายนี้มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากการจัดทำใบสำคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทย โดยนำคนต่างด้าวที่ไม่มีคุณสมบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เข้ามาสวมตัว และบันทึกรายการเท็จในระบบทะเบียนราษฎร เพื่อให้ได้รับบัตรและสถานะโดยมิชอบ ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ DSI เข้าจับกุมบุคคล ตามหมายจับของศาล จำนวน 28 ราย จับได้ทั้งหมด 12 ราย มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับนายอำเภอ ปลัดอำเภอ อดีตลูกจ้างอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มต่างด้าวผู้ร่วมกระทำผิด

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่กระทรวงมหาดไทยออกหมายจับระดับ “นายอำเภอ” ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในระบบทะเบียนราษฎร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่า เราตั้งใจจริง เอาจริง และจะไม่ปกป้องคนผิด ไม่ว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความน่าอับอาย และเป็นความเลวร้าย เพราะขบวนการนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายร่วมด้วย ได้ไปหาประโยชน์จากสิทธิของประชาชนกลุ่มเปราะบางที่รอคอยสถานะทางกฎหมาย ทั้งที่ประเทศไทยได้รับการชื่นชมจาก UNHCR ในการยุติสถานะไร้รัฐไร้สัญชาติ แต่กลับมีผู้ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ จากความเดือดร้อนของคนกลุ่มนี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้แถลงผลการจับกุมแก๊งลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ 3 คดีสำคัญ ทำให้สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 11 ล้านเม็ด ไอซ์ จำนวน 500 กิโลกรัม

โดยคดีที่ 1 สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยได้เข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะ มาสด้า สีน้ำตาล บรรทุกหญ้าคาเต็มท้ายกระบะรถจอดค้างคืนอยู่บริเวณเมรุเผาภายในฌาปนสถาน บ้านปงเคียน ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้น พบยาบ้า จำนวน 24 กระสอบ รวมประมาณ 6 ล้านเม็ด บรรทุกอยู่บริเวณในห้องโดยสารและบริเวณกระบะโดยมีหญ้าคาปกคลุมอยู่ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อ สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนคดีที่ 2 สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยตำรวจภูธรภาค 5 ได้ขยายผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คดีพบว่ากลุ่มผู้ต้องหา ใช้รถยนต์ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงบูรณาการร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสกัดจับกุมนายนำโชค พร้อมรถยนต์ 1 คัน ยาบ้า 17 กระสอบ รวมประมาณ 5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา

สำหรับคดีที่ 3 กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามักมีรถยนต์บรรทุก มีพฤติการณ์หาฟางข้าวบรรทุกใส่รถเดินทางจากเชียงราย ไปยัง จ.สุพรรณบุรี บ่อยครั้ง เชื่อว่าอาจจะอำพรางบรรทุกสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้ทำการติดตาม พบรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าว เดินทางจาก อ.พาน ไปยัง อ.เชียงแสน ในช่วงเช้ามืด จึงได้เฝ้าติดตามพบผู้ต้องหา 2 คน คือนายนิติฐพนธ์ และ น.ส.วิมลวรรณ กำลังขนฟางข้าวขึ้นท้ายรถบรรทุกในลักษณะอำพราง จึงเข้าทำการตรวจค้น พบของกลาง ไอซ์ จำนวน 20 กระสอบ รวมประมาณ 500 กิโลกรัม บรรทุกอยู่กระบะท้ายรถ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ไปลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ในช่วงเช้ามืดจริง และกำลังจะลำเลียงไปส่งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับค่าจ้างหลังจากนำยาเสพติดส่งปลายทางเรียบร้อยแล้วเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท


นที มีเดช รายงาน

มูลนิธิโครงการหลวง เตรียมจัดพิธีเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงานโครงการหลวง ประจำปี 2568 ระหว่าง 1-10 ธันวาคม นี้

มูลนิธิโครงการหลวงเตรียมจัดพิธีเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงานโครงการหลวง ประจำปี 2568 ระหว่าง 1 – 10 ธันวาคม นี้

วันนี้ (20 พ.ย. 68) ที่อาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะเลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ดร.ประภัสสร อารยะกิจเจริญชัย หัวหน้าฝ่ายวิจัยและนวัต กรรมมูลนิธิโครงการหลวง, รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิบดีมหาวิทยา ลัยเชียงใหม่, ศ.ดร.อานัฐ ตันโช ที่ปรึกษาอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานโครงการหลวง 2568 ร่วมแถลงเตรียมจัดพิธีเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงานโครงการหลวง ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ทศมมหาราชา พระมหากรุณานำการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2568 เวลา 9.00-20.00 น. ณ อาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะเลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า ในปีนี้มูลนิธิโครงการหลวง จะจัดพิธีเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิม พระเกียรติ 72 พรรษา ซึ่งอาคารดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนและสนองพระบรมราโชบายในการสืบสานพระราชปณิธานด้านโครงการหลวง รวมทั้งการจัดงาน “โครงการหลวง 2568” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิโครงการหลวง และ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสนับสนุนภารกิจในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวงตลอดมา เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จและองค์ความรู้ผลการดำเนินงานมูลนิธิโครงการหลวง และหน่วยงานสนับสนุน ส่งเสริมการจำหน่ายผลิต ภัณฑ์และผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น เส้นทางการเรียนรู้ 10 จุด ซึ่งออกแบบเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้การพัฒนาพื้นที่สูงในมิติต่างๆ อย่างครบวงจร สะท้อนบทบาทของโครงการหลวงในฐานะ”ห้องเรียนขนาดใหญ่” ประกอบด้วย “นิทรรศการทศมมหาราชา” และ “ทศมมหาราชา พระมหากรุณานำการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” โดยนำเสนอองค์ความรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม งานวิจัย และเวทีเสวนา ตลอดทั้งวัน มีบริการด้านสุขภาพจากคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริการฝังเข็ม กายภาพบำบัด ตรวจสุขภาพช่องปาก โรงพยาบาลปรุงร่วมจัดบริการตรวจสุขภาพจิตด้วยรถโมบายคลายเครียด รวมถึงกิจกรรมให้ความรู้จาก ปปส.ภาค 5 ที่มุ่งสร้างความเข้าใจแก่เยาวชนเรื่องการป้องกันยาเสพติด ด้านกิจกรรมสำหรับเยาวชน ยังมีโซนกิจกรรม ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-10 ธันวาคม 2568 การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 5 แห่ง พร้อมบ้านชาติพันธุ์ที่จัดแสดงวิถีชีวิตและหัตถกรรมชนเผ่าต่างๆ

นอกจากนี้ มูลนิธิโครงการหลวงยังได้นำเสนอผลิตผลและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่โดดเด่นสะท้อนแนวทางพัฒนาพื้นที่สูง ที่ยึดหลักคุณภาพความปลอดภัยและความยั่งยืน โดยสินค้าทุกชนิดผลิตตามมาตรฐานสากล GAP และ Organic พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งได้คัดเลือก 4 กลุ่มสินค้าไฮไลท์ได้แก่ ข้าวจาคูเนเน ข้าวเจ้าพันธุ์ท้องถิ่นของชนเผ่าลีซอ อาหารแปรรูปพร้อมทาน เช่น น้ำนมข้าวโพดหวาน ชุดข้าวเกรียบทอด 4 รส กาแฟ-ชา จากระบบ NCC ปลูกใต้ร่มไม้รักษาระบบนิเวศ กาแฟ Single Origin โครงการหลวงทั้งแบบแคปซูลและแบบดริป พร้อมชาเกรดพรีเมี่ยมหลากชนิด เช่น ชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง ชาเขียวป่าดอกเก๊กฮวย ชาขาวไวท์พีโอนี นอกจากสินค้าไฮไลท์แล้ว มูลนิธิโครงการหลวงยังได้นำผลิตภัณฑ์ที่สด สะอาดปลอดภัยมาจำหน่ายภายในงานอีกมากมายกว่า 1,200 รายการ

ในการนี้ ขอเชิญชวนประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน “อาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และ งาน”โครงการหลวง ประจำปี 2568” ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ณ อาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

“อะเมซิ่ง” ไทยแลนด์ ทานตะวันต้นแบบซอฟต์พาวเวอร์ลพบุรีกระตุ้นการท่องเที่ยว

จังหวัดลพบุรี – ของดีเมืองไทย Amazing Thailand ททท.ปักหมุด ทุ่งทานตะวันแปลงใหญ่ ต้นแบบเกษตรกร Smart farmer บนเนื้อที่ กว่า 75 ไร่ หนึ่งใน 5 ซอฟต์พาวเวอร์ ของจังหวัดลพบุรี ขานรับนโยบาย กระตุ้นการท่องเที่ยวของไทย

นางอารีย์ ฤกษ์สภาพ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานลพบุรี พร้อมเกษตรกรผู้ปลูกทานตะวันเพื่อการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยว ได้ร่วมกันตัดริบบิ้น เพื่อปักหมุด เปิดแหล่งท่องเที่ยว Amazing Thailand ต้อนรับลมหนาว ณ ทุ่งทานตะวันบาน ซึ่งเป็นทุ่งทานตะวันแปลงใหญ่ ที่กำลังเบ่งบานสะพรั่ง บนเนื้อที่ กว่า 75 ไร่ ของคุณรำยอง รื่นสนธิ์ ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ใน ตำบลมะนาวหวาน อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี กำลังบานสะพรั่งรับลมหนาว สอดรับกับฤดูการท่องเที่ยว ในรูปแบบเกษตรกร Smart farmer และ ถือเป็นหนึ่งใน 5 ซอฟต์พาวเวอร์ ของจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นการปลูกทานตะวัน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี รวมถึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปส่งเสริมและพัฒนายกระดับ ให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร ด้านการให้บริการ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดลพบุรี เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว “รถไฟลอยน้ำ” ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้การเพาะปลูกด้วยการหยอดเมล็ด และเมื่อต้นทานตะวันโตเต็มที่ ก็จะพากันออกดอกเบ่งบานสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างที่เห็น เกษตรกรก็จะปรับแต่งพื้นที่ สร้างเส้นทางภายในแปลงปลูก พร้อมกับ จัดพร็อพเก๋ๆ เป็นมุมต่างๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยจะมีบันไดสูง สำหรับให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทุ่งและเก็บภาพในมุมสูง ก็จะเห็นความโดดเด่นสวยงามที่สุดลูกหู ลูกตา โดยมีรถไถเพื่อการเกษตร, รถสองแถวโบราณแบบคลาสสิค และ รถเอทีวี แบบ 4 ล้อ คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยด้านหลังของทุ่งทานตะวันแปลงนี้ จะมีฉากหลังเป็นภูเขาสูง ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เขาพระยาเดินธง” ตัดกับท้องฟ้าสีคราม สำหรับจุดเด่นของทุ่งทานตะวันแปลงใหญ่แห่งนี้ จะมีการเปิดช่องทางเดิน ผ่ากลางทุ่ง ประมาณ 3 เมตร และมีความยาวเกือบ 500 เมตร ไปจนถึงท้ายทุ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินเลือกถ่ายภาพ เซลฟี่ กับมุมถ่ายภาพสวยๆ กันได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องเบียดเสียดแย่งกัน ในแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยว และกรุ๊ปทัวร์ ทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ที่ทราบข่าว พากันเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างคึกคัก

ซึ่งขณะนี้…. ทานตะวันกำลังออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งสวยงามเต็มพื้นที่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาชมและถ่ายรูปความสวยงาม จนกลายเป็นแลนด์มาร์ค รับลมหนาวแบบไม่เว้นวันหยุด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปเช็คอิน เก็บความทรงจำและความสวยงามส่งให้เพื่อนๆ และเก็บความประทับใจกลับไปด้วยความสุขและรอยยิ้มตามสไตล์ “สุขทันที ที่เที่ยวลพบุรี Amazing Thailand ” ของ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี

สำหรับทุ่งทานตะวัน แปลงนี้ เกษตรกรแบ่งพื้นที่ เป็น 2 แปลงปลูกติดกัน ระยะเวลาการปลูกห่างกัน 10 วัน โดยจะบานรับนักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึง วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ซึ่งบรรยากาศที่นี่ จัดได้ว่าสวยงาม จนทำให้ทุกคนไปแล้วไม่ผิดหวัง นักท่องเที่ยวต่างพากันประทับใจกันทุกคน ซึ่งทุ่งทานตะวันแปลงนี้ ถือเป็นแปลงใหญ่ และมีความสวยงามในลำดับต้นๆ ของประเทศไทย เนื่องจากมีฉากหลังเป็นผู้เขาพระยาเดินธง ตัดกับท้องฟ้าสีคราม
ส่วนเส้นทาง…การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 สายพุแค-หล่มสัก ถึงสี่แยกไฟแดง บ้านมะนาวหวาน ให้เลี้ยวขวาขึ้นไป จนถึง ซอย 24 แล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย ประมาณ 200 เมตร หรือ จะเข้าไปค้นหา เส้นทาง จาก Google Maps พิมพ์ข้อความว่า “ทุ่งทานตะวัน ไร่คุณรำยอง” ก็สามารถเดินทางไปได้ และจะพบกับทุ่งทานตะวัน ที่กำลังออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งอยู่เต็มท้องทุ่งอย่างสวยงามอย่างภาพที่เห็น

ทั้งนี้ มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม ซึ่ง…คุณอารีย์ ฤกษ์สภาพ ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี กล่าวว่า…. จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ปลูกทานตะวันเป็นแปลงใหญ่อยู่ในหลายอำเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอพัฒนานิคม และ อำเภอหนองม่วง ในช่วงทุ่งทานตะวันบานของลพบุรี ประจำปี 2568 เริ่มต้นขึ้นแล้ว ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึง มกราคม 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงมีคำแนะนำ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเที่ยวชมทุ่งทานตะวันบาน ควรเลือกสีเสื้อผ้าที่ตัดกับดอกทานตะวัน ซึ่งสามารถใส่ได้เกือบทุกเฉดสี ยกเว้นสีเหลือง กับ สีเขียว และที่นักท่องเที่ยวควรเตรียมไปด้วย คือ หมวก และ แว่น ซึ่งช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวทุ่งทานตะวันเพราะอากาศไม่ร้อนมาก ลมพัดเย็นสบาย ๆ ซึ่งนักท่องเที่ยงสามารถเดินทางต่อในสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จุดรถไฟลอยน้ำบ้านโคกสลุง (สะ-หลุง) และ ชมทะเลหมอกบนยอดเขาพระยาเดินธง ได้อีกด้วย

ซึ่งขณะนี้ จังหวัดลพบุรี ได้ให้ความสำคัญพร้อมยกระดับการให้บริการ ความสะดวก ปลอด ภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรณีมีเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว โทร 1155 เพื่อเพิ่มช่องทางในการดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ยังสามารถสอบถามข้อมูลทุ่งทานตะวันที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองลพบุรี 036-412338 สำนักงานเกษตรอำเภอพัฒนานิคม 036-491133 และสอบถามข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานลพบุรี โทร. 036-770096-7 หรือ Facebook Fanpage : ททท.สำนักงานลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ส่งเสริมสุขภาพกำลังพล ชุดแพทย์ รพ.ค่ายกาวิละ ออกให้บริการเชิงรุกถึงที่ ในพื้นที่ห่างไกล

ส่งเสริมสุขภาพกำลังพล ชุดแพทย์โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ออกให้บริการเชิงรุกถึงที่ ในพื้นที่ห่างไกล

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 ได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุกแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล ณ ค่ายพิชิตปรีชากร กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7 อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลทุกนายได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยคำนึงถึงทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพช่องปาก และสุขภาวะทางจิต ใจอย่างเป็นองค์รวม

ภายในกิจกรรม ได้มีการจัดตั้งจุดบริการตรวจสุขภาพแบบครบวงจร โดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้บริการตรวจร่างกายทั่วไป วัดความดันโลหิต เจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ตรวจสมรรถภาพปอด ตรวจสุขภาพช่องปาก รวมถึงประเมินภาวะสุขภาพจิต พร้อมมอบคำแนะนำในการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ทั้งในด้านการป้องกันโรคที่พบบ่อยในพื้นที่ภูเขา การจัดการความเครียด และการรักษาสมดุลของร่างกายให้เหมาะสมกับสภาพการปฏิบัติงานในพื้นที่

อีกทั้งได้มอบสีและสุขภัณฑ์ให้กับหน่วย เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารหมวดเสนารักษ์ให้มีความพร้อมยิ่งขึ้น โดยวัสดุที่มอบให้จะถูกนำไปใช้ในการปรับสภาพพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงการปรับปรุงระบบสุขาภิบาล เพื่อให้สถานที่มีความสะอาด เป็นระเบียบ และเอื้อต่อการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยเสริมบรรยากาศการทำงานและการให้บริการรักษาพยาบาลแก่กำลังพลให้มีความเหมาะสมและเป็นมาตรฐาน

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “บริการทางการแพทย์เชิงรุก” ของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ที่มุ่งมั่นนำบริการด้านสุขภาพเข้าถึงกำลังพลทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มความปลอดภัยด้านสุขภาพ และสนับสนุนให้กำลังพลทุกนายสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ


นที มีเดช รายงาน

บานแล้ว ดอกกุหลาบพันปีบนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็นสบาย

บานแล้ว ดอกกุหลาบพันปีบนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็นสบาย โดยวันนี้อุณหภูมิบนยอดดอยวัดได้ 9 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวแห่ไปรับลมหนาวกันอย่างคึกคัก

เช้าวันที่ 21 พย. 68 นายจิรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์กล่าวว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวบนยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ กลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าเขาเขียวขจี อีกทั้งช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้เป็นที่นิยมชมชอบของบรรดานักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นมาสัมผัสไอหมอกที่ลอยปะทะกับใบหน้า พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ทอแสงสีทองตัดกับภูเขาที่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา แม้ว่าจะยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ แต่สภาพอากาศบนยอดดอยหนาวเย็น โดยอุณหภูมิบนยอดดอยวัดได้ 9 องศาเซลเซียส ขณะที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้จัดเจ้าหน้าที่สำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เพื่อเตรียมกลับมาเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวชมธรรมชาติในวันนี้ พร้อมภาพความงดงามของต้นกุหลาบพันปี บริเวณจุดชมวิวของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ผลิดอกบานสะพรั่งจำนวนหลายต้น รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นมาเที่ยวชมความงามตลอดช่วงฤดูหนาวนี้


นที มีเดช รายงาน

เสธ.ทบ. รับมอบทุนการศึกษาสำหรับบุตรของกำลังพล จากผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน

เสธ.ทบ. รับมอบทุนการศึกษาสำหรับบุตรของกำลังพล จากผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน

วันนี้ (20 พ.ย. 68) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีรับมอบเงินบริจาค จำนวน 160,000 บาท จาก พลตรี จาง หลินหง (Zhang LinHong) ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เพื่อเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก สำหรับเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรของกำลังพลกองทัพบก

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างใกล้ชิดในทุกๆ ด้าน อย่างหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหารระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ ได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ, การฝึกร่วมผสม และความร่วมมือที่สำคัญในด้านต่างๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการศึกษา จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ มีความผูกพันที่ใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน มีการพัฒนาที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและราบรื่นมาโดยตลอด และเป็นแบบอย่างหนึ่งที่สำคัญและหน้าที่ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

กองทุนสวัสดิการกองทัพบก จัดตั้งขึ้นเพื่อนำรายได้ที่ได้มาจากการจัดสวัสดิการของกองทัพบก รวมทั้งการได้รับบริจาคจากหน่วยงานต่างๆ ไปจัดสวัสดิการเพิ่มเติมให้แก่กำลังพลและครอบครัว นอกเหนือจากสิทธิกำลังพลตามที่ราชการจัดให้ โดยคำนึงถึงความมุ่งหมายเพื่อให้กำลังพลมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามสมควร และสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีของทหาร

ในโอกาสนี้ กองทัพบก ขอขอบคุณ พลตรี จาง หลินหง (Zhang LinHong) ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ที่มีความตั้งใจและห่วงใยกำลังพลของกองทัพบก รวมถึงครอบครัวของกำลังพลในด้านการศึกษา ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ยังเป็นการบำรุงขวัญเพิ่มกำลังใจ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้กองทัพบกจะนำเงินดังกล่าว เข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก สำหรับเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรของกำลังพลกองทัพบกต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ปะทะเดือด! ทหารทัพเจ้าตาก สกัดแก๊งขนยาชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด

ปะทะเดือด! ทหารทัพเจ้าตากสกัดแก๊งขนยาชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด

วันที่ 20 พ.ย.2568 เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้นำกำลังพลเข้าตรวจสอบบริเวณจุดปะทะชายแดนไทย-เมียนมา ด้านหมู่บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 7 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากกลางดึกคืนวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ในพื้นที่ล่อแหลม ขณะทำการเฝ้าตรวจในถึงพื้นที่หมู่บ้านห้วยน้ำริน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวน 8-10 คน สะพายกระสอบฟางดัดแปลงเป็นเป้เดินลัดเลาะป่าเข้ามาในฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อจะขอทำการตรวจค้น

แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่อย่างหนัก เพื่อจะเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ทำการตอบโต้ทำให้เกิดการปะทะกันนานประมาณ 10 นาทีเสียงปืนดังสนั่นชายแดน จนกระทั่งกลุ่มคนร้ายได้ทำการวิ่งหลบหนีไปได้เพราะใช้ความชำนาญทางภูมิประเทศไป ทำให้เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มเติมกำลังและทำการควบคุมพื้นที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

จากการเข้าตรวจจุดปะทะช่วงเช้าวันที่ 20 พ.ย.2568 เจ้าหน้าที่ได้พบกระสอบฟางดัดแปลงตกกระจายไปตามป่าเขานับรวมได้จำนวน 10 ใบ แต่ละใบบรรจุยาเสพติดประเภทยาบ้าที่ห่อประทับตรา 999 สีน้ำเงิน ใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดประมาณ 2,000,000 เม็ด จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางและวางกำลังสกัดกั้นอย่างเข้มงวดต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพกุ้งร่วมเคารพธงชาติ พบปะกำลังพลกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 และมทบ.39

แม่ทัพกุ้ง พลโท บุญสิน พาดกลาง ร่วมเคารพธงชาติ พบปะกำลังพลกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 และมณฑลทหารบกที่ 39 แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ต้อนรับ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปพบปะกำลังพลกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมร่วมยืนเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติไทยกับกำลังพลกองบัญชา การกองทัพภาคที่ 3 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำ เภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จากนั้น พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมด้วยข้าราชการสังกัด มณฑลทหารบกที่ 39 ให้การต้อนรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีต แม่ทัพภาคที่ 2 ในโอกาสเดินทางมาพบปะกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 39

โดย พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้ขึ้นแท่นรับการเคารพ จากนั้นได้ให้โอวาทกำลังพล เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “แม่ทัพขอเป็นกำลังใจให้กับพวกท่านจงตระหนักว่าอยู่ที่ไหนเราก็คือทหาร เพราะฉะนั้นเรารักษาเกียรติภูมิของเราไว้” ต่อมาในเวลา 08.00 น. ได้ร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติกับกำลังพล โดยให้เกียรติร่วมเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาด้วยความภาคภูมิใจ สมกับเป็นผู้นำกำลังรบแห่งภาคอีสาน ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ได้มอบของที่ระลึกเป็นผลิตภัณฑ์จากสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 39 ประกอบด้วย ตุ๊กตาหมีน้อยเบาใจ – ในชุดลายพลาง และยาดมรักชาติ กลิ่นอโรม่า เพื่อแทนคำขอบคุณ

พร้อมกันนี้ พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้ร่วมบันทึกภาพกับกำลังพลอย่างเป็นกันเอง ด้วย ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา วัดวังพิกุลวราราม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว

เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 นำจิตอาสา พร้อมชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา วัดวังพิกุลวราราม บำเพ็ญสาธารณ ประโยชน์ และสาธารณกุศล ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์มอบสิ่งของให้เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดวังพิกุล จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ วัดวังพิกุลวราราม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

โดย ประธานในพิธีฯ “ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทตนเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จากนั้น ถวายพานพุ่มดอกไม้ จุดธูป เทียน (เครื่องทองน้อย)

ต่อจากนั้น พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 นำจิตอาสาพระราชทาน และผู้เข้ารับการปฐมนิเทศการปฏิบัติงานของ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกันพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาดพระอา ราม โบสถ์ ศาสนสถาน อาสนะสงฆ์ พระพุทธรูป สถูปเจดีย์ ภายในบริเวณวัดวังพิกุลวนาราม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

ต่อมา พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ งานด้านกิจ การพลเรือนของกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 รวมถึงเยี่ยมชมชุดช่างจิตอาสาจากกองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ออกหน่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องมือภายในครัวเรือนและเครื่องมือประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ตลอดจนเยี่ยมชมการออกหน่วยบริการทางการแพทย์ให้กับประชาชนและเยาวชนในพื้นที่อำเภอวังทองของโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วย

นอกจากนั้น พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานมอบอุปกรณ์การเรียนเสื้อนักเรียน ของเครื่องใช้สำหรับนักเรียน และสื่อการเรียนการสอนให้กับคณะครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดวังพิกูล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ในกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์

ซึ่งภายในกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ มณฑลทหารบกที่ 39 ได้จัดจิตอาสาพระราชทานและชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ขุนภักดี จัดกิจกรรมปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ พร้อมทั้งบรรเลงดนตรีจากวงดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 39 รวมถึงกิจกรรมสันทนาการที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียน การจัดชุดช่างตัดผมจิตอาสาให้บริการตัดผมแก่เด็กนักเรียน พร้อมทั้งจัดรถครัวสนามอาหารปรุงสุกใหม่ร้อนๆสำหรับมื้อเที่ยงให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย


นที่ มีเดช รายงาน