พิธี ประกวดการฝึกของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562​

     วันนี้​ วันพฤหัสที่ 8 ส.ค.62​ เวลาประมาณ 08.00 น.ณ ลานฝึก กก.อารักขา 2 บช.น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1 เข้าร่วมพิธีประกวดการฝึกของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562​ โดยมี พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รองผบช.น. เป็นประธาน

**************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.ร่วมมือ 3​ ประเทศ​ (อินโดนีเซีย,กัมพูชา,ไทย) จับกุมคนร้ายข้ามชาติก่อเหตุเรียกค่าไถ่ตัดนิ้วเหยื่อ

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 8​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ทล, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์​ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว, พ.ต.อ.พัชญ์กฤชโชค เกษมณี ผกก.ตม.จ.ฉะเชิงเทรา และ พ.ต.ท.ชย พานะกิจ รองผกก.3 บก.ทท. 1 บช.ทท. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          เมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับการประสานงานเป็นกรณีเร่งด่วนจากประเทศกัมพูชา ว่ามีคนร้ายข้ามชาติก่อเหตุเรียกค่าไถ่ตัดนิ้วเหยื่อในกัมพูชา หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติติดตามตัว จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตม.3 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว เร่งรัดสืบสวนติดตามคนต่างด้าวจำนวน 4 รายเป็นกรณีเร่งด่วน (ขอปกปิดนาม เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ)

          โดยในจำนวนนี้มีชาวอินโดนีเซีย 2 รายซึ่งถูกทางการกัมพูชากล่าวหาว่าได้ร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมแล้ว ลักพาตัวผู้เสียหายชาวอินโดนีเซียไปเรียกค่าไถ่ พร้อมกับใช้อาวุธมีดตัดนิ้วผู้เสียหาย จากนั้นได้ส่งคลิปวีดีโอไปให้ญาติผู้เสียหายในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียกทรัพย์สินเป็นมูลค่าเงินไทยกว่า 3 แสนบาท จากการตรวจสอบข้อมูลเดินทางเข้า–ออกผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก เมื่อเวลา 08.14 น.และกล้องวงจรปิดระหว่างเส้นทางหลบหนี พบว่าทั้ง 4 รายร่วมกันหลบหนีด้วยรถยนต์ตู้สาธารณะแบบเหมา มุ่งหน้า กทม. ทั้งหมดมีลักษณะพิรุธ ลุกลี้ลุกลน ได้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ตู้โดยสารอีกคันหนึ่งระหว่างทาง ในการติดตามครั้งนี้

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับหน่วยงานประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด บูรณาการการทำงานระหว่างตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรในพื้นที่เส้นทางหลบหนี ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจทางหลวง เพื่อเร่งสกัดตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี ใช้ระบบ Biometrics ในการติดตาม จนตรวจพบบุคคลต่างด้าวทั้ง 4 รายในโรงแรมย่านประตูน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว เข้าทำการควบคุมตัว เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และได้ประสานงานกับทางการกัมพูชาและอินโดนีเซีย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” ปัดของบฯเพิ่ม 5 พันล้านทำ​ “ธนาคารน้ำ” ไม่จริง

          ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าว ว่า ตนได้หารือกับกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) เรื่องช่วยเหลือเกษตรกร​ และการบรรเทาภัยแล้ง โดยเบื้องต้นได้ของบฯ​ จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากโครงการเดิมที่ของบประมาณไปแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดินนั้น

          ถือเป็นข้อความที่คลาดเคลื่อน เพราะตนมีความประสงค์จะดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำขนาดเล็ก และสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งให้เกษตรกรและประชาชนเท่านั้น ที่สำคัญแหล่งน้ำขนาดเล็กดังกล่าว จะส่งมอบกลับคืนให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลต่อไป

          พร้อมกันนี้ ร.อ.ธรรม​นัสฯ​ กล่าวขอบคุณ​ นักวิชาการที่ ออกมาแสดงความห่วงใยและให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลเสียของโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งตนเองได้ชี้แจงไปแล้วว่ายังไม่เคยคิดจะทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ตามกระแสข่าวคลาดเคลื่อนแต่อย่างใด

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดสระบุรี จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา​ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

         วันที่ 8 สิงหาคม 2562​ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ คลองระพี่พัฒนน์ ตรงข้าม สำนักงานเทศบาลตำบลหนองแค

          โดยนางสาวรัตนา ใจเย็น ประมงจังหวัด กล่าวรายงาน เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคม​ 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระชนพรรษา 87 พรรษา หรือวันแม่แห่งชาติ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ กรมประมง และจังหวัดสระบรี ได้จัดทำโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดย กรมประมง ได้มอบให้สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี จึงได้ร่วมกับนายแปลก​ เทพรักษ์​ นาย อำเภอหนองแค​ นายสุนทร​ เข็มนาค​ นายกเทศมนตรี ตำบลหนองแค และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองแคร่วมบูรณาการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ในสถานที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อให้พันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยได้เจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ และเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนต่อไป

         สำหรับพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยในครั้งนี้ มีจำนวน 300,000 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว จำนวน 200,000 ตัว ปลาชะโอน จำนวน 1,000 ตัว และปลาตะเพียนทอง จำนวน 97,000 ตัว ปลาหมอตาล 2,000 ตัว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทุกภาคส่วน กว่า 500 คน

*****************************

ดำรงค์ ชื่นจินดา /รายงาน

สวนสัตว์เขาเขียวชวนชมสมาชิกใหม่ ลูกค่างห้าสี มีสีสันสวยงามที่สุดในโลก ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ

          นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ค่างห้าสี สัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ ได้ให้กำเนิดลูกค่างห้าสี เป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งจัดว่าเป็นค่างที่สวยงามที่สุดในโลก ลูกค่างห้าสี เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2562 เป็นเพศผู้ จำนวน 1 ตัว เกิดจากพ่อชื่อ “มะขาม” อายุ 14 ปี และแม่ชื่อ “ชมพู่” อายุ 14 ปีลูกค่างห้าสีตัวน้อยล่าสุดนี้ มีสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดู จากแม่และพ่อเป็นอย่างดี เริ่มซุกซน ปีนป่ายตามกิ่งไม้ หรือไปเล่นตามที่ที่อยากไป จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวพาบุตรหลานชมความน่ารักและความสวยงามของครอบครัว ค่างห้าสี ในช่วงวันหยุดยาววันแม่แห่งชาติได้ที่บริเวณส่วนแสดงมหัศจรรย์สัตว์โลก

          สำหรับ ค่างห้าสี จัดเป็นค่างที่มีสีสะดุดตาและสวยงามที่สุดในโลก ลำตัวมีสีตัดกันถึง 5 สี ตัวและหัวมีสีเทา แต่ตรงหน้าผากมีสีเทาดำออกแดงหนวด และเคราสีขาว หางและก้นสีขาว ผิวหน้าเหลืองตัวผู้ขนาดใหญ่กว่าตัวเมียราวสองเท่า และมีขนเป็นพู่ที่เอวทั้งสองข้าง ซึ่งตัวเมียไม่มี ชอบนอนหลังจากกินอาหารแล้ว มีนิสัยเงียบขรึมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ค่างห้าสี เข้าสู่วัยเจริญพันธ์ที่อายุ 4-5 ปี เพศเมียมีวงรอบการเป็นสัด 28-30 วัน ระยะตั้งท้อง 167-173 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว เป็นค่างที่อาศัยตามเรือนยอดออกหากินในเวลากลางวัน และเป็นสัตว์ที่กินใบไม้เป็นอาหารหลัก ปัจจุบัน องค์การอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก(IUCN)จัดให้ค่างห้าสีเป็นสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธ์ (Endangered :EN)
สอบถามรายละเอียดโทร 038-318444

*************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปตท.โออาร์ จัดกิจกรรมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำกว่า 1ล้าน ตัว คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ท้องทะเลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ

          วันนี้ ( 8 สิงหาคม 2562) นายธานี เกียรติพิพัฒนกุล รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ร่วมกับนายชัยยศ หงษ์ขจร ผู้จัดการฝ่ายคลังปิโตเลียมภาคตะวันออก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด(มหาชน) เป็นประธานพิธีปล่อยพันธ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณชายหาดหน้าวัดแหลมฉบังเก่า อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

          นายชัยยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปตท. นอกจากจะร่วมกับชุมชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังแล้ว ยังมีหน่วยงานราชการและเครือข่ายในจังหวัดชลบุรีให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย อาทิ กลุ่มประมง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5 ชลบุรี ประมงจังหวัดชลบุรี ประมงอำเภอศรีราชา อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง การท่าเรือแหลมฉบัง ชมรมอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนวัดแหลมฉบัง และภาคเอกชนในพื้นที่ โดยจะปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ รวมจำนวน 2,010,000 ตัว แบ่งเป็น ลูกปลากระพงขาว 10,000 ตัว ลูกกุ้งแชบ๋วย 1,000,000 ตัว และลูกปู 1,000,000 ตัว ทั้งนี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ปล่อยลงทั้งบริเวณชายหาดและกลางทะเล เพื่อให้สัตว์น้ำสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามธรรมชาติ

         นอกจากกิจกรรมปล่อยปลาแล้ว ปตท. โออาร์ ยังสนับสนุนกิจกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีก ตามนโยบายของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ มอบทุน การศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 5ส โรงเรียน ตรวจถังก๊าชเพื่อความปลอดภัยของครัวเรือน หน่วยแพทย์เคลื่อนเพื่อสุขอนามัยที่ดีของชุมชน สัมมนาผู้นำชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาชุมชนร่วมกัน การแห่เทียนพรรษา และการประกวดลอยกระทงเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม ร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเกิดประโยชน์สูงสุดของชาวจังหวัดชลบุรี ต่อไป

***************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-นำเยาวชนเรียนรู้และศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทย !!

ชลบุรี-นำเยาวชนเรียนรู้และศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทย !! นาง จินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง คณะผู้บริหาร มีนโยบายส่งเสริมการทำนาในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ปลูกฝังทัศนคติ วิธีการ และวัฒนธรรมเกี่ยวกับการทำนาให้แก่เยาวชน
จึงให้กองสวัสดิการสังคม จัดโครงการวันสาธิตชวนเด็กไทย ปลูกข้าว ปลูกใจ สืบสานอาชีพทำนาให้ยั่งยืน

          วันนี้(๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ) ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เทศบาลนครแหลมฉบัง ชุมชนบ้านหนองคล้าเก่า โดยได้รับเกียรติจาก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ท่านนายกฯ วิทยา คุณปลื้ม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ท่านนายกฯ จินดา ถนอมรอด รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ท่านรองนายกฯ สันติ ศิริตันหยง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ท่านสจ. อัมพล บุญชอบ ปลัดอำเภอศรีราชา ท่านปลัดฯ พุฒิสิทธิ์ โชติสิริวโรทัย สมาชิกสภาเทศบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักเรียนนักศึกษา ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังซึ่งมีลักษณะเป็นเขตเมืองที่ห่างไกลจากวิถีชีวิตและสังคมชาวนาได้รับรู้ขั้นตอนวิธีการในการปลูกข้าว ทำให้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของชาวนา และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการปลูกข้าวของไทย พร้อมทั้งเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง

*******************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # มุกดาหาร โครงการศึกษาศักยภาพด้านการค้า การลงทุนบนเส้นทาง EWEC ณ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ สะหวันเซ-โน สปป.ลาว และดานัง สส.เวียดนาม

          สำนักงานกระทรวงพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและสำรวจเส้นทางการค้าบนเส้นทาง EWEC เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร แก้ไขปัญหาและอุปสรรค และแสวงหาโอกาสความร่วมมือระหว่างกัน ร่วมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดมุกดาหาร

          ด้วยจังหวัดมุกดาหารมีที่ตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก (East-West Economic Corridors) ( ดานัง-เมาะละแมง ) โดยมีด่านพรมแดนที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีพื้นที่เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) มีมติเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 รวมทั้งได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่า ด้วยการสถาปนาเมืองคู่แฝด กับแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2547 ลงนามในบันทึกความเข้าใจด้วยการสถาปนาความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันกับจังหวัดกวางตรี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2548 ด้วยเหตุนี้การพัฒนาการค้า การลงทุนธุรกิจภาคบริการ การขนส่ง การท่องเที่ยว และความร่วมมือเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีความสำคัญในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร

          โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อสำรวจเส้นทางทางการค้าและเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเส้นทาง EWEC เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการค้า และความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐาน( ถนน )ตามเส้นทาง EWEC เพื่อให้จังหวัดมุกดาหารและเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร มีข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการ และเผยแพร่ข้อมูล ประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการ ในการทำธุรกิจการค้าการลงทุน ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนของจังหวัดมุกดาหาร

          ผลที่คาดว่าจะได้รับ สามารถวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลศักยภาพทางการค้าบนเส้นทาง EWEC ให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่สนใจลงทุนทราบได้ มีข้อมูลด้านการค้า การลงทุน/ศักยภาพของพื้นที่ เพื่อใช้ในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหารให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านได้.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรมร่วมบริจาคโลหิต

https://youtu.be/KHmms8SM9_s

         สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรม ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา โดยมีพนักงานและลูกจ้างสวนสัตว์เปิดเขาเขียว กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 12 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 กรมทหารปืนใหญ่ ที่ 2 รักษาพระองค์ฯ, ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมทำความดี ดังกล่าว จำนวนกว่า 150 คน

          ซึ่งกิจกรรมการรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทำความดีที่ประชาชนจะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบรมราชชนนีพระพันปีหลวงของปวงชนชาวไทย.

****************************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-เมืองพัทยาเตรียมสั่งรื้อถอนสะพานข้ามและอาคารริมคลองพัทยาใต้ภายใน 7 วัน หลังพบก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต

          รองนายกพัทยาเผยรื้อแน่สะพานข้ามคลอง และอาคารริมคลองพัทยาใต้ หลังพบก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมเสนอนายกพัทยาลงนามปิดประกาศหมายรื้อถอนหลังครบกำหนดดีเดย์ 35 วันในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ระบุให้เวลา 7 วัน รื้อถอนเอง หากยังไม่ดำเนินการพร้อมลุยรื้อถอนตามขั้นตอนของกฎหมาย

         จากกรณีที่มีการร้องเรียนจากประชาชนว่าแนวคลองพัทยาใต้ จ.ชลบุรี ที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำตลอดแนวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งในส่วนของอาคาร สะพาน และการระงับการก่อสร้างอาคารต่างๆเนื่องจากขัดต่อกฎหมายต้องแนวระวางเขตที่กำหนดไว้ ก่อนจะจัดสรรงบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาทั้งระบบการระบายน้ำและทางเดินเท้าสาธารณะใหม่นั้น แต่พบว่ามีผู้ประกอบการบางแห่งนำโครง สร้างสะพานเหล็กมาจัดตั้งคร่อมคลองไว้เพื่อใช้ในการสัญจร ซึ่งสะพานนี้มีลักษณะเป็นเหล็กพร้อมราวสะพานอย่างแน่นหนาเพื่อเชื่อมต่อเข้าไปยังที่ดินริมฝั่งคลองอีกด้าน โดยหลายฝ่ายมองว่าโครงสร้างสะพานดังกล่าวมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องและสามารถกระทำการได้หรือไม่

          ต่อมาเมืองพัทยาได้ทำการปิดหมายประกาศ แบบ ค.3 แจ้งความไปยังเจ้าของอาคารว่าให้ระงับการสร้างสะพานเหล็กขนาด 2.5 x 20 เมตรดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 วรรค 1 และมาตรา 41 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคารจนกว่าจะได้รับอนุญาต รวมทั้งการห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆของอาคารหรือบริเวณที่มีการกระทำดังกล่าว และหมายคำสั่งรื้อถอน ค.7 ตามมาตรา 42 กรณีก่อสร้างดัดแปลงเคลื่อนย้ายอาคารกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ โดยให้รื้อถอนสะพานเหล็กออกทั้งหมด ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ให้แล้วเสร็จภายใน 35 วัน หลังได้รับคำประกาศ โดยหากพ้นกำหนดเมืองพัทยาจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ลงชื่อ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ลงนามวันที่ 5 ก.ค.2562 นั้น

          ล่าสุดวันนี้ (7 ส.ค.) นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา ตรวจสอบความคืบหน้าของปัญหาสะพานข้ามคลอง และอาคารที่เมืองพัทยาได้ปิดหมายให้ระงับการใช้ และรื้อถอนไปก่อนหน้านี้ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร โดยผลจากการตรวจสอบยังคงพบ ว่าสะพานดังกล่าวยังคงมีการใช้งานตามปกติ ขณะที่อาคารริมคลองก็ยังคงมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

          โดยกรณีดังกล่าวนายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่าสำหรับสะพานข้ามคลองนี้มีการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีรูปแบบไม่ตรงตามมาตรฐานของกฎหมายอยู่แล้ว เมืองพัทยาจึงได้ออกคำสั่งตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เพื่อให้ระงับจนกว่าจะได้อนุญาต ห้ามใช้ และรื้อถอนออก รวมทั้งอาคารฝั่งตรงข้ามที่มีการปิดหมายพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้ระยะเวลาดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จใน 35 วัน แต่ปรากฏว่าจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขแต่อย่างใด ดังนั้นในวันที่ 11 สิงหาคมนี้จะครบกำหนดตามหมายประกาศของเมืองพัทยาแล้ว จากนั้นในวันที่ 13 สิงหาคม จะได้นำเรื่องเสนอต่อนายกเมืองพัทยาเพื่ออนุมัติคำสั่งให้รื้อถอนตามกฎหมาย ก่อนจะนำหมายมาปิดประกาศซึ่งจะให้เวลาผู้ประกอบการ 7 วันในการดำเนินการ หากยังคงนิ่งเฉยเมืองพัทยาก็จะเข้ามาดำเนินการรื้อถอนเองและจะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบการอีกครั้ง โดยจะเริ่มที่สะพานก่อนเป็นอันดับแรกจากนั้นจึงจะขยายไปยังอาคารด้านใจต่อไป ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน

          นายพัฒนา กล่าวต่อไปว่าขณะที่ยังมีอาคารข้างเคียงที่เคยถูกคำสั่งรื้อถอนตามระวางแนวเขตริมคลองไปในอดีต ช่วงที่ผ่านมาเคยเข้ามาตรวจสอบแล้วโดยทางเจ้าของแจ้งให้ทราบว่าการเข้ามาดำเนินครั้งนี้เป็นเพียงการรื้อถอนซากของอาคาเดิมเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และเป็นการดำเนินการในที่ดินเอกสารสิทธิ์ส่วนตัวอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การรื้อถอนโครง สร้างเดิม แต่เป็นการก่อสร้างใหม่ โดยมีการทำโครงเหล็กตั้งเป็นเสาและทำโครงเพื่อปูหลังคาแมททัลชีส ซึ่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ในเบื้องต้น จึงได้มอบหมายให้นายตรวจเขตสำนักการช่างทำการเสนอเรื่องต่อนายกเมืองพัทยาเพื่อออกหมายให้ทำการระงับ ดัดแปลงและรื้อถอนต่อไป จนกว่าจะมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการรับรองจากวิศวกรและเมืองพัทยาเช่นกัน

*********************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก