นครนายก อดีตพนักงานเทคนิค 8 ที่ปรึกษาสร้างทางรถไฟทางคู่ โรคกำเริบ นอนตายในห้องพัก

     อดีตพนักงานเทคนิค 8 ที่ปรึกษาสร้างทางรถไฟทางคู่ เกิดโรคกำเริบนอนตายในห้องพัก
ร.ต.อ.สุระชัย กมลพิบูลย์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.องครักษ์ จ.นครนายก ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในห้องเช่า หมู่บ้านสวนแสนสุข เลขที่ 93/1043 หมู่ 1 ต. บางปลากด อ.องครักษ์ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว องครักษ์ และมูลนิธิร่วมกตัญญู (จุดองครักษ์) รีบไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวในห้องนอนพบศพทราบชื่อนายสุพรรณ รักษาวงค์ อายุ 68 ปี ชาว จ.นนทบุรี สภาพศพนอนหงาย อยู่บนฟูก มีลอยคราบเลือดแห้งติดมุมปาก มือทั้งสองข้างกำแน่น นุ่งกางเกงขาสั้น สีน้ำเงิน เพียงตัวเดียว ข้างศพมีโทรศัพท์มือถือเสียบปลั๊กชาร์ทแบตเตอร์ลี่ทิ้งไว้ ปลายเท้าพัดลมยังเปิดอยู่ ไม่มีร่องลอยการต่อสู้ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 12 ชม.

     จากการสอบถามนายบุญมี ทองม้วน อายุ 69 ปี หน.วิศวกร เล่าว่า ผู้ตายเคยทำงานรถไฟเป็นพนักงานเทคนิค 8 ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสร้างทางรถไฟทางคู่ เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นโรคเลือดข้น อยู่ระหว่างการรักษา เมื่อ 2 วันก่อนบ่นมือไม่มีแรง ไปหาหมออาการดีขึ้น เลยมาทำงาน เช่าบ้านพักอยู่คนเดียว ตอนเช้าไม่เห็นออกไปทำงานจึงให้พนักงานมาดู ประตูบ้านและห้องนอนไม่ได้ล็อก พอเปิดเข้ามาพบว่านอนตายตัวแข็งทื่อเสียแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายนอนอยู่คนเดียวเกิดโรคประจำตัวกำเริบขึ้นมา ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เสียชีวิตในที่สุด จึงให้มูลนิธิ ฯ นำศพส่ง รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายให้แน่ชัดอีกครั้ง

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-คุณตากินขนมเทียนติดคอเสียชีวิต

    เกิดเหตุสลดเมื่อคุณตาแบ่งขนมเทียนกับหลานกิน เกิดติดคอกะทันหันเสียชีวิต ที่นครนายก เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยกู้ชีพสาริกา เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพัก โดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บ้านเลขที่ 60/1 หมู่11 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก บริเวณหน้าบ้านพบศพผู้เสียชีวิตในท่าลักษณะนั่งกับเก้าอี้ หลังพิงกับผนังกำแพงบ้าน ต่อมาทราบชื่อนาย สมเกียรติ ม่วงเขาแดง อายุ73ปี ใกล้กันพบขนมเทียนและขนมเข่งวางกองอยู่ และเปลือกของขนมในถังขยะที่มือกับที่พื้นก็เจอเศษขนมเทียนตกอยู่ โดยไม่พบร่องรอยการต่อสู่

     จากการสอบถามนางสาวรุ่งศิริ ม่วงเขาแดง ลูกสาวผู้เสียชีวิตเล่าว่า พ่อได้อยู่กับแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตตามลำพัง ส่วนตนเพิ่งกลับจากทำงานก็ได้มาพบว่าพ่อของตนเองนั่งหมดสติเสียชีวิตโดยที่แม่ก็ไม่ทราบว่าพ่อเสียชีวิตที่บริเวณเก้าอี้หน้าบ้านไปแล้วโดยยังไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนั้นตนเองจึงได้โทรศัพท์แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ชีพให้เข้าตรวจสอบ โดยหลังจากนั้นได้มีการสอบถามหลานชายตัวเล็กได้เล่าให้ตนเองฟังว่า หลานได้ไปเอาขนมเทียนกับขนมเข่งมาจากบ้านญาติเนื่องจากวันนี้เป็นวันสาทจีน เพื่อเอามาให้ตากิน หลังจากนั้นก็กลับบ้านไป โดยตนเองหลังกลับจากทำงานก็มาพบว่าพ่อเสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุเพราะว่าพ่อเป็นคนแข็งแรง ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรเบื้องต้นสันนิฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจจะรีบกินขนมเทียนจนทำให้ขนมติดคอเสียชีวิตหรืออาจะเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว โดยทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งมอบศพให้ทางญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย-อุทาหรณ์ช่างซ่อม พกแบตเตอร์รี่สำรองไว้ในรถ เกิดการ อาร์คไฟไหม้วอดทั้งคัน

     วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เมื่อเวลา 09:45 น. ศูนย์วิทยุ 191 สุโขทัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ เหตุเกิดที่ถนนทางเข้าทุ่งทะเลหลวง จึงประสานหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ปากแคว อบต.บ้านกล้วย นำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ

     ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุดีแม็ก 4 ประตูสีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 4310 สุโขทัย กำลังถูกไฟไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงฉีดน้ำสกัดใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ รถถูกไฟไหม้กลายเป็นซาก

     จากการสอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวมีนายนิทัศน์ ติ้มท้วม อายุ 27 ปี ประกอบอาชีพรับซ่อม ไดนาโม แอร์ แบตเตอร์รี่ รับว่าเป็นเจ้าของรถเผยว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกำลังจะไปตกปลาที่ทุ่งทะเลหลวง แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุได้กลับรถและภายในรถมีอุปกรณ์ซ่อมไดนาโมแอร์รถยนต์ แบตเตอร์รี่ 1 ลูก และกล่องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือ(กล่องเหล็ก) แบตเตอร์รี่ตกจากเบาะนั่งด้านหลัง ทำให้ขั่วบวกและขั่วลบของแบตเตอร์รี่ตกลงกระแทกกับกล่องเครื่องมือ ทำให้เกิดการอาร์ค เกิดไฟลุกภายในรถ ตนจึงพยายามดับไฟแต่ไฟลามไปติดเบาะรถยนต์ ทำให้ไม่สามารถดับได้จึงลงจากรถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ส่วนตนได้รับบาดเจ็บไฟไหม้ที่ศรีษะเล็กน้อย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สระบุรี​ -​ประชาชนและสถานศึกษา​ คนไทยเชื้อสายจีน​ จัดพิธีไหว้ศาลเจ้า เนื่องในเทศกาลสารทจีน เพื่อขอพร

    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 ณ​โรงเรียนสว่างรัตน์พิฉายศึกษา ที่มีนายเอนก สิริแสงทักษิณ​ ผู้ได้รับใบอนุญาต​ นายสุรศักดิ์เตชะกัญญา​ จัดการ พร้อม​นางมาลินี เธียรไฝ่ดี​ ผู้อำนวยการโรงเรียนสว่างรัตน์พิฉายศึกษา ทางโรงเรียนได้รับการอนุเคราะห์จากนายวิบูลย์​ สุขอนันต์ตธรรม​ ประธานมูลนิธิสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี เป็นผู้ดูแลและอุปถัมภ์ เนื่องในวันสารทจีน​ ถือว่าเป็นวันไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ บรรพบุรษ ของคนไทยเชื้อสายจีนซึ่งทางโรงเรียน สว่างรัตน์พิฉายศึกษาได้นำน้องๆนักเรียนจัดพิธี ในการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไหว้บรรพบุรษ ซึ่งทางโรงเรียนและผู้บริหารพร้อมคุณครูจำนวน 28 คน​ นักเรียนอีกจำนวน438คน​ ร่วมกิจกรรมในเทศกาลสารทจีน​ โรงเรียนเปิดการสอนระดับปฐมวัยอนุบาลปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 มีการสอน3ภาษาได้แก่ภาษาไทย​ ภาษาจีน​และภาษาอังกฤษ​ ในครั้งนี่ได้นำนักเรียน จัดประเพณีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันสารทจีน​ ทางโรงเรียนจะจัดทุกปี​ ปีละ 2 ครั้งได้แก่ เทศกาลตรุษจีนเทศกาลสารทจีน​เพื่อให้น้องๆนักเรียนได้รู้จักประเพณีและเทศกาลของประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนจึงจัดพิธีไหว้เจ้าและบรรพบุรษกลางแจ้ง​ บริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องในวันสารทจีนถือว่าประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนต้องการไหว้บรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

     ส่วนบริเวณศาลเจ้าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายไม่คึกคัก เนื่องจากพี่น้องประชาชนเชื้อสายจีนจะไหว้บริเวณหน้าบ้านของตนเอง บรรยากาศในศาลเจ้ามูลนิธิสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน​ ก็ยังมีประชาชนเชื้อสายจีนทยอยมากราบไหว้ที่ศาลเจ้าโดยนำหัวหมู​ เป็ดไก่​ ผลไม้​ ขนมเข่ง​ ขนมเทียน​ มาสักการะเจ้าพ่อในบริเวณศาลเจ้าซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณี​ ของคนไทยเชื้อสายจีน​ ที่มีเทศกาล เทศกาลตรุษจีน​ เทศกาลสารทจีน ที่คนไทยเชื้อสายจีน ถือว่าเป็นประเพณีและวัฒนธรรมสืบต่อกันมา/

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

ปทุมธานี ไม่ต้องต่อคิวอีกต่อไป! เล็งใช้แอพพลิเคชั่นช่วยจองคิวอาหารแนวสตรีทฟู๊ด

    นักศึกษาหลักสูตรผู้​บริหารการท่องเที่ยว TME 3 นำเสนอ การท่องเที่ยว “เยาวราช” อย่างยั่งยืน ลดความแออัด โดยใช้ APP เยาวราช 25 Hours เยาวราชย่านชุมชนเก่าแก่ของคนจีนในประเทศไทย ที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เราจะเห็นได้ว่าที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คนตลอดเวลา เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจมีแหล่ง Shopping หลากหลายสินค้า แหล่งทำบุญทางวัดไทยวัดจีนและศาลเจ้า แหล่งรวมร้านทองไว้มากมายจนได้ชื่อว่า “ถนนสายทองคำ” อีกทั้งยังเป็นแหล่งสถาปัตยกรรมไทยจีนแห่งเดียวในกรุงเทพ และที่สำคัญที่นี่เป็นแหล่งของตำนานความอร่อยระดับโลก

    ในเวลากลางวันตลอดทั้งความยาวของถนน จะมีร้านอาหารไทยและร้านอาหารจีนตำรับดั้งเดิมให้เลือกสรรมากมาย ในเวลากลางคืนเพราะท้องฟ้ามืดลง ถนนเยาวราชจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากร้านอาหารริมทางคุณภาพเรากว่า 140 ร้าน ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาลองลิ้มชิมรถอาหารด้วยตนเอง ทำให้ในปัจจุบันเยาวราชมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

     นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในเยาวราชให้เติบโต แต่ในขณะเดียวกันเยาวราชก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับการทะลักของนักท่องเที่ยว (Over Tourism) ซึ่งในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีวัดมังกรกมลาวาสเปิดให้บริการ ทำให้การเดินทางมายังเยาวราชสะดวกมากขึ้น จึงเกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะบริเวณสตรีทฟู๊ดส่งผลต่อความเป็นระเบียบความสะอาดและความปลอดภัย

     กลุ่มนักศึกษาผู้บริหารระดับสูงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TME) รุ่นที่ 3 กลุ่มเชียงแสน จึงนำเสนอแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและช่วยบริหารจัดการการท่องเที่ยวบริเวณเยาวราชให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ Business Model Canvas ได้แก่ Maximize Destination Value, Maximize Guest Enjoyment และ Minimize Disturbance ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ทำธุรกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน นักท่องเที่ยวประทับใจและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

     ทุกวันนี้เยาวราชมีนักท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันได้แก่ นักท่องเที่ยวสไตล์ “FIT”ที่เดินทางเป็นกลุ่มด้วยตนเองซึ่งกำลังเป็นที่นิยม นักท่องเที่ยวกลุ่ม”Gastronomy “ที่มาท่องเที่ยวเพื่อชิมอาหารที่โด่งดังในแต่ละท้องถิ่น นักท่องเที่ยวกลุ่ม”Explorer Experience “ที่ต้องการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ และนักท่องเที่ยวสไตล์ “Solomo”ซึ่งเป็นจำนวนมากที่ใช้สมาร์ทโฟนค้นหาข้อมูลเยาวราช ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อตามมาเที่ยว ดังนั้นการจัดทำแคมเปญนี้จึงนำเสนอในการใช้เทคโนโลยีที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวในเยาวราชเพื่อเป็นการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยแอพพลิเคชั่นที่รวบรวมข้อมูลสถานที่ การเดินทางต่างๆในย่านเยาวราชสามารถดูความหนาแน่นของจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละร้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกบริหารจัดการเวลาท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถจองคิวผ่านแอพพลิเคชั่นในระหว่างไปเที่ยวที่จุดอื่นได้อีกด้วย

     ด้านคุณอณัญญา อินพุ่ม ประธานกลุ่มเศรษฐกิจดิจิตอลปทุมธานี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนักศึกษาผู้บริหารระดับสูงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TME) ให้ความคิดเห็นว่า กรณีศึกษาดังกล่าวของเยาวราชนั้น หากนำมาปรับใช้โดยเทคโนโลยีเข้าช่วยจะส่งผลให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งการจัดทำแอพพลิเคชั่นให้กับนักท่องเที่ยวนับเป็นการช่วยให้บริหารจัดการเวลาให้ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยหลักในการส่งเสริมการตลาด การช่วยแก้ไขปัญหา Over Tourism และยังช่วยส่งเสริมให้เยาวราชเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ทั้งนี้กรณีศึกษาดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆได้อีกด้วย จึงอยากให้ภาครัฐ​และนักธุรกิจ​ในท้องที่แหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ​ร่วมมือกัน​นำกรณีศึกษา​เยาวราชไปพัฒนา​ท้องถิ่นของตนต่อไป​

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

นครนายก-โจรแสบขโมยของวางในรถเข็นหน้าห้าง

ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกพฤติกรรมของสาวใหญ่ที่แอบขโมยของที่วางไว้ในรถเข็นหลับหนีลอยนวล

    ที่นครนายก เมื่อเวลา10.00 น วันที่ 14 ส.ค. 62 นางเกสร พึ่งเนตร อายุ 51 ปี เป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครนายก ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ที่สามารถบันทึกภาพของผู้ก่อเหตุที่เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี ที่ขโมยสินค้าของตนเองที่วางอยู่ในรถเข็นหลังเข้าไปซื้อสินค้าในห้างดังกล่าว แล้วเข็นรถเข็นออกมาจอดแล้วเดินออกไปทำธุระกลับมาของหาย เลยขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดเลยพบว่ามีสาวใหญ่ขับรถจักรยานยนต์มาจอดและขโมยของตนเองไป เลยนำหลักฐานคือภาพจากกล้องวงจรปิดและบิลเงินสดซื้อของเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครนายก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

    โดยนางเกษร บอกว่าตนเองมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่ในตัวเมืองนครนายก วันเกิดเหตุได้แวะไปซื้อของที่ห้างดังกล่าว ก็มีน้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้นและน้ำยาอาบน้ำสุนัข รวมมูลค่า700 กว่าบาท ซื้อเสร็จก็วางใส่รถเข็นแล้วมาจอดไว้ใกล้กับรถของตน และจอดรถเข็นเอาไว้เพื่อเข้าไปทำธุระต่ออีกนิดหน่อย โดยไม่คิดว่าของตนจะหายไป พอกลับมาที่รถเข็นพบเพียงไม่ถูพื้น แต่ของในถุงได้หายไปหลังจากนั้นจึงได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของห้างเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดจึงรู้ว่ามีคนมาขโมยของๆตนไป ซึ้งตนเองบอกกับทางผู้สื่อข่าวว่าของที่หายไปไม่เสียดายแต่จะดำเนินคดีกับหัวขโมยรายนี้เพื่อไม่ให้เยี่ยงอย่างและฝากเตือนภัยถึงคนที่ซื้อของและชอบจอดรถเข็นเอาไว้ กลัวจะเสียของเหมือนตนเอง โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
สัมภาษณ์นางเกสร พึ่งเนตร ผู้เสียหาย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-เร่งซ่อมถนนชำรุด ตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ป้องกันอุบัติเหตุและเพื่อเสริมศักยภาพ เชื่อมต่อเส้นทางการท่องเที่ยว พัฒนาคุณภาพชีวิต

     ที่ถนนสาย บ้านนอกเขา – บ้านคลองขุด ต.คลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นถนนที่ ประชาชน เกษตรกร นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขต จันทบุรี และนักท่องเที่ยวใช้เป็นเส้นทางเพื่อเดินทางสัญจรไปมา และได้ชำรุด ผุ พัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ขณะที่ฝนตกมีน้ำท่วมขังก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สัญจรไป – มา เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ อีกทั้งถนนเส้นนี้ นอกจากจะเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อระหว่าง หมู่ 2 และ หมู่ 9 แล้ว ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญระดับประเทศ

     ด้านนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีได้รับทราบปัญหาดังกล่าว และเร่งติดตามแก้ปัญหา อย่างเร่งด่วน โดยใช้งบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความ เดือนร้อนเร่งด่วนของประชาชนในจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รวม 813,000 บาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่ กระทรวงมหาดไทยจัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำมาแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนเร่งด่วนของประชาชน ในพื้นที่โดยไม่มีงบประมาณจากแหล่งอื่นสนับสนุน การดำเนินโครงการ เป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่และผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจร ไป – มา เสริมศักยภาพความเข้มแข็งของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี พัฒนาคุณภาพชีวิต ลดปัญหาอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน พิธีมอบบ้านช่วยเหลือสงเคราะห์ ต่อครอบครัวของ“น้องเจ็ต”

         เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00น. ที่ซอยมาบสอง หนองใหญ่ ซอย10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายวิสิษฐ์ พวงเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มาเป็นประธานพิธีมอบบ้านช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมตามพระราชกระแสชมเชย ของเทศบาลเมืองหนองปรือ โดยมี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งนางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นางสาวภารดี เผือกโสภาปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง นางจำเนียร ไชยนิตย์ประธานกลุ่มสตรีบางละมุง กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง รองนายกฯและหัวหน้าส่วนราชการเทศบาลเมืองหนองปรือ อปพร. กลุ่มพลังมวลชนและจิตอาสา แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม

          ทั้งนี้ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีจิตเมตตาช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมตามพระราชกระแสชมเชย ต่อครอบครัวของเด็กหญิง สุพรรรัตน์ สังห์ทอง (ชาครียรัตน์) “น้องเจ็ต” ด้วยทรงมุ่งหวังให้ พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามความสุข มความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณเพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพันใน 4สถาบัน คือ สภาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนึ่งเทศบาลเมืองหนองปรือ

          นอกจากนี้พิธีมอบบ้านช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมตามพระราชกระแสชมเชย ของเทศบาลเมืองหนองปรือในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจด้วยจิตที่เป็นกุศล ร่วมกันบริจาคเงิน สิ่งของ แรงกาย แรงใจ เพื่อช่วยเหลือให้ครอบครัวของ เด็กหญิงสุพรรณรัตน์ สังข์ทอง (น้องเจ็ต) ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นบ้านที่มั่นคงเเข็งแรง และมีความสุขความอบอุ่น โดยได้รับการบริจาคเงินสนับสนุนจากภาครัฐเอกชนหลายหน่วยงานที่ร่วมให้การสนับสนุน

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ – วิรัตน์ ขำแตร – ทนงค์ ปรเปรม *086-1499878

ประชาชนชาวบางเสร่ และอำเภอสัตหีบ ร่วมรดน้ำศพ นายเพลาะ แก้วสังข์ บิดากำนันตำบลบางเสร่

          เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ 14 ส.ค.62 นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ นายเพลาะ แก้วสังข์ อายุ 85 ปี บิดานายชิน แก้วสังข์ กำนันตำบลบางเสร่ ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ณ ศาลาสวดพระอภิธรรม วัดบางเสร่คงคาราม ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พระครูสีลสาราธิคุณ เจ้าคณะตำบลสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระครูวิสาทสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร พระครูวิธานธรรมานุยุต เจ้าคณะตำบลบางเสร่ เจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม คณะสงฆ์ ตลอดจนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ ทหาร พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในท้องถิ่น ผู้ที่รู้จักมักคุ้น นำพวงหรีดมาร่วมแสดงความอาลัย ให้ความเคารพผู้วายชนม์และร่วมรดน้ำศพกันเป็นจำนวนมาก

          โดยเจ้าภาพได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล นายเพลาะ แก้วสังข์ ในเวลา 19.30 น. ของทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 14 – 18 ส.ค.62 จำนวน 5 คืน และฌาปนกิจศพในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.62 ในเวลา 16.00 น. โดยทางครอบครัว “แก้วสังข์ ” ขอกราบเรียนและเรียนเชิญมาด้วยความเคารพ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-หลายหน่วยงานร่วมซ้อมแผนเผชิญอุบัติเหตุหมู่ รับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

          วันนี้ 14 ส.ค.62 ที่บริเวณโรงแรมซีพาราไดร์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชโรธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ต.วิโรจน์ จริตรัมย์ สวป.สภ.สัตหีบ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่สัตหีบ อาทิหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองสัตหีบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.สัตหีบ ได้ร่วมประชุมวางแผน ซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดอุบัติเหตุหมู่อุบัติเหตุร้ายแรงมีผู้บาดเจ็บหลายราย

          โดยได้มีการจำลองสถานการณ์ว่ามีรถตู้โดยสารสาธารณะ ถูกรถกระบะขนของ เข้าชนบริเวณด้านท้ายอย่างแรงจนทำให้ผู้โดยสารบนรถตู้กระเด็นได้รับบาดเจ็บ ส่วนรถกระบะคนนั่งกระเด็นออกนอกตัวรถได้รับบาดเจ็บ และในระหว่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้มีแก๊ส จากรถตู้รั่วไหล จึงได้ประสานรถดับเพลิงเข้าระงับสถานการน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุและประสานยังศูนย์วิทยุให้ประสานผู้เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและประเมินอาการ ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในแต่ละระดับตามขั้นตอนของหลักสูตรการช่วยเหลือและกู้ชีพ ซึ่งผลสรุปทุกหน่วยงานได้ประสานงานช่วยกันได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีประชุมวางแผน ซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดอุบัติเหตุหมู่อุบัติเหตุร้ายแรงตลอด ทุกๆปี

          ซึ่งในการซ้อมแผนครั้งนี้ถือว่าได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงาน ต่างๆ ในพื้นที่ อ.สัตหีบ เพื่อเป็นการรับมือเตรียมความพร้อมในการเกิดเหตุฉุกเฉินและสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เพราะในพื้นที่อำเภอสัตหีบ มีความเจริญมาก ถนนกำลังขยายตัวสถานที่ท่องเที่ยว มีคนมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในช่วงวันหยุดเทศกาล จึงได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมืออุบัติเหตุอุบัติภัยในห้วงเทศกาล เพื่อให้ช่วยเหลือให้ถูกวิธีลดการสูญเสียชีวิต เป้าหมายคือการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนการเตรียมรับมืออุบัติภัยในห้วงเทศกาล

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก