สุไหงปาดี-ทหารพรานชุดทักษิณสัมพันธ์ 403 ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน

          ทหารพรานไม่เคยทอดทิ้งประชาชน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ร่วมกับ ประธานเยียวยาอำเภอสุไหงปาดี ชุดทักษิณสัมพันธ์ 403 เข้ามอบเครื่องอุปโภค/บริโภค ให้กับนางนูรีย๊ะ มะ อายุ 69 ปี ผู้ป่วยพิการ และนายเจ๊ะอารงค์ บือราเฮง อายุ 69 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ได้รับผลกระทบคดีความมั่นคง

———————–

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

จ.ปัตตานี-จัดค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp 35 รุ่นที่ 4

         “Start รุ่น 4 Camp 35” จัดค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp 35 รุ่นที่ 4 ณ ศูนย์พื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดปัตตานี ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีผู้เข้าร่วมพื้นฟู จำนวน 270 คน ทางพี่ๆครูหมวกแดงได้มีโอกาสในการฝึกอบรม เพื่อคืนคนดีสู่สังคม

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

พลเรือเอกปวิตร รุจิเทศ ลงพื้นที่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการฟาร์มตัวอย่างสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ

          วันนี้ (11 ก.ย.62) พลเรือเอก ปวิตร รุจิเทศ กรรมการบริหารมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงาน และตรวจเยี่ยมและพบปะสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านจาเราะปูโงะ หมู่ที่ 2 ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยมี พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาค 4 นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. พันจ่าโท อนันต์ บุญสําราญ นายอำเภอเบตง สมาชิกจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

           ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใยราษฏรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ราษฏรหลายหมู่บ้านได้ร้องขอพระราชทานความช่วยเหลือให้มีงานทำอยู่ในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ตำบลเบตง อำเภอเบตง และให้ประชุมคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อน และขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดยะลา ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2562 มีมติให้ขับเคลื่อนและดำเนินงานโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ
เกิดประโยชน์สูงสุด 

          สำหรับในการประชุมครั้งนี้ ได้หารือถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โครงการฟาร์มตัวอย่างระดับอำเภอ ตามพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ซึ่งจังหวัดยะลาได้แต่งตั้งคณะกรรมทำงาน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้อำเภอเบตง เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอให้แต่ละพื้นที่เน้นการขับเคลื่อนกิจกรรม และสามารถนำมาต่อยอดได้ อาทิ ในมิติด้านอาหาร เช่น เมืองแห่งอาหารการกิน มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ เช่น มีปลากือเลาะห์ ไก่เบตง “ไก่พื้นเมือง” แหล่งเรียนรู้ภาคการเกษตรให้แก่ประชาชนได้ขยายผล มีการปรับภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ ส่งเสริมให้มีการปลูกใบหม่อน ปลูกมันสำปะหลัง หรือปลูกพืชที่สามารถนำมาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ ตลอดจนโครงการที่เข้ากับสภาพ พื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยไหล่เขา ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการขับเคลื่อนโครงการ โดยเน้นการบริหารจัดการโครงการที่เป็นระบบ สอดคล้องกับพื้นที่ได้ง่าย สามารถรองรับพื้นที่เมืองต้นแบบเข้าการพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเติมในส่วนของร้านจำหน่ายผลผลิตโครงการฟาร์มฯ เพื่อเป็นการเสริมสร้างรายได้สู่ชุมชนต่อไป

#กรรมการบริหารมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ #ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการฟาร์มตัวอย่างสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ขอบคุณข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : อดินันท์ มะลี/ ผู้เรียบเรียง : สุนทรี ทับมาโนช

แหล่งที่มา : สวท.เบตง จ.ยะลา

สำนักข่าวสมาคมตำรวจ

นราฯ-ฝึกอบรมทางยุทธวิธี เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลในพื้นที่

          เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 62 นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดการฝึกอบรมทางยุทธวิธีร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ, ทหาร ณ ห้องทรายทอง หอประชุม อำเภอสุไหงโก-ลก พร้อมกล่าวว่า การฝึกอบรมทางยุทธวิธี ร่วมกัน 3 ฝ่าย เป็นผลสืบเนื่องมาจากในห้วงที่ผ่านมา อำเภอสุไหงโก-ลก และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเหตุ การณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรง มีเป้าหมายเพื่อสร้างความวุ่นวาย ความไม่สงบเรียบร้อย ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานรัฐ ด้วยการก่อเหตุรุนแรงในหลายรูปแบบและเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ เช่น การลอบวางระเบิดแสวงเครื่องด้วยรถจักรยานยนต์, รถยนต์หรือการลอบวางระเบิดเพลิงในสถานที่ต่างๆ, การลอบยิงประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการฝึกอบรมทางยุทธวิธี เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติ 3 ฝ่ายได้เรียนรู้หลักวิชาการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ตลอดจนเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถและการทำงานเป็นทีม อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานเพื่อประโยชน์ในการประสานงานในโอกาสต่อไป

          สำหรับการอบรมในครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรมจำนวน 160 นาย ประกอบด้วย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอสุไหงโกลก ที่ 6, ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30, ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก เเละสถานีตำรวจภูธรมูโนะ สมาชิก ทสปช. โดยมีวิทยากรครูฝึก จากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาส, กองกฎหมายและสิทธิมนุษยชน, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก, ชุดปฏิบัติการทำลายล้างวัตถุระเบิดหน่วยเฉพาะกิจอโณทัย, โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก, สำนักงานขนส่งจังหวัดนราธิวาส สาขาสุไหงโก-ลก , ตรวจคนเข้าเมืองนราธิวาส และที่ทำการปกครองอำเภอสุไหงโก-ลก

——————————————

ขอบคุณข้อมูล : News

สำนักข่าวความมั่นคง

นราธิวาส- จัดโครงการพัฒนาทักษะภาษามลายูกลางให้ จนท.ฝ่ายปกครอง

         โครงการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ในการใช้ภาษาอังกฤษ รัฐบาลให้เครือข่ายการปฏิบัติงานและการสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ นราธิวาส ระหว่างวันที่ 11-13 ก.ย. และได้รับรางวัลจากผู้มีความ รู้ความชำนาญด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นวิทยากร

ขอบคุณข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.สงขลา เดินหน้าเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – กอ. รมน สงขลาเดินหน้าเพิ่มเจ้าหน้าที่รัฐในการประสานงานการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำปี 2562 บันทึกการลงทุน

         วันนี้ (11 ก.ย. ) ที่ประชุมสภานาควานิช สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลาพ.อ.สุรเทพ รัตน์แก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงภายใน จังหวัดสงขลา ตามโครงการประสานงานการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อน ประจำปี 2562 เพื่อการประกันเงินฝากหัวหน้าหน่วยงานข่าวและรายงานการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 100 คนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาทุกข์สถานที่ตำรวจสงขลา

          พ.อ. สุรเทพ รัตน์แก้ว รองผู้อำนวยการการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดสงขลากล่าวว่า ปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ มีผลอย่างมากต่อความปลอดภัยในการดำรงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นทั้งของผลโดยตรงและผลทางอ้อม ทำให้เกิดหัวเรื่อง : การสูญเสียเศรษฐกิจของประเทศ งบประมาณเพื่อใช้ในห้างหุ้นส่วนจำกัด หัวเรื่อง : การช่วยเหลือรักษาพยาบาลความคุ้มครองผู้รอดชีวิต การฟื้นฟูบูรณะถนนรวมสิ่งปลูกสร้าง และระบบต่าง ๆ

         กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่ประสานงานการปฏิบัติที่ 1 ได้รับหัวเรื่อง : การอนุมัติจากเจ้าหน้าที่อำนวยความสามารถสะดวก แนวทางปฏิบัติตามแผนงาน แนวทางหัวเรื่อง : การป้องกันหัวเรื่อง : การดักฟังและแก้ไขเหตุการณ์ภัยพิบัติความสามารถมั่นคงภายในราชอาณาจักรทุกรูปแบบของ จ . สงขลา

         รวมทั้งการสนับสนุนประชาชนให้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติ ปกป้องสถาบันหลักของชาติและสร้างความรักให้แก่ประชาชนในประเทศ ภายใต้การปกครองของระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความสำคัญและความมั่นคงของสถาบันศาสนาและศาสนาของโลก การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆที่ได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ของเรา ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่น เทคนิคการสอนและการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.สงขลา รุกป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สู่การแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที

กอ.รมน.จว.สข. มุ่งพัฒนาเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ในโครงการประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2562

          วันนี้ (11 ก.ย. 2562) ณ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ (หลังใหม่) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มอบหมายให้กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม “โครงการ ประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” โดยมี พันเอก สุรเทพ หนูแก้ว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน วิทยากร บุคคลากรด้านการประสานงานการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมโครงการจำนวน 150 คน

           จากสถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน ทั้งจากภัยธรรมชาติ และภัยที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ที่ทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้น ได้สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลต่อความปลอดภัยในการดำรงชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากต้อง นำงบประมาณไปใช้ในการช่วยเหลือ รักษาพยาบาลผู้ประสบภัย ฟื้นฟูบูรณะ ถนนหนทาง สิ่งปลูกสร้าง และระบบสาธารณูปโภค

          กองกำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1 มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบภารกิจหลักที่มีบทบาท และหน้าที่ อำนวยการประสานงานกำกับดูแล และเสริมสร้างการปฎิบัติตามแผนงานและแนวทางการป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้ง และการแก้ไขบรรเทาเหตุการณ์ที่เป็นภัย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ภายใน ราชอาณาจักรทุกรูปแบบของจังหวัดสงขลารวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการปฎิบัติปกป้องสถาบันหลักของ ชาติ และสร้างความสามัคคีของคนในชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

         การจัดกิจกรรมโครงการครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ มีจิตสำนึก ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระงับภัยต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เมื่อเกิดภัย เพื่อเพิ่มศักยภาพความรู้ ความสามารถด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และระงับภัยต่างๆ และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชน บุคคลอื่น และเครือข่ายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการสอนและเทคนิคการสอนสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : สงขลาบ้านเรา

สำนักข่าวความมั่นคง

“วิชาญ” ผงาดรองเสธ.ทบ. “สมพล” นั่งมทน.4 นักวิชาการชี้โผทหารธรรมาภิบาล

          บัญชีรายชื่อแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล 871 นายที่เพิ่งมีประกาศพระบรมราชโองการในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น มีบางตำแหน่งเป็นการปรับย้ายนายทหารที่รับผิดชอบหรือเคยรับผิดชอบภารกิจดับไฟใต้ โดยอดีตผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ล้วนได้ขยับรับตำแหน่งสูงขึ้น 


          เริ่มจาก พล.ท.จตุพร กลัมพสุต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก) โดย พล.ท.จตุพร เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี มีผลงานเด่นเรื่องการปราบปรามภัยแทรกซ้อนที่ซ้ำเติมปัญหาความไม่สงบ โดยเฉพาะขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน และตรวจสอบการใช้งบอุดหนุนการศึกษาไปสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

          พล.ท.วิชาญ สุขสง แม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารบก โดย พล.ท.วิชาญ เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เชี่ยวชาญงานมวลชน และทำงานในพื้นที่ปลายด้ามขวานมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ขณะที่แม่ทัพน้อยที่ 4 คนใหม่ มีการขยับ พล.ต.สมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 แทน (อัตรา พลโท)

          สำหรับ พล.ต.สมพล เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสเช่นกัน รวมถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี 49

          นอกจากนั้นยังมีคนเคยผ่านงานชายแดนใต้อย่าง พล.ท.บรรพต พูลเพียร ผู้อำนวยการสำนักติดตามสถานการณ์ สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก เป็นผู้อำนวยการสำนักบูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิบัติ สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบกด้วย โดย พล.ท.บรรพต สมัยครองยศพันเอก เคยทำหน้าที่โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หรือ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.

          สำหรับภาพรวมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลวาระประจำปี 62 นักวิชาการผู้ศึกษาโครงสร้างกองทัพอย่าง ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า การจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายของเหล่าทัพรอบนี้ถือว่าดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา และสะท้อนภาพธรรรมาภิบาลสูงมาก สังเกตได้จากการมีนายทหารระดับรองผู้บังคับหน่วย ขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยจำนวนมาก โดยไม่มีการย้ายข้ามห้วย หรือถูกนายทหารใกล้ชิดผู้ใหญ่ข้ามมา “เสียบหัว” ขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยแทนลูกหม้อ โดยเฉพาะในกองทัพไทย นายทหารระดับรองผู้บัญชาการขึ้นเป็นผู้บัญชาการ รองเจ้ากรมขึ้นเป็นเจ้ากรม สะท้อนว่ามีปัญหาซิกแซ็กวิ่งเต้นแหกโผค่อนข้างน้อย

          เช่นเดียวกับในกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พยายามกระจายการเติบโตของนายทหารคุมกำลัง นอกจากโตในหน่วยได้แล้ว ยังโตนอกหน่วยโดยเฉพาะในส่วนกลางได้อีกด้วย เห็นได้จากรองแม่ทัพภาคหลายๆ คนที่ไม่สามารถโตในกองทัพภาคของตนเองได้ ก็เปิดโอกาสให้เข้ามาเติบโตในส่วนกลาง และได้ดำรงตำแหน่งหลักด้วย ไม่ใช่ขยับยศขึ้นตำแหน่ง “ประจำ” เหมือนในอดีต

          เช่น พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก พล.ต.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ พล.ท.วิชาญ สุขสง แม่ทัพน้อยที่ 4 เป็นรองเสนาธิการทหารบก เป็นต้น

          “การจัดวางตำแหน่งในกองทัพบกหนนี้ ทำให้ผมนึกถึง พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก สมัยท่านเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งท่านไม่ได้โดดเด่นมากสมัยเป็นนักเรียนทหารก็จริง แต่เมื่อได้ขึ้นเป็นผู้นำหน่วย ก็สร้างการยอมรับโดยการใช้ระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ผมมองว่า พล.อ.อภิรัชต์ หรือ บิ๊กแดง ท่านก็ทำแบบเดียวกัน” ผศ.วันวิชิต กล่าว

          นักวิชาการผู้ศึกษาด้านโครงสร้างกองทัพ ยังมองภาพรวมการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย และการวางตัวนายทหารในตำแหน่งสำคัญๆ ในระยะหลังๆ ด้วยว่าสะท้อนความเป็นเอกภาพสูงมาก การจัดการภายในกองทัพตั้งแต่ยุค คสช. ต่อเนื่องถึงรัฐบาลหลังเลือกตั้งภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถือว่าเรียบร้อย แทบไม่ปรากฏร่องรอยความขัดแย้งให้เห็น

           ที่สำคัญยังมองเกมยาวไปถึงปี 66 หากรัฐบาล “บิ๊กตู่ 2/1” อยู่ครบวาระ ผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งในปีหน้า จะอยู่ยาวค้ำบัลลังก์ถึงปี 66 ด้วยเช่นกัน

—————————————————————————————-

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา
บรรยายภาพ : พล.ต.สมพล ปานกุล กับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำนักข่าวความมั่นคง


มทภ.4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 ถึงระดับกองพัน ครั้งที่ 6/62 วาระพิเศษ

          เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2562 เวลา 13.30 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 ถึงระดับกองพัน ครั้งที่ 6/62 วาระพิเศษ เพื่อชี้แจง เน้นย้ำนโยบาย และสั่งการปฏิบัติที่สำคัญ ต่อผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ณ ห้องประชุม บก.มทบ. 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีผู้บังคับหน่วยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

          ก่อนวาระการประชุมนั้น มทภ.4 ได้มอบถ้วยรางวัล โล่ และเงินรางวัลให้กับหน่วยที่เข้าทำการแข่งขันต่าง ๆ จนสามารถคว้ารางวัล สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพภาคที่ 4 ดังนี้

  1. พิธีมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาปันจักสีลัตชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย
  2. พิธีมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันมวยชิงชนะเลิศกองทัพบก
  3. พิธีมอบโล่รางวัลการแข่งขันกรีฑากองทัพไทย
  4. พิธีมอบโล่รางวัลการประกวดการปรับปรุงประตูค่ายทหาร ทภ.4
  5. พิธีมอบโล่รางวัลการตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพหน่วยทหารกองทัพบก
  6. พิธีมอบโล่รางวัลการแข่งขันการฝึกทหารใหม่ ผลัด 1/62 ระดับ ทบ.
  7. พิธีมอบใบประกาศเกียรติบัตรการแข่งขันเป็นหน่วย หมู่ ตอน หมวด

ประจำปี 2562 ระดับ ทบ.

  1. พิธีมอบประกาศเกียรติคุณการทดสอบผู้ชำนาญการทหารราบ ประจำปี 2562
  2. พิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับ ชป.กร. ดีเด่น

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมในการพัฒนาทุกระดับของหน่วยและกำลังพลให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ และขอให้ดำรงเป็นแบบอย่างที่ดี สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพภาคที่ 4 ต่อไป

          สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในปีงบประมาณ 2562 แม่ทัพภาคที่ 4 จึงถือโอกาสนี้สรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในปีที่ผ่านมา อีกทั้งปรึกษาหารือข้อขัดข้องร่วมกัน ถึงแนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2563 เพื่อที่จะทำให้ กองทัพภาคที่ 4 เป็นหน่วยทหารที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่แถวหน้าของกองทัพบกไทย และเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ส่วนราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และขอขอบคุณ ผู้บังคับหน่วย ที่ได้ปฏิบัติตามนโยบายข้อสั่งการต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ รวมทั้งสร้างความประทับใจ เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่

ข้อมูล – ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง


ผอ.ศูนย์สันติวิธี ปิดกิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข”

          เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่ห้องปฐมภาคย์ สโมสรค่ายเสนาณรงค์  มณฑลทหารบกที่ 42 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลตรีธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2562 โดยมี พลตรีสิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4, เครือข่ายประชารัฐเพื่อสันติจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 500 คน

          พลตรีธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กล่าวว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประ สงค์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่  ถือเป็นพลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบระดับพื้นที่อย่างแท้จริง

          นายอาซูวัน  เบ็ญรอฮมาน  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ผู้ประสานเครือข่ายการจัดคาราวานแรลลี่ กล่าวว่า กิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนอกจากจะได้มีโอกาสบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ แล้วยังได้มีโอกาสสร้างความเข้าใจกับประชาชนนอกพื้นที่ด้วยว่าประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สนับสนุนความรุนแรง และต้องการความสงบอย่างยั่งยืน  (เสียง สัมภาษณ์ นายอาซูวัน )

           สำหรับกิจกรรม “แรลลี่สัญจร รวมใจ ใต้สันติสุข” ในครั้งนี้ มีขบวนรถยนต์เข้าร่วมกิจ กรรมกว่า 200 คัน โดยจะเริ่มออกเดินทางจากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 8 กันยายน มุ่งหน้าสู่จังหวัด สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และสิ้นสุดที่ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในวันที่ 11 กันยายน รวมเวลา 4 วัน3 คืน ซึ่งตลอดเส้นทางนอกจากจะมีกิจกรรมสาธารณประโยชน์แล้ว ยังมีการสื่อสารกับประชาชนนอกพื้นที่ชายแดนใต้ ให้รับทราบว่าคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการความสันติสุข และต้องการสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในสังคม เช่นเดียวกันกับประชาชนในพื้นที่อื่น

ข้อมูล-ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง