คืบหน้า คนร้าย เหิมเกริมยิงเข้าใส่โรงเรียนบ้านซีเยาะ โชคดีครู-นักเรียนปลอดภัย ล่าสุดสั่งปิดโรงเรียนทันที

          วันนี้ 19 ก.ย.62 เวลา 07.00 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าใส่โรงเรียนบ้านซีเยาะ หมู่ 5 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา จำนวนหลายนัด เบื้องต้นคณะครูและนักเรียนปลอดภัย หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน 47 ฝ่ายปกครอง และ ชุด รักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน(ชรบ.) รีบเข้าพื้นที่โรงเรียนโดยทันที สร้างความมั่นใจให้กับคณะครูและเด็กนักเรียนทัังหมด ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งหยุดเรียนทันทีเพื่อความปลอดภัย

         จากการตรวจสอบในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่ามีร่องรอย เป็นรูทะลุ จากกระสุนอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด บริเวณกำแพงข้างโรงเรียน จำนวน 3 จุด จำนวน 2 รู และแฉลบกำ แพง อีก 1 จุด

          จากการสอบถาม ชุด รักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน(ชรบ.)ที่เข้าเวรรักษาการในช่วงเวลาดังกล่าวได้ยินเสียงปืนดังมาจากแนวป่าเขาตรงข้ามโรงเรียน จำนวน 4 – 5 นัด หลังจากจากนั้น จึงได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้ไปทันทีสักระยะ และได้ประสาน เจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 ที่อยู่ในพื้นที่เขามาหนุนกำลัง ก่อนจะเข้าตรวจสอบบริเวนภายโรงเรียน จึงพบว่ามีร่องรอยของกระสุนอาวุธปืนสงครามที่กำแพง

         ด้านนายอาซิ เพ็ญรดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านซีเยาะ ได้แจ้งต่อคณะครูและผู้ปก ครองนักเรียน ให้หยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวทันที 1 วัน เพื่อความปลอดภัย และรอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทิศทางที่มาของกระสุนปืนดังกล่าวอีกครั้ง


ขอบคุณข้อมูล : ที่นี่ 3 จังหวัด

สำนักข่าวความมั่นคง

ปัตตานี ปิดอบรมโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 ที่ศูนย์ศรัทธาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานปิดการฝึกอบรมวิชาชีพตามโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดปัตตานี ประจำปี 2562

          จังหวัดปัตตานี โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้จัดประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนงานคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดจังหวัดปัตตานี ดำเนินการให้ชุดปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำตำบล สภาสันติสุขคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมวิชาชีพ รุ่นที่ 1 จำนวน 94 คน ใน 2 สาขาอาชีพ ประกอบด้วย ช่างซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก จำนวน 64 คน ช่างเดินสายไฟภายในอาคาร จำนวน 30 คน

          โดยมีหน่วยงานภาครัฐเอกชน ในท้องที่ 12 อำเภอ เข้าร่วมดำเนินการโครงการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่กำหนดไว้
พร้อมได้ประสานการดำเนินงานร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 23 ปัตตานี ในการจัดทำหลักสูตรวิทยากรครูฝึกอบรมวิชาชีพตามความสมัครใจของผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรถภาพผู้ติดยาเสพติดใน 2 สาขา ฝึกอบรมระหว่างวันที่ 8-18 กันยายน 2562 ได้รับการสนับสนุนวิทยากรครูฝึกระเบียบวินัย จากผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนปัตตานีที่ 1 โดยใช้ศูนย์ศรัทธาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นสถานที่ฝึกอบรม จำนวน 10 วัน


ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

น้ำใจอีสานสู่ทหารชายแดนใต้ เสริฟความอร่อยถึงยะลา-ปัตตานีครั้งที่ 5

น้ำใจอีสานสู่ทหารชายแดนใต้ บินลัดฟ้าเสิร์ฟความอร่อยถึงยะลาและปัตตานี ด้วยเมนูไก่ย่าง-แจ่วบอง-กุนเชียง-หมูยอ แทนคำขอบคุณ

          ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 22 อ.เมือง จ.ยะลา นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ นายกสมาคมโรงแรมภาคอีสาน นำคณะผู้แทนจาก 8 องค์กรเศรษฐกิจ จาก จ.ขอนแก่น และหน่วยงานภาคเอกชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนำอาหารอีสานพร้อมรับประทานและกึ่งสำเร็จรูปรวมหลายรายการ มาทำการส่งมอบให้กับกำลังทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 22 ที่กำลังทหารทั้งหมดเป็นทหารอีสานที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ความรับผิดชอบ อ.ยะรัง และ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี โดยมี พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี ผบ.ฉก.ทพ.22 พร้อมกำลังทหารในพื้นที่ร่วมรับมอบ

          นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การนำน้ำใจจากคนอีสานเพื่อส่งมอบให้กับทหารชายแดนใต้ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่คณะทำงานจากทุกภาคส่วนได้ระดมน้ำใจจากคนอีสาน ผ่าน 8 องค์กรเศรษฐกิจของ จ.ขอนแก่น รวมทั้งหน่วยงานเครือข่ายฯที่ร่วมให้การสนับสนุนนำอาหารอีสานไม่ว่าจะเป็นไก่ย่าง, ข้าวเหนียว, แจ่วบองหรือปลาร้าสับปรุงสุก, ไข่ไก่, กุนเชียง, หมูยอ รวมไปถึงเวชภัณฑ์ยา ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค บริโภค ของใช้ที่จำเป็นหลายรายการมาส่งมอบให้กับกำลังทหารที่หน่วยเฉพาะกิจฯ แห่งนี้ที่เป็นกำลังทหารจากภาคอีสานนับพันคนที่ต้องจากครอบครัวมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งต้องยอมรับในน้ำใจและความเสียสละของกำลังทหารอีสานที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานดังกล่าวนี้

          “เมื่อทุกคนนั้นห่างไกลมาจากบ้าน ต้องระลึกถึงและคิดถึงบ้านเกิดดังนั้นการส่งมอบกำลังใจที่สำคัญที่สุดที่เราทำได้คือการนำอาหารอีสานพื้นบ้านอย่างข้าวเหนียว ไก่ย่าง แจ่วบองมามอบให้ จัดเป็นกำลังใจจากคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด มอบให้กับกำลังทหารเกือบสองพันคน และในการส่งมอบกำลังใจและคำขอบคุณนั้นนอกจากจะจัดส่งด้วยระบบขนส่งแล้วยังคงถือโอกาสเดินทางข้ามภูมิภาคด้วยการสนับสนุนจากสายการบินไทยแอร์เอเชีย พาคณะฯพร้อมสิ่งของมามอบให้ถึงที่ และได้ถือโอกาสพบปะและขอบคุณ รวมทั้งการเยี่ยมชมหน่วยงานและฐานปฏิบัติการต่างๆในพื้นที่อีกด้วย”

          พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี ผบ.ฉก.ทพ.22 กล่าวว่า ด้วยเอกลักษณ์ของคนอีสานที่เป็นคนนอบน้อม ถ่อมตน เป็นกันเองและมีอัธยาศัยไมตรีทีดี จึงทำให้การปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ความรับผิดชอบนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น และที่สำคัญคือนำหลักปฏิบัติงานในเรื่องของการเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา ที่ทุกวันทหารในหน่วยจะลงพื้นที่พบปะ เยี่ยมเยียนและพูดคุกับประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบคู่ขนานกับการทำงานด้านยุทธการและการรักษาความสงบเรียบร้อยจึงทำให้การทำงานร่วมกันกับชุมชนนั้นเป็นไปด้วยความราบรื่น

         “ที่สำคัญคือหน่วยของเรานั้นมีศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร้อย ฉก. ทพ. 2205 ที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินงาน โดยกำลังพลในหน่วยทุกนายนั้นมีหน้าที่ที่รับผิดชอบในด้านต่างๆ จนวันนี้ศูนย์ฯแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ทุกหน่วยงานนั้นได้มาศึกษาดูงานและต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานและในชุมชนได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามน้ำใจคนอีสานสู่ทหารชายแดนใต้ครั้งนี้ ในนามของหน่วยฯ ต้องขอขอบคุณในน้ำใจและความห่วงใย ของคนอีสานที่นึกถึงลูกหลานที่มาทำงานในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยในครั้งนี้ โดยทั้งหมดจะมีการส่งมอบให้กับกำลังพลได้คลายความคิดบ้านและอิ่มอร่อยในเมนูอาหารอีสานพื้นบ้านเป็นลำดับต่อไป”


ขอบคุณข้อมูล : สยามรัฐออนไลน์

สำนักข่าวความมั่นคง

เบตงเอาจริง ! นายอำเภอ นำเจ้าหน้าที่ หลายภาคส่วน พร้อมอาสาสมัคร รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ดีเดย์ 1 ตุลาคม 2562 นี้ ฝ่าฝืน จับ ปรับ


          (19ก.ย.62) พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง เป็นประธานปล่อยแถวส่วนราชการ ตำรวจ ตชด. เทศกิจ อส. และ ทสปช. ในการเดินแจกเอกสารใบปลิวสองภาษา (ไทย -จีน) สร้างความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการปฏิบัติตามระเบียบการจราจร และพื้นที่สาธารณะภายในเขตเทศบาลเมืองเบตง ตามประกาศศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนอำเภอเบตง เรื่องกำหนดพื้นที่ควบคุมและกวดขันวินัยจราจร ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ/ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนอำเภอเบตง มีมติเห็นชอบให้จัดระเบียบและควบคุมวินัยจราจร พร้อมจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะทางเท้าในเขตเมืองเบตง ให้สามารถใช้สัญจรได้ตลอดแนว เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง รองรับนโยบายเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวและบริการ ภายใต้การพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์เมืองสามเหลี่ยมเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

          รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้สัญจรใช้รถ ใช้ถนน ตามนโยบายของคณะรักษาความวงบแห่งชาติ(คสช.) ในการคืนความสุขให้กับประชาชน ตามโครงการ คืนทางเท้าให้คน คืนถนนให้รถ ซึ่งต้องดำเนินการจัดระเบียบการจอดรถ และควบคุมวินัยจราจรบนถนนสายหลักและสายรองที่มีการจราจรคับคั่ง รวมทั้งการบริหารจัดการหาบเร่ แผงลอย ป้ายโฆษณา สิ่งกีดขวางที่ล่วงล้ำทางเท้าทุกชนิด โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างและสิ่งของที่มีการจัดวางอย่างถาวร ล่วงล้ำทางเท้าจนประชาชนไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้โดยสะดวก โดยเริ่มกวดขันอย่างจริงจังในถนน 6 สายที่มีการจราจรคับคั่งภายในเขตเทศบาลเมืองเบตง คือ

  1. ถนนบริเวณสี่แยกตลาดสด – สี่แยกเหลี่ยนหยู
  2. ถนนบริเวณสี่แยกเหลี่ยนหยู – สี่แยกร้านอาหารไทซีฮี้
  3. ถนนบริเวณสี่แยกร้านอาหารไทซีฮี้ – สามแยกดรงแรมคงคา
  4. ถนนบริเวณสี่แยกโรงแรมคงคา – สี่แยกตลาดสด
  5. ถนนบริเวณสี่แยกโรงแรมศรีเบตง – สี่แยกหอนาฬิกา
  6. ถนนสี่แยกหอนาฬิกา – บ้านพักผู้พิพากษาศาลจังหวัดเบตง

          พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง เปิดเผยว่า ในระหว่างวันนี้ ถึงวันที่ 30 กันยายน ยังอยู่ในช่วงของการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบผู้กระทำผิด เจ้าพนักงานจราจร หรือ อาสาจราจร จะทำเพียงว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น แต่ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป หากผู้ใดกระทำผิด ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 จะถูกปรับในอัตราโทษสูงสุด จึงขอฝากถึงพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ปฏิบัติตามตามประกาศศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนอำเภอเบตง เรื่องกำหนดพื้นที่ควบคุมและกวดขันวินัยจราจร อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เบตงเป็นเมืองที่สวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะสมกับการเป็นเมืองต้นแบบ และเมืองแห่งการท่องเที่ยวของจังหวัดชายแดนภาคใต้


ขอบคุณข้อมูล : ชมรมสื่อมวลชนเพื่อสันติ (spmnews)

สำนักข่าวความมั่นคง

รองผู้ว่าฯ ปัตตานี เชิญสิ่งของพระราชทาน ให้กับญาติสมาชิก อส. ที่เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบที่จังหวัดปัตตานี

รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญสิ่งของพระราชทาน ให้กับญาติสมาชิก อส. ที่เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบที่จังหวัดปัตตานี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (19 ก.ย. 62) ณ บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 4 ตำบลช้างให้ตก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี อันเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ให้กับครอบครัวสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พงศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ยังความปราบปลื้มแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต หาที่สุดมิได้

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากคนร้ายได้ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ ขณะขับขี่รถจักรยานดูแลความปลอดภัยครู ทำให้ซึ่งทำให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พงศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา


#รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี #สิ่งของพระราชทาน #ญาติสมาชิก อส. #เหตุความไม่สงบ #จังหวัดปัตตานี   #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – บดินทร์ เบญจสมัย / ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

ผบ.พล.ร.15 พร้อมคณะฯ เดินทางมาตรวจเยี่ยมสถานที่โครงการ ทหารพันธ์ดีเพื่อเตรียมความพร้อม รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ผบ.พล.ร.15 พร้อมคณะฯ เดินทางมาตรวจเยี่ยม สถานที่ เพื่อเตรียมความพร้อม และซักซ้อมลำดับพิธีการ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงงาน โครงการ ทหารพันธ์ดี

           เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. พ.อ.ธนุตม์ พิศาลสิทธิ์วัฒน์ ผบ.ร.152 ให้การต้อนรับ พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.พล.ร.15 พร้อมคณะฯ เดินทางมาตรวจเยี่ยม สถานที่ เพื่อเตรียมความพร้อม และซักซ้อมลำดับพิธีการ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงงาน โครงการ ทหารพันธ์ดี ณ ร.152 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวสมาคมตำรวจ

นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และการประชุมที่เกี่ยวเนื่อง ระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน 2562

          พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะบุคคลสำคัญประกอบด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly – UNGA) ครั้งที่ 74 และเข้าร่วมการประชุมสำคัญที่เกี่ยวเนื่อง ระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน 2562 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

         ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมที่สอดคล้องกับวาระการเป็นประธานอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทในวาระระดับโลกที่สำคัญสอดคล้องกับ 3 เสาหลัก สหประชาติและผลประโยชน์ของไทย ได้แก่

  1. การประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage : HLM on UHC) เพื่อแสดงบทบาทที่แข็งขันของไทยในด้านสาธารณสุข แสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงนโยบายของไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 3 และผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งไทยมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ UHC เป็นวาระระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง
  2. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ (UN Climate Action Summit) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งวาระสำคัญของโลกที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน
  3. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) เพื่อทบ ทวนและติดตามผลการอนุมัติวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ในระดับผู้นำเป็นครั้งแรกภายหลังจากที่ผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับรองเมื่อปี 2558 ซึ่งไทยจะกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียน โดยย้ำ 3 ประเด็น ได้แก่ 1) Acceleration การเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ลดความเหลื่อมล้ำ รักษาสิ่งแวด ล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน 2) Localization การดำเนินนโยบายให้เข้าถึงระดับท้องถิ่นโดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ชูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) Cooperation การเสริมสร้างความร่วมมือโดยย้ำว่าอาเซียนพร้อมร่วมมือกับสหประชาชาติและประเทศต่างๆ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบกับภาคส่วนสำคัญได้แก่

  1. Asia Society ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้ย้ำบทบาทไทยในภูมิภาคและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในฐานะประธานอาเซียน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บทบาทไทยในอนุภูมิภาค การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ Smart City และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  2. สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) จะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพด้านเศรษฐกิจของไทย โดยแจ้งถึงการดำเนินการของไทยในการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ อาทิ ด้านภาษีศุลกากร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ย้ำจุดแข็งของ EEC ในการเชื่อมโยงไปยังอนุภูมิภาคต่างๆ เปิดโอกาสให้แก่นักลงทุนต่างชาติให้มาร่วมมือกันในฐานะ Key Player

          ในระหว่างนี้นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการพบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ นายสกอตต์ มอริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย รวมทั้งหารือกับนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และนาย Tijjane Muhammad Bande ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 ด้วย

สำหรับกำหนดการที่สำคัญของนายกรัฐมนตรีมีดังนี้

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 23.10 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 11.05 น. โดยในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะรับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และกิจกรรมอื่นๆ จากนั้นเวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรีจะพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีปิดการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

วันอังคารที่ 24 กันยายน 2562
ในช่วงเช้าเลขาธิการสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อต้อนรับประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และคู่สมรส จากนั้นเวลา 9.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไปการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74
โดยในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในช่วงค่ำประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ และภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุม

วันพุธที่ 25 กันยายน 2562
ในช่วงเที่ยง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ณ องค์กร Asia Society และในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำและพบปะกับคณะผู้บริหารของ USABC

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางออกจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 12.00 น. และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 เวลา 21.55 น.

นายกรัฐมนตรีเผย ในหลวงทรงห่วงใยประชาชนถูกน้ำท่วม ทั้งทรงแนะแนวทางแก้ปัญหาเป็นระบบ

         เมื่อวันที่ (19 กันยายน 2562) เวลา 11.40 น. ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า วันนี้ได้ปรับแผนการทำงานในการตรวจเยี่ยมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ซึ่งจริง ๆนายกฯ มีงานทุกวันอยู่แล้ว คำว่างานไม่ได้หมายถึงไปจ๊อบนั้นจ๊อบนี้ แต่เป็นงานเอกสารต่าง ๆ ของทุกกระทรวงที่จะต้องลงนามและอ่านเอกสารทั้งวัน ในการประชุมปลัดกระทรวง ซึ่งมีผู้เกษียณอายุราชการได้อวยพร มอบของที่ระลึก ให้เขาภูมิใจที่เป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน จากนั้นได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีประชุมต่อ และที่สำคัญตนต้องเดินทางไปต่างประเทศ 21-27 ก.ย.นี้ แม้ช่วงนั้นจะไม่อยู่ในประเทศไทย แต่ได้มอบหมายงานต่าง ๆ ไว้หมดแล้วในที่ประชุม ครม. ซึ่งก็เป็นห่วงเรื่องน้ำท่วม เดี๋ยวกลาย เป็นว่านายกฯ จะหายไปไหนอีกนั้นไม่ใช่ ทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป และสิ่งสำคัญที่สุดอีกคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราโชบายในการแก้ปัญหาน้ำท่วมมาให้กับรัฐบาลด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งเราได้เริ่มดำเนินการตามแผนมาทั้งหมด และได้กราบบังคมทูลให้พระองค์ทรงทราบแล้ว พระองค์ทรงห่วงใย และให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะจิตอาสาที่ช่วยพี่น้องประชาชน

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลพยายามเร่งให้เร็วเต็มที่ ซึ่งการใช้จ่ายเงินจะไปหนักช่วงการเยียวยา และทำอย่างไรจะเยียวยาให้เร็วที่สุด ทั้งไร่นา และบ้านเรือน ซึ่งมีงบประมาณอยู่ รวมไปถึงการช่วยเหลือจาก ธกส. ด้วย ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาได้เร็วจะต้องมีข้อมูลตรวจสอบความถูกต้องความเสียหาย ซึ่งต้องมาจากระดับล่าง ส่วนหนึ่งเราใช้ GISTDA ตรวจสอบแล้วเป็นภาพถ่ายทางอากาศ แต่เราต้องเดินสำรวจด้วย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ว่าฯ นายอำเภอต้องมีส่วนดำเนินการตรงนี้ ถ้าจะให้รัฐบาลจ่ายเงินเร็วข้อมูลเหล่านี้ต้องเร็วและเรียบร้อย เพราะนี่คือการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผนดิน และการเยียวยาก็จะต้องทำอย่างยั่งยืน โดยขั้นต้นเป็นการเยียวยาเพื่อให้เขามีเงินใช้จ่ายในช่วงนี้ จากนั้นจะเป็นการเยียวยาการลงทุนเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ ต้องมีเมล็ดพันธุ์พืช ต้นทุนการผลิต โดยได้เรียกกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ บูรณาการงบประมาณที่มาจากหลายกระทรวงให้ออกไปอย่างยั่งยืน ทั้งหมดอยู่ในแผน

          “วันนี้ทุกคนต้องมีกำลังใจร่วมกันในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงมา พระองค์ทรงพระราชทานมาอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างทุกเรื่อง พระองค์ทรงให้กำลังใจรัฐบาล เสนอแนวทางในการปฏิบัติซึ่งเราก็รับใส่เกล้าฯ นำมาสู่ในการปฏิบัติ พระองค์ทรงห่วงใย และให้เราทำงานอย่างมีแบบแผน เหมือนที่ทหารทำ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือขั้นตอนระหว่างเกิดภัย ประชาชนไม่มีความสุข เกิดความเครียด รัฐบาลก็ยิ่งเครียด เพราะคิดว่าจะทำอย่างไรจะแก้ปัญหาไปให้ได้พร้อม ๆ กัน ดังนั้น จึงคาดหวังจากสื่อฯ ช่วยกัน อะไรที่เป็นเรื่องไม่ได้สาระไม่จำเป็น ก็อย่าไปขุดคุ้ยให้มากมายเพราะเป็นการทำให้สังคมไม่สงบ แทนที่รัฐบาลจะใช้เวลาแก้ปัญหา ใช้สมองสติปัญญาในการแก้ปัญหา กลับต้องไปแก้ตรงอื่นอีก ขอให้ลดราวาศอกกันไปบ้าง ขอให้ย้อนกลับดูว่าสิ่งที่พูดกันมาทำความเสียหายอะไรบ้างในอดีต อย่าลืมอดีต


สุโขทัย-จัดกีฬาสีภายในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย

         วันที่ 19 กันยายน 2562 นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดการแข่งขันกีฬาสีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย ณ.สหกรณ์นิคมศรีสำโรง ต.สามเรือน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย

          ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีในครั้งนี้ มีวัตถุประ สงค์ เพื่อให้บุคลากรในสังกัดได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านทักษะกีฬา รวมทั้งปลูกฝังให้มีน้ำใจนักกีฬาและมีความสามัคคีในหมู่คณะ ช่วยส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกายและจิตใจ สติปัญญาและสังคม

         โดยแบ่งกลุ่มสีออกเป็น 4 สี ดังนี้ สีเขียว สีม่วง สีส้ม สีฟ้า โดยมีประเภทกีฬาคือ ฟุต บอล, เปตอง, วอลเล่ย์บอล, โปรกอล์ฟ, มะเขือยาว, ห่วงมหาสนุกและกีฬามหาสนุก เป็นต้น สำหรับผู้เข้าการแข่งขันกีฬาสีในครั้งนี้ประกอบด้วยข้าราชการ ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัดรวมทั้งสิ้น 500 คน


นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

นครนายก – หนุ่มวิน จยย.รับจ้าง น้ำใจงามเก็บเงินครึ่งแสนส่งคืนเจ้าของ

          วันที่ 19 กันยายน 2562 นายสุริน แก้วจินดา หรือตู่ อายุ 53 ปี ขี่รถ จยย. รับจ้างเบอร์ 12 หน้าตลาดบ้านนา เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.พงษ์นรา มาวงค์นอก รอง สว. (สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ว่าได้ขี่รถ จยย.จะไปรับผู้โดยสาร พบเงินสดมัดหนังยางตกอยู่หนึ่งปึก ริมถนนสุวรรณศร ก่อนถึงธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านนา จึงหยุดรถลงไปเก็บเป็นแบงค์ใบละ 1 พันบาท นับได้เป็นเงิน 5 หมื่นบาท ขณะเดียวกันได้มีนายสมศักดิ์ พรพนาวัลย์ อายุ 55 ปี อยู่หมู่ 1 ต.บ้านพริก อ.บ้านนา เข้าแจ้งความร้อยเวรคนเดียวกันว่าทำเงินตกหาย 5 หมื่นบาท พอรู้ว่านายสุริน เก็บได้มอบเงินให้เป็นสินน้ำใจ 5 พันบาท

         นายสมศักดิ์ เล่าว่า ขายข้าวเปลือกให้โรงสีแห่งหนึ่งได้เงิน 2 แสนหกหมื่นบาท โดยโรงสีจ่ายเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบ้านนา ตนไม่มีบัญชี จึงไปเบิกหยิบใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้ใช้ 1 หมื่นบาท ที่เหลือจะนำไปฝากที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านนา พอหยิบเงินในกระเป๋าสะพาย ใจหายวาบเงินตกหาย 5 หมื่น ตรวจดูในรถก็ไม่มี เดินออกตามหาก็ไม่เจอ ทำใจไว้แล้วไม่ได้คืนแน่ แต่ยังมีคนดีมีน้ำใจเก็บเงินส่งคืนให้

          สำหรับนายสุริน ขี่รถ จยย.รับจ้าง เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็เคยลืมรูดซิบกระเป๋าคาดเอวเงินปลิวตกหายกว่า 4 พันบาท ได้มีนายบรมี จันทร์รอด อดีต ผอ.โรงเรียนวัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก เก็บเงินได้ส่งคืนให้คิดอยู่เหมือนกัน ทำดีต้องได้ดี

          ต้องขอขอบคุณคนดีมีน้ำใจเก็บเงินได้ส่งคืนเจ้าของ ทั้งนี้เป็นตัวอย่างเพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนทำความดี “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง”


ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก