จันทบุรี-ร้านค้า โรงแรม ที่พัก ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และ ร้านอาหารเจ รวมกว่า 700 แห่ง พร้อมให้บริการ นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ในจังหวัดจันทบุรี

         นางฐานิยา นิยมญาติ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดทำโครงการ ชิม ช้อป ใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีประชาชน นักท่องเที่ยวสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศรวม 10 ล้านคน ในส่วนของจังหวัดจันทบุรี เบื้องต้น มีผู้ประกอบการ ร้านค้า พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหารเจ สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนจังหวัดจันทบุรี ในสุดสัปดาห์นี้แล้วกว่า 700 แห่ง จากยอดผู้สมัครเบื้องต้นมากกว่า 70,000 คน

          และช่วงนี้ เป็นช่วงเทศกาลถือศีล กินเจ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายรายได้ถือปฏิบัติตามประเพณีในการรับประทานอาหารเจ ในส่วนของร้านค้า อาหารเจ ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี นอกจาก ครัวอาหารเจที่จัดเลี้ยง ฟรี ประชาชน เจอิ้ว นักท่องเที่ยว ที่บ้านเฮงเจตั้ว วัดเขตร์นาบุญญาราม/เม่งหงีเจตั้ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน และโรงทาน ที่เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ แล้ว ยังมีร้านอาหารเจ เข้าร่วมโครงการ ชิม ช้อป ใช้ เบื้องต้นในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี คือ ที่ร้าน เจ้ดาว อาหารเจ หลังศาลากลางจังหวัด / วี อาหารเจ ตำบลวัดใหม่เมืองจันท์ ใกล้ ๆ เม่งหงีเจตั้ว และ สมทรงอาหารเจ อ.ขลุง

         อย่างไรก็ตาม คลังจังหวัดจันทบุรีได้แนะนำผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ทั้งผู้ซื้อที่เป็นนักท่องเที่ยว และ ร้านค้าที่พร้อมรับเงินจากกระเป๋าตังค์ ชิม ช้อป ใช้ หากพบอุปสรรคในการใช้แอปโหลดเงินไม่ได้ ขอให้ ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย โหลดแอป เป๋าตังค์เวอร์ชั่นใหม่ ทั้งนี้ต้องถอนการติดตั้งแอป เป๋าตังค์ ตัวเก่าออกจากเครื่องโทรศัพท์ก่อน แล้วเข้าโหลดแอป เป๋าตังค์ เวอร์ชั่นใหม่ 7.5 เพื่อใช้งาน อย่างไรก็ตามการโหลดแอปเพื่อปรับปรุงเวอร์ชั่นขึ้นอยู่กับรุ่นของโทรศัพท์ชนิดต่าง ๆ ที่บางรุ่นจะอัพเดทเวอร์ชั่นอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่อัพเดทเวอร์ชั่นอัตโนมัติก็ต้องถอนการติดตั้งและโหลดแอปใหม่ รวมทั้งอีกเรื่องหนึ่งที่มักเป็นปัญหา ใช้เงินจากประเป๋าตังค์ชิม ช้อป ใช้ ไม่ได้ คือ การเปิด GPS ของผู้ใช้และลูกค้าต้องเป็นสถานที่ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของการบริหารที่ตั้ง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย ชาวพุทธนับหมื่นแห่ร่วมงานอายุวัฒนมงคล หลวงพ่อจง 85 ปี เกจิดังวัดสังฆาราม

สุโขทัย ชาวพุทธนับหมื่นแห่ร่วมงานอายุวัฒนมงคลหลวงพ่อจง 85ปี เกจิดังวัดสังฆาราม

          วันที่ 2 ตุลาคม 2562 ที่วัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พุทธศาสนิกชนและคณะศิษยานุศิษย์ คณะศรัทธาจากทั่วสารทิศทั้งในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง ต่างเดินทางมายังวัดสังฆาราม เพื่อร่วมงานทำบุญอายุวัฒนมงคล  85  ปี 65 พรรษา หลวงพ่อเจ้าคุณพระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง จตฺตมโล น.ธ.เอก) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย เจ้าอาวาสวัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ณ ศาลาการเปรียญ วัดสังฆาราม  

          ในโอกาสนี้หลวงพ่อเจ้าคุณพระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง)ใส่บาตรพระสงฆ์จำนวน  85 รูป ร่วมปล่อยนกปล่อยปลา และเต่า รวมจำนวน 109 ตัว ถวายมหาสังฆทานแก่พระเถรานุเถระ มอบทุนการศึกษาให้พระภิกษุสามเณรโรงเรียนพระปริยัติธรรม  และนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจนจากโรงเรียนใน อ.บ้านด่านลานหอย

         บรรยากาศภายในงาน มีคณะสงฆ์พระเถรานุเถระ และประชาชน นับหมื่นคนจากทั่วประเทศ นำดอกไม้มาร่วมแสดงมุทิตาจิต อายุวัฒนมงคล  85  ปี 65 พรรษา หลวงพ่อจง สืบเนื่องจากหลวงพ่อเจ้าคุณพระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง จตฺตมโล )เป็นพระปฎิบัติดีปฏิบัติชอบ ส่งเสริมพระภิกษุสามเณร ให้ใฝ่ศึกษาหาความรู้ สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นหนึ่งในพระเกจิคณาจารย์แห่งภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน ที่มีคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศที่เคารพศรัทธา เดินทางมาสักการะขอพรและรับวัตถุมงคลจากมือหลวงพ่อจง เพื่อความเป็นสิริมงคล และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมั่นคงแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

สุโขทัย-เศรษฐีคนใหม่ ป้าวัย 67 ปี ฝันจับกบได้เยอะ ตีเป็นเลขเด็ดรับ 18 ล้าน

          วันที่ 2 ตุลาคม 2562 ที่จังหวัดสุโขทัย มีคุณป้าอาชีพรับจ้างและขายของชำดวงเฮงสุดๆ ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 3 ใบรับเงินไป 18 ล้านบาทกลายเป็นเศรษฐีคนใหม่ในพริบตา ทราบชื่อคือนางทอน วงค์อ้ายตาล อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 3 ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

         จากการสอบถามของผู้สื่อข่าว ป้าทอนบอกว่าเป็นเรื่องจริง โดยก่อนวันหวยออก ตนได้นอนหลับฝันว่าจับกบได้เยอะมากๆ ก็เลยตีความฝันเป็นตัวเลข จับก็คือ 7 กบก็คือ 9 พอตื่นเช้ามาก็ไปหาซื้อล็อตเตอรี่ ที่หน้าร้านสะดวกซื้อในอำเภอทุ่งเสลี่ยม และเจอคนขายเขาขอให้ซื้อเหมาทั้งหมดเลย 7 ใบ เพราะมีเลขสลับกันด้วย จึงซื้อมาทั้งหมด กระทั่งวันหวยออกงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ได้นำล็อตเตอรี่ออกมาตรวจ ก็พบว่าถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 691197 จำนวน 3 ใบเป็นเงิน 18 ล้านบาท รู้สึกดีใจมาก เพราะเกิดมาก็ไม่เคยถูกหวยสักที ส่วนเงินที่ได้ก็จะนำไปทำบุญ และแบ่งให้ลูกๆทั้ง 4 คน

          อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่ายังมีชาว อ.ทุ่งเสลี่ยม ที่ถูกรางวัลที่ 1 อีก 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท เป็นชาวตำบลท่าต้นธง แต่ยังเก็บตัวเงียบอยู่ ไม่แสดงตน

ภาพ:ผญ.ธนกฤต ท้าวบุญยืน
รายงาน:นายพงศ์เทพ สาคร

ตราด-เปิดโครงการหมู่บ้านวินัยจราจร สวมหมวกนิรภัย 100%

          วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เมื่อเวลา 13.00 น. พันตํารวจโท ปิยะ อุ่นเรืองงาม สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตํารวจภูธรไม้รูด เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการหมู่บ้านวินัยจราจร สวมหมวกนิรภัย 100 % ” ที่ศาลาประชาชนบ้านห้วงบอน หมู่ 5 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยมี พ.ต.อ.วิเชียร ยันตรัตน์ รองผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดตราด เป็นประธานจุดธูปเทียนและเปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระบรมรูปฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 10

          มี ร.ต.อ. กนวรรธน์ ฉายศิริ รอง สวป.สภ.ไม้รูด กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) และสักขีพยานร่วมกัน โดยมี สํานักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด, สํานักงานขนส่งจังหวัดตราด, สมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด, กํานัน, ผู้ใหญ่บ้าน, สถานีตํารวจภูธรไม้รูด และสมาชิกอบต. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน ตามที่ตํารวจภูธรจังหวัดตราดและสถานีตํารวจภูธรไม้รูด ได้ร่วมกันจัดโครงการหมู่บ้านวินัยจราจรสวมหมวกนิรภัย 100 % ขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุให้น้อยขึ้น

          เนื่องจากในภาวะปัจจุบัน สถิติการเกิดอุบัติเหตุนับวันมีแต่จะสูงขึ้น และประเทศไทยติดอันดับการเกิดอุบัติเหตุมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นของ จํานวนยานพาหนะ การขาดวินัยจราจร และสภาพถนนที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของจํานวนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นยานพาหนะที่มีความรวดเร็ว คล่องตัวสะดวกในการเดินทาง จากการสํารวจพบว่าผู้ขับขี่ส่วนมากไม่สวมหมวกนิรภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุทําให้เกิดการบาดเจ็บ และสูญเสียชีวิต หรือทุพลภาพ เป็นภาระให้กับภาครัฐและครอบครัว

          ดังนั้นทางสถานีตํารวจภูธรไม้รูด จึงได้เล็งเห็นความสําคัญจึงได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่และชาวบ้านห้วงบอนหมู่ 5 ต.ไม้รูด เพื่อเป็นการหมู่บ้านนําร่อง จึงได้จัดโครงการหมู่บ้านวินัยจราจรสวมหมวกนิรภัย 100% เนื่องจากหมู่บ้านห้วงบอนมีความพร้อมในการดําเนินการตามโครงการ และสามารถเป็นต้นแบบในการป้องกันอุบัติเหตุโดยประชาชนทุกคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งไป ซึ่งทางสถานีตํารวจภูธรไม้รูดจะต้องเอาจริงเอาจังกับประชาชนเสียที อาจจะลดอุบัติเหตุในชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตค

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สตม. จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 92 ปี

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 1 ต.ค. 62 เวลา 09.30 น. ที่ สตม. (สวนพลู) : พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เนื่องในโอกาสครบรอบ 92 ปี พร้อมด้วยอดีตผู้บังคับบัญชา ในสังกัด สตม. ได้แก่ พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี, พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์, พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ, พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้, พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วย ผบ.ตร และ พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด และคณะชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. ร่วมพิธี

          พล.ต.อ.สุวัฒน์ ฯ ได้นำคณะผู้บังคับบัญชา และอดีตผู้บังคับบัญชาในสังกัด สตม. ถวายเครื่องราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระบิดา ตม.ไทย ต่อมา ได้สักการะ “พระพุทธสักกะเทวราช” หรือ “หลวงพ่อเข้าเมือง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 

          จากนั้น พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้สักการะศาลเทพารักษ์ ประจำ สตม. และประกอบพิธีสดับปกรณ์บังสุกุล น้อมอุทิศถวาย พระบิดา ตม.ไทย ณ ห้องประชุมสาทร ชั้น 7 อาคาร 2 สตม.

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2470 สมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พุทธศักราช 2470 ขึ้น พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่รักษาการณ์  ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ เรียกว่า “กรมตรวจคนเข้าเมือง” ซึ่งขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย โดยมีการแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.พระยาวิชัยประชาบาล เป็นเจ้ากรมคนแรก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2536 ได้มีการปรับโครงสร้างให้เป็นหน่วยงานระดับกองบัญชาการเรียกว่า  “สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีส่งมอบหน้าที่ ผบช.น.และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ภายในบช.น.

พิธีส่งมอบหน้าที่ ผบช.น.และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ภายในบช.น.

         วันนี้​ วัน​อังคารที่ 1 ต.ค.62 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บช.น. : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รับมอบหน้าที่ ผบช.น. จาก พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น และข้าราชการระดับสูงของ บช.น. ร่วมพิธีส่งมอบหน้าที่ ผบช.น. โดยมีกำหนดการดังนี้

  1. พิธีสักการะพระอนุสาวรีย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน บช.น.
  2. พิธีมอบธงประจำหน่วย บริเวณด้านหน้าอาคาร บช.น.
  3. พิธีส่งมอบหน้าที่ ผบช.น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บช.น.
  4. พิธีส่ง ผบช.น. บริเวณด้านหน้าอาคาร บช.น.

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุราษฎร์ธานี-คณะที่ปรึกษากองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 ร่วมพิธีส่งมอบหน้าที่ราชการตำแหน่ง ผบก.ทท.3 ณ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3

วันนี้ ( 1 ต.ค.62 ) เวลา 09.19 น. คณะที่ปรึกษากองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3

  1. พล.ต.ต.อังกูร  คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท.
  2. พล.ต.ต.กฤษศักดิ์. สงมูลนาค ผบก.ทท.3
  3. พ.ต.อ.โอฬาร เอี่ยมประภาส รอง ผบก.ทท.3
  4. พ.ต.อ.เอกกฤต วิริยะภาพ รอง ผบก.ทท.3
  5. พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน ผกก.1 บก.ทท.3
  6. พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก.2 บก.ทท.3
  7. พ.ต.อ.สัญญา เนียมประดิษฐ์ ผกก.3 บก.ทท.3
  8. พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี ผกก.ฝอ.บก.ทท.3
  9. คณะที่ปรึกษากองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3
  10. ข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.ทท.3

ได้เข้าร่วมพิธีส่งมอบหน้าที่ราชการตำแหน่ง ผบก.ทท.3 ณ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

เจียไต๋จัดกิจกรรม Grow Your Own Green ชวนนักวิ่งปลูกผักในงานวิ่งการกุศลรันฟอร์ยู ครั้งที่ 3 “วิ่งนี้เพื่อน้อง”

เจียไต๋จัดกิจกรรม Grow Your Own Green ชวนนักวิ่งปลูกผักในงานวิ่งการกุศลรันฟอร์ยู ครั้งที่ 3 “วิ่งนี้เพื่อน้อง”

          เมื่อวันที่ 29 กันยายน​ 2562​ ที่ผ่านมา บริษัท เจียไต๋ จำกัด จัดกิจกรรมเพื่อสังคมGrow Your Own Green สอนนักวิ่งปลูกผักในงานวิ่งการกุศล RUN 4 U ครั้งที่ 3 “วิ่งนี้เพื่อน้อง” ซึ่งจัดขึ้นโดยแสนสิริ และพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กิจกรรม Grow Your Own Green เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ​ เจียไต๋ และแสนสิริ

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักวิ่งที่มาร่วมในงานวิ่งการกุศลครั้งนี้ ได้มีความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักอย่างมืออาชีพ เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ การเลือกใช้วัสดุปลูกที่เหมาะสม ตลอดจนการดูแลรักษาต้นอ่อน เพื่อให้ได้ผักสวนครัวที่เจริญเติบโตอย่างสมบรูณ์ นอกจากจะได้เรียนรู้วิธีการปลูกผักผ่านการลงมือปฎิบัติจริงโดยมีผู้เชี่ยวชาญการปลูกจากเจียไต๋คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดแล้ว เหล่านักวิ่งที่มาร่วมงานยังจะได้โชว์ฝีมือในการออกแบบลวดลายบนกระป๋องปลูกผักของตัวเองอีกด้วย

          นางสาวดวงพร จิราพิพัฒนชัย ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจโฮมการ์เด้น กล่าวว่า “เจียไจ๋มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรมการเกษตรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดีขึ้น โดยเน้นในการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการเกษตร ดังนั้นการจัดกิจกรรม Grow Your Own Green

          ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจียไต๋ในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการเพาะปลูก ส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้การปลูกผักสวนครัว ซึ่งนอกจากจะทำให้คนในเมืองได้เรียนรู้วิธีปลูกผักเพื่อรับประทานเองแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป” กิจกรรม Grow Your Own Green จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีนักวิ่งให้ความสนใจมาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้อย่างล้นหลาม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.ร่วมสอศ.เดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพบุคลากรสายอาชีวศึกษาด้วยวิจัยและนวัตกรรม รองรับโจทย์การพัฒนาของประเทศในอนาคต

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการ​ การอาชีวศึกษา​ (สอศ.) วางเป้าหมายพัฒนาศักยภาพนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาของภาครัฐ​ และเอกชน จากหลายร้อยสถาบันการศึกษาใน 4 ภูมิภาค เพื่อเพิ่มฐานความรู้ด้านเทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้ประโยชน์ และเพื่อระดมสมองแลกเปลี่ยนเรียนรู้รวมถึงการพัฒนารูปแบบและเนื้อหาการบ่มเพาะนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องตามทิศทางการพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีบุคลากรระดับผู้บริหาร อาจารย์ สายอาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม จำนวน 350 คน

          ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Meet the Trainers : Invention & Innovation สายอาชีวศึกษา” ภายใต้แนวคิด Change for the Future อาชีวะก้าวไกล ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 กันยายน 2562 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมารวย การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

          โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “พัฒนากำลังคน 4.0 ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ประเด็นสำคัญคือมุ่งนำกำลังคนที่ผ่านการบ่มเพาะไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นทิศทางสำหรับปี 2563 ได้แก่ B-Biotechnology เทคโนโลยีชีวภาพ C-Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียนและ G- Green​ Economy เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมกันนี้ การประชุมในวันแรกมีหัวข้อการบรรยายและเสวนาที่น่าสนใจ ประกอบด้วยเรื่อง “อาชีวะพันธุ์ใหม่ ก้าวสู่ Thailand 4.0” “การใช้วิจัย และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนากำลังคนตามนโยบายของประเทศ : Thailand 4.0 และเขตเศรษฐกิจพิเศษ” และ “นักประดิษฐ์ไทยก้าวไกล เพื่อการพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมที่ยั่งยืน”

         โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อชี้ทิศทางการพัฒนากำลังคนบนทิศทาง​ BCG และฐานการประดิษฐ์คิดค้นและการพัฒนานวัตกรรม ในหัวข้อข้างต้น ได้แก่ คุณเจิดฤดี ชินเวโรจน์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจ​ และบริการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา,นายสุวัฒน์ มีมุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BIIC) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, ศ.ดร.สนอง​ เอกสิทธิ์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, นายสาธิต ครองสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย​ (กฟผ.), นายพีรชัย อัศดาชาตรีกุล Business Development Manager บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ผู้อำนวยการ Center of Excellence in Electromagnetic Energy Utilization in Engineering (CEEE) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผศ.ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี​ เข้าร่วมในงานนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตราด-นักศึกษาปวส.เทคนิคตราด ขี่จักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางดับ

         เมื่อเวลา 01.45 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ร.ต.ท.กฤต ชอบรส ร้อยเวรสอบสวน สภ. เมืองตราด ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่บริเวณ หลัก ก.ม.ที่ 1 ถนนสายไร่ป่า-ด่านชุมพล ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด

          ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีขาว หมายเลขทะเบียน กทก 596 ตราด ชนต้นไม้ตกลงไปข้างทาง พบผู้เสียชีวิตติดอยู่กับรถจักรยานยนต์ ทราบชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ บุญประเสริฐ อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาวิชาการโรงแรม ชั้น ปวส.ปี 2 วิทยาลัยเทคนิคตราด ในสภาพมีบาดแผลที่แขน ขา ลำตัวและใบหน้า ส่วนรถจักรยานยนต์ด้านหน้าได้รับความเสียหาย ส่วนผู้เสียชีวิตร้อยเวรให้กู้ภัยสว่างนำส่งชันสูตรเบื้องต้นที่ ร.พ.ตราด

         ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงรถจักรยาน ยนต์แล่นมาจากตัวเมืองตราด และได้ยินเสียงรถเหมือนชนอะไรบางอย่าง คาดว่าน่าจะชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่กล้าออกมาดู รอจนเจ้าหน้าที่มาจึงได้ลุกออกมาดู เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเกิดจากรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้จนเสียชีวิต…

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก