ซ้อมแผน รปภ.หาดใหญ่ สถานการณ์สมมติ ที่ สถานีรถไฟ

          การซักซ้อมแผน รปภ.เมืองหาดใหญ่ สงขลา เป็นสถานการณ์ที่สมมติขึ้น ให้มีผู้ก่อเหตุรุนแรง จับตัวประกัน บนรถไฟ และมีการต่อรองเจ้าหน้ามี่รัฐ เพื่อให้หลบหนีที่ สถานีรถไฟหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

          โดยมี พ.อ.สุรเทพ หนูแก้ว รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ข.สน.(ท.) มอบหมายให้ พ.อ.เสกสรรค์ ก้อนแก้ว หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัด สงขลา ส่วนหน้า ตรวจความพร้อม

ขอบคุณข้อมูล : ศปชส.ฯ /wassana nanuam

พระนิสิตนานาชาติ มจร. ศึกษาวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมชาวพุทธระหว่างประเทศ

          วันที่ 5-6 ตุลาคม 2562 ดร. สุภาพรรณ เพิ่มพูน อาจารย์ประจำคณะและหัวหน้าโครงการศึกษาวัฒนธรรมนอกสถานที่ พาพระนิสิตนานาชาติ จากประเทศเมียร์ม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งกำลังศึกษาอยู่คณะมนุษยศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต.ลำไทร  อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 85 รูป ลงพื้นที่ศึกษาวัฒนธรรมไทยของชาวพุทธระดับท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทยของชาวพุทธระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายศึกษาโครงการที่ วัดสามชุก ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ซึ่งยังคงรักษาวัฒนธรรมไทยชาวพุทธระดับท้องถิ่นไว้อย่างครบถ้วน

          ในเบื้องต้นได้พาพระนิสิตนานาชาติเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในวัด เช่น พิพิธภัณฑ์ประจำท้องถิ่นที่ตั้งอยู่ภายในวัด มณฑปสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระพุทธรูปสมัยอยุธยา หงส์สัมฤทธิ์โบราณ และรอยพุทธบาท 4 รอยสมัยอู่ทอง หลังจากนั้นพระนิสิตนานาชาติได้สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น ร่วมกับพระสงฆ์ไทยที่อาศัยอยู่ภายในวัดสามชุก และสร้างกิจกรรมเรียนรู้ระหว่างกันและกัน เช่น การเล่าเรื่องวัฒนธรรมชาวพุทธในประเทศของตน และกิจกรรมที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้ คือ การนิมนต์ให้พระนิสิตนานาชาติสวดมนต์ตามแบบฉบับของประเทศตน ปรากฏว่าแต่ละประเทศมีเอกลักษณ์การสวดมนต์ของตนแทบทั้งสิ้น ประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ ประเทศเมียร์ม่า เนื่องจากมีการนั่งยองยองหรือการนั่งกระโหย่งสวดมนต์ ซึ่งการนั่งสวดมนต์ดังกล่าวเป็นการให้ความเคารพสูงสุดต่อพระรัตนตรัย

          และในตอนเช้าของวันที่ 6 พระสงฆ์ไทยได้พาพระนิสิตนานาชาติออกรับบาตรจากชาวพุทธที่ตลาด 100 ปี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับสถานที่ทำการอำเภอสามชุก ชาวพุทธจำนวนมากได้ให้ความสนใจและร่วมใจกันใส่บาตรแด่พระนิสิตนานาชาติจำนวนมาก

          ชาวพุทธที่มาใส่บาตรกล่าวว่า “รู้สึกมีบุญที่ได้ทำบุญกับพระสงฆ์ในวันเดียวถึง 5 ประเทศ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ทำบุญที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ อยากให้มีแบบนี้บ่อย ๆ” ส่วนพระนิสิตนานาชาติกล่าวว่า “รู้สึกดีใจและประทับใจที่ได้เห็นวัฒนธรรมไทยระดับท้องถิ่น ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ต้นแบบของตนอย่างเหนี่ยวแน่น เมื่อเรียนจบแล้วจะนำเอาความรู้ที่ได้ไปสั่งสอนชาวพุทธภายในประเทศของตน โดยจะสอนและแนะนำให้ชาวพุทธรู้จักคุณค่าวัฒนธรรมของประเทศตน วัด บ้าน โรงเรียน และการปกครองควรเป็นวัฒนธรรมเดียวกัน” โครงการดังกล่าวนั้น พระสุนทรกิจโกศล, ดร. พระครูสุวรรณวิจิตร, ดร. พระสมุห์วรวิทย์ ผาสุโก, ดร. และพระมหาณัฐพงษ์ ฐิตปญฺโญ, ดร. เป็นคณะที่ให้การต้อนรับและบรรยาย….

โดย อ. ณัฐพงษ์ นาคถ้ำ

มุกดาหาร # ทพ.2106 จับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบค้ายาบ้า 1 ราย พร้อมยาบ้า 3,933 เม็ด

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2106 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สามารถตรวจยึดและจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,933 เม็ด ( สีส้ม 3,894 เม็ด และ สีเขียว 39 เม็ด) ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

          เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 62 เวลา 12.30 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2106 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้จัดกำลังพลซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่เพ่งเล็งบริเวณริมแม่น้ำโขง ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. พบชายวัยรุ่นสวมเสื้อสีแดงเดินลงที่ริมน้ำโขงแล้วหลังจากนั้นได้หยิบถุงบรรจุสิ่งของ แล้วเดินขึ้นจากฝั่ง

          เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นชายดังกล่าว ต่อมาชายดังกล่าวได้ตกใจแล้วทิ้งสิ่งของวิ่งหลบหนีไปได้ประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ได้ คือนายภาคภูมิ ค่อยชัยภูมิ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และได้นำตัวไปตรวจสอบสิ่งของที่ทิ้งไว้ พบว่าเป็นยาบ้า จำนวน 2 มัด โดยบรรจุใส่ถุงพลาสติกสีฟ้าแบบ กดปิด – ดึงเปิด จำนวน 16 ถุง และสีชมพู จำนวน 4 ถุง รวมแล้วได้ 20 ถุง ตรวจนับแล้วได้ของกลางยาบ้า จำนวน 3,933 เม็ด ( สีส้ม จำนวน 3,894 เม็ด และ สีเขียว จำนวน 39 เม็ด) ณ บริเวณพื้นที่ บ้านดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย.


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

นครนายก – ฝนตกหนักต่อเนื่องที่เขาใหญ่ ส่งผลน้ำหลากที่น้ำตกนางรอง จนท.ปักธงแดง

https://youtu.be/Jwma8oyy4-A

ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำหลากในพื้นที่น้ำตกนางรอง จนท.ต้องปักธงแดงห้าม นทท.ลงเล่นน้ำเด็ดขาด

         ที่นครนายก เมื่อเวลา16.30 น. เกิดน้ำหลากในบริเวณน้ำตกนางรอง ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง นครนายก โดยน้ำมีสีแดงขุ่นและไหลเชี่ยว จนท่วมสะพานข้ามลำธารที่เล่นน้ำเอกชน โชคดีที่วันนี้ไม่ใช่เป็นวันหยุดเลยไม่มีนักท่องเที่ยวมาลงเล่นน้ำ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่บอกว่า ระดับน้ำและสีน้ำเริ่มเปลี่ยนสีและมีการไหลเชี่ยวตั้งแต่เวลา15.30 น. และเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จนต้องนำธงแดงไปปักเอาไว้ตรงบันไดทางลงเล่นน้ำของน้ำตก

         ส่วนสาเหตุที่เกิดน้ำหลากนั้น ก็มาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องบนเทือกเขาใหญ่ เลยส่งผลให้น้ำไหลหลากลงมา อย่างไรก็ตามน้ำหลากถ้าไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีกระดับจะกลับเข้าสู่สภาวะปรกติประมาณ 3-4 ชั่วโมง ขณะที่น้ำตกอื่นๆไม่มีผลกระทบ นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ตามปกติ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด / อบต.ไม้รูดจับมือเจ้าท่า ขุดลอกคลองมะโร แก้คลองตื้นเขิน ช่วยชาวประมงพื้นบ้าน

         วันที่ 6 ตุลาคม 62 คลองมะโร ใกล้หาดบานชื่น ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายวงศกร นราธาวา ผอ.เจ้าท่าภูมิภาคตราด พร้อมด้วยสํานักงานพัฒนาและบํารุงรักษาทางน้ำที่ 5 และข้าราชการ นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐนายกอบต.ไม้รูด เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติที่ 23 บ้านไม้รูด ตัวแทนนายอำเภอคลองใหญ่ ร่วมกันตรวจสอบและควบคุมการขุดลอกและกำจัดสิ่งของที่เป็นอันตรายแก่การเดินเรือเข้าออกในคลองมะโร

         ทั้งนี้จากอบต.ไม้รูดได้จัดทำ โครงการขุดลอกคลองมะโร ที่ประสบปัญหาการทับถมของดิน ทรายและสิ่งอันตรายที่ทับถมทำให้ลำคลองตื้นเขิน เป็นอันตรายและไม่สะดวกต่อการเดินเรือ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุทางน้ำขึ้นมาได้ ด้วยคลองมะโรเป็นลำคลองที่มีทั้งชาวบ้าสนและชาวประมงพื้นบ้านใช้เป็นเส้นทางเดินเรือออกสู่ทะเล ในการทำการประมงพื้นบ้านและเพื่อการท่องเที่ยว หลายปีที่ผ่านเกิดปัญหาลำคลองตื้นเขิน อบต.ไม้รูด จึงร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด จัดทำโครงการขุดลอกลำคลองมะโรขึ้น

          นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด บอกว่าโครงการนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนและป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ ตลอดจนเป็นการอำนวยความสะดวกให้ชาวประมงพื้นบ้านรวมทั้งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชนและเที่ยวชมความสวยงามของทะเลตำบลไม้รูดต่อไปด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เกือบไปแล้ว !! เกิดเหตุเพลิงไหม้ออฟฟิศชั้น 6 อาคารทะเลทองแหลมฉบัง ควบคุมทัน

เกิดเหตุไฟไหม้ออฟฟิศชั้น 6 อาคารทะเลทองทาวเวอร์ แหลมฉบัง จ.ชลบุรี สัญญาณเตือนดัง ทำให้เจ้าหน้าที่อาคารแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันเวลา เสียหายไม่มาก

          เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันนี้ ( 6 ต.ค.) เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารทะเลทองทาวเวอร์ ต.ทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยที่เกิดเหตุอยู่ที่ชั้น 6 ของอาคารที่มีความสูง กว่า 20 ชั้น เป็นอาคารให้เช่าพื้นที่ทำออฟฟิศกว่า 100 บริษัท จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแหลมฉบัง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา เข้าร่วมตรวจสอบ

         ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยได้นำรถน้ำจำนวน 3 คัน เข้าร่วมในที่เกิดเหตุและกันไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณตัวอาคาร ซึ่งเหตุเกิดที่บริเวณชั้น 6 ของอาคาร พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องทำการทุบกระจกเพื่อระบายควันให้ออกจากตัวอาคาร เพื่อหาจุดที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งพบว่าเป็นออฟฟิศสำนักงานของบริษัท CMA-CMG ที่อยู่ด้านหน้าของอาคาร โดยพบว่าเพลิงได้ไหม้คอมพิวเตอร์เสียหายไปจำนวน 10 ตัว รวมทั้งอุปกรณ์สำนักงานบางส่วน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเป็นวันหยุดไม่มีพนักงานมาทำงาน ค่าเสียหายยังไม่สามารถตรวจสอบได้

         จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่อาคารได้เฝ้าอาคารอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ในชั้นที่ 6 ดังขึ้น ก่อนที่จะขึ้นไปตรวจสอบ พบกลุ่มควันออกมาจากฝ้าเพดานปกคลุมพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาช่วยควบคุมสถานการณ์ โดยยังไม่สามารถมองเห็นจุดที่เกิดไฟไหม้ เมื่อเจ้าหน้า ที่เข้าไปตรวจสอบ จึงทราบว่าไฟไหม้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานบางส่วน ไม่ได้ไหม้รุนแรงแต่อย่างใด ซึ่งตัวอาคารก็ไม่ได้รับความเสียหาย จึงสามารถเปิดให้ใช้บริการได้ตามปกติในวันพรุ่งนี้ ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุจะต้องกันเป็นพื้นที่ห้ามเข้าเพื่อให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มือมีดสุดโหด หัวใจทำด้วยอะไร !! จับนางศรีเงิน กรีดท้องไส้ทะลัก ทิ้งกลางแฟลตเอื้ออาธร

คนใจดำ สุดอำมหิต จับนางศรีเงิน แมวเพศเมีย วัย 3 ปี กรีดท้อง ปล่อยทิ้งไส้ทะลัก กลางชุมชนแฟลตเอิ้ออาธร หวังปล่อยทิ้งให้ตาย อย่างสุดอำมหิต บุญของนาง ศรีเงิน ยังไม่ถึงคาด เจ้าของออกตามหา หลัง หนีออกมา 3 วันไม่กลับเข้าบ้าน จนเจ้า ของมาพบนอนร้องอย่างน่าเวทนา รีบนำนาง ศรีเงิน ส่งสัตว์แพทย์ช่วยชีวิต รอดตายราวปฏิหาร

         ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.มินตรา หมอกเพ็ชร์ หรือ มิน อายุ 30 ปี ถึงพฤติกรรมสุดอำมหิตของคนใจดำ ที่ทำกับแมวสีลายสลิด เพศเมีย อายุ 3 ปี ที่ตนเองเลี้ยงไว้อย่างสุดอำมหิต ด้วยจับแมวใช้มีดกรีดท้อง นางศรีเงิน เป็นแผลยาว จนไส้ทะลัก ปล่อยทิ้งไว้ในชุมชนแฟลตเอื้ออาทร ม.3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

         โดยนาง ศรีเงิน ได้หายออกไปจากห้องพักที่ตึก 30 ภายในชุมชนแฟลตเอื้ออาทร เมื่อวันที่ 20 ก.ย.62 และไม่กลับเข้าบ้าน ซึ่งผิดปกติ ที่นางศรีเงิน ออกมาแล้วจะต้องกลับเข้าบ้านทุกครั้ง มาในครั้งนี้กลับไม่ยอมกลับ จนกระทั่งถึงวันที่ 23 ก.ย.62 จึงตัดสินใจออกช่วยกันตามหา จนมารดาของตนไปพบร่างของนางศรีเงิน นอนไส้ทะลัก หายใจรวยริน จึงรีบนำส่งสัตว์แพทย์ทันที และสัตว์แพทย์ได้ช่วยนางศรีเงิน จนรอดชีวิต ทำแผลเย็บท้องให้เรียบร้อย จนแผลใกล้หายเป็นปกติแล้วในขณะนี้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นี่หรือชะตาชีวิต !! อดีตสาวโรงงานเผชิญชะตาชีวิตสุดแสนทรมาน สองตายาย วอนหน่วยงานช่วยเหลือ

สองตา ยาย วัยชรา วอนหน่วยงานและผู้มีใจกุศล ช่วยหลานสาวที หลังต้องทรมานจากโรคร้ายรุมเร้า จนถึงขั้นไตวายระยะสุดท้าย ในขณะที่ยังเป็นไทรอยด์ กระดูกพรุน ตับโต หัวใจโตและโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง ขณะที่นอนติดเตียงยังห่วง สองตายายวัยชรา จะอยู่กันยังไง วอนหน่วยงานยิบยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ดูแลด้วย

         ผู้สื่อข่าวได้รับการเผยจาก นายปองพล บังพาเจริญ ประธานอาสาแจ้งข่าวประสานเหตุอัศวินบูรพา ว่าได้พบครอบครัว สองตายาย ที่ต้องดูแลหลานที่ป่วยนอนติดเตียง ด้วยสารพัดโรค ไตวายระยะสุดท้าย ที่ต้องล้างไต อาทิตย์ละ3 ครั้ง และกระดูกพรุน ไทรอยด์ ตับโต หัวใจโต และโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง(โรคพุ่มพวง) ด้วยบัตร 30 บาท มานับสิบปี ที่บ้านไม่มีเลขที่ภายในชุมชนหนองว่า ม.4 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

         ทางผู้สื่อจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาอัศวินบูรพา และแพทย์อาสา ที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งพบว่าเป็นบ้านไม้เก่าๆ พบกันสอง ตา ยาย ที่หู ตา ไม่ค่อยจะดี ตามวัยชรา ทราบ ตา โพ ว่องไว อายุ 89 ปี และยาย จวง สาสิทธิ์ อายุ 81 ปี นั่งอยู่ภายในบ้าน เมื่อเข้าภายในห้องด้านหลังได้พบกับภาพที่สุดแสนสงสาร เมื่อเห็นนางสาว โชติรส หรือ กี๋ วงศ์สุข อายุ 30 ปี หลานสาว ตายาย ที่ป่วยนอนติดเตียงอยู่ในห้อง เมื่อเห็นกลุ่มอาสา หมอ เข้าไปถึงกับร้องไห้ ทางหมอจึงช่วยดูแผลที่ก่อนหน้านี้ซ้อน จยย. ไปฟอกไต ที่ รพ.สมเด็จ ณ ศรีราชา ไปประสบเหตุรถล้มและขาซ้ายหัก และแผลหลายแห่งที่ขาข้างซ้าย น่าสงสารยิ่งนัก

         ในขณะที่ทางนางสาว โชติรส หรือกี๋ วงศสุข เผยด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า ก่อนหน้านี้เป็นสาวโรงงานอยู่ที่โรงงานมาม่ามานับ 10 ปี จนกระทั่งมาล้มป่วยด้วยโรคร้าย สารพัดโรครุมเร้า จนต้องออกจากงาน ในขณะที่เป็นห่วงเพียง 2 ตา ยาย ที่แก่ชราจะอยู่ต่อไปกันยังไง เพราะตนเองก็จะไม่ไหวแล้วเช่นกัน จึงอยากวิงวอนหน่วยงานและผู้มีใจบุญ เข้ามาช่วยเหลือด้วย โดยต้องการอยากจะซ่อมหลังคาบ้านที่เป็นสังกะสีและเป็นรูเพราะสังกะสีพุ ตามอายุการใช้งาน ซึ่งเวลาฝนตกน้ำทั้งรั่วไหลเข้าบ้าน จนแทบอยู่กันไม่ได้ อยากให้หมอ เข้ามาดูแล ในขณะบางครั้งไป รพ.ไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเพื่อนบ้านที่ใจบุญพาไปฟอกไต หรือไม่ก็ทีมอาสาฯมาพาไป ข้าวปลา อาหาร ก็ได้เพื่อนบ้านที่มีน้ำใจหยิบยื่นให้ประทังชีวิต

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด / อําเภอคลองใหญ่ เปิดศูนย์อํานวยการลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ชาวบ้านกันอย่างต่อเนื่อง

ตราด / อําเภอคลองใหญ่ เปิดศูนย์อํานวยการลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ชาวบ้านกันอย่างต่อเนื่อง

         วันที่ 7 ตุลาคม 62 ที่ห้องทะเบียนอําเภอคลองใหญ่ นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน อำเภอคลองใหญ่ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกกับประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียน “จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.” ซึ่งมีข้าราชการ, ทหาร, ตํารวจ และประชาชน เยาวชน ต่างพากันมาลงทะเบียนจิตอาสาพระราช ทาน 904 วปร.เป็นจํานวนมาก

         ทั้งนี้ ตามที่ศูนย์อํานวยการใหญ่ 904 วปร.ได้มอบหมายให้อําเภอทุกแห่งของจังหวัดต่างๆเปิดรับลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.รายใหม่ ระหว่างวันที่ 1-10 ของเดือน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมเป็นจิตอาสาในการบําเพ็ญประโยชน์ เพื่อสาธารณะโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการประสานการทํางานระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ โดยอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ยังเปิดรับสมัครลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ทุกต้นเดือนวันที่ 1-10 ของเดือน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชนชาวอําเภอคลองใหญ่ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนกันอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – หน่วยงาน 3 กระทรวงในจังหวัดร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมกระชับสัมพันธไมตรี ระหว่างส่วนราชการและเอกชน

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงพลังงาน ในจังหวัดจันทบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม กาแฟยามเย็น ในชื่อ “กาแฟ ฝันดี” เพื่อกระชับสัมพันธไมตรี ส่วนราชการ ภาคเอกชน เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นปัญหา ในการพัฒนาจังหวัดจันทบุรี

         วันนี้ ( 7 ต.ค.62 ) ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมนิวแทรเวลลอดจ์ นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำส่วนราชการ ข้าราชการทหาร, ตำรวจ, ผู้แทนหน่วยงานรัฐ วิสาหกิจ, ผู้แทนสมาคม, องค์กรผู้ประกอบการภาคเอกชน ร่วมกิจกรรม กาแฟยามเย็น ในชื่อ “กาแฟ ฝันดี” ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงพลังงาน ในจังหวัดจันทบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการบริหาร และพัฒนาจังหวัดจันทบุ รีให้สอดคล้องกับความต้องการและสถาน การณ์และนโยบายของรัฐบาลในรูปแบบเรียบง่ายไม่เป็นทางการ

         โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนสมาคม องค์กร ผู้ประกอบการภาคเอกชน ร่วมกิจกรรม ท่าม กลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง และ สนุกสนาน โอกาสนี้ได้มีการแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ ในจันทบุรี ประกอบด้วย รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี, สรรพากรพื้นที่จันทบุรี, ผู้บังชาการเรือนจำจังหวัด, พลังงานจังหวัด, ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี และรองผู้อำนวยการพิเศษ3 องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน

          ขณะที่นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนส่วนราชการ ผู้ร่วมงาน และช่วยขยายผล เชิญชวนร่วมสมัครกิจกรรม วิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ธันวาคม 2562 ณ คลองภักดีรำไพ รายได้สนับสนุนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้า และ มีเหรียญที่ระลึกสวยงามควรค่าแก่การเก็บรักษา โดยสมัครได้ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองท่าช้าง สำหรับการจัดกิจกรรมกาแฟสัญจรจะจัดเป็นประจำทุกเดือน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรีร่วมเป็นเจ้าภาพเพื่อกระชับสัมพันธไมตรี แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นปัญหา ในการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีอย่างยั่งยืนต่อไป และครั้งต่อไป หน่วยงานในสังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงต่างประเทศ และสำนักงานพระพุทธศาสนา ร่วมเป็นเจ้าภาพ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก