จันทบุรี-คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน จัดกิจกรรม “อิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้อง”

จันทบุรี-คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน จัดกิจกรรมอิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้องก่อนกลับ นำผู้เข้าประกวด Manhut Thailand 2019 ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ปิดกล่องช็อก ช่วยเหลือเด็กยากไร้

         วันนี้ ( 10 ต.ค.62 ) ที่โรงเรียนวัดวันยาวล่าง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้จัดกิจกรรมปิดกล่องช็อกโดย มี ผู้ปกครองผู้นำท้องถิ่นมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก มีกิจกรรมมอบข้าวสารเพื่อเป็นโครงการอาหารเย็น อิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้องก่อนกลับ นางบัวเครือ ออมชมภู ผอ.ร.ร.วัดวันยาวล่าง กล่าวว่าโครงนี้โรงเรียนจัดขึ้นมาเป็นปีที่ 3 แล้วในการเลี้ยงอาหารเย็นเด็กนักเรียน ก่อนกลับบ้านทุกคนทุกวันที่มาโรงเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองเนื่องฐานะของผู้ปก ครองกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพรับจ้าง และประมงพื้นบ้าน ดังนั้นทางคณะกรรมการศึกษา คณะครูและชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดขึ้น ปัจจุบันเด็กนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นตามลำดับเนื่องจากท้องอิ่มสมองดี

         และในโอกาสเดียวกันนี้ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดจันทบุรีร่วมกับคณะกองประกวดและ ชมรมสื่อมวลชนภาคตะวันออกและหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดประกวด Manhut Thailand 2019 เพื่อค้นหาหนุ่มหล่อสัญชาติไทย เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด Manhunt international 2020 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 สำหรับการคัดตัวแทนประเทศไทย มาเก็บตัวทำกิจกรรมที่จันทบุรีมีการประกวดชิงตำแหน่งขวัญใจจันทบุรีและขวัญใจสื่อมวลชน ที่หาดเจ้าหลาว ซึ่งวันนี้ได้มาทำกิจกรรมร่วมมอบข้าวสารและทาสีกำแพงโรงเรียนด้วย และมีการประกวดชิงตำแหน่งขวัญใจจันทบุรี เพื่อให้ผู้เข้าประกวดทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองจันทบุรีนำไปเผยแพร่ ต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผวจ.นครศรีธรรมราช เร่งแก้ไขปัญหาที่ดิน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มีข้อพิพาทกับประชาชนที่ยืดเยื้อมานานนับ 10 ปี

ผวจ.นครศรีธรรมราช เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มีข้อพิพาทกับประชา ชน ที่ยืดเยื้อมานานนับ 10 ปี หลังศาลฎีกาพิพากษาให้รัฐ ทั้งชนะและแพ้คดี เตรียมเยียวยาหาที่ดินจัดสรรให้ผู้ที่แพ้คดี 27 ราย รวมทั้งต้องหาที่ดิน เพื่อจัดสรรให้ผู้ที่เคยได้รับที่ดิน ส.ป.ก.ให้แล้วแต่รัฐแพ้คดี เพื่อคืนสิทธิ์ให้ราษฎรผู้ชนะคดีในที่ดินแปลงเดิมคำสั่งศาลด้วย

         วันนี้(10 ต.ค.62) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงความคืบหน้า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระหว่างราษฎรและมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายหลักจากที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา 2 คดี คือ

          คดีแรก ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ยืนฟ้องขับไล่ราษฎรจำนวน 35 ราย ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ให้ราษฎรออกจากพื้นที่ที่ตั้งมหาวิทยาลัย แต่ปรากฏว่าบัดนี้ใกล้ครบกำหนด 10 ปีนับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งมหาวิทยาลัยฯได้แจ้งให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งรัดจัดหาที่ดินให้กับราษฎรที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดได้มีการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับราษฎรแล้ว 2 ราย ๆ ละ 5 ไร่ อีก 6 รายขอรับเป็นค่าชดเชย จึงเหลือราษฎรที่ต้องออกจากพื้นที่ 27 ราย แต่ได้มีข้อตกลงกันว่าขอเยียวยาที่ดินรายละ 5 ไร่ แต่เนื่องจาก ส.ป.ก.ไม่มีที่ดินที่จะจัดสรรให้ราษฎรดังกล่าว เนื่องจากที่ดินที่เตรียมไว้กว่า 100 ไร่ ถูกราษฎรบุกรุกเต็มพื้นที่แล้วเช่นกัน ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนขึ้น แต่ ส.ป.ก.ได้มีการฟ้องร้องกับผู้ที่บุกรุกที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ผลการบังคับคดีหมดสภาพบังคับ 10 ปี ซึ่งทางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ทำข้อตกลงกับราษฎรที่แพ้คดีทั้ง 27 รายแล้วว่า ยินยอมที่จะออกจากพื้นที่ แต่ขอเยียวยาที่ดินรายละ 5 ไร่ ซึ่งต้องไม่อยู่ห่างไกลจากที่เดิม จึงเป็นประเด็นว่า ส.ป.ก.จะทำอย่างไรดีจะเยียวยาได้ทันท่วงที ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรีและอำเภอท่าศาลา จึงนึกขึ้นมาได้ว่ากระทรวงมหาดไทยเคยอนุมัติให้มหาวิทยาลัยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่เรียกว่า แปลงหมายเลข 4 จำนวน 700 ไร่ ให้กับมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้นำไปปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ดังนั้นจึงต้องมีการเจรจากับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพื่อขอที่ดินดังกล่าวมาประมาณ 300 ไร่เศษ เพื่อให้ ส.ป.ก.เอามาจัดสรรเยียวยาให้กับ 27 ครอบครัวดังกล่าว จำนวน 135 ไร่ ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้เป็นสำรอง

         คดีที่สอง ที่รัฐแพ้คดี กรณีที่ราษฎร 3 ราย ยื่นฟ้องส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้หลวงแพ้คดี เนื่องจาก ส.ป.ก.ไปจัดสรรที่ดินที่ราษฎรทั้ง 3 ราย ดังกล่าวเคยมี ส.ค.1 มาก่อน ต้องคืนที่ดินให้ 3 รายนี้ เกือบ 100 ไร่ ซึ่ง ส.ป.ก.ได้ไปจัด สรร ที่ดินให้ราษฎรในแปลงที่หลวงแพ้คดีแล้ว จึงต้องไปจัดหาที่ดินแปลงใหม่ให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไปก่อนแล้ว เพื่อคืนที่ดินดังกล่าวให้กับราษฎรทั้ง 3 รายที่ชนะคดี ซึ่งต้องจัดสรรที่ดินใหม่รายละ 5 ไร่ให้กับผู้ที่ต้องเคลื่อนย้ายออกจากที่ดินแปลงที่ราษฎรชนะคดี โดยใช้ที่ดินส่วนที่เหลือจากการจัดสรรให้ราษฎร 27 ราย จำนวน 135 ไร่ ซึ่งเหลืออยู่ 100 กว่าไร่ หากได้ตามที่คิดไว้ก็จะลงล็อกพอดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ว่าจะยินยอมไหม หากสำเร็จจะวินวินด้วยกัน จึงจำเป็นต้องหารือกับ ส.ป.ก. และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อชี้แจงสร้างความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชน

          ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า สำหรับปัญหาต่อไปที่ตนต้องเร่งแก้ไขคือ ปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลพบว่า มีผู้ป่วยจำนวนมากที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ จากการสอบถามพบว่าส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม มีการเผาวัชพืช เศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งจะได้พูดคุยกับสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป..//////////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

กองทัพภาคที่ 4 เตรียมความพร้อมกำลังพล อุปกรณ์รับมืออุทกภัยภาคใต้ พร้อมปล่อยขบวนรถ ส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กองทัพภาคที่ 4 เตรียมความพร้อมกำลังพล อุปกรณ์รับมืออุทกภัยภาคใต้ พร้อมปล่อยขบวนรถส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          วันนี้ ( 10 ตุลาคม 2562 ) ที่หน้าสโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานปล่อยขบวนรถบรรทุกสิบล้อ 5 คัน ส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพภาคที่ 4 ผู้บังคับหน่วยภายในค่ายวชิราวุธ กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. จากหน่วยภายในค่ายวชิราวุธ และภาคส่วนต่างๆ ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยสิ่งของทั้งหมด จะไปนำส่งให้กับกองทัพภาคที่ 2 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่อไป

          พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ตามที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “โพดุล” และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบในหลายจังหวัดเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อน ในการนี้ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและรับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค วัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมสิ่งของบริจาค นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          โดยได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและรับบริจาคขึ้น จำนวน 2 จุด ตั้งแต่ 16 กันยายน 2562 เป็นต้นมา จุดที่ 1 ณ สโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจุดที่ 2 ณ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ดำเนินการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมบริจาคสิ่งของ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดี สรุปยอดเงินที่ได้รับบริจาคทั้งสิ้น จำนวน 246,400 บาท รวมทั้งสิ่งของอุปโภค บริโภคต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยสิ่งของทั้งหมด จะไปนำส่งให้กับกองทัพภาคที่ 2 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่อไป

          พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวด้วยว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไปนั้น ทาง พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาอุทกภัยของกองทัพภาคที่ 4 จำนวน 22 หน่วย เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล เครื่องมือสื่อสารและเครื่องมืออุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยในการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ทันทีหากเกิดเหตุขึ้น โดยมีการทำแผนเผชิญเหตุโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยประจำพร้อมจัดทำบัญชีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงไว้พร้อมแล้ว โดยบูรณาการร่วมกับจังหวัดและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง..///////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

เทสโก้ โลตัส เดินหน้า ยกระดับคุณภาพอาหารกลางวันเด็กนักเรียนใน 77 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านโครงการอาหารดี พี่ให้น้อง

เทสโก้ โลตัสมุ่งส่งเสริมคุณภาพอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ พร้อมเชิญชวนลูกค้าประชาชน ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนจัดซื้ออาหารกลางวันมีประโยชน์ให้เด็กๆในโรงเรียนที่ขาดแคลนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศตลอดปีการศึกษา

          นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการ ฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัสได้ดำเนินโครงการอาหารดีพี่ให้น้องมาต่อเนื่อง เราสนับสนุนให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้เข้าถึงอาหารที่ดีและมีประโยชน์ โดยเทสโก้ โลตัสยังคงมุ่งมั่นที่จะนำอาหารคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการส่งต่อไปยังโรงเรียนที่ขาดแคลนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เราขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเข้าโครงการในช่วงปิดเทอมตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 ตุลาคม”

          “ตลอดทั้งเทอมการศึกษาที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพของคุณครูหลายท่านที่ตั้งใจทำอาหารให้กับน้องๆ ทำเมนูที่แปลกใหม่ที่น้องๆ ไม่เคยได้กิน หรือไม่เคยรู้จักมาก่อน โดยเลือกซื้อวัตถุดิบต่างๆ จากเทสโก้ โลตัส สาขาใกล้โรงเรียน​ วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ ต้องการให้น้องๆ มากกว่าเพียงอิ่มท้อง แต่ต้องได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการ และให้น้องๆ ได้มีโอกาสกินอาหารที่แปลกใหม่ ลูกค้าและประชาชนที่ประสงค์จะร่วมสมทบทุนบริจาคกับ เทสโก้ โลตัส สามารถบริจาคเงินได้ที่แคชเชียร์เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้”

          คุณครูปัทมาพร นพรัตน์ ครูโรงเรียนบ้านเพชรน้ำผึ้ง หนึ่งใน 77 โรงเรียนในโครงการอาหาดี พี่ให้น้อง กล่าวว่า “งบประมาณเสริมที่ได้รับจากเทสโก้ โลตัสช่วยให้เราสามารถทำเมนูใหม่ๆ หน้าตาอาหารใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ ได้ สร้างความตื่นเต้นให้พวกเขาอยากทานอาหารทุกวัน โดยเมนูส่วนมากก็ค้นหาวิดีโอวิธีการทำจากอินเตอร์เนท มาลองปรับให้เข้ากับรสชาติอาหารของเด็กๆ โดยใช้วัตถุดิบที่ได้รับจากเทสโก้ โลตัส ซึ่งบางอย่างเป็นของที่เด็กๆ ไม่เคยได้กิน เช่น ผลไม้ต่างประเทศต่างๆ กุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ซูชิ เป็นต้น”

          “เทสโก้ โลตัสขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ตั้งใจทำอาหารที่ดีให้กับน้องๆได้กิน และเชื่อว่าโครงการ ‘อาหารดี พี่ให้น้อง’ จะไม่สามารถสำเร็จได้หากขาดคุรครูที่มีความมุ่งมั่นให้น้องๆได้กินอาหารที่ดี และลูกค้าประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินสมทบทุน เพื่อให้น้องๆได้กินอาหารที่มีโภชนาการตลอดปีการศึกษา” นางสาวสลิลลา กล่าว

สำหรับช่องทางการบริจาค “อาหารดีพี่ให้น้อง” สามารถบริจาคเงินได้โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ และผ่านช่องทางต่างๆ ประกอบด้วย

  1. เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เทสโก้ โลตัส และเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ทั่วประเทศ
  2. โมบาย แบงก์กิ้ง (จะได้รับใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีผ่านระบบ online –โครงการ eDonation)
  3. โอนเข้าบัญชีรับบริจาค มูลนิธิเทสโก้เพื่อไทย ธนาคารกรุงเทพ ประเภทออมทรัพย์ หมายเลข 057-0-41000-1
  4. สามารถชมคลิป “ฮีโร่อาหารกลางวันนักเรียน” ได้ที่​ https://youtu.be/DmZp6jmy_5w

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทสโก้ โลตัส

          เทสโก้ โลตัส เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเทสโก้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มค้าปลีกชั้นนำของโลก ที่ดำเนินธุรกิจใน 10 ประเทศ ปัจจุบันมีสาขาในประเทศไทยทั้งหมดประมาณ 2,000 แห่ง ใน 3 ขนาด คือขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก รวมถึงช่องทางจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล 2 ช่องทางหลัก คือเทสโก้ โลตัส ช้อปออนไลน์ และการจำหน่ายสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสชั้นนำ โดยเทสโก้ โลตัส ให้บริการลูกค้ากว่า 15 ล้านคนต่อสัปดาห์

          เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าในประเทศไทย ให้ดียิ่งๆ ขึ้นทุกวัน ด้วยการมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ พร้อมทั้งประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีเยี่ยม ผ่านช่องทางต่างๆแบบออมนิชาแนล ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้กับเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการต่างๆ มากมาย อาทิ โครงการรับซื้อผลิตผลโดยตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สร้างรายได้ที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้เกษตรกรทั่วประเทศ, โครงการ ‘อาหารดี พี่ให้น้อง’ บริจาคอาหารคุณภาพสูงให้โรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ, โครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ บริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดในแต่ละวันแต่ยังรับประทานได้ให้ผู้ยากไร้เพื่อลดขยะอาหาร, โครงการ ‘ภูมิใจไม่ใช้ถุง’ รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกโดยมอบแต้มกรีนพอยท์ให้ลูกค้า และโครงการช่วยเหลือสังคมอื่นๆ อีกมากมาย ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก www.tescolotus.com

Cr.ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754,จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กเด่น” ประชุมการปฏิบัติเกี่ยวกับการอำนวยการจราจรให้แก่รถฉุกเฉินในขณะมีขบวนเสด็จฯ

“บิ๊กเด่น” ประชุมการปฏิบัติเกี่ยวกับการอำนวยการจราจรให้แก่รถฉุกเฉินในขณะมีขบวนเสด็จฯ

         วันพุธที่ 9 ต.ค.62 เวลา 14.00 น.​ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 2 บก.จร.​ : พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.วาสิทธิ์ บางท่าไม้ นตรออ. เป็นประธานประชุมการปฏิบัติเกี่ยวกับการอำนวยการจราจรให้แก่รถฉุกเฉินในขณะมีขบวนเสด็จฯ

         โดยมี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น.,พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น., พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.จร., ผู้แทน บก.น.1-9,บก.สปพ., ศูนย์วิทยุ, ผู้แทน กระทรวงสาธารณสุข, สำนักการแพทย์ กทม., ศูนย์หน่วยกู้ชีพพระมงกุฎเกล้า, ศูนย์กู้ชีพนเรนทร, มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, มูลนิธิร่วมกตัญญู, จส.100 และสวพ.91

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​สน.แสมดำ จับกุมเหตุคนร้ายพยายามลักทรัพย์ตู้ ATM ธนาคารกสิกรไทย

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 10 ต.ค.62 เวลา 12.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย​ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผบช.น. และ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 เข้าร่วมแถลงข่าว สน.แสมดำ จับกุมเหตุคนร้ายพยายามลักทรัพย์ตู้ ATM ธนาคารกสิกรไทย​ โดยเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​สน.แสมดำ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางบอน และ กก.สส.บก.น.9 ได้ร่วมกันจับกุมตัว​ นายประกิจ หรือปลา วาประโคน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2018 ซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯ

         โดยกล่าวหาว่า “พยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.530/2562 ลง 9 ตุลาคม 2562​ พร้อมด้วยของกลางคือ​ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีชมพูขาว ทะเบียนสาธารณะ​ กขฉ 38 สมุทรปราการ จำนวน 1 คัน,เสื้อยืดคอปกสีขาว แขนสั้น มีลายที่ด้านหน้าจำนวน 1 ตัว,กางเกงกีฬาฟุตบอล ขาสั้นสีน้ำเงิน แถบข้างเหลือง ยี่ห้อ PONY จำนวน 1 ตัว, รองเท้าแบบสวม ยี่ห้อเทวิน จำนวน 1 คู่, หมวกนิรภัย แบบเต็มใบสีขาว จำนวน 1 ใบ​ และเหล็กชะแลง ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร จำนวน 1 อัน

          พฤติกรรมกล่าวคือเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดตู้กดเงินสดธนาคารกสิกรไทย​ ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯได้รับความเสียหาย เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 03.30 น.ของวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุคือนายประกิจ หรือปลา วาประโคน ผู้ต้องหาในคดีนี้ พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาล​ และศาลได้อนุมัติหมายจับให้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับนี้ ต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

         จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้ชะแลงงัดทำลายตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย กลางซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯ และจากการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเพิ่มเติมว่า ในวันที่เกิดแหตุได้ก่อเหตุทุบทำลายตู้เอทีเอ็มอีก 2 ตู้ คือตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตั้งอยู่ใน ซอยบางบอน 5 แยก 3 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ และตู้เอทีเอ็มธนาคารธนชาติ ซึ่งตั้งอยู่ใน ซอยบางบอน 5 แยก 3 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กก.ดส. แถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาในคดียาไอซ์​ 132​ กก.และคีตามีน 5 กก.

         วันนี้(พฤหัสบดีที่ 10 ต.ค.62) เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวของ กก.ดส. ร่วมกับ สภ.บางปลาม้าจับกุมยาไอซ์ 132 กก. และคีตามีน 5 กก. โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.น. เข้าร่วมแถลงข่าวการจับกุมของ กก.ดส. ร่วมกับ สภ.บางปลาม้าจับกุมยาไอซ์ 132 กก. และคีตามีน 5 กก.

         วันนี้ วัน​พฤหัสบดีที่ 10 ต.ค.62 เวลา 12.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​: พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน​ และพล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผบช.​ เข้าร่วมแถลงข่าวการจับกุมของ กก.ดส. ร่วมกับ สภ.บางปลาม้าจับกุมยาไอซ์ 132 กก. และคีตามีน 5 กก.

          พล.ต.ท.สชาติฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าว​ ได้ร่วมทำการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญผู้ต้องหา จำนวน 1 คน​ คือนายกิติพงษ์ หรือ โม ขจัดภัย อายุ 30 ปีที่อยู่ 119 หมู่ 2 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี​ โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน​ (ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คีตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย”

          โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 02.45 น.ที่ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ถนน 340 ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี​ พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน​ (ยาไอซ์) บรรจุอยู่ในห่อพลาสติก​ (ห่อใบชา) สีเขียวเข้มจำนวน 100 ห่อ สีเขียวอ่อน จำนวน 31 ห่อ,บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำจำนวน 1 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุหนักห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักยาไอซ์ทั้งหมดประมาณ 132 กิโลกรัม,วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) บรรจุอยู่ในห่อพลาสติกใบชาสีเขียว จำนวน 5 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักคีตามีน 5 กิโลกรัม​ และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ผธ 4316 ชลบุรี

          สืบเนื่องจากการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญก่อนหน้านี้ กก.ดส.ได้ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องจนสืบทราบว่ายังมีเครือข่ายยาเสพติดอีกเครือข่ายหนึ่งซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ โดยเครือข่ายนี้จะจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในย่านวุฒากาศ,ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร,ถนนกาญจนาภิเษก บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง​

         เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวน สะกดรอยติดตามมาโดยตลอด จนพบว่า พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ จะมีนายทุนอยู่เบื้องหลังผู้เป็นเจ้าของยาเสพติดเป็นคนสั่งการให้ นายบอล​ และผู้ต้องหา ไปรับยาเสพติดที่บริเวณย่านบางบัวทอง และนำไปส่งต่อให้กับเครือข่ายยาเสพติดนี้ตามคำสั่งของของนายทุน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ และทำการประชุมวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม

         ต่อมาวันที่ 7 ต.ค.62 เวลาประมาณ 23.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.ได้พบรถรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียนผธ 4316 ชลบุรี ซึ่งเป็นรถที่เครือข่ายนี้ ใช้ในการรับส่งยาเสพติดบริเวณถนนกาญจนาภิเษก เจ้าหน้าที่ตำรจ กก.ดส. จึงได้ทำการสะกดรอยติดตามเพื่อเข้าทำการจับกุมจนไปถึงถนน 340 พื้นที่ สภ.บาง ปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

          เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเข้าสกัดรถคันดังกล่าวแต่ผู้ต้องหาไม่ยอมหยุดรถ​ ได้ขับหลบหนีต่อไปบนถนน 340 จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ฝั่งขาเข้า ผู้ต้องหาได้จอดรถกลางสะพานข้ามแม่น้ำแล้วกระโดดสะพานลงแม่น้ำท่าจีนเพื่อหลบหนีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.จึงได้ทำการปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวไว้ และได้ประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปลาม้า มาร่วมทำการปิดล้อมและค้นหาตัวผู้ต้องหาจนพบตัวผู้ต้องหาหลบอยู่ที่บริเวณตอม่อใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

          เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นรถยนต์กระบะคันที่ผู้ต้องหาขับมาผลการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) บรรจุอยู่ในห่อพลาสติก(ห่อใบชา) สีเขียว จำนวน 132 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุหนักห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักยาไอซ์ทั้งหมดประมาณ 132 กิโลกรัม และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คีตามีน บรรจุอยู่ในห่อพลาสติกใบชาสีเขียวจำนวน 5 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุหนักห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักคีตามีนทั้งหมดหนักประมาณ 5 กิโลกรัม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มุกดาหาร # ตม.จว.มุกดาหาร จับผู้ต้องหาตามหมายจับ คดี “ฉ้อโกงทรัพย์”

         เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 10.00 น. ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และพ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร โดยการนำของ พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม นายทศกัณฐ์ ศิริศร อายุ 21 ปี สัญชาติ ไทย อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.9 ต.คำไฮใหญ่ อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี ตามหมายจับศาลแขวงอุบล ราชธานี ที่ จ.133/2562 ลงวันที่ 24 กันยายน 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” สถานที่จับกุม บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

          พฤติการณ์ในการจับกุม ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบังคับการตรวจคน เข้าเมือง 4 ให้ระดมกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่รับผิดชอบ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนเกิดเหตุวันนี้ (10 ต.ค. 2562) เวลาประมาณ 08.00 น.เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปรามปราบ ตม.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่านายทศกัณฐ์ ศิริศร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.9 ต.คำไฮใหญ่ อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ จ.133/2562 ลงวันที่ 24 กันยายน 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบค้นข้อมูลเบื้องต้นจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) เพื่อตรวจสอบข้อมูลหมายจับโดยละเอียดและประสานกับหน่วยงานเจ้าของคดีพบว่า นายทศกัณฐ์ ศิริศร เป็นบุคคลตามหมายจับข้างต้นจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบและประสานกับเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2และได้วางกำลังไว้บริเวณจุดตรวจฯ (ขาออก) จนกระทั่งถึงเวลาที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ นายทศกัณฐ์ ศิริศร ได้ถือหนังสือผ่านแดนชั่วคราวเล่มที่ 4901001/2562 เลขที่ 3375 มายื่นแสดงกับเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจเพื่อตรวจอนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จากการตรวจสอบข้อมูลตามระเบียบพิธีการเข้าเมืองพบว่า ผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ จ.133/2562 ลงวันที่ 24 กันยายน 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”

          จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ทราบและร่วมตรวจสอบในกรณีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับอ่านให้ฟังและให้ผู้ถูกจับตรวจดูข้อความในหมายจับดังกล่าวข้างต้นจนเป็นที่เข้าใจแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ ผู้ถูกจับได้รับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกจับให้การรับว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงต่อหน้าในขณะนั้นจริง และไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกจับกุมและควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ////////

มุกดาหาร # อำเภอนิคมคำสร้อย เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง

         เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00น.นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำ สร้อย เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุ ประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพสตรีตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย ให้มีความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เทคนิคการเขียนโครงการขอรับการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ ส่งเสริมการออม การสาธิตและฝึกอาชีพการทำขนมไทย เรียนรู้การก้าวสู่สตรียุคไทยแลนด์ 4.0 เศรษฐกิจทันสมัย เกษตรคุณภาพสูง การท่องเที่ยวชายโขงเชื่อมโยงอาเซียน

          ในการดำเนินงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมุกดาหาร ประเภทเงินอุดหนุน โดยมีวิทยากรจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมดำเนินการเช่น ผู้แทนจากหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ปราชญ์ชุมชนด้านเศรษฐกิจพอเพียง และด้านอาชีพ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมุกดาหารและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอนิคมคำสร้อย ผู้นำกลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพ กลุ่มเป้าหมายเป็นสตรีจากตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จำนวน 220 คน ดำเนินการ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

ตำรวจยะลา ผนึกกำลังความมั่นคง 4 ฝ่าย เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่

          วันนี้ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00 น. ที่บริเวณหน้าตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้มีการปล่อยแถวตำรวจ ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเครือข่ายภาคประชาชน ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดยะลา ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ก่อเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งกระทำต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนด้วยยุทธวิธีที่แตกต่างกัน ทั้งการลอบยิง ลอบวางระเบิด รวมถึงการสร้างสถานการณ์ก่อกวนอื่น ๆ เพื่อให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐสูญเสียความน่าเชื่อถือและสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนในพื้นที่ ทางตำรวจภูธรจังหวัดยะลา จึงได้ระดมสรรพกำลัง 4 ฝ่าย เพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมและทำให้พื้นที่ให้ปลอด

          พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดยะลาและพื้นที่ใกล้เคียง มีความพยายามที่จะก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดยะลาถือเป็นจังหวัดสำคัญที่มีหน่วยราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคตั้งอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางการค้า ที่มีร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีประชาชน เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

           ดังนั้น จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันในการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยการออกปฏิบัติหน้าที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ลาดตระเวนเส้นทาง ติดตามค้นหาและจับกุมบุคคลตามหมายจับ วัตถุระเบิด อาวุธปืน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และป้องกันเหตุอาชญากรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

ขอบคุณข้อมูล : NEWS ข่าวด่วน ข่าวเด่น (www.southernreports.org)