ข้าราชการ ประชาชน ในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ข้าราชการ ประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี บำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         วันนี้ ( 23 ต.ค.62 ) ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จังหวัดจันทบุรี ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย

         ช่วงเช้า ที่บริเวณถนนเทศบาล 3 ด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตาก สินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราช การ, ประชาชน, กลุ่มพลังมวลชน, ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 57 รูป เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          หลังจากนั้นที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี เป็นพิธีบำเพ็ญกุศลพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำข้าราชการ ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธี วางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2396 เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2411 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 สิริพระชนมายุ 57 พรรษา ตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี ที่พระองค์ทรงปกครองสยามประเทศ พระองค์ทรงคุณธรรมอันประเสริฐทรงพระปรีชาสามารถยาก ทรงดำเนิน รัฐประศาสโนบาย อันสุขุมคัมภีรภาพยิ่งทำให้สามารถรักษาเอกราช ของชาติประเทศ มิให้ตกเป็นเมืองขึ้นแก่ประเทศมหาอำนาจตะวันตก ทรงปรับปรุง ระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ก้าวหน้า ทันสมัย ทรงเปลี่ยนแปลงการปกครองจากจตุสดมภ์ เป็นกระทรวง ทบวง กรม ทรงริเริ่มพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้า ทรงปรับปรุงระบบการ คมนาคมขนส่ง การไฟฟ้าการไปรษณีย์ การโทรเลข ทรงตั้งโรงเรียน หลวงสำหรับราษฎรขึ้นตามวัดต่าง ๆ ทรงปรับปรุงการทหาร เพื่อให้ ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

          ที่สำคัญยิ่งคือ ทรงใช้กุศโลบายในการเลิกทาสโดยได้ทรงตราพระราชบัญญัติเลิกทาส เมื่อปีพุทธศักราช 2448 ปล่อยทาสให้เป็นไท โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ เนื่องด้วยทรงเห็นว่าการมีทาส เป็นการริดรอนสิทธิมนุษย์ไม่เสมอภาค ยังความเดือดร้อน ให้แก่ราษฎรผู้เป็นทาส ด้วยพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ พสกนิกรต่างน้อมใจ ถวายพระสมัญญา-ภิไธยว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” และรัฐบาลได้เฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” รวมทั้ง ทรงได้รับการประกาศพระเกียรติคุณยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกในสาขาการศึกษาวัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา การพัฒนาสังคมและการสื่อสาร พระเกียรติคุณของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

         และในภาคค่ำ เวลา 18.30 น.เป็นต้นไปที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ เทศบาลเมือง จันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะนำข้าราชการ ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 57 วินาที

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สู้ชีวิตให้ถึงที่สุด !! พบอดีตช่างไฟฟ้า ประสบเหตุต้องตัดแขนทิ้ง 2 ข้าง ต้องใส่แขนเหล็ก แต่ไม่ท้อชีวิต ขายสลากกินแบ่ง เลี้ยงครอบครัว

สู้ชีวิตให้ถึงที่สุด !! พบอดีตช่างไฟฟ้า ประสบเหตุไฟฟ้าช็อดจนต้องตัดแขนทิ้ง 2 แขนจนต้องใส่แขนเหล็กทั้งสองข้าง แต่ไม่ท้อชีวิต ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมากว่า 30 ปีเลี้ยงครอบครัว

          พบชายวัยกลางคน ในสภาพเดินขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมากว่า 30 ปี หลังจากที่ถูกไฟฟ้าช็อด จนต้องตัดแขนทิ้งทั้งสองข้าง ขณะทำงานแล้วเกิกพลาดท่าเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา จนต้องใส่แขนเหล็กทั้งสองข้างเดินขายสลากกินแบ่ง โดยไม่มีถาดไม้แขวนคอ เหมือนคนอื่น แต่ใช้มือเหล็กจับสลากกินแบ่งแทนและมีเพียงกระเป๋าใสสลากกินแบ่งสะพายอยู่เดียว

         ผู้สื่อข่าวได้พบกับชายวัยกลางคนเดินขายสลากกินแบ่งรัฐบาล อยู่ในบริเวณ สำนัก งานอัยการชลบุรี โดยพบว่าชายคนดังกล่าวแขนขาดทั้งสองข้าง แต่ได้ใส่แขนเหล็ก โดยใช้มือเหล็กจับสลากกินแบ่งไว้ กระเป๋าสะพายและเสื้อที่สวมใส่มีพระห้อยอยู่เต็มไปหมด จึงแปลกใจ เข้าไปสอบถามทราบชื่อว่า นาย สมรัก สดใส อายุ 68 ปี บอกว่าขายสลากกินแบ่งมากว่า 30 ปีแล้ว

         ซึ่ง ลุงสมรัก ได้เปิดเผยเรื่องราวให้ฟังว่า เมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา ตนเคยทำงานด้านไฟฟ้ากำลังแรงสูง แต่ขณะทำได้เกิดพลาดท่าถูกไฟฟ้าช็อด จนต้องตัดแขนทั้งข้างทิ้ง เพื่อรักษาชีวิต ซึ่งตั้งแต่นั้นมาก็สู้ชีวิตเรื่อยมา หลังแผลหายและใส่แขนเหล็กทั้งสองข้าง ก็ยึดอาชีพขายสลากกินแบ่งมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านเคยมีคนทางพัทยา ซื้อหวยตนและถูกรางวัลที่ 1 ด้วย แต่ผ่านมาหลายปีแล้ว ซึ่งตนเองจะมาขายที่สำนักงานอัยการชลบุรีเป็นประจำ

         ต่อข้อถามถึงการแต่งกายว่า มีอะไรพิเศษหรือเปล่า หรือให้เช่าพระด้วย เพราะเห็นมีพระแขวนห้อยเต็มตัว ก็ได้รับการเปิดเผยว่า เป็นการชื่นชอบเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้เป็นพุทธพาณิชย์แต่อย่างใด ไม่ให้เช่าหรือขายแต่อย่างใด โดยพบว่าพระที่ห้อย มีพระเกจิ ที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายองค์

          ทางด้านนาย รวมพล บัวเข็ม เป็นหนึ่งในลูกค้าสลากกินแบ่ง ของลุงสมรัก กล่าวตนมาที่อัยการชลบุรีทุกครั้ง ก็จะเจอกับลุง สมรัก ทุกครั้งและจะช่วยอุดหนุนซื้อสลากกินแบ่งทุกครั้ง ซึ่งพบว่า ลุงสมรัก ขายสลากกินแบ่งมานานมาก ถึงจะใส่แขนเหล็กทั้งสองข้างแต่ลุงก็สู้ชีวิตแบบสุดๆจริงๆ

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ทหารพราน รวบกลุ่มขบวนการลักลอบ ขนข้าวสารเถื่อนข้ามโขง แบบกองทัพมด

(แถลงข่าว)มุกดาหาร ทหารพรานร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคง ไล่สกัดรถบรรทุก 10 ล่อ จำนวน 3 คัน ขนข้าวสารที่ลักลอบลำเลียงข้ามโขงมา ขึ้นตามแนวชายแดน แบบกองทัพมด เตรียมส่งนายทุนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจจับยึดข้าวสาร 774 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 38,700 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหาขบวนการลักลอบนำข้าวเข้าประเทศรวม 14 คน

         เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 25462 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการแถลงข่าวโดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และพันตรีอัครเดช อัดรสาร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร พร้อมหน่วยงานความมั่นคง นำของกลางกระ สอบข้าวสารเหนียว จำนวน 774 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 38,700 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหาขบวนการลักลอบนำเข้า ข้าวสารเหนียว มาแถลงข่าว

         สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ทหารพรานส่งสายลับลงพื้นที่ สืบหาเบาะแส หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีขบวนการการลักลอบนำเข้า ข้าวสารจากประเทศเพื่อนนับ 1,000 กระสอบ ลักลอบนำเข้าแต่ละวัน มีนายทุนสั่งนำเข้าจากประเทศที่ 3 เข้าประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขงทางเรือหางยาวจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านขึ้นตามแนวชายแดนแบบกองทัพมด ขนขึ้นซุกโกดังริมฝั่งโขง

         เมื่อได้จำนวนที่นายทุนต้องการแล้วนายทุนนำรถบรรทุก 10 ล้อ ลักลอบบรรทุกเข้าตอนใน แล้วสวมรอยขายในราคาที่กฎหมายกำหนดภายในประเทศ ทั้งที่ข้าวที่ลักลอบนำเข้ามาคุณภาพสู้ของไทยเราไม่ได้ เจ้าหน้าที่นำกำลังเฝ้าระวังเพื่อทำการจับกุมปราบปราม พบรถบรรทุก 10 ล้อ ขับไล่กันมา โดยมีรถกระบะบรรทุกกระสอบข้าว ขับตามรถบรรทุก 10 ล้อเข้าไปในบริเวณโกดัง ไม่มีเลขที่ บ้านสามขา ม.4 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อรอโอกาสลักลอบขนส่งต่อให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบพบกระสอบข้าวสารเหนียวรวมจำนวน 774 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 38,700 กิโลกรัม ตรวจสอบไม่มีเอกสารนำเข้าผ่านพิธีการของศุลกากรแต่อย่างใด

          ยังพบบรรดาหญิงชายทำหน้าที่แบกกระสอบข้าวและคนขับรถพร้อมบรรดานายทุนรวมจำนวน 14 คน ร่วมขบวนการลักลอบค้าข้าวเถื่อน โดยมี

  1. นางขาวอ่อน เมืองโคตร อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 79 ม.2 บ้านหว้านน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  2. นางสมบูรณ์ กุลสุทธิ์ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 107 ม.2 บ้านหว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  3. นางเขียน ประเสิฐศรี อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 19 ม.2 บ้าน หว้านน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  4. นายพรชัย กุลสิทธิ์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 115 ม.2 บ้านหว้านน้อย ต.หว้านน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  5. นางสุภาพร สนูทร อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 256 ม.9 บ้านยางตลาด ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
  6. นายเดชา บุญสิงห์ศร อายุ 38 ปี บ้ายเลขที่ 123 ม.5 ต.สามัคคี อ.น้ำสรม จ.อุดรธานี
  7. , นายสมศักดิ์ ทรัพย์เจริญ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 434 ม.14 ต.เชียงเครือ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร
  8. นายสุวาส ฐานะ อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 20 ม.4 ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์
  9. นายสมทรง นาชัยเริ่ม อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 138 ม.3 ต.หนองแบ่น อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
  10. นายอัธพล กุลสุทธิ์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 70 ม.2 บ้าน หว้านน้อย ต.หว้านน้อย อ. หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  11. นายนิพล เมืองโคตร อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 90 ม.1 บ้าน หว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  12. นายสุทร กุลสุทธิ์ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 6 ม.2 บ้าน หว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  13. นายเจษฎา กุลสิทธิ์ อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 139 ม.2 บ้าน หว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  14. นายณัฐภาส เสนาพันธ์ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 2/3 ม. 5 ต.เหล่าสร้างถ่อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

         ซึ่งของกลางทั้งหมดพร้อมผู้ต้องหา หลังแถลงข่าวถูกนำส่ง สภ.คำป่าหลายดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาน
//////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //////

สุโขทัย – จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ปรับภูมิทัศน์ เส้นทางรถไฟ เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต ร.5

สุโขทัย-จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์เส้นทางรถไฟ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ร.5

          เมื่อเวลา 11.10น. วันที่ 23 ต.ค.62 บริเวณหน้าสถานีรถไฟสวรรคโลก ตำบลเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานเปิดงาน การจัดกิจกรรมจิตอาสาพํฒนาปรับภูมิทัศน์ทำความสะอาดบริเวณเส้นทางรถไฟ โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช นายอำเภอสวรรคโลก ให้การต้อนรับ พร้อมทั้ง เหล่าหัวหน้าส่วนจังหวัดและข้าราชการพร้อม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ประชาชนจิตอาสา ที่มาร่วมกันทำกิจกรรมในครั้งนี้

          จากนั้น นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าประจำจุดด้านหน้า เพื่อถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ทั้งนี้ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และทำความเคารพ พร้อมกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ

         ต่อมา จิตอาสา พระราชทาน 904วปร. ได้แยกย้ายกันไปทำภารกิจทำความสะอาดตามบริเวณรอบสถานีรถไฟ และบริเวณข้างทางรถไฟ โดยมีจิตอาสาที่มาร่วมงานนี้กว่า 300 คน ทั้งนี้ อำเภอสวรรคโลก ได้มีสถานีรถไฟ เป็นแห่งเดียวในจังหวัดสุโขทัยและเป็นที่สุดปลายทางของขบวนรถไฟ ซึ่งสถานีรถไฟสวรรคโลก ได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ รัชสมัย รัชกาลที่5 รวมอายุมานานนับกว่า 100 ปี จึงเป็นสถานที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่5 ที่ทรงได้สร้างไว้ นับว่าเป็นสถานที่สำคัญซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเปิดทำการอยู่

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

พสกนิกรสุโขทัย – ร่วมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พสกนิกรสุโขทัยร่วมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันปิยมหาราช ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ล้วนสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่เสด็จ เถลิงถวัลยราชสมบัติ ตราบจนเสด็จสู่สวรรคาลัย ประชาชนชาวสุโขทัยต่างมีความตั้งใจที่จะแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างพร้อมเพรียงกัน

         โดยช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 07.00 น.วันที่ 23 ต.ค.62 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธาน นำพสกนิกรชาวจังหวัดสุโขทัยทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร (ข้าวสาร อาหารแห้ง) พระสงฆ์ จำนวน 57 รูป

          จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน ร่วมกัน วางพวงมาลาดอกไม้สดสีชมพูและถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

          และในภาคค่ำ 19.00 น. จังหวัดสุโขทัยจะประกอบพิธีจุดเทียน และยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นเวลา 57 วินาที

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

119 ปี – วันคล้ายวัน พระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี 21 ตุลาคม 2562

         สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระนามเดิมว่า “สังวาลย์” พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 เข้าศึกษาที่ โรงเรียนศึกษานารี แต่ศึกษาได้ไม่นาน ก็ถูกส่งไปศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา พ.ศ. 2456 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงตัดสินพระทัยเข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช จากนั้นทรงได้รับการคัดเลือกให้ไปศึกษาวิชาพยาบาลต่อที่ โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
▶️

         ขณะที่ศึกษาวิชาแพทย์ปีที่ 1 สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ได้พบนางสาวสังวาลย์ เกิดพอพระทัย จึงได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตเสกสมรส ตามกฎมณเฑียรบาลกับนางสาวสังวาลย์ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2463 ได้มีพิธีอภิเษกสมรสที่วังสระปทุม

พระราชกรณียกิจ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข

  • ทรงก่อตั้ง “หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์”(พอ.สว.) หรือที่เรียกกันว่า แพทย์กระเป๋าเขียว ให้บริการตรวจรักษาชาวบ้านตามท้องถิ่นต่างๆ ที่กันดารห่างไกล ไม่ได้รับเงินเดือน หรือ ค่าตอบแทนใดๆ ปัจจุบัน คือ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
  • ทรงก่อตั้งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เพื่อแก้ปัญหาความ “เจ็บ จน ไม่รู้” อย่างบูรณาการและครบวงจร
  • มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ มูลนิธิถันยรักษ์ ที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อใช้เป็นสถานที่ตรวจวินิจฉัยเต้านม

พระราชกรณียกิจ ด้านการศึกษา

  • ทรงก่อตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยพระราชทานทรัพย์ของพระองค์เอง ปัจจุบัน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดูแลโครงการนี้แทน

ด้านการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชูปถัมภ์และทรงจำหน่ายดอกป๊อปปี้ เพื่อเป็นรายได้สงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก

          ปี 2543 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) บันทึกให้สมเด็จย่าเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” ในฐานะที่ทรงมีผลงานดีเด่นในสาขาการศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม

          สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สวรรคตวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2538 สิริพระชนมายุ 94 พรรษา

ที่มา สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศปชส.สำนักข่าวความมั่นคง

มาติดตามสภาพอากาศกันเลยจ้า

“สภาพอากาศภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่วันทิ่ 21 – 24 ตุลาคม 2562” มีฝนตกร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่

#ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆหมั่นดูแลสุขภาพกันด้วยจ้า
ด้วยความห่วงใย จาก
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศปชส.

สำนักข่าวความมั่นคง

ยะลา – เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย คงความเข้มงวด ตามแผนป้องกันเขตเมือง สร้างความปลอดภัยพื้นที่

เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายในพื้นที่จังหวัดยะลา คงความเข้มงวดตามแผนป้องกันเขตเมือง สร้างความปลอดภัยพื้นที่

          วันนี้ 21 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ร่วมสามฝ่าย ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดยะลา โดยการนำของ ร้อยตำรวจเอก ไพศาล สังขกิจ รอง สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ได้นำกำลัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในเส้นทางถนนสายหลักเขตเมืองยะลา โดยเน้นเข้มงวดมาตรการในการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย บุคคลตามหมายจับในคดีความมั่นคง รถยนต์ รถจักรยนต์ ต้องสงสัย เป้าหมายที่มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังการก่อเหตุ สิ่งของต้องสงสัย อาวุธ วัตถุระเบิด เพื่อป้องกัน สกัดกั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่อาจใช้เส้นทางลักลอบ นำวัตถุระเบิดซุกซ่อนมากับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าไปก่อเหตุในย่านชุมชน การค้า เศรษฐกิจ สถานที่ราชการ ธนาคาร สิ่งสาธารณูปโภค ฯลฯ

          ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในด้านการรักษาความปลอดภัย ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงมาตรการการป้องกันปราบปรามยาเสพติด การป้องกันปราบปรามการแข่งรถในเส้นทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังการข่าวยังคงแจ้งเตือนหน่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เพิ่มความเข้มงวด และเฝ้าระวังการก่อเหตุของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งยังคงพบความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ยังมีความพยายามที่จะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ อย่างต่อเนื่อง

          ขณะเดียวกัน แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยใช้การปฏิบัติการเชิงรุกตั้งด่านสกัดการเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง

ขอบคุณข้อมูล : ศปชส./news

สำนักข่าวความมั่นคง

“ประสานความร่วมมือ รับฟังทุกความคิดเห็น ด้วยแนวทางสันติวิธี สร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี ให้เอื้ออำนวย ต่อกระบวนการพูดคุย”

          เมื่อวันที่ 18 ต.ค.62 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 ในฐานะหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ เป็นประธานการประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2563 ณ ห้องประชุมจะบังติกอ โรงแรม ซี.เอส. อ.เมือง จ.ปัตตานี

         เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางในการดำเนินงาน ภายใต้กลไกของการพูดคุยเพื่อสันติสุข ที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือระดับนโยบาย ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระดับปฏิบัติ และระดับพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุย แปรเปลี่ยนความขัดแย้งที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงในทุกพื้นที่สร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีให้เอื้ออำนวยต่อกระบวนการพูดคุย สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไป

           แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ หัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ ได้มอบนโยบายและกล่าวพูดคุยกับคณะประสานงานว่า “ในวันนี้เป็นการพบปะพูดคุยกันครั้งแรก ประจำปี 2563 ถือว่าเป็นโอกาสดีและสำคัญยิ่งที่ได้มาพบปะพูดคุยและทำความรู้จักกัน เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีในพื้นที่ ให้เอื้ออำนวยต่อกระบวนการพูดคุย

           รวมทั้งได้รับทราบความคืบหน้าต่าง ๆ ของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข หากท่านใดต้องการแลกเปลี่ยนความคิดหรือมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุย ขอให้ใช้เวทีแห่งนี้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่

          สำหรับการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ สำหรับคณะประสานงานระดับพื้นที่ให้ถือว่าเรามีภาระหน้าที่ที่สำคัญ โดยการรวบรวมเอาปัญหา และข้อเสนอแนะสะท้อนความคิดเห็น จากส่วนราชการ ภาคประชาสังคม พี่น้องประชาชน กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เพื่อส่งข้อมูลและความต้องการที่แท้จริงให้กับคณะพูดคุย ซึ่งการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาถือว่ามีผลสำเร็จและเป็นที่น่าพอใจ สามารถปูทางไปสู่กระบวนการสร้างการพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในอนาคตต่อไป”

ขอบคุณข้อมูล : กองอำนวยการรักษาความมมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

การลงบัญชีทหารกองเกิน หรือการขึ้นทะเบียนทหารปี 2562

          การลงบัญชีทหารกองเกินหรือการขึ้นทะเบียนทหารปี 2562 ชายที่มีสัญชาติไทยเมื่อมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ (อายุย่างเข้า 18 ปี) ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินตามภูมิลำเนาของบิดา หรือที่เรียกว่า ภูมิลำเนาทหาร โดยติดต่อหน่วยสัสดีเขตหรืออำเภอที่บิดามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

         โดยในปีนี้ ชายไทยที่เกิด พ.ศ.2545 ให้ไปแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกิน ได้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 -31 ธ.ค. 62 เมื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว จะได้รับหลักฐานใบสำคัญ (แบบ สด.9) ** หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะมีความผิดตามกฎหมาย ** อ่านรายละเอียดได้ที่ : https://www.facebook.com/weloverta/posts/2004803942918610

#ลงบัญชีทหารกองเกิน62

ขอบคุณข้อมูล : ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 4

สำนักข่าวความมั่นคง