ตม.ระนอง – รวบ 5 หนุ่มเมียนมา ใช้หนังสือเดินทางปลอม

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมรวบ 5 หนุ่มชาวเมียนมาร์ใช้หนังสือเดินทางปลอม

          เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2562 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา 5 ราย ได้แก่

  1. นายซาน มอง (SAN MG) อายุ 22 ปี
  2. นายลา เต (HLA THEIN) อายุ 30 ปี
  3. นายนู ซอ (NU SAW) อายุ 42 ปี
  4. นายตาน ท่อ (THAN TUN) อายุ 30 ปี
  5. 5.นายอาว ซอ (AUNG SAW) อายุ 36 ปี

ในความผิดฐาน “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม (ปอ.มาตรา 269/9)”

          ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบผู้ต้องหาทั้ง 5 รายข้างต้น นำหนังสือเดินทางเล่มของกลาง มาแสดงกับ เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจาจุดตรวจสะพานปลา จากการตรวจสอบพบพิรุธน่าสงสัยจึงนำหนังสือเดินทางเข้าตรวจสอบในระบบ Biometrics พบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก และรูปผู้ต้องหาในระบบกับหนังสือเดินทางไม่ตรงกัน จึงเชิญตัวไปตรวจสอบโดยละเอียดที่ ตม.จว.ระนอง พบว่ามีร่องรอยการลอกแผ่นลามิเนตหน้าข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อตรวจสอบด้วยกล้องขยายไม่ปรากฏข้อความอักษรจิ๋ว​ (ไมโครเทค) ข้อความซ่อนคาว่า “REPUBLIC OF THE UNION OF MYANMAR” ที่แถบด้านบนและด้านล่างของหน้าข้อมูล

          จึงเชื่อว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม เมื่อสอบถามผู้ถูกจับให้การรับสารภาพว่า มีภูมิลาเนาอยู่ที่รัฐยะไข่ ต้องการเดินทางมาหางานทำที่ประเทศไทย จึงว่าจ้างให้นายหน้า (ไม่ทราบชื่อและที่อยู่) เป็นเงิน 1 ล้านจ๊าด (ประมาณ​ 22,000 บาท) เพื่อช่วยเหลือนำพาเข้ามาหางาน​ ในประเทศไทย โดยในวันเกิดเหตุนายหน้าได้นำหนังสือเดินทางมามอบให้พวกตนซึ่งในหนังสือเดินทาง หน้าที่ 10,12 และ 13 ปรากฏรอยตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ผู้ถูกจับยังไม่เคยเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยมาก่อนแต่อย่างใด

         ต่อมาเมื่อมีการสืบสวนขยายผลปรากฎข้อมูลของ คนขับเรือชื่อ นายฉุ่ย ทอ (HTAY MYINT) สัญชาติเมียนมา ซึ่งขับเรือหางยาวรับจ้างขนคนโดยสารระหว่าง เกาะสอง-ระนอง ในวันเกิดเหตุและทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าตนได้รับ การติดต่อจากชายชาวเมียนมา (ไม่ทราบชื่อ) ที่ท่าเรือสะพานปลาแจ้งว่าให้ไปรับชาวเมียนมา จานวน 5 คน จากท่าเรือเกาะสอง มาส่งที่ท่าเรือสะพานปลา โดยฝากหนังสือเดินทางไว้ให้ 5 เล่ม พร้อมเงินค่าโดยสาร 350 บาท

          อนึ่งจากข้อมูลข้างต้นดังกล่าว ตม.จ.ระนองได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายการปลอมหนังสือเดินทางดังกล่าวต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.กระบี่ – ขยายผลจับกุมเครือข่าย Romance Scam พบหญิงไทย ร่วมขบวนการหลอกคนชาติตัวเอง

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่าย Romance Scam พบหญิงไทยร่วมขบวนการหลอกคนชาติตัวเอง

          เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จ.กระบี่ และชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.กระบี่ ได้ร่วมกันจับกุม นายอีเลเล่ (MR.ELELE) สัญชาติ ไนจีเรีย ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจากการสอบสวนขยายผลทราบว่าเป็นเครือข่ายอาชญากรรม romance scam ทำให้นำไปสู่การจับกุม

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตม.จ.กระบี่ ได้จับกุม

  1. MR. UCHECHUKWU อายุ 26 ปี สัญชาติไนจีเรีย
  2. MR. TIMOTHY อายุ 24 ปี สัญชาติไนจีเรีย ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร​โดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. น.ส.สกุลตรา อายุ 27 ปี สัญชาติไทย ข้อหา “ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือฯเพื่อให้คนต่างด้าวพ้นการจับกุม “ที่ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตม.จว.กระบี่ และชุดสืบสวน ได้จับกุม

  1. MR.KINGSLEY อายุ 23 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ”
  2. น.ส.น้ำเพชร อายุ 20 ปี ข้อหา “ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือฯ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นการจับกุม” ที่บ้านเลขที่ 293/41 หมู่ 1 ต.เหนือคลอง อ.เมือง จ.กระบี่

          จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุทั้งสามคดี พบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ที่เชื่อมโยงกลุ่มผู้ต้องหากับเครือข่ายอาชญากรรมหลอกรักออนไลน์ หรือ romance scam และพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันในรูปแบบขบวนการ ซึ่ง ตม.จ.กระบี่ ได้สืบสวนขยายผลพบหญิงไทยซึ่งตกเป็นเจ้าทุกข์จำนวนหนึ่ง จึงได้ให้ความช่วยเหลือในทางคดี และการเยียวยามูลค่าความเสียหายอันเกิดจากกระทำของกลุ่มอาชญากรรมนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายไปบางส่วนแล้ว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ภูเก็ต – รวบสาวเขมรแสบ เครือข่ายแก๊งค์ ค้ามนุษย์ หลอกเด็กเร่ขายสินค้า ริมหาดป่าตอง

          วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าว การจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติ รวบสาวเขมร เครือข่ายแก๊งค์ ค้ามนุษย์ หลอกเด็กเร่ขายสินค้าริมหาดป่าตอง บังคับใช้แรงงาน หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำร้ายร่างกาย ถ้าขายของไม่ได้ตามยอด​ เป็นคดีที่น่าสนใจในห้วงเดือน ต.ค.62

          เมื่อวันที่ 20 ต.ค.62 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุมตัว MS.KIMHANG (นางสาวคิมห่าง หรือ กิมฮาง) อายุ 24 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 98/2562 ลงวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี

          โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อบังคับใช้แรงงาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กาย ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ และร่วมกันเป็นนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง” หนึ่งในขบวนการค้ามนุษย์ หลอกลวงเด็กชาวกัมพูชา อายุประมาณ 13-16 ปี มาเร่ขายดอกไม้​ และแว่นตาที่ริมหาดป่าตอง มีผู้ร่วมขบวนการจำนวน 4 คน

          โดยนางสาวคิมห่าง ทำหน้าที่ รับ–ส่ง เด็กตามจุดที่ขายของบริเวณริมหาดป่าตอง และทำหน้าที่ดูต้นทาง เวลามีตำรวจมาตรวจ โดยจะให้เด็กขายของตั้งแต่เวลา 08.00–21.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด ซึ่งหลังเลิกขบวนการดังกล่าวจะรับเด็กกลับมากักขังไว้ที่บ้านเช่า ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หากเด็กขายของได้เงินไม่ถึงยอดตามที่กำหนดไว้ประมาณ 2,000–3,000 บาท ทั้งสี่คนจะใช้ไม้แขวนเสื้อ ซึ่งถูกดัดเป็นขดให้มีลักษณะคล้ายไม้เรียว ตี ทำร้ายร่างกายเด็ก โดยจะผลัดกันทำร้ายเด็กสลับกันไปในแต่ละวัน ถ้าเด็กคนไหนขายของไม่ได้ตามยอดก็จะถูกตี

          ต่อมา เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2561 มารดาของเด็กจำนวน 2 รายทราบเรื่อง จึงเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา​ และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง คนร้ายทั้งสี่ได้หลบหนีไปและพนักงานสอบสวนได้ขอศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบทราบว่า นางสาวคิมห่าง หนึ่งในผู้ต้องหา ยังซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยจะทำการหลบหนีออกจากประเทศไทย โดยเดินทางออกทางจังหวัดสระแก้ว จึงได้ประสานกับ ตม.จ.สระแก้ว และร่วมกันทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมตัวนางสาวคิมห่างได้ จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคนร้าย รายอื่นๆที่หลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต จะได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

Biometrics เจ๋ง – จับพิรุธ 2 ต่างชาติ ติด Blacklist เปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทาง เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก. ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุม2 ต่างชาติติด Blacklist เปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทาง เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย

         เจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ได้ทำการตรวจสอบบุคคลต่าง ด้าว ที่เดินทางเข้ามาอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ด้วยระบบ Biomatrics พบคนต่างด้าวจำนวน 2 ราย เป็นบุคคล ซึ่งถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม หรือ Blacklist ห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ ซึ่งบุคคลดังกล่าว หลังจากที่ถูกส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร บุคคลเหล่านั้นได้เปลี่ยนชื่อตัวบางส่วน และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเขามาในประเทศไทยอีกครั้ง เป็นสัญชาติปากีสถาน 1 ราย และสัญชาติเบลารุส 1 ราย มีรายละเอียดดังนี้

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ MR.SHEIKH (นายเชรค) สัญชาติปากีสถาน

          เดิมชื่อ MR.AJMEL (นายอาจาเมล) สัญชาติปากีสถาน เคยถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหา เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด เมี่อปี พ.ศ. 2561 มีพฤติการณ์เข้าลักษณะต้องห้าม ติด Blacklist ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2561 ถึงปี พ.ศ.2571 ได้เปลี่ยนชื่อกลางของตน และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผ่านทางสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภท NON-90 อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 2 ต.ค.62 จากการตรวจสอบบุคคลดังกล่าวสอบด้วยระบบ Biometrics พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามไว้

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ MR.AKEXANDER (นายอเล็กซานเดอร์) สัญชาติเบลารุส

          เดิมชื่อ MR.ALIAKSANDR (นายอเล็คซานเดอร์) สัญชาติเบลารุส เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตเมี่อปี พ.ศ. 2561 มีพฤติการณ์เข้าลักษณะต้องห้าม ติด Blacklist ห้ามเข้าประเทศ 100 ปี ตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2561 ถึงปีพ.ศ.2661 ได้เปลี่ยนวิธีการสะกดชื่อนามสกุลของตนเอง และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผ่านทางสนามบินนานาชาติภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 เม.ย.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภท NON-90 อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 12 ต.ค.62 จากการตรวจสอบบุคคลดังกล่าวสอบด้วยระบบ Biometrics พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามไว้

          จากการซักถามปากคำเบื้องต้น และให้ดูหลักฐานการขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม ทั้งสองจึงให้การรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ตรวจสอบพบจากระบบ Biometrics เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต จึงได้ทำการเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร ของทั้งสอง จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวและดำเนินการส่งกลับออกนอกประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นราธิวาส – บ้านใหม่ผู้ยากไร้ ใกล้แล้วเสร็จ

          ทหารพรานนาวิกโยธิน สร้างบ้านใหม่ให้กับ นางฆอมือเสาะ โต๊ะฆอ ซึ่งมีฐานะยากจน อยู่กับลูกชาย 2 คน พิการทางสมอง 1 คน อาชีพรับจ้างทั่วไป บ้านเลขที่ 64/4 บ้านบากง ตำบลลุโบ๊ะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้ทำการสร้างบ้านไปแล้วกว่า 95% อีกไม่นานเกินรอ ครอบครัว นางฆอมือเสาะ โต๊ะฆอ จะได้อยู่บ้านใหม่อย่างอบอุ่นและมีความสุข

#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

พสกนิกรจังหวัดยะลา – ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล น้อมรำลึก เนื่องในวันวันคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” 23 ตุลาคม 2562

พสกนิกรจังหวัดยะลา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล น้อมรำลึก เนื่องในวันวันคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” 23 ตุลาคม 2562

         วันนี้ (23 ตุลาคม 2562) เวลา 07.00 น. ที่ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา/ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, ส่วนราชการ และประชาชน ในพื้นที่จังหวัดยะลา ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 57 รูป เพื่ออุทิศถวาย เป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 23 ตุลาคม 2562 วันปิยมหาราช พร้อมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

         โดยมี พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ,พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการ, ทหาร, ตำรวจ, จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ตลอดจนประชาชนร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

พิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้า พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          วันนี้ (23 ตุลาคม 2562) เวลา 08.00 น. ที่ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา/ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ร่วมพิธีวางพวงมาลา พร้อมถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

          โดยมี พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ตลอดจนประชาชนร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

5 การเตรียมใจ ถ้าคุณกล้าไป 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้

https://l.facebook.com/l.php?

         วิดิโอนี้จะไป Road Trip ที่ใต้สุดแดนสยาม คำถามที่มีคือ สามจังหวัดภาคใต้นี้ อันตรายขนาดไหน ไปเที่ยวได้ไหม และมีอะไรให้เที่ยว….คำตอบที่ได้อาจจะทำให้ทุกคนแปลกใจ!! และห้ามพลาดการเตรียมใจข้อสุดท้ายเด็ดขาด…

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 – กำชับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวด มาตรการในการป้องกัน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

https://www.io-pr.org/17506-2/

แม่ทัพภาคที่ 4 กำชับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดมาตรการในการป้องกัน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

         เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่ห้องประชุมใต้สุดสยาม ชั้น 3 อาคารด่านศุลกากรเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 พร้อมด้วยนายสุวิทย์ นาคเป้า ปลัดอาวุโสอำเภอเบต, นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ ผู้อำนวยการกองช่าง รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองเบตง ร่วมต้อนรับ Dato’Haji Abdul Halim bin Haji Abdul Rahman รองอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย ในการมาพบปะ พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กับด่านตรวจคนเข้าอำเภอเบตง

          พร้อมเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง ในการใช้ระบบไบโอเมทริกซ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เป็นอย่างดี และเตรียมใช้ระบบที่ท่าอากาศยานเบตง ที่จะเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน ปี 63

         พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศ ไทย และประเทศมาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดีทุกระดับชั้น มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ให้บริการประชาชนเดินทางเข้า-ออก ให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่ามิจฉาชีพ อาศัยช่องว่างมาก่ออาชญากรรมในประเทศ หรือหลบหนีออกนอกประเทศ

          ประกอบกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้มีนโยบายกำชับมายังด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจทั้งบุคคล และยานพาหนะ เพื่อเป็นการเพิ่มมาตรการในการป้องกัน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วม รวมถึงการขนย้ายยุทธ์ปัจจัยเข้ามาภายในราชอาณาจักร

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

พสกนิกรชาวยะลา – ร่วมกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาปรับภูมิทัศน์ ถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึก เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

         23 ตุลาคม 2562 พสกนิกรชาวยะลา ร่วมกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำ ความสะอาดบริเวณเส้นทางรถไฟ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          นายวรเชษฐ์ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยข้าราชการ และพสกนิกรชาวยะลาทุกหมู่เหล่า ร่วมกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดบริเวณเส้นทางรถไฟ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาปฏิบัติ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และความร่วมมือ ร่วมใจกันทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน ณ บริเวณสถานีรถไฟยะลา เทศบาลนครยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง