กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้นการลักลอบ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ จังหวัดหนองคาย

         เมื่อวันที่ 26 ต.ค.62 เวลา 02.30 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยกองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 2 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และฝ่ายปกครองในพื้นที่เมืองหนองคาย ได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ หลังได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด บริเวณพื้นที่บ้านก่องขันธ์ หมู่ 5 ต.นาหนัง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

          ตรวจพบชายต้องสงสัยเดินอยู่บนถนนและเดินเข้าบ้านดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบ ทราบคือ นายยอดรัก หรือเอ ขันชัย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 290 หมู่ 5 ต.นาหนัง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ผลการตรวจค้นพบของกลาง เป็นยาบ้า จำนวน 820 เม็ด จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งให้กับ สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
//// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

มุกดาหาร # กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้น การลักลอบกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย

         เมื่อวันที่ 25 ต.ค.62 เวลา 20.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อย ตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบรับ-ส่งยาเสพติด ในบริเวณพื้นที่ห้วยปากสวย บ้านปากสวย ม.๑๔ ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้จัดชุดปฏิบัติการ ทำการซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าว

         จึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,188 เม็ด ไอซ์ จำนวน ๑ ถุง น้ำหนัก 15.46 กรัม, เรือกีบเพลายาว ๑ ลำ และโทรศัพท์มือถือ ๑ เครื่อง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งให้กับ สภ.โพนพิสัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


//// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

ป่าไม้มุกดาหาร # หอบเอกสารหลักฐาน แจ้งความเอาผิด กรมทางหลวงและผู้รับเหมาถนน 4 เลน (บริเวณด้านทิศเหนือบ้านคำพอก ที่พบแร่หินทองคำ ที่เป็นข่าว)

ผู้ว่าสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสนธิกำลังเข้าตรวจยึดเครื่องจักรพร้อมคนงานที่บุกรุกทำหลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐานเนื้อที่ 14-3-32 ไร่ เพื่อการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์

          มุกดาหาร ผู้ว่าสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ สนธิกำลังเข้าตรวจยึดเครื่องจักร พร้อมคนงาน ที่บุกรุกทำหลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูสีฐาน เนื้อที่ 14-3-32 ไร่ เพื่อการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์ โดยที่กรมป่าไม้ยังไม่ได้อนุญาต เจ้าหน้าที่เตรียมกำลังเข้าจับยึดคนงานและเครื่องจักร แต่ต้องผิดหวัง เครื่องจักรขนาดใหญ่, เครื่องขุดเจาะ, รถแม็คโคร, รถบรรทุกสิบล้อขนหิน, อุปกรณ์ต่างๆ และแคมป์คนงานก่อสร้าง ถูกรื้อถอนหลบหนีหายไปหมด เหลือแต่ร่องรอยความเสียหายจากการระเบิดหินภูเขา เพราะการข่าวรั่ว ป่าไม้ต้องหอบหลักฐานเอกสาร เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองสูง

         เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้ นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำหน่วยงานที่ดำเนินการพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบจับยึดผู้ทำความผิดกฎหมาย บุกรุกทำหลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐานเพื่อการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562 หลังผู้ว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดา หาร – กุฉินารายณ์ มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ ผู้ว่าจึงเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวของเข้าประชุม สอบถามหาความจริงว่าการสร้างถนน 4 เลน ดังกล่าวได้มีการขออนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อสร้างถนน 4 เลนหรือไม่ ได้ทราบว่าป่าไม้ จ.มุกดาหาร ตรวจสอบแล้วยังไม่ได้อนุญาตก่อนที่จะเข้าทำการ

         ผู้ว่าจึงมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ก็พบมีการระเบิดหินภูเขา และตัดโค่นต้นไม้จริง เพื่อดำเนินการของกรมทางหลวง ขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน เพื่อก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายแม่สอด-มุกดา หาร ท้องที่ ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร แต่ป่าไม้ยังไม่อนุญาต ซึ่งวันที่ 25 ตุลาคม 2562 นี้ ผู้ว่า จ.มุกดาหาร ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯ นำหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นคณะทำงาน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 40 นาย เข้าไปตรวจสอบ เตรียมจับกุมและตรวจยึดเครื่องจักร แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะคนงานและเครื่องจักรถูกโยกย้ายหลบหนีไปหมดแล้ว

          เหลือแต่ร้องรอยความเสียหายจากแรงระเบิดหินภูเขาเป็นหลุมลึก หินและต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นเป็นจำนวนมาก ถูกลำเลียงไปซุกซ่อนตามแหล่งของกลุ่มนายทุนที่รับซื้อ เจ้าหน้าที่มีการสืบทราบพบหินจำนวนหลายตันถูกลำเลียงไปกองอยู่หลังโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่พื้นที่ของ อ.หนองสูง ส่วนต้นไม้หวงห้ามที่เจ้าหน้าที่สำรวจไว้แล้ว รวมจำนวน 148 ต้นหายไป โดยถูกนำไปไว้ตรงไหนก็ไม้รู้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าหินดังกล่าวมีการนำไปขายให้นายทุนเป็นกองขนาดใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่เตรียมเข้าตรวจสอบ

         ต่อมา นายพรภิรมณ์ อุระแสง ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร เป็นผู้นำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษ ได้หอบเอกสารหลักฐานไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษ ต่อ ร.ต.อ. โสภณ บัวคำโคตร รอง.สว.สส.สภ.หนองสูง ข้อหา เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญ ญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 มาตรา 26/4, 31 ฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดๆโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลาย หรือเป็นเหตุให้เกิดการทำ ลาย หรือทำให้สุญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลาย สูญหายหรือเสียหาย ฐานผู้ใดฝ่าฝืนตามตรา 14 ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสองล้านบาทต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
/////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////

ยะลา – โฆษกกองทัพภาค 4 เผยเดินหน้าเจรจาลดเบี้ยปรับ ช่วยคนไทย ถูกทางการมาเลเซียจับกุม

โฆษกกองทัพภาค 4 เผยเดินหน้าเจรจาลดเบี้ยปรับ ช่วยคนไทยถูกทางการมาเลเซียจับกุม


         25 ตุลาคม2562 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกทางการมาเลเซียจับกุม ในฐานความผิดเข้าไปทำการค้าโดยไม่มีใบอนุญาต ล่าสุด ทางการไทยเจรจาขอลดเบี้ยค่าปรับ คาดอีกไม่กี่วันได้รับการปล่อยตัว

         จากกรณีคนไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย จับกุมตัวจำนวน 33 คน เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะเปิดร้านขายสินค้าบริเวณพลาซ่า แวดังแวร์มาร์ท รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ในฐานความผิดเข้าไปทำการค้า โดยไม่มีใบอนุญาต (Work Permit) และได้รับการปล่อยตัวแล้ว จำนวน 12 คน คงเหลืออีก 21 คน ดังที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น

          ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (25 ต.ค.) ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ภายหลังทราบข่าว พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้กองกำลังเทพสตรี ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย และสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย เร่งรัดประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไทยที่ถูกควบคุมตัวอย่างเร่งด่วนที่สุด

          โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมด้วยนายอำเภอสะเดา และกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ถูกควบคุมตัว และได้ประสานงานกับตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย ณ อาคารศูนย์ราชการ กระทรวงมหาดไทย รัฐเปอร์ลิส เพื่อขอให้ช่วยเหลือผ่อนปรน โดยฝ่ายมาเลเซียยินยอมให้จ่ายค่าปรับในอัตราโทษขั้นต่ำสุดคนละ 300 ริงกิต หรือ 2,175 บาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายมาเลเซียเพื่อเสียค่าปรับ และคาดว่าจะสามารถปล่อยตัวกลับประเทศไทยได้ภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ได้แจ้งให้ญาติได้รับทราบเรียบร้อยแล้ว

          สำหรับมาตรการแก้ปัญหาในอนาคต จะเตรียมหาพื้นที่ให้กลุ่มคนไทยเปิดร้านค้าบริเวณชายแดนฝั่งไทย และประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำเรื่องการขอทำใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ให้ถูกต้องตามระเบียบที่ฝ่ายมาเลเซียกำหนดไว้ต่อไป” โฆษกกองทัพภาคที่ 4 กล่าว

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ลพบุรี – ดาบตำรวจ ติดการพนันขโมยปืนพกในคลัง 49 กระบอก ผู้การเซ็นต์คำสั่ง ให้ออกจากราชการ ส่งเข้าเรือนจำ

https://youtu.be/UpTd_QHAKfU

         เมื่อวันที่ 25 ต.ค.62 ที่ส ภ.ท่าหิน อ.เมือง ลพบุรี พ.ต.อ.ณัฐภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน จังหวัดลพบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ได้ทำการตรวจสอบอาวุธปืนพกประจำกายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำคลังอาวุธของ สภ.ท่าหิน พบว่ามีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ซิกซาวเออร์ และปืนกล็อกได้หายไปจากคลังจำนวน 49 กระบอก จึงได้เรียก ดาบตำรวจชรินทร์ บุตรดีอายุ 44 ปี ผบ.หมู่ ปป. สภ.ท่าหิน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ส่งกำลังบำรุง ซึ่งรับผิดชอบถือกุญแจคลังอาวุธประจำกายดังกล่าวมาหลายปีแล้ว มาทำการสอบสวน ซึ่งดาบตำรวจ ชรินทร์ บุตรดี ได้รับสารภาพว่ามีปัญหาทางการเงิน ติดการพนันฟุตบอล หมดหนทางหาเงินได้ลักลอบนำอาวุธประจำกายของตำรวจจากคลังไปจำนำ และขายตามตลาดมืด จำนวน 49 กระบอกจริง

         ซึ่งหลังทำการสอบสวนเสร็จ ได้ทำการบันทึกปากคำ และตั้งกรรมการสอบสวนทันที โดยมี พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมนายตำรวจอีกจำนวนหนึ่งร่วมรับฟังในการสอบสวน เบื้องต้นได้เซ็นคำสั่งให้ ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งไดควบคุมตัวไปทำการติดตามอาวุธปืน ที่นำไปจำนำ และขายตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในจัง หวัดลพบุรี และต่างจังหวัดรอยต่อ ซึ่งสามารถติดตามได้มาเป็นบางส่วน แต่ปืนบางกระบอกยังไม่สามารถนำกลับมาได้ เนื่องจากขายไปตามตลาดมืด และตามสื่อโซเชียล แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการกับผู้ที่รับจำนำ และผู้ที่นำไปขาย

         ทั้งนี้ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ได้กล่าวว่าตนเองได้สังการให้นายตำรวจอำนวยการ ได้ตรวจสอบคลังอาวุธปืนทุก 15 วัน ซึ่งคาดว่าช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ด.ต.ชรินทร์ ได้ทยอยนำปืนจากคลังออกไปจำนำ และขายตามที่ต่างๆ มากถึง 49 กระบอก ซึ่งขณะนี้ตำรวจงานสืบสวน สภ.ท่าหิน หลังจากได้สอบปากคำ ด.ต.ชรินทร์ ถึงสถานที่ที่นำอาวุธปืนไปจำนำ และขาย ได้ลงพื้นที่กระจายไปตามจุดต่างๆ แล้ว และสามารถทติดตามนำอาวุธปืนที่เหลือกลับคืนมาได้จำนวนหนึ่ง และรู้แหล่ง สถานที่ ที่นำไปจำนำ และขาย ซึ่งคาดว่าผู้ที่รับจำนำ และผู้ที่ซื้อไปอาจจะไหวตัว และกลัวความผิด

          ขอให้ผู้ที่รับจำนำปืน จาก ดต.ชรินทร์ บุตรดี นั้นสามารถติดต่อขอคืนอาวุธปืนได้ที่ สภ.ท่าหิน อ.เมือง ลพบุรี 036-780-040 หรือที่ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ที่เบอร์โทร 086-988-5007 ซึ่งจะปกปิดไว้เป็นความลับ โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากได้ทำการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสอบปากคำได้ควบคุมตัว ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี ฝากขังเรือนจำกลางลพบุรี

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

สุโขทัย – เปิดศูนย์ควบคุมความเร็วและกวดขันวินัยจราจร

          วันที่ 25 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดศูนย์ควบคุมความเร็วและกวดขันวินัยจาราจร ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ณ ศูนย์จราจรสถานีตำรวจภูธรกงไกรลาศ ตำบลบ้านกร่าง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

         โดยการเปิดศูนย์ควบคุมความเร็วและกวดขันวินัยจราจรในครั้งนี้ ทางตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ได้จัดทำโครงการตรวจจับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรด้วยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอ นิกส์ ป้องกันอุบัติเหตุจราจร มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นไปตามนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล และจังหวัดสุโขทัยในการกวดขันและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีด้วย

         ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง มีผลสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการฝ่าฝืนกฎจราจรของผู้ขับขี่ ประกอบกับจำนวนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไม่เพียงพอ ทางกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุโขทัย จึงได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาใช้ เพื่อควบคุมพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้เป็นไปตามกฎจราจร นอกเหนือจากเป็นการลดกำลังการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมดูแลที่โปร่งใส ยุติธรรม ลดการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจกับประ ชาชน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้เคารพกฎจราจรได้อีกด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

โครงการการแข่งขันแรลลี่การกุศล “TIA Family Rally 2019” ครั้งที่ 1/62​ “เดิมฝัน แต้มสี แบ่งปัน”

          สมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย) โดยคุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศยศีริ​ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย)​ พร้อมด้วย​ คุณแสนไชย เค้าภูไทย (คอลัมนิสตต์อาวุโส) และคณะ​ ได้รับการสนับสนุนน้ำดื่ม​ จาก​ คุณกุณสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝายกิจการบรรษัทเทสโก้ โลตัส​ โดยมอบหมายให้​ คุณ​รัชนี​ อินทศร​ Duty Manager ห้าง​ Tesco​ Lotus​ สาขาถนนจรัญ​สนิท​วงศ์​ เพื่อนำไปใช้ใน โครงการ​ การแข่งขันแรลลี่การกุศล “TIA Family Rally 2019” ครั้งที่ 1/62​ “เดิมฝัน แต้มสี แบ่งปัน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่​ 25-26​ ต.ค.62​ นี้

         สมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นสมาคมฯ​ ที่มีสื่อสิ่งพิมพ์, สื่อออนไลน์, นักข่าว, นักจัด-รายการ​ วิทยุ​ และโทรทัศน์​ ตลอดจนสื่อมวลชนหลากหลายสาขา​ ร่วมกันก่อตั้งสมาคมฯ​ ขึ้น เพื่อสนับสนุนในด้าน-การข่าว​ และเพื่อเป็นสื่อกลางในการประสานงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ​ชาติ

         สมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประทศไทย)ได้จัดการแข่งขันแรลลี่การกุศลภายใต้ชื่อ โครงการ TICA แฟมิลี่แรลลี่การแข่งขันแรลลี่การกุศล “TCAFamily Rally 2019” ครั้งที่ 1/62​ “เติมฝัน แต้มสี แบ่งปีน” เพื่อร่วมกิจกรรมทาสีอาคารเรียน​ ช่อมแชมอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เสื่อมโทรม​ ณ​ โรงเรียนบ้านหนองแขม​ ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง​ จังหวัดเพรรบุรี​ และเชื่อมสัมพันธ์พบปะ แลกเปลี่ยนข้อกิดเชื่อมโยงข่าวสาร เพิ่มความสัมพันธ์อันดีงาม ของครอบครัวที่มาร่วมกิจกรรมของสมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย)

         อีกทั้งยังเป็นการส่งสริมให้ทุกครอบครัวได้ร่วมสนุกทำความรู้จักจังหวัดที่ได้เดินทางผ่านอย่างเข้าถึงโดยการแข่งขันครั้งนี้​ เราจะเดินทางผ่านจังหวัดสมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี​ และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่วิถีชุมชน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. จัดงานยิ่งใหญ่ 60 ปี “พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 25 ตุลาคม 2562​ เวลา​ 08.30​ น.​ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์​ ชั้น​ 2 อาคาร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ บางเขน​ กทม.​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี ภายใต้หัวข้อ “60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 25–26 ตุลาคม 2562 พร้อมจัดแสดงผลงานวิจัยในรอบ 60 ปี ที่ผ่านมา และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะครบรอบ 60 ปี วันสถาปนา วช. ในวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ดังนั้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์​ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานที่สำคัญของ วช. ตลอด 60 ปี ที่ผ่านมา และเพื่อสร้างความเข้าใจ ต่อภารกิจใหม่ของ วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

         จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี ภายใต้แนวคิด “60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ภายในงานประ กอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และ “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นิทรรศการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี การเสวนาทางวิชาการ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากงานวิจัยในราคาย่อมเยา และยังมีการนำปูม้าสด ๆ ผลผลิตจากธนาคารปูม้า และอาหารทะเลต่าง ๆ มาร่วมจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรม สาธิต ถ่าย ทอดความรู้จากงานวิจัย ในหัวข้อ “เทคนิคการบินโดรนแปรอักษร” และหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจ

         ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมปาฐกถา เรื่อง “Enhancing the Next : พัฒนาไทย พัฒนาวิจัย เพื่ออนาคต” เวลา 08.45 น. หลังจากพิธีเปิดได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาระบบบริหารจัดการทุนและนวัตกรรมของประเทศและการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อ มูลระหว่างหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัย 3 กระทรวง ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม,สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กระทรวงสาธารณสุข

         โดยต่อมา​ 09.00​ น.มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การร่วมจัดกิจกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม โครงการ “Thailand New Gen Inventors Award” (I–New Gen Award) ระหว่าง 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.),บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ฮาตาริ อิเลคทรค จำกัด,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย, และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

          นอกจากนี้ยังมี พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ครบรอบ 60 ปี ซึ่งเป็นรางวัล ที่มอบให้กับนักวิจัย และนักประดิษฐ์ผู้ผลิตผลงานที่มีคุณภาพ และสร้างคุณูประการ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเข้มแข็งทางวิชาการ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน ตม.6 – รวบเมียนมา ศิลปินฟรีแลนซ์ รับจ้างเขียนภาพเหมือน ริมชายหาดสงขลา

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมหนุ่มเมียนมาฟรีแลนซ์นักเขียนภาพทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

          เมื่อวันที่ 14 ต.ค.62 เวลาประมาณ 13.40 น. เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา MR.MYO อายุ 48 ปี ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต” โดยมีพฤติการณ์ กล่าวคือ ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีบุคคลคล้ายบุคคลต่างด้าวมีพฤติกรรมในลักษณะทำงาน โดยการรับเขียนภาพเสมือนจริง บริเวณชายหาดชลาทัศน์ (รูปปั้นนางเงือก) ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา จึงได้เดินทางมาตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบคนต่างด้าวกำลังนั่งเขียนภาพ โดยมีผู้หญิงซึ่งเป็นลูกค้าเป็นแบบ และเมื่อเขียนภาพเสร็จ คนต่างด้าวก็ได้รับเงินจากหญิงคนดังกล่าวเป็นค่าจ้าง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตน เพื่อขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่าคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประเภทนักท่องเที่ยว และไม่มีใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใด จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน กก.สส.บก.ตม.6 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรม ในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่างๆหรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จ.สุราษฎร์ธานี – รวบหนุ่มดัตซ์ แฝงตัวจากนักท่องเที่ยว ก่อเหตุขโมยกล้องโกโปร ที่เกาะเต่า

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมหนุ่มชาวดัตซ์แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวลักทรัพย์ที่เกาะเต่า

          เมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 ตม.จ.สุราษฎร์ธานี บก.ตม.6 ได้รับประสานจาก สภ.เกาะเต่า ให้ติดตามบุคคลต่างด้าว ราย MR.GERHARDUS สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้ถูกแจ้งความร้องทุกข์จากนายรัฐวิทย์ ว่ากระทำความผิด ลักทรัพย์กล้องโกโปร ฮีโร่ 7 สีดำ พร้อมอุปกรณ์ ราคา 12,490 บาท จากร้านเกาะเต่าเทเลคอมในวันที่ 4 ต.ค.62 และมาทราบจากกล้องวงจรปิดว่าคนต่างด้าวรายดังกล่าวได้ลักเอาไป จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า จว.สุราษฎร์ธานี

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตม.จ.สุราษฎร์ธานี ได้ทำการออกสืบสวนเพื่อทราบตัว MR.GERHARDUS โดยได้ตรวจสอบข้อมูลการแจ้งการเข้าพักอาศัย ม.38 ในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) พบว่าคนต่างด้าวรายดังกล่าวได้หลบหนีจากเกาะเต่ามาเข้าพักอาศัยที่โรงแรมนิด บังกะโล เกาะสมุย จึงได้เข้าทำการตรวจสอบพบการเข้าพักจริง แต่ในขณะเข้าทำการตรวจสอบไม่พบคนต่างด้าว จึงได้ร่วมวางแผนกับ จนท.ตำรวจท่องเที่ยวสมุย เพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าว

          ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.62 เวลา ประมาณ 14.30 น.ได้พบตัวคนต่างด้าวรายดังกล่าวในขณะกลับมาจากท่องเที่ยวและจะเข้าห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัว​ และแจ้งเหตุแห่งการตรวจสอบจนบุคคลต่างด้าวเข้าใจดีแล้ว และพาเข้าไปตรวจสอบเพื่อหาของกลาง จนกระทั่งพบของกลางกล้องโกโปรฯ และอุปกรณ์ ใต้บันใดในห้องพัก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เชิญตัวมาเพื่อแจ้งให้ทราบถึง รายละเอียดแห่งการร้องทุกข์กล่าวโทษ และประสาน พงส.เจ้าของคดี มารับตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีที่ สภ.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี​ ต่อไป​

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​