กอง​ปราบ​ฯ​ รวบหนุ่มข่มขืนสาวพีอาร์ร้านอาหาร​ ถ่ายคลิป โพสต์ประจาน อ้างทำลงไปเพราะความหึงหวง

วันที่ 15 พ.ย.62​ ที่กองปราบปราม​ : พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย​พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รองผกก.2 บก.ป.​ และพ.ต.ท.กษิดิ์เดชเจริญลาภ​ สว.กก.2 บก.ป.ร่วมกับตำรวจสภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ​ เข้าจับกุมนายศักดิ์ชัย หรือแจ๊ส ทัพวงค์ อายุ 28 ปี ชาวจ.กำแพงเพชร ตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรปราการ ที่​ 704/2562 ลง​ 8 พ.ย.62 ข้อหา​ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และบุกรุกเคหสถาน” ได้ที่บ้านเอื้ออาทรโครงการ​ 3 หมู่​ 15 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง​ จ.สมุทร​ปราการ​

พ.ต.อรุณฯ เปิดเผยว่า เมื่อกลางเดือนต.ค.62​ ที่ผ่านมา นายศักดิ์ชัยฯ ผู้ต้องหา ไปรู้จักกับน.ส.บีฯ (นามสมมติ) ผ่านทางเฟซบุ๊ก พอวันรุ่งขึ้นก็นัดหมายเจอกัน โดยผู้เสียหายยืนยันว่า มีการพูดคุยกันในสถานะคนรู้จัก ต่อมาคืนวันที่ 25 ต.ค.62 นายศักดิ์ชัยฯ​ ก็ได้มาหาน.ส.บีฯ ซึ่งทำงานเป็นพนักงานพีอาร์อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.บางพลีฯ และนั่งอยู่จนร้านเลิก ขณะที่น.ส.บีฯ​ กำลังจะกลับห้องพัก นายศักดิ์ชัยฯ​ ก็เดินเข้ามากระชากแขนแล้วบอกให้กลับไปด้วยกัน แต่น.ส.บีฯ​ ไม่ยอมก็เลยถูกนายศักดิ์ชัยฯ​ ตบหน้าไปหลายครั้ง รวมทั้งพยายามดึงตัวไปที่รถ แต่มีพนักงานในร้านมาช่วยไว้ได้ทัน นายศักดิ์ชัยฯ​ จึงขับรถหนีออกไป

พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อน.ส.บีฯ​ เดินทางกลับไปถึงที่พัก ก็เห็นรถของนายศักดิ์ชัยฯ​ มาจอดรออยู่แล้ว ทำให้ไม่กล้าขึ้นไปที่ห้องพัก เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก ทราบด้วยว่า นายศักดิ์ชัยฯ​ พยายามจะงัดห้องพักของน.ส.บีฯ​ แต่ทำไม่สำเร็จ ก็เลยรีบลงมา ปรากฏว่ามาเจอน.ส.บีฯ​ ที่ลานจอดรถ ก็ตรงเข้าทำร้ายน.ส.บีฯ​ ทันที ทั้งเตะและตบ จนผู้เสียหายต้องร้องขอให้หยุด นายศักดิ์ชัยฯ​ ก็เลยบอกให้ขึ้นไปคุยกันบนห้องพัก ผู้เสียหายจำต้องเดินตามขึ้นไป ปรากฏว่า เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว ก็ถูกนายศักดิ์ชัยฯ​ ทำร้ายร่างกายทันที ในครั้งนี้ยังถูกข่มขืนด้วย ระหว่างนี้นายศักดิ์ชัยฯ​ ยังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ด้วย ต่อมาผู้เสียหายต้องรีบติดต่อให้คนที่รู้จัก ช่วยแจ้งตำรวจมาช่วยเหลือ ส่วนนายศักดิ์ชัยฯ​ ก็รีบหลบหนีไป พอวันรุ่งขึ้นนายศักดิ์ชัยฯ​ ก็ได้ข่มขู่น.ส.บีฯ ผ่านมาทางเฟซบุ๊กว่า จะปล่อยคลิปขณะข่มขืน และมีการโพสต์คลิปดังกล่าวจริงๆ แต่ผู้เสียหายเห็นเข้าก็เลยรีบลบออก ก่อนจะรีบเข้าแจ้งความที่สภ.บางเสาธง ศาลได้อนุมัติออกหมายจับเอาไว้ กระทั่งตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ดังกล่าว

สอบสวน นายศักดิ์ชัยฯ ให้การอ้างว่า รู้จักกับน.ส.บีฯ ผ่านเฟซบุ๊ก ได้ประมาณ3 สัปดาห์ ก่อนจะนัดเจอ​ และคบหากันในฐานะแฟนสาว วันเกิดเหตุตนไปหาน.ส.บีฯ ที่ร้าน ก็เห็นว่ากำลังนั่งคุยอยู่กับผู้ชายคนอื่น ทำให้เกิดความหึงหวงและลงมือทำร้ายร่ายกายน.ส.บีฯ​ จริง ส่วนเรื่องห้องพักของผู้เสียหายนั้นตนไม่ได้งัด เพราะน.ส.บีฯ​ เป็นคนพาเข้ามาเอง และก็ไม่ได้ข่มขืนอีกด้วย เพราะคบหาเป็นแฟนกันอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าถูกแจ้งความและมีหมายจับ จึงไม่ได้คิดหลบหนีไปไหน เพราะขณะนี้ตนไม่มีงาน ต้องไปอาศัยอยู่กับแฟนอีกคน หลังการสอบสวนจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางเสาธง ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“วัดกู้” จัดโครงการ กิจกรรมกราบเท้าพ่อ- แม่

วันที่ 4 พ.ย.62​ ที่วัดกู้ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี​ : พระครูวิมล สุวรรณกร เจ้าโอวาสวัดกู้ จ.นนบุรี​ พร้อมด้วย​ นายศรสุทธา กลั่นมาลี (ถั่วแระเชิญยิ้ม) นายกสมาคมเชียร์ไทย, นายพงศกร ภัทรมานพ สื่อมวลชน, นางกลิ่นรัก บุญพระลักษณ์ ประธานอนุกรรมการสื่อมวล ชน เพื่อการท่องเที่ยว จ.ปทุมธานี เปิดการแถลงข่าว ในโครงการกิจกรรมกราบเท้าพ่อแม่ ล้างเท้า พ่อแม่ และเป็นกิจกรรมทางครอบครัว ซึ่งกิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นกิจกรรมดีๆได้จัดขึ้นมา และในทุกวันนี้ กิจกรรมนี้ ก็จะหายไปทุกวัน จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อได้ชึมทรัพย์ เข้าในจิตใจของลูกๆทุกๆคนและทุกครอบครัว และทุกคนทำได้ทุกวันกับพ่อแม่ปูย่าตายาย ไม่ใช่ว่าจะเป็นหน้าเทศกาล ทุกคนทำได้ทุกวัน ซึ่งกิจกรรมนี้จะได้จัดขึ้น ในวันอังคาร​ที่ 26 พ.ย.62 เวลา 8.30 น.ถึง 14.00 น.ที่วัดกู้ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และเลี้ยงอาหารกลางวันฟรี

นายศรสุทธาฯ (ถั่วแระ) ได้เล่าว่า โครงการกราบเท้าพ่อแม่ ล้างเท้าพ่อแม่เป็นโครงการที่ดี​ และเป็นวัฒนธรรมไทยตั้งแต่ปูย่าตายายเป็นต้นมา จึงอยากให้ลูกๆหลานๆทุกครอบครัวกราบเท้าพ่อแม่ทำดีกับพ่อแม่ทุกๆวัน ถ้าใครสนใจจะสมัครเข้ามาในโครงการนี้ ก็เข้ามาสมัครได้ที่ วัดกู้ ณ ศาลาเอนกประสงค์ หลังใหม่ จะมีทางเจ้าหน้าที่มาตั้งโต๊ะรับสมัคร ซึ่งจะไม่มีเก็บค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น โดยแต่ละครอบครัวถ้ามาสมัคร ก็จะมี สามคนพ่อแม่ลูก และทางโครงการก็จะมีเสื้อแจกฟรีครอบครัวละสามตัวรับสมัครไม่อั้นถ้าใครมาสมัครไม่ทันก็มาในวันงานเลยก็ได้แต่ถ้าเสื้อไม่พอแจกก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ว่าที่ บ่าว-สาว แจ้งกองปราบฯ​ หลัง บ.พรีเวดดิ้ง ทิ้งงานเชิดเงินหนี

วันที่ 15 พฤศจิกายน​ 2562​ เวลา 10.45 น. ที่กองปราบปราม​ (บก.ป.) : น.ส.น้ำมนต์ฯ นามสมมุติ อายุ 32 ปี ตัวแทนกลุ่มคู่รักเตรียมจัดงานแต่งงานรวม 12 คู่ เข้าพบ พ.ต.ท.ภิรัมย์ เมืองไสย สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับบริษัทรับจัดพรีเวดดิ้งแห่งหนึ่ง​ (Bua wedding, Bua flora, Heartist the wedding) หลังทิ้งงานที่รับไว้แล้วไม่สามารถติดต่อขอรับเงินคืนได้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

น.ส.น้ำมนต์ฯ กล่าวว่า ตนได้ติดต่อไปยังบริษัทผู้จัดงานพรีเวดดิ้งดังกล่าวเมื่อปี 2561 หลังได้พบเพจเฟซบุ๊ก และในงานเวดดิ้งแฟร์ ที่ได้พาดูการจัดงานให้กับคู่บ่าวสาวได้น่าเชื่อถือ จึงตกลงกันที่แพ็กเกจราคา 60,000 บาท และมีกำหนดจัดงาน 9 พ.ย.62​ ที่ผ่านมา พร้อมได้วางเงินมัดจำไว้ 40,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลากำหนดจัดงานที่โรงแรมหรูย่านห้าแยกลาด พร้าว ก็ไม่สามารถติดต่อผู้จัดงานได้เพราะเจ้าตัวปิดโทรศัพท์มือถือหนีไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินคืน ขณะที่ยังมีผู้เสียหายรวมอีก 50 คู่ ซึ่งบางรายจัดงานให้ไม่ตรงตามสเป็คที่ตกลง

เบื้องต้น พ.ต.ท.ภิรัมย์ฯ ได้สอบปากคำผู้ร้องทุกข์ พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐานสัญญาการว่าจ้างที่ผู้เสียหายนำมามอบไว้ ก่อนรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ปัตตานี​ ผลักดันแรงงานต่างด้าว

วันที่ 14 พ.ย. 62 เวลา 10.30 น. : พ.ต.ต.ชิติสรรค์ คงขำ สว.ตม.จ.ปัตตานี สั่งการให้ ร.ต.อ. อนุศักดิ์ นกดา รอง สว.ตม.จ.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ร่วมกับ จนท. ตร. กก.สส.2 บก.สส.จชต. และ จนท.กก.สส.ภ.จ.ปัตตานี บูรณาการออกตรวจสอบการกระทำ ความผิดของบุคคลต่างด้าว ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จ.ปัตตานี ณ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 16/41 ซ.ปากน้ำ 15 ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี

ผลการตรวจสอบ พบบุคคลต่างด้าว จำนวน 1 ราย อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จึงขอตรวจสอบเอกสาร ปรากฏว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามา​ และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 835 วัน จึงได้ทำการจับกุม MISS. VINGMONE NALY อายุ 28 ปี นำส่ง พนักงาน​สอบสวน​สภ.เมืองปัตตานี เพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตราด – ผู้ช่วยผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมสภานีตํารวจภูธร ในพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อมอบนโยบาย ให้ข้าราช การตํารวจ ในพื้นที่จังหวัดตราด

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 พย. 2562 พลตํารวจโท ศษวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยม สภานีตํารวจภูธรบ้านท่าเลื่อน สภานีตํารวจภูธรไม้รูด และสภานีตํารวจภูธรคลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อประชุมเรื่องการปราบปรามการลักลอบนําเข้าผลผลิตทางการเษตรต้องห้าม โดยมี พ.ต.อ. นพดล สุทธิเสริม ผกก.สภ. คลอง ใหญ่ นําข้าราชการตํารวจในสังกัดตั้งแถวให้การต้อนรับ คณะตรวจเยี่ยมและรับฟังนโยบายแนวทางการปฎิบัติตนของข้าราชการตํารวจ โดยเน้นด้านการให้บริการปรัชาชน ในรูปแบบยกระดับสภานีตํารวจในพื้นที่นั้นๆ

จากนั้น พลตํารวจโท ศษวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ได้มอบโล่ให้กับผู้ทําคุณงามความดีต่อสํานักงานตํารวจแห่งชาติอีกด้วย อดีตประธาน ก.ต.ตร. สภ. คลองใหญ่ คือ นางสำราญประสิทธิเวช อดีต ก.ต.ตร. สภ.คลองใหญ่ โดยได้มอบหมายให้ นายกิจประภา ประสิทธิเวช อดีตนายกเทศบาลตําบลหาดเล็ก รับมอบแทน

หลังจากนั้น พลตํารวจโท ศตวรรษ หิรัญบูรณะ และคณะได้เดินตรวจเยี่ยมห้องทํางานของข้าราชการตํารวจ สภ.คลองใหญ่ต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สโมสรโรตารี่จันทบูร แถลงข่าว จัดคอนเสิร์ตการกุศล ป๊อป ปองกูล

สโมสรโรตารี่จันทบูร แถลงข่าวจัดคอนเสิร์ตการกุศล ป๊อป ปองกูล หารายได้จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ที่แพเฉลิมจันท์

นายก ธนนวพรรณ หลิมเจริญ นายกสโมสรโรตารี่จันทบูร ได้นำสมาชิกสโมสรฯ ร่วมแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ตการกุศล ป๊อป ปองกูล หารายได้จัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ มอบให้แก่ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เพื่อใช้รักษาผู้ป่วย เป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลในจังหวัดจันทบุรี โดยกำหนดจัดคอนเสิร์ตในวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562 นี้ ณ บ้านจันทร์เจ้าขา ผู้สนใจจะร่วมทำบุญและชมการแสดงคอนเสิร์ตการกุศลฯ สามารถจองบัตรได้ที่ บ้านจันทร์เจ้าขา หรือ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 061 1415999 ร่วมทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์กับสโมสรโรตารี่จันทบูร ตามคำขวัญ เป็นความจริง อิงเที่ยงธรรม นำไมตรี ดีทุกฝ่าย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ด่วน!! ทพ.ฉก.48 ยิงปะทะเดือดโจรใต้บนเทือกเขาตะเว จ.นราธิวาส

ศูนย์ข่าวภาคใต้ – ทหารพรานจากหน่วย ฉก.ทพ.48 ยิงปะทะกองกำลังติดอาวุธบนเทือกเขาตะเว อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ขณะเข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่เป้าหมาย

วันนี้ (15 พ.ย.) เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย บนเทือกเขาตะเว อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากหน่วย ฉก.ทพ.48 ร่วมกับ ชป. ร้อย. ทพ.4809, 4811, 4814, 4804 เข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่เป้าหมาย พบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธอยู่ในที่พักขนาดใหญ่

….■>>>ความคืบหน้า จะรายงานให้ทราบต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง

“จักรทิพย์” นำแถลง ความคืบหน้า คดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจุดตรวจ ชรบ.ลำพะยา

ยะลา – “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผบ.ตร. ลงพื้นที่ จ.ยะลา ร่วมกับแม่ทัพภาค 4 และ ผบช.ภาค 9 แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจุดตรวจ ชรบ.ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา

…..■วันนี้ (15 พ.ย.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อแถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจุดตรวจ ชรบ.ตำบลลำพะยา จ.ยะลา โดยกล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พล.ท.สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4, นายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายชัยสิทธ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า, ได้ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา พร้อมร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติหน้าที่

…..■โดย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า แถลงว่า เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 22.15 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่จุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย และเวลาต่อเนื่องกันได้มีการสกัดกั้นการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ โดยมีการเผายาง วางระเบิดเสาไฟฟ้า และโปรยตะปูเรือใบ

  1. ยิงจุดตรวจทางลุ่ม (ชรบ.) หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา (คดีหลัก), ..
  2. วางระเบิดเสาไฟฟ้า และโปรยตะปูเรือใบใกล้ ชคต.ต้นสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา,
  3. วางระเบิดเสาไฟฟ้าใกล้ ชคต.ลำใหม่ หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา
  4. วางระเบิดเสาไฟฟ้า และเผายางรถยนต์ ตรงข้ามโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา หมู่ 3 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา
  5. โปรยตะปูเรือใบ ถนนสายสุสานจีน-ลำพะยา หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา และ
  6. เผายางรถยนต์ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านป่าพ้อฯ และเผายาง, ยิงสกัดเจ้าหน้าที่ เส้นทางสายลำใหม่-โคกโพธิ์ บ้านป่าพ้อ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มีพยานหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้ ซึ่งจะทำให้ทราบกลุ่ม และบุคคลที่เข้ามากระทำความผิดได้หลายรายการ จากการตรวจที่เกิดเหตุเชื่อว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 40 คน

…..■จากหลักฐานในที่เกิดเหตุสรุปได้ ดังนี้ ผลตรวจปลอกกระสุนปืน ยิงมาจากอาวุธปืน จำนวน 25 กระบอก พบประวัติเคยก่อเหตุคดีความมั่นคง จำนวน 17 กระบอก ในพื้นที่ อ.เมือง กรงปินัง บันนังสตา ยะหา และ อ.กาบัง ของ จ.ยะลา, อ.เมือง โคกโพธิ์ หนองจิก และ อ.ยะหริ่ง ของ จ.ปัตตานี และ อ.เทพา ของ จ.สงขลา คดีที่สำคัญ เช่น คดีซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดร้อย ทพ.4303 เสียชีวิต 2 นาย ขณะออกลาดตระเวนภายในหมู่บ้าน ระหว่างบ้านดอนนา-บางทัน ต.บางเขา อ.หนองจิก เมื่อ 11 กันยายน 2561, คนร้ายยิง และขว้างระเบิด ชคต.บ้านกอแลปิเละ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อ 23 กรกฎาคม 2562, คนร้ายโจมตีจุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย อ.กรงปินัง จ.ยะลา เมื่อ 3 เมษายน 2560 เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มปัตตานี 4 อำเภอสงขลา และยะลา ซึ่งในหลายคดีเจ้าหน้าที่ได้พิสูจน์ทราบ สามารถรู้ตัวตนคนร้าย 12 ราย ยืนยันจาก DNA จำนวน 3 คน ซึ่งออกหมายจับ ป.วิอาญา ได้ดังนี้.

  1. นายนัสรูเลาะห์ สะมะ ผู้ก่อการร้าย รับผิดชอบพื้นที่ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา เกี่ยวข้องกับเหตุเผาชินวร, วางระเบิด ชคต.ท่าสาปฯ สอบเป็นพยานในคดีแล้วขอกลับภูมิลำเนา ปัจจุบันไม่สามารถติดตามตัวได้
  2. นายซะอุดี ติงอุเซ็ง อยู่ในชุดปฏิบัติการของ นายนอร์ดิน หะยีอาซา ผู้ก่อการร้าย รับผิดชอบพื้นที่ ต.ตาเนาะปูเตาะฯ มีหมายจับ 6 หมาย เคยถูกจับกุมเมื่อปี 2558 ศาลพิพากษายกฟ้อง ต่อมาได้ถูกออกหมายจับอีก 2 หมาย และ
  3. นายอาดัม มุสอดี ผู้ก่อการร้าย ในพื้นที่ อ.ยะหา และ อ.กาบัง จ.ยะลา เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี ชคต.บาโระ, เผาสำนักงานการไฟฟ้ากาบัง โดยทั้ง 3 คนได้ออกหมายจับ และประกาศสืบจับแล้ว อยู่ระหว่างติดตามจับกุม ซึ่งตรงกับคำรับบางส่วนของผู้ถูกควบคุมว่า ชุดบันนังสตาเป็นชุดโจมตี ชุดปัตตานีเป็นชุดระวังป้องกัน

…..■นอกจากนี้ ยังพบรอยเลือด 5 รอยที่ไม่ตรงกับผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ ซึ่งเชื่อว่าเป็นของคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ซึ่งรอยเลือด 5 รอยระบุได้ 1 คน คือนายซะอุดี ติงอุเซ็ง ตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนรอยเลือดอีก 4 รอย อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุตัวบุคคลรอตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 5 โปรไฟล์

…..■ส่วนระเบิดที่วางเสาไฟ 3 จุด มีตำหนิของเอกลักษณ์ที่ตรงกันทั้ง 3 ลูก จึงเชื่อว่าประกอบพร้อมกันโดยบุคคลเดียวกันในพื้นที่บาตัน ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม วันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2562 ควบคุมตัว 11 คน ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว 6 คน บางส่วนผลการซักถามรับสารภาพ 14 พฤศจิกายน 2562 จึงขยายผลตรวจค้นควบคุมตัวเพิ่มเติม 6 คน และอยู่ระหว่างซักถามขยายผล และพิสูจน์ทราบคำซักถามรวม 11 คน

…..■ด้าน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุคนร้ายโจมตีจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมวัตถุพยานที่เก็บได้จากสถานที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย ปลอกกระสุนปืนชนิดต่างๆ รอยเลือดตามเส้นทางถอนตัวหลบหนี และวัตถุพยานอื่นๆ ซึ่งคาดว่าเป็นของคนร้ายไปทำการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และตรวจหาสารพันธุกรรม เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายคนร้ายที่ก่อเหตุ

…..■นอกจากนี้ ยังได้ร่วมประชุมหน่วยงานด้านการข่าว เพื่อวิเคราะห์ และกำหนดเป้าหมายบุคคลต้องสงสัย และพื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบซ่อนตัว จนนำไปสู่การเข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยรวม จำนวน 11 ราย ปัจจุบันควบคุมตัวเพื่อซักถาม ณ หน่วยซักถาม ฉก.ทพ.41, ฉก.ทพ.43 และศูนย์ซักถาม ขกท.สน.จชต.(ค่ายอิงคยุทธบริหาร) ซึ่งจากผลการซักถาม และตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในขั้นต้น สามารถระบุตัวคนร้ายได้แล้ว 12 ราย ออกหมายจับแล้ว 3 ราย และจะทยอยออกหมายจับในส่วนที่เหลือต่อไป

…..■ทั้งนี้ เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวเป็นบุคคลอันตราย และเคยก่อเหตุมาแล้วคนละหลายครั้ง จึงขอความร่วมมือช่วยกันแจ้งเบาะแส และร่วมปฏิเสธกลุ่มขบวนการสุดโต่ง BRN สำหรับผู้ให้การสนับสนุน หรือให้ที่พักพิงจะมีความผิดตามกฎหมายในอัตราโทษเดียวกับผู้ก่อเหตุรุนแรง สำหรับผลการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมจากรอยเลือดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดให้ทราบต่อไป

…..■โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติทุกขั้นตอนของกฎหมายด้วยความระมัดระวัง และเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ด้วยความโปร่งใสภายใต้การรับรู้ของผู้นำ 4 เสาหลัก และญาติ โดยยืนยันว่าไม่มีการซ้อมทรมานดังที่สื่อแนวร่วม หรือบางฝ่ายพยายามบิดเบือนโจมตีในช่วงที่ผ่านมา และพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา หรือหากยังมีข้อสงสัยพร้อมที่จะเปิดหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้ดูได้เช่นกัน


…..■ ภายหลังจากเกิดเหตุโศกนาถกรรมสังหารหมู่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้กรุณาสั่งการให้ทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปรับแผนในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ โดยปรับรูปแบบการปฏิบัติของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเป็นแบบจรยุทธ์ ไม่เป็นเวลาโดยไม่ให้อยู่ประจำที่ป้อม จัดชุดจู่โจมเคลื่อนที่เร็วส่งลงทางอากาศ ณ ที่หมาย และให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุโดยหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงไปร่วมซักซ้อมร่วมปฏิบัติงาน โดยให้ระดับผู้บังคับบัญชาได้ติดตาม/ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจอย่างต่อเนื่อง

…..■รวมไปถึงการขยายพื้นที่รับผิดชอบของกำลังทหารหลัก และกำลังทหารพรานให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ตลอดจนดำเนินการตามแผนพิทักษ์ประชาชน และทรัพยากรในหมู่บ้านเพื่อจำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรง และปัญหายาเสพติด/ภัยแทรกซ้อนอื่นๆ และสร้างการรับรู้ และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านเวทีสภาสันติสุขทั้ง 290 ตำบล เพื่อรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะการแก้ปัญหา รวมทั้งการออกมาประกาศจุดยืนเพื่อต่อต้าน และปฏิเสธการใช้ความรุนแรงของกลุ่มขบวนการ BRN ในทุกรูปแบบ

…..■ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยืดเยื้อมากว่า 15 ปี จากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีพฤติกรรมสุดโต่ง เผด็จการ เป็นอาชญากรที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน สูญเสียโอกาสในการพัฒนาในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังที่กล่าวถือเป็นปัญหาภายในประเทศที่เกิดจากคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งล้วนเป็นพลเมืองของไทย รัฐจึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยที่มีอยู่เข้าดำเนินการ เพราะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่พื้นที่สงคราม หรือพื้นที่ความขัดแย้งกันด้วยอาวุธ ที่จะต้องปฏิบัติภายใต้กติกาสงคราม หรือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) ดังที่บางองค์กรพยายามกล่าวอ้าง เพื่อยกระดับปัญหาไปสู่ระดับสากล

…..■โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเร่งรัดแก้ปัญหาให้ครอบคลุม ทั้งมิติความมั่นคง การสร้างความเข้าใจ และการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ตามแนวทางการเมืองนำการทหาร เปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็น และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสภาวะให้เกื้อกูล และหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข นำพาสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง

รายงานเหตุเบื้องต้น – เหตุ 241 และ พ.241

เมื่อ 15.พ.ย.62 เวลา 17. 45 สภ.นาประดู่ รับแจ้งเหตุว่า มีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนใช้อาวุธปืนยังไม่ทราบชนิดและขนาดยิง

  1. นายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี เสียชีวิต
  2. นางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี เสียชีวิต
  3. ด.ญ.จันทราการต์ อินทพรหม อายุ 2 ปี 7 เดือน ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.โคกโพธิ์

ขณะผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บขับรถจักรยานยนต์กลับจากตลาดนัด รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ เหตุเกิดบริเวณระหว่างรอยต่อ บ.ตุปะ ม.5 ต.ควนโนรี และ บ.ละโหะ ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน ถนนสายชลประทาน-แม่ลาน ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จว.ปัตตานี

  • พื้นที่รับผิดชอบ สภ.นาประดู่ จว.ปัตตานี โทร. 073-358-700
  • รอง สว.(สอบสวน) ร.ต.อ.ณัฐนนท์ อินทองมาก โทร. 091-046-3998
  • ศูนย์วิทยุสื่อสารและเฝ้าฟัง ศปก.ตร.สน. โทร. 073-203-690-1.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง

ชลบุรี – แม็คโครเปิดตัวสาขาสัตหีบ ลำดับที่ 132 เตรียมรับ EEC เป็นคลังสินค้าสดขนาดใหญ่ ในพื้นที่สัตหีบ

วันนี้ 15 พ.ย.62 ที่ แม็คโคร สาขาสัตหีบ ริมถนนสุขุมวิท ตลาดศิวนารถนคร 700 ไร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ให้เกียรติเป็นประธานเปิด แม็คโคร สาขาสัตหีบ ลำดับที่ 132 อย่างเป็นทางการ โดยมี นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจสยาม แม็คโคร, พลเรือตรี ภิญโญ โตเลี้ยง รองผู้บัญชา การทัพเรือภาคที่ 1, พลเรือตรี ปริญญาธรรม พูลพิทักษ์ธรรม เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน, นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ, นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์, นายณรงค์ บุญบรรเจิศศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ, นางพรทิทย์ อินทศร นายกกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ, สโมสรโรตารี่สัตหีบ, หน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน เข้าร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีและเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

นาง สุชาดา อิทธิจารุกุล กล่าวว่า แม็คโคร เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ระบบสมาชิก ในราคาขายส่งแบบครบวงจร มีสมาชิกในระบบกว่า 3 ล้านราย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบวัตถุดิบ คุณภาพปลอดภัยไปยังภูมิภาคต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น แม็คโคร จึงเดินหน้าขยายสาขาในพื้นที่จังหวัด ที่มีศักยภาพ เพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าสมาชิกและลูก ค้ากลุ่มใหม่ เช่นเดียวกับการเปิดแม็คโคร สาขาสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในลำดับที่ 132 ในวันนี้ ขึ้นในพื้นที่เขตเศรษกิจพิ เศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ที่มีศักย ภาพการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงก็ เพื่อรองรับการเติบโตของผู้ประกอบการ เช่น ร้านค้าปลีกรายย่อย ร้านอาหาร โรงแรมธุรกิจจัดเลี้ยง เพราะด้วยศักยภาพของพื้นที่อำเภอสัตหีบ ที่อยู่ระหว่างพัทยากับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เมื่อผสานกับเมกกะโปรเจคของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) มหานครการบิน สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้จะทำให้ภาคธุรกิจในพื้นที่มีการขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

แม็คโครสาขาสัตหีบ มีขนาดพื้นที่จำหน่ายสินค้า 5,200 ตารางเมตร เป็นรูปแบบอีโคพลัส มีสินค้ามากกว่า 9,500 รายการ เป็นแหล่งรวบรวมวัตถุดิบคุณ ภาพปลอดภัย ที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างครบครัน ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแม็คโครจะเป็นเสมือนคลังสินค้าหรือสต็อกอาหารสดที่พร้อมบริการตลอดเวลา จึงจะเป็นส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัด การกิจการให้ธุรกิจคล่องตัวและมีผล กำไรที่น่าพอใจ และในวันเปิดสาขาอย่างเป็นทางการในวันนี้ แม็คโครสาขาสัตหีบยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียน โรงเรียนบ้านเตาถ่าน โรงเรียนบ้านสัตหีบ และโรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ จำนวน 15 ทุน ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323