จัดการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2562

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลอง​ และวิทยุบังคับได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน เครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับแบบปีกหมุนชนิด 4 ใบพัด ประเภท “ปีกหมุนประลองปัญญา” ชิงชนะเลิศถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17​ พฤศจิกายน 2562 ณ โรงยิมจิตต์มิตรภาพ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ซึ่งมีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 18 ทีม จาก 10 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ผลการแข่งขันรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ ทีม RB 1 จากโรงเรียนวัดราชบพิธ กรุงเทพมหานคร ได้รับเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม TRP 1 จากโรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก จังหวัดชุมพร ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีมเตรียมอุดมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสกลนคร ได้รับเงินรางวัล จำนวน 20,000 บาท, และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ได้แก่ ทีมพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ได้รับเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท

การแข่งขันในครั้งนี้ วช. เป็นเจ้าภาพร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ซึ่งได้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น.โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการมอบรางวัลในการแข่งขัน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญแก่ผู้พิการ ในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 51 ประจำปี 2562 “สืบสานพระราชปณิธาน คนพิการร่วมจิตอาสา”

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำของขวัญ ได้แก่ ผ้าห่มกันหนาว และร่มกอล์ฟ รวมจำนวน 2,500 ชิ้น รวมมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 375,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาท)​ มอบให้กับคนพิการ ในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 51 ประจำปี 2562 “สืบสานพระราชปณิธาน คนพิการร่วมจิตอาสา” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี (ฮอลล์ 5)

นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังได้จัดบูธ “แอปป่อเต็กตึ๊ง 1418″ เพื่อให้ผู้พิการ และประชาชนทั่วไปได้ฝึกการกู้ชีพ (CPR)​ และการใช้เครื่อง AED รวมทั้งการแจ้งเหตุ เมื่อพบเห็นเหตุฉุกเฉิน ผ่าน แอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418” แอปแรกในไทยที่สามารถติดตามการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยบูธกิจกรรมจะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-17 พฤศจิกายน 2562

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม #ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ 11/2562

วันนี้ (18พ.ย.62) เวลา 09.30 น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 11/2562 สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน.(ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 1- 4 เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

เรื่องแรก นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. มอบแนวทางการบูรณาการเครื่องมือพิเศษในการแก้ไขปัญหา

จชต. นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. ได้มอบแนวทาง/นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่จชต.ด้วยการบูรณาการเครื่องมือพิเศษในการแก้ปัญหาจชต. เพื่อสกัดกั้นตามแนวชายแดน ไทย-มาเลเซีย ดำเนินการวางระบบเฝ้าตรวจโดยประสานเครื่องมือประเภทต่างๆให้เป็นเครือข่ายเต็มพื้นที่แนวชายแดนและนำเทคโนโลยีมาดัดแปลงประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จชต. ของทั้งสองประเทศ พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงาน และการแก้ปัญหาตามแนวชายแดนร่วมกันให้เป็นผลดีมากยิ่งขึ้นต่อไป

โดยในปี 2563 ได้เน้นแผนการปฏิบัติงาน ในพื้นที่ 3 จชต. จำนวน 3 ด้าน กล่าวคือ

  • ด้านความมั่นคง ให้เร่งสร้างความสงบสุขในพื้นที่ฯ จะต้องมีความชัดเจน และมีเอกภาพในการแก้ไขปัญหา เพื่อยุติสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่
  • ด้านการพัฒนา ใช้การพัฒนาควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการปรับลดพื้นที่ 9 อำเภอ ออกจากพื้นที่ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และนำมาตรการตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 มาบังคับใช้แทน ซึ่งจะทำให้มีส่วน ช่วยส่งเสริมการพัฒนา รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศได้อีกทางหนึ่ง
  • ด้านการสร้างความเข้าใจ จะต้องสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อรักษาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จะใช้เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น โดยไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด

เรื่องที่สอง การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ
ตามที่ได้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่, จ.ลำปาง, จ.ลำพูน, จ.แม่ฮ่องสอน, จ.น่าน, จ.แพร่ และ จ.ตาก อันส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน

จากสถานการณ์ดังกล่าว ผอ.รมน.ภาค 3 ในฐานะผู้บัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ ได้เตรียมการวางแผนการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการกำหนดห้วงระยะเวลาการปฏิบัติการ, กำหนดหน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด ร่วมบูรณาการกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร(ฝ่ายทหาร) เป็นผู้ประสานงานหลัก, การติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อให้หน่วยงานในความรับผิดชอบได้ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างการรับรู้ในการแก้ปัญหา ไฟป่าและหมอกควัน ให้กับประชาชนได้อย่างถูกวิธี, การสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการเกิดไฟป่ารวมทั้งขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในพื้นที่เสี่ยง ให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน จะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืนและถาวรได้นั้นต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

เรื่องสุดท้าย การเสนอแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กอ.รมน.
ตามคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 51/2560 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 มีการแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ในมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอา ณาจักร พ.ศ.2551 ให้มีความหมายรวมถึง การดำเนินการเพื่อป้องกันควบคุมและแก้ไขฟื้นฟูสถานการณ์ กรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยตามกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 นั้น

กอ.รมน. ได้จัดทำแผนรองรับบทบาทหน้าที่ดังกล่าวโดย ผอ.รมน. ได้กรุณาอนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กอ.รมน. เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการรักษาความมั่นคงภายในราชาณาจักร ครั้งที่ 2/2556 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กอ.รมน. มีความสอดคล้องกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ซึ่งเนื้อหาสาระหลักของแผนดังกล่าว กอ.รมน. จะมุ่งเสริมการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และไม่ซ้ำซ้อน กับการปฏิบัติของหน่วยงานอื่น โดยมีกลไกหลักในการปฏิบัติคือ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ด้วยการ บูรณาการอำนวยการประสานงานและเสริมการปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยทหารในพื้นที่ และ กลุ่มมวลชนในเครือข่าย กอ.รมน.

บทบาทของ กอ.รมน.ภาค จะประสานการปฏิบัติกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในระดับต่างๆ เพื่อร่วมปฏิบัติ หรือเสริมการปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค โดยเฉพาะกรณีที่เกิดในพื้นที่ตั้งแต่ 2 จังหวัด ขึ้นไป ซึ่งจะเป็นการช่วยเสริมช่องว่างในการจัดการกับสาธารณภัย ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ระหว่างกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (กอปภ.จ) กับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ทำให้การอำนวยการประสานงานการบูรณาการและการสนับสนุนการปฏิบัติมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในส่วนของ กอ.รมน.จังหวัด จะร่วมปฏิบัติงานในศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็น ผอ.รมน.จังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดตามแผนป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 เป็นผู้สั่งการ ควบคุม และบัญชาการ ในการระดมสรรพกำลังทรัพยากร จากฝ่ายพลเรือนและภาคประชาชน ทำให้เกิดเอกภาพในการจัดการกับสาธารณภัย ไม่เกิดความซ้ำซ้อน และนำไปสู่การบูรณาการอย่างแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นในระดับปฏิบัติการ

นอกจากนั้น ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ยังมิได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติและประ กาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน กอ.รมน.ภาค สามารถสั่งการหรือประสานการปฏิบัติให้ กอ.รมน.จังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงานทหารในพื้นที่ และกลุ่มมวลชนในเครือข่าย กอ.รมน.ดำเนินการเตรียมการก่อนและเกิดเหตุสาธารณภัยโดยทันที เพื่อยับยั้งป้องกันหรือลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากสาธารณภัยที่เกิดขึ้น

18 พ.ย. 62

เพชรบูรณ์ “เด็กดี แต่ยากจน” เข้ารับมอบทุนการศึกษา ยอดเงินรวม 1,273,000 บาท

เพชรบูรณ์ “เด็กดี แต่ยากจน” เข้ารับมอบทุนการศึกษา ยอดเงินรวม 1,273,000 บาท เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆในชุมชนได้รับรางวัล จากการประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นคนดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารทิพย์มงคล ตำบลยางงาม อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายประสิทธิ์ อินวรรณา ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเขต 40 ได้เป็นประธานในกิจกรรม การมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในชุมชนตำบลนาเฉลียง และใกล้เคียง ซึ่งมีผู้เข้ารับมอบทุนทั้งหมด 1,132 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,273,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนเจ็ดหมื่นสามพันบาท) พร้อมทั้งยังได้รับมอบของขวัญจากผู้ใจบุญ นำมาแจกจ่ายให้แก่เด็กทุกๆคน และร่วมรับประทานอาหาร พร้อมรับชมชุดการแสดงจากโรงเรียนต่างๆ เพื่อเป็นการขอบคุณคณะผู้ใจบุญ อีกทางหนึ่งด้วย

คุณสุภาพร อร่ามทิพย์ เปิดเผยว่า ได้จัดงานมอบทุนการศึกษาสำหรับเด็กดี แต่ยากจน มาอย่างต่อเนื่องทุกปี และในปีนี้นับเป็นปีที่ 8 โดยจุดเริ่มต้นของการแจกทุน เกิดจากครอบครัวบ้านสายลม ได้ทำการมอบทุนเด็กดี แต่ยากจน เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จากให้ทุนเพียง 1 โรงเรียน จำนวน 60 ทุน ทุนละ 1,000 บาท จนสานต่อมาถึงปัจจุบัน คุณสุภาพร อร่ามทิพย์ ได้ขยายกิจกรรมการมอบทุน โดยการบอกกล่าวไปสู่เพื่อนร่วมงาน ทั้งในและต่างประเทศ จนมีผู้เข้าร่วมสนับสนุนให้ทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆในชุมชนได้รับรางวัล จากการประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นคนดี ซึ่งเงื่อนไขของการคัดเลือกนักเรียนที่ได้รับทุนนั้น คือ ต้องเป็นเด็กดีแต่ยากจน ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง และเมื่อได้รับทุนแล้ว เด็กทุกคนต้องเขียนจดหมายขอบคุณให้เจ้าของเงิน และต้องตั้งใจเรียน เป็นคนดีของสังคม เมื่อเติบใหญ่ ประสบความสำเร็จในอนาคตแล้ว ให้รู้จักแบ่งปันคืนสู่รุ่นน้อง คนรุ่นหลัง เพื่อส่งเสริมให้กิจกรรมดีๆ เช่นนี้ คงอยู่ต่อไป

และนอกจากเงิน 1,000 บาท/ทุนแล้วนั้น ยังได้มีการริเริ่มทุนต่อเนื่อง Life Time Scholarship ซึ่งผู้มีอุปการะคุณ จะดำเนินการให้ทุนปีละ 12,000 – 15,000 บาท พร้อมจะส่งมอบทุนการศึกษาทุกปี จนกว่าเด็กจะเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรี ซึ่งขณะนี้มีเด็กนักเรียนที่ได้รับทุนต่อเนื่องแล้ว จำนวน 12 คน

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

ลพบุรี – ธารน้ำใจหลั่งไหลสู่แฝดทรหด จากพ่อดูยูทูบทำคลอด ตัดสายสะดือด้วยมีดทำครัว

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอเรื่องราวของสุดยอดพ่อขี้เกรงใจ เปิดยูทูบการทำคลอดให้เมีย ใช้มีดทำครัวตัดสายสะดือให้ลูกแฝด แต่แม่เสียเลือดมากนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช แพทย์ทำการรักษา ให้แม่และลูกแฝดพักฟื้น และดูอาการจำนวน 7 วัน จนอาการปลอดภัยทั้งแม่และลูกแฝด ทางทีมแพทย์เวชกุมาร รพ.พระนารายณ์มหาราช จึงได้อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าวอีกครั้ง พบกับนายมานะ เพิ่มทอง และนางศิริรัตน์ เพิ่มทอง ลุงและป้าของน้องดิว และน้องเดียร์ ซึ่งได้ทำความสะอาดห้องพัก ต่อโต๊ะสำหรับเป็นที่นอน ไว้รอต้อนรับหลานสาวและเหลนแฝดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส ด้วยและกล่าวดีใจ ที่เห็น ด.ญ.กชนิภา (แฝดพี่)น้ำหนักตัวแรกคลอด 2.20 กิโลกรัม และ ด.ญ.เกณิกา ขันยอด (แฝดน้อง) น้ำหนักตัว 1.90 กิโลกรัม น่าตาน่ารัก น่าชัง ปลอดภัย แข็งแรง โดยมีเจ้าหน้าที่จาก รพ.พระนารายณ์มหาราช รุดเดินทางมาเยี่ยมและมอบของใช้สำหรับเด็กแรกเกิด ซึ่งทั้งพ่อและแม่มือใหม่ได้กล่าวขอบคุณผู้มีจิตเมตตา ที่ส่งของใช้สำหรับเด็กมาให้ และที่ไปเยี่ยมถึงที่ รพ.

ด้านนายดลฤทธิ์ ขันยอด อายุ 22 ปี สามีที่ทำคลอดให้กับภรรยาด้วยมือของตนเอง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าวันที่ภรรยาคลอดลุงไม่อยู่ไปเข้ายามตอนกลางคืน รถก็ไม่มี อีกทั้งดึกมากแล้วเกรงใจป้าที่ป่วย เงินก็ไม่มีสักบาทเดียว จึงได้ทำการเปิดยูทูบวิธีการทำคลอด จนถึงขั้นตัดสายสะดือ โดยที่ใช้มีดทำครัวลวกน้ำร้อนลงมือตัดสายสะดือให้ลูกทั้งสอง ยอมรับว่ากลัวมากเห็นภรรยาเลือดไหลนองพื้น จากนั้นจึงได้ไปตัดผ้าห่มทำเป็นผ้าอ้อม ห่อตัวลูกไว้ และกอดลูกไว้ในอ้อมอกคนละคนกับภรรยา จนรุ่งเช้าถึงเดินไปบอกกับป้า ซึ่งก็โดนป้าตำหนิรุนแรง ที่ไม่รีบไปบอกและตัดสินใจทำคลอดโดยไม่มีความรู้ เดชะบุญที่ทั้งหมดปลอดภัย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา นายปริญช์ หรือจ๊อด สังข์เงิน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 6 ต.บางลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ผู้ที่ประสานงานขอความช่วยเหลือจากพวกสมาชิกรถมอเตอร์ไซด์แต่งภายในจังหวัดลพบุรี ”นาม 2T ไร้เทียมทาน” และกลุ่มดันโลลุ่มเจ้าพระยา จ.สิงห์บุรี พร้อมพวกแก๊งจักรยานยนต์แต่งสวยงามชาย หญิงกว่า 20 คน เดินด้วยรถตู้ จำนวน 2 คัน จักรยานยนต์อีกว่า 20 คัน บรรทุกข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กทารกมาเต็มคันรถ เพื่อมามอบให้กับน้องคัพเค้ก และน้องโดนัท เด็กแฝดทรหด วัย 10 วัน อีกทั้งยังมอบเงินสดที่รวบรวมจากสมาชิกจำนวน 20,310 บาท มอบให้กับพ่อแม่น้องไว้ในการซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น และเตรียมไว้สำหรับซื้อนมเนื่องจากว่า นมของแม่เริ่มไหลไม่ทันกิน

โดยน้องปริญช์ หรือจ๊อด ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เข้ามามีส่วนได้ช่วยเหลือ น้องแฝด ที่เกิดมาขาดแคลน ไม่มีแม้แต่ผ้าอ้อม ซึ่งสมาชิกของพวกตนที่มาไม่ได้แต่งรถเพื่อไว้ซิ่ง หรือแข่งขันบนทางสาธารณะให้ประชาชนเดือดร้อน แต่สมาชิกของพวกตนได้รวมตัวกันทำคุณงามความดี ช่วยเหลือเจือจุน ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากในพื้นที่ หรือมีผู้ร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งในวันนี้มาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้ก็รู้สึกสงสารจับใจ และดีใจที่พวกตนมีส่วนได้ช่วยเหลือ และรับปากจะดูแลช่วยเหลือน้องแฝดทรหดคู่นี้ตลอดไป

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 08908599090
โยธิน พรมแตง รายงาน

ทหารเรือมาแล้ว “หมอทหาร” ยกพลขึ้นบกเกาะหมาก ให้บริการประชาชน

ในวันนี้ 18 พ.ย.62 เรือหลวงกันตัง ปฏิบัติราชการ หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 ออกลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนทางทะเลจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ภารกิจ ป้องกันการลุกล้ำน่านน้ำ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล คุ้มครองช่วยเหลือเรือประมง ประชา ชน ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดในทะเล ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมี เรือเอก ภูวจักร ภูวนาถนรานุบาล เป็นผู้บังคับการเรือ นำเรือเข้าเทียบท่าเรืออ่าวนิต เกาะหมาก จังหวัดตราด เพื่อรับการส่งกำลังบำรุง

ในโอกาสเข้าเทียบท่าอ่าวนิต เกาะหมาก จังหวัดตราด ได้จัดนายแพทย์ พยาบาล หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ลงพื้นที่เยื่ยมเยียนประชาชนและให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพเบื้องต้นและมอบยาสามัญประจำบ้าน สิ่งของอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังได้พูดคุยให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับพี่น้องประชาชน ชาวเกาะหมาก จังหวัดตราด ด้วยความเป็นกันเองสร้างความสัมพันธ์อันดี และสร้างความประทับใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เป็นไปตามนโยบายของ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือที่กล่าวไว้ว่ากองทัพเรือต้องเป็น “กองทัพเรือที่ประชาชน เชื่อมั่น และภาคภูมิใจ”

ภาพ/ข่าว จาก แผนก ปจว.ปชส.กพร. บก.ทรภ.1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน

สวนนงนุชพัทยา – กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว ให้เข้าฟรี ไทยเที่ยวไทย ตอบรับนโยบายรัฐบาล

วันนี้ 17 พ.ย.62 ที่ สวนนงนุชพัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวคนไทย นับหมื่นคน จากจังหวัดสมุทรปราการ ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก และ ตัวแทนทั้ง 5 เขต ของกรุงเทพ ประกอบด้วย เขตมีนบุรี คันนายาว คลองสามวา หนอง จอก และลาดกระบัง เข้าชมสวนฟรีตลอดเดือนพฤศจิกายน หลังได้มีการจัดโครงการ 1 จังหวัดเที่ยวฟรี 1 เดือน

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชไม่หวั่นสัญญาณเศรษฐกิจขาลง เรายืนหยัดเปิดประตูสวรรค์บนดิน แบ่งปันสุขพี่น้องชาวไทย เข้าชมสวนฟรีตลอดเดือน ตามที่สวนนงนุชได้เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือนไม่จำกัดจำนวนครั้ง ให้ประชา ชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย เพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชนตามภูมิลำเนาของจังหวัดนั้นๆ เพียงแค่ท่านนำบัตรประชาชนตัวจริงมายืนยันหน้าจุดลงทะเบียน สามารถเข้าชมสวนสวยได้ทุกโซนกว่า 50 โซน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

สำหรับการจัดโครงการ 1 จังหวัดเที่ยวฟรี 1 เดือน เพื่อรองรับ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ตามนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมโครงการไทยเที่ยวไทย และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้เข้ามาเที่ยวชมความแปลกใหม่ที่ได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในสวนนงนุชพัทยา และสิ่งที่สวนนงนุชพัทยา คาดหวังเป็นอย่างยิ่งก็คือ การที่ประชาชนในแต่ละจังหวัด จะบอกต่อและประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศในการเล่าเรื่องสิ่งดีๆ ของจังหวัดในภาคตะวันออก

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

โรงเรียนชลบุรีการบริบาลและภาษาศาสตร์ จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปี 2562

โรงเรียนชลบุรีการบริบาลและภาษาศาสตร์ จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปี 2562

วันนี้ 17 พ.ย.62 ที่ อาคารนันทา สวนนงนุชพัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โรงเรียนชลบุรีการบริบาลและภาษาศาสตร์ ได้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรวิชาการดูแลผู้สูงอายุและวิชาการดูแลเด็กเล็ก ประจำปีการศึกษา 2562 โดยมี ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 8 ชลบุรี เป็นประธานมอบ พร้อมด้วย นางภารดา สุจริตกุล ประธานการจัดงาน คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับการจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรวิชาการดูแลผู้สูงอายุและวิชาการดูแลเด็กเล็ก ในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาได้ระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ บุพการีและผู้มีพระคุณ อีกทั้งเพื่อให้ผู้ปกครอง ครอบครัวเกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จของบุตรหลานและเพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนวิชาชีพดูแลสุขภาพ โดยในปีการศึกษา 2562 มีผู้สำเร็จการศึกษา จำนวน 150 คน และมีผู้เข้ารับประกาศนียบัตรในวันนี้ 100 คน

ทั้งนี้สำหรับโรงเรียนชลบุรีการบริบาลและภาษาศาสตร์ เปิดดำเนินการสอนเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548 ตั้งอยู่ที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปิดสอนหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุและวิชาการดูแลเด็กเล็ก ระยะเวลาเรียนตลอดหลักสูตร 6 เดือน โดยแบ่งเป็นภาคทฤษฎี 3 เดือน และฝึกงานในสถานพยาบาลอีก 3 เดือน ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าศึกษาสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 038-235-698, 081-9234887

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

จิตอาสา บริจาคโลหิตด้วยหัวใจ ทัพเรือ หมวดเรือชายแดน ร่วมใจบริจาคโลหิตให้ชีวิต จังหวัดตราด

กองทัพเรือ โดยหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกำลังพล ร่วมบริจาคโลหิต ตามโครงการ “จิตอาสาบริจาคโลหิตด้วยหัวใจ ถวายแด่ พระ บาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภ์ สภากา ชาดไทย ณ หอประชุมอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ร่วมกับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

สำหรับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่1 ได้ส่งหมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 ไปปฏิบัติงานครอบ คลุมพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด โดยขึ้นการบังคับบัญชาทางยุทธการกับ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด มีที่ตั้งอยู่ ณ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด มีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจ ป้องกันการรุกล้ำน่านน้ำและการแทรกซึมจากฝ่ายตรงข้ามในทะเล อาณาเขตในพื้นที่รับผิดชอบ คุ้มครองเรือประมง ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางทะเล คุ้มครองป้องกันและสนับสนุนกำลังทางบก สกัดกั้นและผลักดันผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทางทะเล และปฏิบัติการทางจิตวิทยาและช่วยเหลือประชาชน รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนทางทะเลจังหวัดจันท บุรีและจังหวัดตราด

ภารกิจของหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่1 ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี สืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์อันดีทีมีกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ การให้ การสนับสนุน ช่วยเหลือ รวมถึงการร่วมกิจกรรมต่างๆ กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยดีเสมอมาเป็น “กองทัพเรือที่ประชา ชนเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ”

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

นครนายก – พิธีเปิดการแข่งขันเรือพายประเพณี ชิงถ้วยเกียรติยศ

เทศบาลตำบลท่าช้าง จัดพิธีเปิดการแข่งขันเรือพายประเพณีชิงถ้วยเกียรติยศ ที่บริเวณริมเขื่อนนายก ในโรงเรียนชลนายกสงเคราะห์ ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พันตำรวจเอก กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันเรือพายประเพณี ชิงถ้วยเกียรติยศ โดยมี นายเล็ก พิทักษาวรากร รองนายกเทศมนตรีตำบลท่าช้าง ในนามตัวแทนผู้สนับสนุนการจัดการแข่งขันเรือพ่ายประเพณี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมมี ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน แต่งกายชุดแฟนซีสวยงาม ชุดเงาะป่า ฯ

โดยการแข่งขันเรือพายมี 3 ประเภท เช่น

  1. ประเภทเรือมาดโบราณ 7 ฝีพาย
  2. ประเภทเรือมาดเพรียว 7 ฝีพาย
  3. ประเภทเรือยาวจิ๋ว 7 ฝีพาย

เข้าร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย การแข่งขันเรือพายประเพณีชิงถ้วยเกียรติยศ เทศบาลตำบลท่าช้าง เป็นการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชาวไทย อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เด็ก ,เยาวชน, ประชาชน ได้มีกิจกรรมการออกกำลังกายและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ในชุมชน การแข่งขันเรือพายประเพณี ชิงถ้วยเกียรติยศเทศบาลตำบลท่าช้าง นับเป็นเกียรติและความภาคภูใจของทุกๆฝ่าย และ บรรลุวัตถุประสงค์ของงานประเพณีแข่งเรือในครั้งนี้

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก