นักปั่นกว่า 3,000 ชีวิต ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใน “Bangkok Bank CycleFest 2019”

นักปั่นกว่า 3,000 ชีวิต ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใน “Bangkok Bank CycleFest 2019” การแข่งขันจักรยานนานาชาติแนวไลฟ์สไตล์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่พัทยา

พัทยา- วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 การแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 ระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้งเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยจำนวนนักปั่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งมากกว่า 3,000 คน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2562 ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมเหล่า เซเลบริตี้ที่มาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนานกับบรรดาผู้แข่งขันอย่างใกล้ชิด ทั้ง โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร, หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ, กอล์ฟ-สุรัมภา หยกโชติสกุล, มิ้นท์-วณิชชา กาญจนอภิรักษ์ และ อีวาน บาสโซ อดีตแชมป์จิโรดีตาเลีย 2 สมัย ซึ่งรับหน้าที่แอมบาสเดอร์ของงานในปีนี้

          นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 มีความตั้งใจนำเสนอการปั่นจักรยานแนวไลฟ์สไตล์ที่จัดขึ้นด้วยด้วยแนวคิด “Ride for All” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้สนใจทั่วไปได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ช่วงเวลาดีๆ ในวันหยุด บนเส้นทางปั่นจักรยานแบบปิดซึ่งมีความปลอดภัย พร้อมกับทัศนียภาพที่สวยงามของสยามคันทรีคลับ พัทยา โดยในปีนี้ได้จัดแบ่งประเภทการแข่งขันอย่างหลากหลาย
ทั้งรูปแบบการปั่นแบบจับเวลาแบบเดี่ยวและแบบทีม การปั่นแบบวิบาก จนถึงการปั่นเพื่อออกกำลังกายเพื่อเป็นกิจกรรมสันทนาการร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวได้เช่นกัน

          “ปัจจุบันการปั่นจักรยานเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในประเทศไทย เนื่องจากเหมาะสำหรับเป็นกิจกรรมและการออกกำลังกายสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ตลอดจนสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัว และบุคคลรอบข้างได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของธนาคารกรุงเทพที่ต้องการเป็นเสมือน “เพื่อนคู่คิด” ให้กับลูกค้าและสังคมไทย ด้วยการสนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าและผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้าร่วมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ควบคู่กันไปกับการเลือกใช้บริการกับธนาคารกรุงเทพที่ช่วยดูแลสุขภาพทางการเงินของคนไทยด้วย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าการจัดงาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดี มีนักปั่นทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างับคั่งกว่า 3,000 คน” นายทวีลาภ กล่าว

          นอกจากนี้ ผู้สมัครร่วมกิจกรรมยังมีโอกาสได้ร่วมแบ่งปันความสุขสู่สังคมผ่านงาน Bangkok Bank CycleFest 2019 อีกด้วย โดยค่าสมัครร่วมกิจกรรมแบบ Family Ride จะถูกรวบรวมเพื่อบริจาคให้แก่ศิริราชมูลนิธิ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงพยาบาลศิริราช ขณะเดียวกันผู้สมัครแข่งขันในประเภทอื่นๆ ก็สามารถร่วมสมทบทุนได้ในขั้นตอนการสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์เช่นกัน ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้สามารถระดมทุนในการบริจาคได้กว่า 480,000 บาท

         สำหรับการแข่งขันจักรยาน Bangkok Bank CycleFest 2019 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยครั้งนี้แบ่งการแข่งขันจักรยานออกเป็น 7 ประเภทเพื่อตอบโจทย์นักปั่นทุกเพศทุกวัยและทุกระดับความสามารถ โดยมีระยะทางตั้งแต่ 12 – 62 กิโลเมตร โดยมีทั้งการปั่นจับเวลาประเภทบุคคลสำหรับนักปั่นมืออาชีพ การปั่นแบบวิบากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแข่งขันแบบสมบุกสมบัน การปั่นจับเวลาประเภททีมที่ทุกคนต้องร่วมกันแข่งขันกับเวลา รวมไปถึงการปั่นแบบ Family Ride เพื่อความสนุกสนาน สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมกิจกรรมโดยไม่แข่งขันหรือจับเวลา

         ภายในงานยังมีกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนอีกหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแสดงดนตรี โซนอาหารและเครื่องดื่ม, โซนออกบูธอุปกรณ์จักรยานแบรนด์ดัง, โซน BMX Pump Track สไตล์ผาดโผน ให้ทดลองเล่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

          ซึ่งงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2562 ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนานกับบรรดาผู้แข่งขันอย่างใกล้ชิด ทั้ง โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร, หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ, กอล์ฟ-สุรัมภา หยกโชติสกุล, มิ้นท์-วณิชชา กาญจนอภิรักษ์ และ อีวาน บาสโซ อดีตแชมป์จิโรดีตาเลีย 2 สมัย ซึ่งรับหน้าที่แอมบาสเดอร์ของงานในปีนี้
 
          โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร กล่าวว่า “การแข่งขันใน Bangkok Bank CycleFest ถือว่ามีความท้าทายเป็นอย่างมากในเรื่องของเส้นทางการปั่น ถือว่าเป็นการจัดงานการแข่งขันที่ดีอีกรายการหนึ่ง โยชอบรูปแบบสนามแข่งขันที่ไม่ได้มีแค่ทางเรียบ แต่มีทั้งทางลาดและทางชัน จึงช่วยฝึกฝนศักยภาพของนักกีฬาได้ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ”
 
          กอล์ฟ-สุรัมภา หยกโชติสกุล กล่าวเสริมว่า “กอล์ฟได้มาร่วมแข่งขันรายการนี้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วในประเภทจับเวลาแบบทีม ซึ่งสนุกมาก ทั้งยังได้ท้าทายความสามารถของตัวเองและทีมเพื่อผ่านเข้าเส้นชัยให้ได้ เราเตรียมตัวและฝึกซ้อมอย่างหนัก ล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน ซึ่งงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันปั่นจักรยานเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญคือการสร้างความสามัคคีและมิตรภาพของทีม ในช่วงเวลาที่เราต้องฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกันเพื่อคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่ตื่นเต้นและท้าทายนี้”
 
          มิสวินนี่ เฮง รองประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า “เราขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพและพันธมิตรทุกท่าน ที่ได้ร่วมสนับสนุนการแข่งขันจักรยานนานาชาติประจำปีครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทย Bangkok Bank CycleFest 2019 ในปีนี้ ด้วยการนำเสนอประเภทการแข่งขันที่ตื่นเต้นเร้าใจ การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในงาน ความสนุกสนานและประสบการณ์ความบันเทิงไว้ในงานเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้งานปีนี้สามารถดึงดูดนักปั่นจักรยานทุกเพศทุกวัยจำนวนหลายพันคนให้มาร่วมเฉลิมฉลองความชื่นชอบด้านกีฬา และสร้างแรงบันดาลใจสู่การมีไลฟ์สไตล์ที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรงสำหรับทุกคน”
 
          สำหรับ การแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 สนับสนุนโดยธนาคารกรุงเทพ โดยมีพันธมิตรหลักได้แก่ สยามไดกิ้นเซลส์, แอโรมีเดีย กรุ๊ป, และได้รับการสนับสนุนจาก เอเต้ ไอศกรีม, เจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมง, สปริงเคิล, ทรีซิกตี้ไฟว์, อันเดอร์ อาร์เมอร์, ยู ไทม์, กรุงเทพประกันภัย, สยามแอ็ทสยาม ดีไซน์โฮเทล พัทยา, ไบค์แอนด์บอดี้, เจเจ โปร เพอร์ฟอร์แมนซ์ เซ็นเตอร์, ชิมาโน่, สปอร์ต ไบซิเคิล และ เวิล์ด ไบค์

พัทยา จ.ชลบุรี /โยธิน พรมแตง
-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล *086-1499878

ลพบุรี – สลด 3 นักศึกษาขี่จักรยานยนต์ ชนท้ายกระบะตาย 2 สาหัส 1

3 นักศึกษา ขับจี่จักรยานยนต์ซ้อน 3 มาด้วยความเร็ว กระ บะเบรกกะทันหันอัดชนท้ายอย่างจังเสียงดังสนั่น สุดท้ายสังเวยชีวิต ด้วยความเร็ว 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

         วันที่ 21 พ.ย. 62 ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าหิน ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์กระบะ ที่ถนนสายลพบุรี – บ้านแพรก หมู่ที่ 3 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อ.เมืองลพบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 3 ราย หลังจากที่ได้รับแจ้งได้รีบเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลพบุรี

         ที่เกิดเหตุเป็นถนนสองเลน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน ขกล502 ลพบุรี ล้มคว่ำอยู่ข้างถนนในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 ราย ทราบว่าทั้งหมดได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยาน ยนต์ มาตามเส้นทางดังกล่าวมุ่งหน้าตัวเมืองลพบุรี กู้ชีพ รพ. และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ปั้มหัวใจก่อนนำตัวส่งไปให้แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

         หน้ารถจักรยานยนต์พบรถยนต์กระบะยี่ห้อทาทา สีขาว หมายเลขทะเบียน บธ9649 สระแก้ว มีนายจักรกฤษณ์ ภูศรีชัย อายุ 27 ปี เป็นคนขับ จอดรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่ โดยนายจักรกฤษณ์ ให้การว่าก่อนเกิดเหตุในครั้งนี้ตนเองได้ขับรถมาตามเส้นทางดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองลพบุรีเช่นกัน รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้วิ่งจี้ท้ายมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุได้มีรถยนต์กระบะอีกคันที่วิ่งอยู่มาด้านหน้าได้เบรกกะทันหัน และเลี้ยวขวาข้ามสะพานอย่างกระชั้นชิด ตนเองจึงได้เบรกจนตัวโก่ง จึงทำให้รถจักรยายนต์ที่วิ่งตามมาเบรกไม่ทัน ได้หักหลบออกทางซ้ายมือ ชนท้ายอย่างจังจนกระเด็นตกรถทั้ง 3 ราย ทำให้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

          จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บชื่อ นายพงษ์วรี หงส์ถึง อายุ 19 ปี นายณัฐวุฒิ สืบวงษ์ตระกูล อายุ 21 ปี และนายกฤษณพงศ์ ใจดี อายุ 18 ปี คนขับ ซึ่งนายณัฐวุฒิ สืบวงษ์ และนายกฤษณพงศ์ ใจดี ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก ได้เสียชีวิตที่ รพ. โดยทั้งหมดเป็นนักศึกษาของสถานศึกษาสังกัดอาชีวะแห่งหนึ่งในตัวเมืองลพบุรี

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

นนทบุรี – พบศพชายวัย 25 ปี จมน้ำดับปริศนาในคลอง ย่านถนนราชพฤกษ์ จนท.เร่งหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 พ.ย.62 พ.ต.ต.จุมพลภัทร์ หันทะนันต์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้า ที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีผู้พบชายเสียชีวิตจมอยู่ในน้ำ บริเวณข้างทางเลียบคลองมหาดไทย หมู่ 2 ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รุดตรวจสอบ

         ที่เกิดเหตุพบร่างของชายอายุประมาณ 25 ปี ลักษณะลำตัวท่อนบนตั้งแต่เอว ไปถึงศรีษะจมอยู่ในน้ำ ท่อนล่างโผล่ขึ้นมาพาดอยู่ริมตลิ่ง สวมใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้นเขียว และยังพบรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 9 กย 3542 กทม จอดอยู่ริมถนนซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิตภายในรถพบบัตรประจำตัวประชาชนระบุชื่อ นายพรชัย เมียดเตียบ อายุ 25 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ขณะเดียวกันทางแพทย์เวรตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ช.ม.

          น.ส.สนั่น ฉิมพาลี อายุ 28 ปี ผู้พบศพ เปิดเผยว่า ตนเองพักอาศัยอยู่ในโรงงานตรงจุดเกิดเหตุโดยในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.กำลังกลับเข้าโรงงานก็สังเกตเห็นรถ จยย.คันดังกล่าวจอดอยู่ก็ไม่แปลกใจอะไรเข้าใจว่าน่าจะเป็นของคนมาตกปลาหรือมายืนปัสสาวะริมทาง กระทั่งกลับเข้าไปในโรงงานและเวลาผ่านไปประมาณ 1 ช.ม. มีคนงานมาบอกว่าพบเห็นชายจมน้ำเสียชีวิตอยู่ริมคลองหน้าโรงงานจึงออกไปดูถึงทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจริงและรถ จยย.ที่เห็นก่อนหน้านั้นก็เป็นของผู้เสียชีวิตซึ่งสอบถามคนงานแล้วไม่ใช่เป็นคนงานภายในโรงงานอย่างแน่นอน

         เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำผู้พบเห็นไว้ก่อนโดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตนั้นน่าจะเมาสุราและเดินลงไปทำอะไรบ้างอย่างจนเป็นเหตุให้พลัดตกลงไปในน้ำ ประกอบกับไม่มีใครพบเห็นและให้การช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบขวดเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเป็นกลิ่นสุราอยู่ในตระกร้าหน้ารถ จยย. อย่างไรก็ตามจะต้องเร่งประสานญาติให้ทราบ ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

นนทบุรี – วงจรปิดจับภาพโจรขับเก๋งอาละวาด ตระเวนขโมยเสื้อผ้าเด็ก

          จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thinnakon Martsri นำกล้องวงจรปิดมาโพสต์ข้อความว่า “ฝากเเชร์ด้วยครับ โจรขับเก๋ง ตะเวนขโมยเสื้อผ้าเด็ก (ของลูกผมหายบ่อยมาก) มี 2 คลิป เสื้อผ้าสำหรับเด็ก 1 ขวบ ใน อ.เมืองนนทบุรี ซอย งามวงศ์วาน 12 เวลาประมาณ เที่ยงคืน ของวันที่ 21/11/2562 น่าจะนำไปขายมือสองตามตลาดนัดเเถว ๆ นี้เเหละ ใครพบเจอตามตลาดนัดเเจ้งด้วย #ผู้ชาย #เเต่งตัวดี (ท่าทางเหมือนเกย์) #ขับรถเก๋งสีเหลือง (น่าจะยาริสสีเหลือง)”

          ภาพจากกล้องวงจรปิด 23.55 น. วันที่ 21 พ.ย. 62 จับภาพรถเก๋งยี่ห้อ Toyota Yaris สีเหลือง ขับผ่านบริเวณหน้าแมนชั่น หลังจากนั้นเวลา 23.59 น.มีชายอายุประมาณ 20 -25 ปี สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำกางเกงขาสั้นทำทีพูดคุยโทรศัพท์ เดินเข้ามาบริเวณทางเข้าหน้าแมนชั่น มองไปที่ราวตากผ้าก่อนจะเดินออกไป แล้วย้อนกลับมาหยิบเสื้อผ้าที่ตากไว้ที่ราวแล้วรีบเดินหลบหนีไป

         วันที่ 23 พ.ย.62 จากการลงพื้นที่บริเวณโชคสุรีย์ แมนชั่นตึกสูง 5 ชั้น ภายในซอยงามวงศ์วาน 12 ต.บางเขน อ.เมือง นนทบุรี พบนายทินกร มารถศรี ผู้เสียหาย เล่าว่าตากผ้าไว้บริเวณนี้ทุกวัน วันที่เกิดเหตุตนลืมเก็บ ตื่นเช้ามาพบว่าผ้าที่ตากหายไปแล้ว จะเป็นพวกผ้าอ้อม เสื้อและกางเกง รวมกันได้ประมาณ 40 กว่าชิ้น ตนจึงขอความร่วมมือจากเจ้าของตึกเพื่อดูกล้องวงจรปิดซึ่งกล้องวงจรปิดพึ่งติดได้ประมาณ 2 เดือน ตนจึงได้เห็นภาพ ชายขับรถเก๋ง Toyata Yaris สีเหลืองมาจอดไว้บริเวณข้างตึก เวลาผ่านมาสักพักชายผู้ก่อเหตุได้เข้ามาหยิบเลือกเสื้อผ้าที่ตนต้องการแล้วรีบวิ่งขึ้นรถไป ซึ่งกล้องวงจรปิดเห็นหน้าได้ชัดเจน สันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมาคนเดียว ความเสียหายข้าวของประมาณ 1,000 บาท แถวนี้ของหายบ่อยมาก หายตั้งแต่ต้นเดือนยาวมาเรื่อย ๆ ตนอยากฝากถึงตำรวจให้ช่วยดู และสอดส่องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ อยากให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ระมัดระวังเก็บข้าวของให้มิดชิดกว่านี้

          จากการสอบถาม น.ส สุพรรณณี ศรีทุมมา แฟนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ของที่หายไปจะเป็นพวกเสื้อผ้า กางเกงยีนส์ เสื้อใส่เที่ยวหายบ่อย หายมาก แต่ครั้งนี้ได้ติดกล้องวงจรปิดจึงสามารถเห็นในคลิปได้ว่าใครมาขโมย และเมื่อก่อนหน้านี้ตนได้อาศัยอยู่อพาทเม้นท์หน้าปากซอย ซึ่งของได้หายบ่อยและหายมากกว่านี้ ตนพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ประมาณปีกว่า ๆ ของก็ได้หายอีก แต่ช่วงนั้นยังไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ผ่านมาสักพักทางตึกได้ติดกล้องวงจรไว้ คราวนี้ของได้หายอีกรอบตนจึงขอดูกล้องวงจรปิด อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี เข้ามาตรวจสอบหาตัวผู้ก่อเหตุเพราะตอนนี้เดือดร้อนจริง ๆ

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

ปทุมธานี – สนธิกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจ ต้านยาเสพติด

          วันศุกร์ที่ 22 พ.ย. 62 เวลา 23.30 น.ภายใต้การอำนวยการของ นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี มอบหมายให้ นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง, นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอธัญบุรี พร้อมด้วย ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงคลองหลวง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงธัญบุรี นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนคลอง หลวงและธัญบุรี ร่วมปฏิบัติภารกิจด้านยาเสพติดร่วมกับ ปปส.ภาคที่ 1 และอำเภอคลองหลวง

         สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากอำเภอคลองหลวงว่าได้มีการจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอคลองหลวงและได้สอบถามผู้ต้องหาแจ้งว่า ได้มีการซื้อยาเสพติดมาจากกลุ่มวัยรุ่น บริเวณป่าหญ้าคลอง2 ตะวันตก ชุมชนคลอง2 สามัคคี ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จึงได้ร่วมกันวางแผนเข้าทำการตรวจสอบ ไม่พบกลุ่มวัยรุ่นบริเวณดังกล่าว แต่พบว่าเพิ่งมีการมั่วสุมจากการใช้ขดยากันยุงและขวดเบียร์ที่ดื่มกองทิ้งไว้ จึงได้ปูพรมค้นหาในบริเวณใกล้เคียงจากจุดเดิม

จุดที่ 1 พบกัญชาอัดแท่ง ซีลด้วยพลาสติกจำนวน 16 ถุง รวมน้ำหนัก ประมาณ 15.287 กิโลกรัม ซุกซ่อนภายในถุงขยะสีดำ

จุดที่ 2 ห่างจากจุดที่ 1 ประมาณ 10 เมตร ตรวจพบยาไอซ์ จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 606 กรัม ซุกซ่อนอยู้ในกล่องคุ้กกี้สีเหลืองพันด้วยเทปสีดำ ห่อคุลมด้วยถุงขยะสีดำ

จุดที่ 3 ห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 3 เมตร ตรวจพบยาบ้า จำนวน 6,089 เม็ด บรรจุอยู่ภายในกล่องคุ้กกี้ ห่อคลุมด้วยถุงขยะสีดำ จึงได้ร่วมทำการทำบันทึกตรวจยึด ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ต่อไป

ผบ.ทร. – ลงใต้ ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจกำลังพล ทหารนาวิกโยธิน

ผบ.ทร. ลงใต้ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ทหารนาวิกโยธิน พร้อมมอบนโยบายดับไฟใต้ กำชับ ทหารต้องไม่ประมาทต่อสถานการณ์โดยเด็ดขาด

           วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ที่บริเวณลานด้านหน้า กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะฯ พร้อมด้วยนาวาเอกหญิงอุบลวรรณ รุดดิษฐ์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือและคณะฯ ได้เดินทางเพื่อเยี่ยมกำลังหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ หน่วยนาวิกโยธินภาคใต้ และหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน นาวิกโยธิน โดยมี น.อ.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ให้การต้อนรับ

          ต่อมา ผบ.ทร.ได้เดินตรวจสอบความพร้อมกำลังพล พร้อมกันนี้ ได้เยี่ยมบำรุงขวัญ และมอบกระเช้า ให้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ คือแก่ อส.ทพ.พิเภา เสาร์พูน ซึ่งบาดเจ็บ ตัดขาด ทั้ง 2 ข้าง แลละ อส.ทพ.สมเกียรติ มณเทียรทอง ทั้ง 2 นายได้รับบาดเจ็บจากกรณีคนร้าย ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดลาดตระเวน สังกัดกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 5 ริมถนนบ้านบือราแว ม.4 ต.ลุโบะสาวอ อ.บาเจาะ จ.นรา ธิวาส ขณะลาดตระเวน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง เมื่อวันที่ 17 ก.ค.62 ที่ผ่านมา

          โดยวันเดียวกัน ทาง ผบ.ทร.และคณะฯ ได้เดินทางไปตรวจ เยี่ยมบำรุงขวัญและให้โอวาทกำลังพล ที่กองบังคับการกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อปฎิบัติภารกิจต่อไป

          สำหรับพื้นที่รับผิดชอบ ของหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน และหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานนาวิกโยธิน ประกอบด้วยพื้นที อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อ.ตากใบ อ.ยี่งอ อ.บาเจาะ และ อ.เมือง จ.นราธิวาส

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews.com

3 ฝ่ายร่วมแถลง ชี้แจงคืบหน้า ยิงปะทะที่คอลอตันหยง อ.หนองจิก ปัตตานี วิสามัญคนร้ายสำคัญได้ 2 ราย พร้อมขอบคุณแหล่งข่าวประชาชนที่แจ้งเบาะแส คนร้าย

         (22 พ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา13.00 น. ณ เรือนรับรอง มลฑลทหารบก 46(มทบ. 46) พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช. ภ.9, นายสมนึก พรหมเขียว รอง ผวจ.ปัตตานี หัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้จัดแถลงข่าว จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่บ้านคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา

    ซึ่งการปฏิบัติในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการได้รับแจ้งข่าว จากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่า พบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาพักหลบซ่อนในพื้นที่ จึงได้มีการจัดกำลังร่วม 3 ฝ่าย พร้อมประสานผู้นำ 4 เสาหลัก เข้าทำการตรวจสอบในพื้นที่เป้าหมาย และมีความพยายามในการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัว นานกว่า 3 ชม.แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ และคนร้ายได้ใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะกันและเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ซึ่งทั้ง 2 รายเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำ โดยเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่เข้าโจมตีสังหารหมู่ 15 ศพ ที่ลำพะยา, โจมตีชุดคุ้มครองตำบลปะกาฮารัง จ.ปัตตานี, ปล้นตู้ ATM ที่หน้ามหาวิทยาลัยฟาฎอนี, ปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี และอีกหลายเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการ และพี่ น้องทั้งพุทธและมุสลิม เป็นจำนวนมาก

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวขอบคุณแหล่งข่าวภาคประชา ชน ที่ช่วยกันแจ้งเบาะแส, ผู้นำ 4 เสาหลักในพื้นที่ที่ได้ช่วยกันเจรจาเกลี้ยกล่อม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานหญิงที่เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือเด็กและสตรีเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยได้สำเร็จ ทั้งนี้จะเร่งรัดตรวจพิสูจน์หลักฐาน เพื่อขยายผลกลุ่มก่อเหตุ และจะใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดเข้าดำเนินการต่อกลุ่มคนร้ายที่เหลือ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อจากการใช้ความรุนแรง โดยเร็วที่สุดต่อไป

         ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าขอเป็นกำลังใจและชื่นชมที่พี่น้องประชา ชน..ได้ออกมาช่วยกันแจ้งข่าวเบาะแสคนร้ายหรือสิ่งผิดปกติต่างๆ ที่ได้พบเห็น ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้บ้านได้ทราบ หรือแจ้งผ่านหมายเลข 1371 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อร่วมด้วยช่วยกันในการป้องกันเหตุร้าย และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในชุมชนของเราสืบไป..

         โดยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ชาวบ้านในตำบลคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้แจ้งข่าวให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้นในหมู่บ้าน มีความเคลื่อนไหวบางอย่างที่ผิดสังเกต เกรงว่าจะมีการก่อเหตุร้ายขึ้นเหมือนกับหลายๆ เหตุ การณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมานี้

          ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจในพื้นที่ได้เข้าปิดล้อม บ้านของนายอับดุลเลาะ โต๊ะรายอ ตามที่ได้สืบทราบมาว่า มีคนร้ายหนีคดีสำคัญหลบซ่อนอยู่ โดยได้ให้ผู้นำชุมชนช่วยเจรจาขอให้มอบตัวโดยดี แต่คนร้ายกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อหวังแหกวงล้อมหลบหนี จึงเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ผลสุดท้าย คนร้ายตาย 2 ศพ ทราบชื่อในภายหลังว่าคือ นายซอบรี หลำโซ๊ะ และ นายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกออกหมายจับ ป.วิอาญา และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอีกหลายคดี

นายซอบรี หลำโซ๊ะ เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุน แรงหลายคดี เช่น

  • คาร์บอมบ์หน้าห้าง “บิ๊กซี ปัตตานี” เมื่อ 9 พ.ค.60
  • คดีปล้นรถกระบะ 6 คันจากเต็นท์รถ “วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์” ใน อ.นาทวี จ.สงขลา นำไปทำคาร์บอมบ์ เมื่อ 17 ส.ค.ปีเดียวกัน
  • เหตุการณ์คาร์บอมบ์ใกล้กับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ต.ท่า ม่วง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคารที่ 8 ม.ค. เป็นคาร์บอมบ์ลูกแรกของปี 62
  • คดีโจมตีจุดตรวจ ชคต.บ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เมื่อ 23 ก.ค.62 (หลังเกิดกรณี อับดุลเลาะ อีซอ มูซอ ถูกจับและหมดสติในค่ายทหารเพียง 3 วัน)
  • คดีปล้นร้านทองใน อ.นาทวี เมื่อ 24 ส.ค.ปีเดียวกัน
  • คดีซุ่มยิง อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อ 16 ก.ย.
  • และล่าสุดก็คือเหตุโจมตีป้อม ชรบ.ที่ลำพะยา

นายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ พบมีประวัติก่อเหตุโชกโชน เป็นสมาชิกกลุ่มปฏิบัติการ/มือปืน, มือประกอบวัตถุระเบิด,

  • เคยก่อเหตุลอบวางระเบิด จนท.ทหาร ร้อย.ร.1614 ฉก. ปัตตานี 21 เมื่อ 26 พ.ค.51
  • การกราดยิง อ.ส.ที่บ้านปะกาฮารัง
  • เหตุปล้นร้านทอง ที่จังหวัดสงขลา
  • ปล้นตู้ ATM ที่มหาวิทยาลัยฟาตอนี
  • และล่าสุดตกเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา เมื่อ 5 พ.ย. ใน ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 15 ศพ

         ส่วนศพทั้งสองเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายนำเก็บไว้ที่โรงพยา บาลปัตตานี เพื่อการชันสูตรพลิกศพ ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อยืน ยันตัวตนของผู้เสียชีวิตทั้งสองศพนั้นเป็นใคร เนื่องจากไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนแต่อย่างใด ทางพนักงานสอบสวนต้องเรียกสอบปากคำญาติบางส่วนเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประวัติผู้เสียชีวิต จนทำให้การรับมอบศพให้กับญาติเป็นไปล่าช้ามากที่มารอรับรับศพตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา จนเกิดภาวะหงุดหงิดและไม่พอใจต่อการล่าช้า โชคดีที่ได้รับการประสานจากหน่วยศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ในการอำนวยความสะดวกในครั้งนี้จนสามารถนำศพทั้งสองกลับไปยังบ้านเกิดในเวลาประมาณ 14.30 น.

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews.com

แม่ทัพภาคที่ 4 – สั่งหน่วยกำลังในพื้นที่ เพิ่มมาตรการเข้ม ในการควบคุมพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ ได้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ในพื้นที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

          วันนี้ (22 พ.ย. 62) พันเอก วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่บ้านคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย เมื่อคืนของ 21 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมานั้น ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับเน้นย้ำให้ทุกหน่วยในพื้นที่ เพิ่มมาตรการเข้มในการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย

         ได้สั่งให้ทุกหน่วยเฉพาะกิจในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในที่พื้นที่เสี่ยง และชุมชนล่อแหลมเป็นสำคัญ เนื่องจากอาจจะมีการตอบโต้จากผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เราได้พบข่าวความเคลื่อน ไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ขอให้มีการแจ้งข้อมูล เบาะแส หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้น ที่ โดยแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

         ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นขึ้นนั้น ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ได้ปฏิบัติตามมาตรการ และมีการประสานกับผู้นำในพื้นที่ในการร่วมพูดคุยเจรจา ซึ่งจากการเจรจาคนร้ายได้มีการยิงตอบโต้เจ้าหน้าที่จำนวน 2 ครั้ง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย โดยเสียชีวิตบริเวณเป็นหลังบ้าน 1 คน และบริเวณบนชั้นลอยของบ้าน 1 คน ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมกำลังตรวจสอบ สำหรับผู้ที่เสียชีวิตได้ส่งไปตรวจสอบพิสูจน์ที่โรงพยาบาลหนองจิก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อมอบให้กับทางญาติ นำไปไปประกอบพิธีทางศาสนา ต่อไป

         รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังได้กล่าวอีกว่า “สำหรับผู้ที่ให้การพักพิงผู้ก่อเหตุ มีความผิดเท่ากับผู้ก่อเหตุ และสำหรับในเรื่องนี้ เราได้มีการประชา สัมพันธ์เน้นย้ำไปหลาย ๆ ครั้งแล้ว ซึ่งคดีต่าง ๆ ได้เคยปรากฏมาแล้ว จึงขอเน้นย้ำในส่วนนี้ตรงนี้ด้วย”

ขอบคุณข้อมูล : southernreports.org

ผลสำเร็จวันนี้ – เพราะมีพี่น้องประชาชน ช่วยกันแจ้งข่าว แจ้งเบาะแส

         ผลสำเร็จวันนี้ เพราะมีพี่น้องประชาชน ช่วยกันแจ้งข่าว – แจ้งเบาะแส จนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายได้ จึงขอฝากไปถึงผู้ที่ยังให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรงถือว่า… “มีความผิดและมีโทษ” เช่นเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ

         พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงคืบหน้า เหตุปะทะบ้านคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี , 22 พ.ย. 2562

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง


นครนายก – ตร.นำตัวไอ้โมทย์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

https://youtu.be/iJE3WFHPNaY

         จากกรณีที่นายปราโมทย์ จิตรสงัด อายุ 31 ปี บ้านอยู่ท้องที่ ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก ได้ใช้อาวุธมีดซึ่งมีด้ามคล้ายปืนทำ ร้ายร่างกายชายหนุ่มคนหนึ่งจนสลบ จากนั้นได้ใช้อาวุธดังกล่าวข่มขู่ฉุดน.ส.เจี๊ยบ(นามสมมุติ) นศ.สาวชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก ขึ้นรถยนต์ปิกอัฟยี่ห้ออีซูซุสีแดงหมายเลขทะเบียน บท-4103 ปราจีนบุรี หลบหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 21 พ.ย. 62 ที่บนสันเขื่อนห้วยปรือ ต.เขาพระ อ.เมืองนครนายก ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว จนกระ ทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายปราโมทย์ จิตรสงัด ผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลอันตรายได้ ในช่วงตอนเย็นของวันที่ 22 พ.ย. 62 เวลา 15.30 น. ที่บริเวณกลางทุ่งนา ม.9 ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก.

เมื่อเวลา 09.00 น. (23พ.ย.62) พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองนครนายก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 นาย ได้ช่วยนำตัวนายปราโมทย์ จิตรสงัด ผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลอันตราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บนสันเขื่อนห้อยปรือ ต.เขาพระ อ.เมืองนครนายก ที่ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายชายหนุ่มคนหนึ่งจนสลบและก็ได้ฉุดเอาหญิงสาวคนหนึ่งชื่อเจี๊ยบ(นามสมมุติ) ซึ่งเป็นนศ.ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก ขึ้นรถยนต์ปิกอัฟยี่ห้ออีซูซุสีแดงหมายเลขทะเบียน บท-4103ปราจีนบุรี แล้วหลบหนีไปเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 21 พ.ย. 62 จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ที่บริเวณในพงศ์หญ้ากลางทุ่งนาใกล้กับ ร.ร.ดาวทอง ม.9 ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก เมื่อช่วงตอนเย็นวันที่ 22พ.ย.62 เวลาประมาณ 15.30 น.ท่ามกลางไทยมุงเป็นจำนวนมาก

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคุมเข้มและวางกำลังเอาไว้เพราะเกรงว่าญาติๆของผู้เสียหายจะเข้ารุมทำร้ายผู้ต้องหา แต่การทำแผนครั้งนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยใช้เวลาในการทำแผนประ มาณ 30 นาที จึงเสร็จสิ้นจากนั้นจึงได้รีบนำตัวนายปราโมทย์ ผู้ต้องหากลับ สภ.เมืองนครนายก เพื่อส่งตัวให้กับพนักงานสอบ สวน สภ.เมืองนครนายก เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก