ตร.สืบภ.3 แถลงการจับกุม “นัน กิ่งเพชร”​ ผู้ต้องหาคดีแก๊งค์ลิขสิทธิ์ กรรโชคทรัพย์

https://youtu.be/aKlTn1dncA8

         วันที่​ 24 พ.ย.62 เวลา 14.00 น.ณ อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 : ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 สั่งการให้ พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ, พล.ต.ต. อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ปวริศ บุญสุทธิ ผบก. สส.ภ.3, พ.ต.อ.ชลาสินธุ์ ชลาลัย, พ.ต.อ.หัสพงศ์ เติมศิริตังคโณบล, พ.ต.อ.กิตติ​ กองแสงศรี รอง ผบก.สส.ภ.3 ติดตามจับกุม ผู้ต้องหาคดีแก๊งค์ลิขสิทธิ์ กรรโชคทรัพย์

         ต่อมา กก.สืบสวน.3 บก.สส.ภ.3 โดย พ.ต.อ.สุกาญจน์ นิลอ่อน ผกก.ฯ,พ.ต.ท.ภูมิ ทองโพธิ์,พ.ต.ท.ศุภชัย ปักโคทานัง, พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ศรีสุนทร รอง ผกก.ฯ ,พ.ต.ท.พิศิษฏ์ ศิตจตุพงศ์, พ.ต.ท.แผน สวัสดิ์นา, พ.ต.ท.ฉัตรพัทธ์ ธนายศบุญญวัฒน์, พ.ต.ต.วิโรจน์ เพ็ชรบุญ สว.กก.สืบสวนฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน.3 บก.สส.ภ.3

         ได้ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายภูมิภากร​ (หรือนัน กิ่งเพชร) ถิ่นสุวรรณ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคามที่ จ.186/2562 ลงวันที่ 12 พ.ย. 62 โดยกว่าวหาว่า “กรรโชกทรัพย์” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่อำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” ลุยพื้นที่กระบี่​ เคลียร์ปัญหารุกพื้นที่ สปก.

“ธรรมนัส” ลุยพื้นที่กระบี่​ เคลียร์ปัญหารุกพื้นที่ สปก. เข้าสู่ระบบ พร้อมเร่งดำเนินการยึดคืนพื้นที่สวนปาล์ม ก่อน เข้าสู่ขบวนการจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรจริงเข้าทำกิน ลั่น​ ต้องจบภายใน180 วันหากจบไม่ลงผู้เกี่ยวข้องต้องถูกโยกย้ายออกนอกพื้นที่ทันที่
 
          

         ร้อยเอกธรรมนัส พรมเผ่า รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​เกษตรและสหกรณ์​การเกษตร​ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และ คณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ตรวจเยี่ยมพบประประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ณ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งมีประชาชน และเกษตรกรจำนวนมาก เดินทางมาร้องเรียน ขอให้ ทางกระทรวงเกษตรฯ​ เร่งรัดในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ให้กับเกษตรกร
         

         ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรรมนัสฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการสั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม​ (ส.ป.ก.) มีคำสั่งไปยังที่ส.ป.ก.จ.กระบี่ เพื่อให้นายทุนที่ครอบครองที่ดินส.ป.ก.ทำสวนปาล์มน้ำมัน ระงับการเก็บเกี่ยวผลผลิตในที่ดินทันทีพร้อมกับส่งทีมกฎหมายจากส่วนกลาง ลงพื้นที่ร่วมบูรณาการกับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติการเร่งรัดเข้าฟ้องขับไล่ยึดคืนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1 หมื่นไร่ นำมาจัดสรรให้เกษตรกร และผู้ยากไร้ ที่เป็นคนในพื้นที่จริง ๆ ตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ​ (คทช.)ไม่ใช่นอมินีของบริษัท เพราะที่ผ่านมานายทุนได้ให้นอมินี ที่เป็นชาวบ้านจากพื้นที่อื่นเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่สวนปาล์มโดยนายทุนยังมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มออกจำหน่าย เมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าไปจัดสรรพื้นที่ ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้เนื่องจากได้รับการต่อต้านจากกลุ่มนายทุนและชาวบ้านที่เป็นนอมินี
          

         ทั้งนี้ ตนได้ทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ ที่เดินทางมาร้องเรียน ในปัญหาที่ดินทำกิน ในพื้นที่โดยแจ้งว่าที่ผ่านมาทางกระทรวงเกษตรฯ มีความพยายามจะเร่งรัดในการ จัดการปัญหาการถือครองที่ดิน สปก. ผิดกฎหมาย ให้เร็วที่สุด โดย ขบวนการจัดสรรทิ่ดินให้กับเกษตรกรนั้นนอกจากการจัดสรรที่ดินทำกินให้แล้ว ยังจะมีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ที่ยังขาดแคลนที่พักอาศัย ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานงานกับทาง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงคงของมนุษย์ เพื่อ สร้างที่พักอาศัย ให้กับเกษตรกรผู้อยากไร้ ให้มีที่พักพิง และวางระบบสาธารณูปโภค รวมทั้ง ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรฯ  เพื่อให้เกษตรกร สามารถ ทำการเกษตร อย่างยั่งยืน มากขึ้น
          

         อย่างไรก็ตามในส่วนพื้นที่ สวนปาล์ม ที่เป็นพื้นที่ สปก.หากมีเกษตรกรรายใดที่เข้าไปครอบครองโดยผิดกฏหมาย โดยเข้าไปยึดครองหลังจากที่เอกชน หมดสัญญา สัมปทาน ขอให้ออกจากพื้นที่ เพื่อเข้าสู่ขบวนการ จัดสรรตามกฎหมายโดย เกษตรกรสามารถ แจ้งความประสงค์ ต่อเจ้าหน้าที่โดยให้เป็นไปตามขั้นตอนการพิจารณา ของทาง สปก. อย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่จะได้รับการพิจารณาจัดสรรที่ดินทำกินจะต้องเป็นเกษตรกร ที่ขาดแคลนที่ดินทำกินและมีคุณสมบัติเป็นเกษตรจริงเท่านั้น
         

          “สวนปาล์ม ที่มีอยู่ผมมีความจำเป็นต้องยึดคืนก่อน และพี่น้องไปขึ้นทะเบียนนะครับ ขึ้นทะเบียนแล้วเมื่อเข้าสู่ระบบ แล้วผมรับปากพี่น้องว่าภายใน180 วันถ้าไม่สามารถ จัดสรรที่ดินให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างชัดเจนตามข้อกำหนดผมจะพิจารณาโยกย้ายเจ้าหน้าที่ สปก. ในพื้นที่ทันที“ ร้อยเอกธรรมนัส  กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน. สร้างเครือข่ายตระหนักรู้ การก่อการร้าย ประชาชนมีส่วนร่วมในงานด้านความมั่นคง

กอ.รมน. สร้างเครือข่ายตระหนักรู้การก่อการร้าย มีส่วนร่วมในงานด้านความมั่นคง

         ในวันที่ 24 พ.ย. 62 พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ. รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นองค์กรหลัก ในการบูรณาการอำนวยการและกำกับดูแลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมทั้งการเสริมสร้างการตระหนักรู้ ถึงภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ เพื่อให้มีส่วนช่วยในการป้องกันและแก้ไข การสร้างกระบวนการรับรู้ การแจ้งเตือนข่าวสารและเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นการช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของชาติในภาพรวม

         กอ.รมน.โดยสำนักการข่าวกอ.รมน.ได้ดำเนินงานด้วยการบูรณาการข่าวด้านความมั่นคง โดยการสร้างเครือข่ายด้านการข่าวเพื่อการแจ้งเตือนข่าวสารที่ประกอบกัน ทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน ซึ่งการจัดทำโครงการข่ายข่าวประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อความมั่นคง มีการวางระบบข่ายด้านการข่าวประชาชนเสริมงานข่าวหลักของส่วนราชการ และการแจ้งเตือนให้ตระหนักถึงภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ยกตัวอย่างเหตุการณ์ ลอบวางระเบิดในพื้นที่กทม.เมื่อต้นเดือน ส.ค. 62 นั้น ในการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุร้าย ได้รับเบาะแสจากเครือข่ายข่าวประชาชน จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ในเวลาต่อมา จึงนับว่าการสร้างเครือข่ายตระหนักรู้ การก่อเหตุร้าย มีความสำคัญในการช่วยระงับเหตุ แจ้งเตือน สกัดกั้น ป้องกันการก่อเหตุร้าย การสร้างเครือข่ายตระหนักรู้การก่อเหตุร้าย ประชาชนมีส่วนร่วมในงานด้านความมั่นคง

         กอ.รมน. ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เช่น กระทรวงที่มีมวลชน ได้แก่ กระทรวงแรงงาน (อาสาสมัครแรงงาน/อสร.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า /รสทป.) เป็นต้น รวมถึง การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท., บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ ทอท. จัดอบรมสร้างเครือข่ายตระหนักรู้การก่อเหตุร้ายในเรื่องต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับภัยคุกคามความมั่นคงด้านต่างๆ โดยเฉพาะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการและพนักงาน พร้อมให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสเฝ้าระวังแจ้งเตือนโดยผ่านช่องทางกลุ่ม LINE และโทรศัพท์เคลื่อนที่

         การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังฯ เป็นมาตรการเชิงรุกประการหนึ่ง ในการติดตามเบาะแสความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อให้ทราบถึงการเตรียมการและสามารถขยายผลไปสู่การสืบ สวนจับกุม สิ่งสำคัญคือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในงานด้านความมั่นคง ถือว่าเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเป็นการเสริมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หนึ่งด้วย

ผ่าปม อุ้ม-ฆ่า อดีตทพ. ทิ้งศพดงกล้วยเบตง ฝีมือ 3 ตชด. เพื่อนสนิท

          ผ่าปมอุ้ม–ฆ่าอดีตทพ. หลังการหายตัวไปอย่างลึกลับของ นายชูเกียรติ อยู่สุข อายุ 29 ปี อดีตทหารพราน 47 จ.ยะลา หลังขี่รถจยย.ออกจากบ้าน เลขที่ 107 บ้านปากบาง ต.ตาเนาะ แมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นเวลาถึง 5 วัน หากไม่มีชาวบ้านฝ่าเข้าไปตัดใบตองเพื่อใช้ทำกระทง ก็อาจจะอีกนานกว่าที่ปริศนาจะถูกคลี่คลาย

         ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก. สภ. เบตง พร้อมด้วย ร.ต.อ. สมพร สุขอนันต์ พนักงานสอบสวน สภ. เบตง จ.ยะลา นำกำลังฝ่ายสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ ร.พ.เบตง และมูลนิธิกู้ภัยสว่างเบตงธรรมสถาน เข้าตรวจสอบเหตุพบศพคนเสียชีวิตบริเวณโคนต้นกล้วย ข้างกองหิน ใกล้จุดชมวิว ถนนเลี่ยงเมืองในเขตเทศบาลเมืองเบตง

          ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือ รอยเลือด โดยศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า ตำรวจจึงได้นำเชือกมากั้น ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าโดยเด็ดขาด ก่อนจะให้มูลนิธินำศพ ขึ้นมาจากโคนต้นกล้วยเพื่อชันสูตรเบื้องต้น

          นายชูเกียรติ อยู่สุข อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 บ้านปากบาง ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ชื่อของศพนิรนามที่ตำรวจตรวจสอบจนได้ข้อมูล เบื้องต้นพบที่ศีรษะมีลักษณะคล้ายถูกของแข็งทุบ สวมเสื้อยืดสีดำ คอกลม สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน

          นางบัวแก้ว พรหมมา ผู้พบศพ เล่าว่าตนกับเพื่อนได้ออกจากบ้าน มาหาใบตองเพื่อนำไปทำกระทงและเห็นว่าตรงจุดที่พบศพใบตองสวยเลยเดินเข้าไปจุดดังกล่าวเมื่อเดินไปถึงเพื่อนอีกคนบอกเหมือนมีกลิ่นศพ แต่ก็ไม่ได้สนใจ ต่อมาตนเห็นกระสอบปุ๋ย จึงเดินเข้าไปดูถึงก็กับผงะเมื่อเห็นศพคนนอนคว่ำหน้าอยู่ เลยโทร.แจ้งตำรวจมาดังกล่าว

          ด้านนายวัชนนท์ นิลรัตน์ เพื่อนผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายอดีตเป็นทหารพราน 47 จ.ยะลา และได้ลาออกมา 4 เดือนแล้ว เมื่อวันพุธที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 16.10 น. ผู้ตายได้ออกจากบ้านไปหลังมีเพื่อนมาหาและญาติได้บอกว่าคนที่มาหาเป็นตำรวจ หลังจากนั้น ผู้ตายได้นำรถ จยย.ซูซูกิ สแมช สีดำ ทะเบียน 317 เบตง ออกจากบ้านไป

          ขณะที่ นางสาวทิพยพร ชีถนอม พี่สาว ผู้ตายได้ประกาศในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าใครพบเห็นผู้ตายให้ติดต่อกลับมาบ้าน เนื่องจากทางบ้านเป็นห่วงและได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เบตง และในวันนี้ (10 พ.ย. 62) ได้รับแจ้งจากจนท.ตำรวจพบศพผู้ชายบริเวณจุดชมวิว ถนนเลี่ยงเมืองเบตง จึงได้ตามมาดูจึงยืนยันว่าเป็นนายชูเกียรติที่ได้แจ้งความคนหายไปเมื่อ 5 วันก่อน

          จากการนำศพผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาล ม.อ.หาดใหญ่ แพทย์พบสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากถูกปืนขนาด 9 ม.ม.ยิงที่ศีรษะ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ จึงประสานเจ้าหน้าที่นำชุด EOD ลงพื้นที่เกิดเหตุสแกนหาปลอกกระสุนจนพบ

          ขณะเดียวกันจากข้อมูลที่ได้ว่าทราบว่าผู้ตายสนิทกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.กลุ่มหนึ่ง สังกัด มว.ฉก.ตชด.4453 บ้านปากบาง ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา พ.ต.อ.ต่อศักดิ์จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล รอง ผกก.สส. ประสานผู้บังคับบัญชาส่งตัว ส.ต.อ.สุรศักดิ์ พนาลี อายุ 29 ปี และส.ต.อ.วีรพงศ์ พุฒดำ อายุ 30 ปี มาสอบสวน จนในที่สุดทั้งคู่ก็สารภาพว่า ผู้ก่อเหตุฆ่านายชูเกียรติคือ ด.ต.ธีรยุทธ พิมพขัน อายุ 37 ปี ซึ่งหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

           ขณะที่การสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.อ.สุรศักดิ์หรือดำ มาหาผู้ตายที่บ้านและได้มีการพูดคุยกัน ต่อมาเวลา 16.00 น. ผู้ตาย ขี่จยย.ออกจากบ้านไปยังฐานปฏิบัติการ ตชด. ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก และได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาในตัวเมืองเบตง เพื่อมาตกลงเรื่องที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะให้ผู้ตายไปล่อซื้อยาเสพติดในพื้นที่ อ.เบตง แต่ทางผู้ตายไม่ทำ เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่หากมีการจับกุมกลัวจะมีปัญหาภายหลัง หลังไม่สามารถตกลงกันได้ ด.ต.ธีรยุทธ จึงได้ใช้อาวุธปืน ขนาด 9 ม.ม. ซึ่งเป็นปืนของทางราชการลั่นไกเข้ากลางศีรษะ จำนวน 2 นัด

          หลังจากนั้น ทั้ง 3 ก็ได้กลับมายังฐานปฏิบัติการและได้ปรึกษากัน และได้ออกมายังจุดเกิดเหตุนำศพโยนทิ้งเข้าป่ากล้วยและได้ออกมาอีกครั้งเพื่อนำรถจักรยานยนต์ผู้ตายไปโยนทิ้งที่คลองเบตง หลังจากนั้น ด.ต.ธีรยุทธก็หายตัวไป จนมาถึงการจับกุมตัว ส.ต.อ.สุรศักดิ์ พนาลี และ ส.ต.อ.วีรพงศ์ พุฒดำ ดังกล่าวพ.ต.ท.กรณ์ ไชยเสือ ผบ.ฉก.ตชด.44 ร่วมงานศพ

          สำหรับสาเหตุการลวงอุ้มฆ่าครั้งนี้ การสืบสวนในเชิงลึกเชื่อว่ามาจากปัญหาไม่ลงตัวเรื่องผลประโยชน์บางอย่าง เนื่องจากนายชูเกียรติเพิ่งออกจากทหารพรานไม่นาน และยังเป็นคนในพื้นที่จึงรู้จักกับกลุ่มอิทธิพล และเครือข่ายเกี่ยวกับธุรกิจมืด จนเมื่อได้รู้จักสนิทสนม กับด.ต.ธีรยุทธ กับพวกที่เพิ่งย้ายมาในพื้นที่ไม่นาน จึงอาจร่วมกันทำธุรกิจบางอย่างกระทั่งเกิดขัดแย้งผลประโยชน์ หรือตกลงเรื่องส่วนแบ่งไม่ลงตัว หรือ ด.ต.ธีรยุทธอาจต้องการให้ผู้ตายร่วมทำธุรกิจด้วยแต่เจ้าตัวไม่ยอมจึงถูกฆ่าปิดปาก

          สำหรับ ด.ต.ธีรยุทธที่ยังหลบหนี ตำรวจก็รู้ที่กบดานแล้ว อย่างไรก็คงหนีไปได้ไม่นาน

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง.

กอ.รนม.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งหน่วยความมั่นคง ยกระดับรักษาความปลอดภัยสูงสุด หวั่นกลุ่มก่อเหตุร้ายตอบโต้

กอ.รนม.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งหน่วยความมั่นคง ยกระดับรักษาความปลอดภัยสูงสุด หวั่นกลุ่มก่อเหตุร้ายตอบโต้

          เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน รายงานข่าวจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าได้มีการสั่งการให้หน่วยความมั่นคงชายแดนภาคใต้ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะมีกลุ่มก่อเหตุร้ายตอบโต้จากเหตุที่มีการวิสามัญคนร้ายรายสำคัญเสียชีวิต 2 ศพ ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน

         ทั้งนี้ พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษคือ ต.บ้านโหนด ต.เปียน อ.สะบ้า ย้อย ต.ลำไพล ต.ท่าม่วง อ.เทพา และ อ.จะนะ จ.สงขลา อ.ยะรัง อ.เมือง อ.โคกโพธิ์ อ.แม่ลาน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อ.บันนังสตา อ.ยะหา อ.กาบัง อ.เมือง จ.ยะลา นอกจากพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษแล้ว ขอให้หน่วยความมั่นคงทุกอำเภอใน 3 จังหวัด 4 อำเภอ จ.สงขลา จะต้องมีการเฝ้าระวังด้วย เพื่อป้องกันการตอบโต้ทุกกรณี

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังตั้งจุดตรวจ จุดสกัดไม่ประจำที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย บริเวณด่านตรวจถาวรและปฏิบัติการการข่าวเชิงรุก เพื่อติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อเหตุร้ายและสิ่งบอกเหตุในพื้นที่เฝ้าระวัง.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง.

สรุป – เหตุปะทะปิดล้อมที่หนองจิก ปัตตานี.

สรุปเหตุปะทะปิดล้อมที่หนองจิก ปัตตานี จนท.วิสามัญ 2 โจรใต้ ยึดปืน 9 มม.ในมือ ”ซอบรี หลำโสะ” เคยใช้ยิง ชรบ.ลำพะยา ในระยะประชิดถึง 8 นัด

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (22 พย.) ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ..พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดแถลงข่าว หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ..จนท.ฝ่ายความมั่นคงได้สนธิกำลัง ปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบ ในพื้นที่ อ.หนองจิก และเกิดการปะทะเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 คน คือ…

นายซอบรี หลำโสะ อายุ 28 ปี และ นายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ อายุ 40 ปี ซึ่งทั้งสองคน มีคดีความมั่นคงรวมกันถึง 18 คดี ซ้ำเป็นแกนยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย

และจากการนำ ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่เก็บได้ในป้อม ชรบ.ลำพะยา จำนวน 8 นัด มาพิสูจน์ทราบ พบว่าใช้กับ ปืนพกสมิทแอนด์เวสสัน ที่อยู่ในมือของนายซอบรี ขณะยิงต่อสู้กับ จนท.เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เคยใช้ก่อเหตุยิง ชรบ.ลำพะยาในระยะประชิด..!!

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง

เพชรบูรณ์ – โรงเรียนแสงธรรมวิทยา จัดแข่งขันกีฬาสี ภายใต้ชื่อ “แสงธรรมเกมส์”

เพชรบูรณ์ โรงเรียนแสงธรรมวิทยา จัดแข่งขันกีฬาสี ภายใต้ชื่อ “แสงธรรมเกมส์”

          ที่สนามกีฬาโรงเรียนแสงธรรมวิทยา ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ดร.เสรี ธรรมอาสา ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงธรรมวิทยา พร้อมคณะผู้บริหารฯ ได้ดำเนินการจัดแข่งขันกีฬาสี ประจำปีการศึกษา 2562 ภายใต้ชื่อ “แสงธรรมเกมส์” เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเล่นกีฬา มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ,ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ สร้างความรัก ความสามัคคี ตลอดจนเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาของโรงเรียน

         โดยมีนายมนูญศักดิ์ สังข์ทอง ปลัดอาวุโสอำเภอหนองไผ่ เป็นประธานในพิธี ลั่นฆ้องเปิดงาน และจุดไฟคบเพลิง “แสงธรรมเกมส์” ในระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2562 พร้อมกล่าวให้โอวาท แก่นักกีฬา ซึ่งได้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 สี คือ สีม่วง, สีแดง, สีชมพู, เพื่อทำการแข่งขันประเภทกีฬา ฟุตบอล, วอลเลย์ บอล, แชร์บอล, กรีฑา และกีฬาพื้นบ้าน นอกจากนั้น ยังได้จัดให้มีการประกวดขบวนพาเหรดและกองเชียร์ของแต่ละสี อีกด้วย

          ทั้งนี้ ในกิจกรรมดังกล่าว นอกจากการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆแล้วนั้น ยังพบว่าระหว่างช่วงการแข่งขันและพักครึ่ง ทางกองเชียร์แต่ละสี ไม่ยอมน้อยหน้า ต่างส่งตัวแทนออกมาเต้นกันอย่างสุดมันส์ พร้อมส่งเสียงเชียร์นักกีฬากันอย่างสนุกสนาน ซึ่งนับเป็นการสร้างสีสัน และเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี และหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันทุกประเภทกีฬาแล้วนั้น ดร.เสรี ธรรมอาสา ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงธรรมวิทยา ก็ได้เป็นประธานมอบถ้วยรางวัล และของรางวัล พร้อมขนมขบเคี้ยวตามลำดับ เพื่อเป็นการสร้างขวัญ กำลัง ให้แก่นักกีฬาทุกสี

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

จันทบุรี – ผู้ช่วยคณบดี นำคณะอาจารย์นิเทศศาสตร์ มรภ.รำไพฯ บุกแนะแนวเชิงรุก 3 จังหวัดภาคตะวันออก

ผู้ช่วยคณบดี นำคณะอาจารย์นิเทศศาสตร์ มรภ.รำไพฯ บุกแนะแนวเชิงรุก 3 จังหวัดภาคตะวันออก ผลิตบัณฑิตป้อนตลาดอาเซียน

อาจารย์ดนัย โชติแสง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและอาจารย์สมพงษ์ เส้งมณีย์ ประธานหลักสูตรการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศ ศาสตร์ ร่วมกับกองบริการการศึกษา มรภ.รำไพพรรณี ออกแนะ แนวเชิงรุก ณ โรงเรียนวังจันทร์วิทยา จังหวัดระยอง โรงเรียนคิชฌกูฏวิทยา จังหวัดจันทบุรี และโรงเรียนทัพราชวิทยา จังหวัดสระแก้วโดยเป็นการให้ความรู้แก่นักศึกษา เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ในปีการศึกษา 2563

ด้านคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเริญ คังคะศรี กล่าวว่า การแนะแนวเชิงรุก เป็นอีกโอกาส ที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/เทียบเท่า มีโอกาสได้รับข้อมูล และการสื่อสารโดยตรง จากอาจารย์ผู้ไปแนะแนว ทำให้เกิดความมั่นใจ ในคณะที่ตนเองสนใจ สอบถามเพิ่มเติมมากขึ้น

ทั้งนี้หลักสูตรการเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ผลิตบัณฑิตเน้นปฏิบัติ และป้อนสู้ตลาดแรงงานอาเซียน ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัจจุบัน ในขณะนี้ เปิดรับสมัครเรียนในระดับปริญญาตรีรอบโควตา ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2662

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – การแข่งขันทักษะฝีมือสายสัญญาณชิงถ้วยพระราชทาน

อินเตอร์ลิ้งผนึกกำลังภาครัฐ จัดการแข่งขันทักษะฝีมือสายสัญญาณปี 7 ชิงถ้วยพระราชทาน “Cabling Centest 2019” สุดยอดเวทีการแข่งขันยกระดับฝีมือสู่เวทีระดับโลก

          ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ ชลพฤกษ์รีสอร์ท อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นายอุดมเขต ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานในพิธีเปิดจัดการแข่งขันทักษะฝีมือสายสัญญาณปี 7 ชิงถ้วยพระราชทาน “Cabling Centest 2019” สุดยอดเวทีการแข่งขันยกระดับฝีมือสู่เวทีระดับโลก พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวด

         โดยมีนายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรม การผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้ง คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)และนายณัฐวุฒิ ปิ่นทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร ร่วมแสดงความยินดี

         ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดโครงการแข่งขันฯ ขึ้น เพื่อยกระดับการพัฒนาทักษะของนักศึกษาของประเทศไทย ในการต่อยอดและเปิดโอกาสให้นักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี และระดับอาชีวศึกษาทั่วประเทศได้เรียนรู้เทคโนโลยีสายสัญญาณที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมการอบรมและแข่งขัน โดยการคัดเลือกตัวแทนจากทุกภาคเข้าแข่งขันในรอบสุดท้าย ชิงถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัลกว่า 400,000 บาทและเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในเวทีระดับโลกต่อไป

  • สำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขันรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายนัฐพล เทียนชัยภูมิ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นายณรงฤทธิ์ พูลสวัสดิ์ จากวิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช
  • รองชนะเลิศอันดับ
  • ที่ 2 ได้แก่ นางสาวชื่นนภา มีพูล จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ร่วมส่งมอบปอด แห่งใหม่ Pocket Park กลางชุมชนข้างวัดสุคันธาราม

         วันนี้ 22 พ.ย.62 พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาทหารบก ได้เป็นประธาน มอบสวน “ Pocket Park ” ปอดแห่งใหม่ ตามกิจกรรมปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ และด้อยโอกาสภายในชุมชนแออัดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นั้นเป็นการสนับสนุนโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างสุขอนามัยที่ดีให้ประชาชนในชุมชนแออัดกลางชุมชนข้างวัดสุคันธาราม เขตดุสิต แขวงจิตรลดากรุงเทพ โดยมี พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ตลอดจนผู้แทนหลายหน่วยงาน ประชา ชนเข้าร่วมกิจกรรม

          ตามที่อยากให้เกิดความร่มรื่นไว้ในใจกลางชุมชนให้กับผู้พักอาศัยใน เขตกรุงเทพมหานคร โครงการดังกล่าวได้ดำเนินโครงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากจน และด้อยโอกาสตามชุมชนแออัด โครงการนี้ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการผ่านมาแล้ว 1 ปี ( โดยเริ่มตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2561 ถึง 30 กันยายน 2562 ) ขณะนี้ได้เริ่มขยายระยะเวลาในการดำเนิน โครงการ ทำดีด้วยหัวใจ ออกไปอีกต่อเนื่องไปในปี 2563 ขณะนี้ส่งมอบสวนที่เสร็จแล้ว ทั้งหมด 19 สวน

         พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาทหารบก กล่าวว่า สำหรับการจัดภูมิทัศน์สวนในครั้งนี้ มีการปลูกต้นไม้ดอก ไม้ประดับ นำโต๊ะเก้าอี้หินอ่อนมาวาง เพื่อให้ประชาชนได้มีที่พักผ่อนหย่อนใจ มีพื้นที่ออกกำลังกาย นอกจากกิจกรรมสร้างพื้นที่สีเขียว สร้างปอดใจกลางชุมชนดังกล่าวแล้ว สวนนงนุชพัทยา ยังได้ทาสีบริเวณรอบๆให้เกิดความสดใส สวยงาม ให้กับชุมชนอีกด้ว จึงต้องขอขอบคุณ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา และ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริษัทซีพีออล จำกัดมหาชน ที่ให้การสนับสนุนโครงการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าได้รับการประสานจากกองทัพบก ให้ช่วยมาจัดพื้นที่ตามชุมชนต่างๆ สวนนงนุชพัทยา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการเข้าปรับปรุงพื้นที่ในแต่ครั้ง จาก บริษัทซีพี ออล จำกัดมหาชน และได้ดำเนินการมาแล้ว จำนวน 18 สวน ใน 18 พื้นที่ของชุมชนแออัด ซึ่งสวนที่จะส่งมอบในครั้งนี้เป็นสวนที่ 19นอกจากนี้แล้วสวนอื่นๆของชุมชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางสวนนงนุชพัทยา และ บริษัทซีพี ออล จำกัดมหาชน ก็พร้อมจะร่วมมือจากกองทัพอภาคที่1 ถ้ามีการประสานขอความช่วยเหลือในการจัดสวนตามชุมชนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323