สัตหีบทุกภาคส่วน ร่วมวางพวงมาลา ถวายราชสักการะรัชกาลที่ 6 เนื่องวันคล้ายวันสวรรคต

สัตหีบทุกภาคส่วนร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะรัชกาลที่ 6 เนื่องวันคล้ายวันสวรรคต

วันนี้ 25 พ.ย.62 พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้ พล.ร.อ. ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทน ในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรามหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.6 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตเวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 94 โดยมี พล.ร.ท.วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ตลอดจนผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ส่วนราชการ ภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ร่วมวางพวงมาลาเป็นเกียรติ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 ริมถนนสุขุมวิทหมายเลข 3 กม.ที่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พล.ร.อ. ชุมศักดิ์ นาควิจิตร กล่าวว่า ในพิธีวางพวงมาลา กองทัพเรือ และทุกภาคส่วนได้ถือปฏิบัติเป็นจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงพระราชทานที่ดินทรงสงวนบริเวณอำเภอสัตหีบ ให้แก่ประชาชนคนไทยได้มีที่อยู่อาศัย และกองทัพเรือใช้เป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือในปี พ.ศ.2465 อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาทางด้านการทหารที่มีพระเนตรกว้างไกล และทรงตระหนักถึงความสำคัญของกองทัพเรือ ที่จำเป็นต้องมีฐานทัพเรือ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชัยภูมิที่เหมาะสม และเป็นที่มั่นในการป้องกัน และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ทำให้กองทัพเรือ มีฐานทัพเรือเพื่อเป็นฐานส่งกำลังบำรุง และที่จอดเรือรบ รวมทั้งเป็นที่ตั้งหน่วยงานสำคัญตราบจนทุกวันนี้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี – จัดงานวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน

จ.จันทบุรี จัดงานวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงออกถึงความจงรักภักดีสนองตอบพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยสันติวิธี

         วันนี้ ( 25 พ.ย.62 ) ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ เจ้าตากสินมหาราชเทศบาลเมืองจันทบุรีนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัดและวิทยากรกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคประชาชน ร่วมวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงออกถึงความจงรักภักดีสนองตอบพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีพันปีหลวงในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยสันติวิธี โดยสำนักงาน ป.ป.ส.ได้สืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการขยายพื้นที่ดำเนินการไปทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 15 ปี

          ในการจัดงานครั้งนี้มีการดำเนินงาน 2 กิจกรรมคือ พิธีทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดจันทบุรี, มอบโล่ประกาศเกียรติคุณของสำนักงานป. ป. ส. ภาค 2 ให้แก่บุคคลที่มีผลงานด้านการป้องกันยาเสพติดดีเด่นจำนวน 9 ราย ซึ่งคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัดและวิทยากรกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคประชาชน ได้ร่วมกันทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชนเป็นยอดเงิน 962,657 บาท

          ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีมีกองทุนแม่ของแผ่นดินจำนวน 255 กองทุนซึ่งหัวใจสำคัญของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาชนในการรวมกลุ่มกันดูแลเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นในหมู่บ้าน / ชุมชนของตนเองหรือหากมีปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นต้องใช้มาตรการตามแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาโดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและเอื้ออำนวยในด้านต่างๆ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.จว.มุกดาหาร – จับคนลาว ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม

         วันนี้(25 พ.ย.62) เวลา 08.30 น. ตม.จว.มุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม. จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม. จว. มุกดาหาร, พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล, พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม. จว.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคลและพาหนะพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ได้ทำการจับกุม MR.KOT อายุ 27 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ข้อหา “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” สถานที่จับกุม บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะ(ขาออก) สะพานมิตภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์แห่งคดีและการจับกุม ตามนโยบายของสำนัก งานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำจุดตรวจบุคคลและพาหนะเข้มงวดกวดขันในการตรวจบุคคลและพาหนะ ต่อมาในวันนี้ (25 พ.ย.2562) ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ นายกด ไม่มีนามสกุล (MR.KOT) อายุ 27 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ได้มายื่นหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวข้างต้นต่อ ร.ต.อ.หญิง กฤตยา เสริมสุข เจ้าหน้าที่ตรวจบุคคลและพาหนะ เพื่อตรวจอนุญาตตามพิธีการเข้าเมือง ซึ่งจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าแผ่นหนังสือเดินทางในหน้าที่ 21-30 มีร่องรอยการแก้ไขโดยนำแผ่นหน้าหนังสือทางหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P0245759 มาใส่แทนโดยใช้กาวติดไว้

         จากการสอบถามนายกดฯ(MR.KOT) ได้ให้การว่าตนได้เดินทางมาที่ จ.มุกดาหาร เพื่อจะกลับบ้านแต่ก่อนหน้านี้หนังสือ เดินทางของตนได้เปียกน้ำเนื่องจากลืมหนังสือเดินทางใว้ในเสื้อผ้าที่นำไปซัก ทำให้แผ่นหน้าของหนังสือเดินทางเกิดการหลุดออกจากเล่ม ตนจึงได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหนังสือเดินทางโดยได้นำแผ่นหน้าหนังสือเดินทางหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P0245759 ซึ่งเป็นของตนเองอีกเล่ม มาใส่แทนในหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ซึ่งเป็นหนังสือเดิน ทางของตนเอง และได้ยื่นแสดงหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพิธีการเข้าเมือง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงได้แจ้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายข้างต้นให้ผู้ถูกจับทราบและแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” สอบถามผู้ถูกจับแล้วได้ให้การตามบันทึกข้างต้น จึงทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

ลพบุรี – เกิดปรากฏการณ์ !! คุณครูโพสต์ประกาศตามหา “เด็กนักเรียนอยู่ไหน?”

วันที่ 25.11.62 ครูลพบุรี โพสต์ประกาศตามหา เด็กนักเรียนอยู่ไหน หายไปไหนกันหมด เจออีกทีโผล่โรงหนังในห้าง

          วันที่ 25 พ.ย. 62 ภายใต้การอำนวยการของนายโกมล ปานขาว ปลัดอำเภอรักษาการณ์แทนนายอำเภอเมืองลพบุรี ได้สั่งการให้ว่าที่ร้อยตรีกานต์พิทักษ์เตชกุลปลัดอำเภอเมืองลพบุรี ประสาน สารวัตรนักเรียน ครูฝ่ายปกครอง ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลพบุรี สาขา 1 (ชั้น 2) ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรีหลังได้รับการร้องเรียนจาก สื่อโซเชียล เรื่องคุณครูประกาศตามหา”เด็กนักเรียนอยู่ไหน”

          กลายเป็นปรากฏการณ์! คุณครูโพสต์ประกาศตามหา “เด็กนักเรียนอยู่ไหน?” หลังเช้าวันจันทร์พบหายไปครึ่งค่อนโรงเรียน คาดโผล่ไปอยู่โรงภาพยนตร์ชื่อดัง จัดฉลองดูหนังราคาถูก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียกำลังให้ความสนใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามรั้วโรงเรียนในบางพื้นที่ หลังพบว่ามีเด็กนักเรียนมาโรงเรียนกันน้อยอย่างผิดปกติ กระทั่งในเวลาต่อมา สารวัตรนักเรียนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ติดตามไปพบว่าเด็กๆ ส่วนใหญ่แอบหนีโรงเรียนมานัดกันอยู่ที่โรงภาพยนตร์ที่ห้างดังกล่าว ตามเครื่องเล่นต่างๆ ที่มีทั้งเด็กในชั้นประถม ยันนักศึกษาระดับอาชีวะทั้งชายและหญิงนับ 100 ราย

          จากการตรวจสอบพบว่า โรงภาพยนตร์ชื่อดังแห่งหนึ่งได้จัดกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อฉลองครบรอบ โดยสามารถซื้อตั๋วหนังได้ในราคา 25 บาท ตลอดทั้งโปรแกรมเฉพาะในวันนี้เท่านั้น โดยเมื่อคืนวานนี้ 24 พ.ย.62 ได้มีการเปิดจองตั๋วผ่านทางระบบออนไลน์ ปรากฏว่าระบบแอปพลิเคชั่น และเว็บไซต์เกิดขัดข้องต่อเนื่อง เนื่องจากมีผู้ใช้ความสนใจในกิจกรรมครั้งนี้อย่างล้นหลาม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองป้องกัน ได้ประสานให้สารวัตรนักเรียนและครูฝ่ายปกครอง แต่ละโรงเรียน ทำประวัติ ว่ากล่าวตักเตือน และนำชื่อนักเรียน นักศึกษาทุกคนรายงานให้ผู้ปกครองได้ทราบต่อไป

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตงรายงาน

กองทัพภาคที่ 4 – จัดพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6

กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2562

          วันนี้ (25 พ.ย. 62) กองทัพภาคที่ 4 โดยมณฑลทหารบกที่ 41 ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล พิธีถวายราชสักการะ และวางพวงมาลาวางพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2562 ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพลตรีสิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจ เพื่อประชาชนและประเทศชาตินานัปการ อีกทั้งทรงพระราชทานกำเนิดหน่วยทหารขึ้นในภาคใต้ ณ ค่ายวชิราวุธจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหน่วยแรก มีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ นายทหาร ตำรวจ คณะลูกเสือ เนตรนารี แม่บ้านทหาร นักศึกษาวิชาทหาร ผู้แทนภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2423 ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถได้ประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการปกครองและการทำนุบำรุงประเทศ ทรงปรับปรุงการปกครองแผ่นดินทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้มีการจัดแบ่งเป็นจังหวัด มณฑล และภาค และยังได้ทรงจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ทรงริเริ่มก่อตั้งกิจการเสือป่า และกองลูกเสือขึ้น ด้านการศึกษา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติการประถมศึกษา พุทธศักราช 2464 ทรงตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือน นอกจากนี้ยังมีด้านประเพณี วัฒนธรรม และวรรณคดี เป็นต้น

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่ในราชสมบัติเป็นเวลา 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2468 รวมพระชนมายุ 45 พรรษา…

///////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

ลพบุรี – แม่ค้าหวยเดือดถูกจับขายเกินราคา ขอพบนักข่าว สุดท้ายลงเอยชื่นมื่น

25 พ.ย.62 ร.ต.อ.ศุภชัย ดีมงคล รอง สว.สส.สภ.เมือง ลพบุรี ได้แจ้งประสานผู้สื่อข่าวว่า มีผู้ต้องหาหญิงรายหนึ่งที่ถูกจับข้อหาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด อยากจะขอพบนักข่าว จึงได้เดินทางไปยังงานสืบสวน สภ.เมือง ลพบุรี พบมีผู้ที่ถูกจับในข้อหาเดียวกัน จำนวน 3 ราย หนึ่งในจำนวนมีนางไกรวัลย์ หรือป้าแจ๋ม วัย 57 ปี (ขอสงวนนามสกุล) ที่สีหน้าบอกบุญไม่รับ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงสาเหตุที่อยากขอพบนักข่าว

ป้าแจ๋ม ที่สีหน้าเคร่งเครียดได้กล่าวว่า หวยตนเองขายหวยมี 2 ราคา ราคา 80 บาท และหวยชุด 2 ใบราคาใบละ 100 อยากรู้ทำไมตำรวจไม่ซื้อราคา 80 บาท ทำไมต้องมาซื้อไอ้ที่ตนเองขายเกินราคา นี่มันแกล้งกันชัดๆ เห็นใจกันบ้าง เพิ่งมาขายวันแรกก็โดนจับซะแล้ว …เรียกเสียงเฮจากตำรวจชุดจับกุม และที่กำลังบันทึกการจับกุม ที่ปวดหัวกับป้าแจ๋ม ไม่ยอมรับสารภาพผิด ว่าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ทั้งที่แม่ค้าอีก 2 ราย ที่ถูกจับมาพร้อมกันนิ่งเงียบ และยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยมีธนบัตรที่ล่อซื้อจากป้าแจ๋มเป็นหลักฐานชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่าผิดที่ใคร ใครผิด ป้าแจ๋ม จึงได้ยอมรับว่าตัวเองผิดกับผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งร้องให้โฮออกมาและเล่าว่า ตนเองเป็นชาวบ้าน จ.อุทัยธานี ที่ได้มาขายหวยเพราะสามีตาย และต้องดูแลเลี้ยงหมา เลี้ยงแมวอีกหลายตัว ตนเองถูกกดดันจากยี่ปั๊ว เพราะตนเองไม่มีโควตาเหมือนคนอื่นต้องจำยอมขายทั้งที่มีกำไรน้อย และเสี่ยงกับการถูกจับ แต่เห็นว่าเขาก็ขายกันเกินราคากันทั่วบ้านทั่วเมือง ตั้งแต่ต้นทางกองสลาก โควต้า ยันยี่ปั๊ว จนมาถึงตนเองก็ไม่เห็นมีใครถูกจับ ดำเนินคดี ซึ่งราคาต้นทุนลอตเตอรี่ต่อใบ ใบละ 70.40 บาท หวยชุด 2 ใบ ก็ราคาเท่ากัน แต่กว่าจะมาถึงตนก็ปาเข้าไป 81-85 บาทแล้ว จะให้มาขาย 80 บาทก็คงขาดทุน เคยขอโควตาที่ศาลากลางจังหวัดลพบุรี มาหลายปี แต่ก็ไม่เคยได้รับการพิจารณา

ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำว่าป้า จะรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไหม ถ้าป้าปฏิเสธก็ต้องส่งฟ้องศาล แต่ถ้ารับสารภาพโทษแค่ปรับที่โรงพัก ป้าจึงยอมรับสารภาพ ซึ่งโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามกฎหมายกำหนด ก่อนผู้สื่อข่าวจะกลับป้าแจ๋ม ก็ยังขอให้ผู้สื่อข่าวต่อรองราคา ขอลดครึ่งราคากับตำรวจ ซึ่งป้าเกรงว่าเงินที่ขายลอตเตอรี่มาวันนี้จะไม่เพียงพอกับการเสียค่าปรับ ดังนั้นตำรวจชุดจับกุม ไล่ตั้งแต่สารวัตร รองสารวัตร นายดาบ จ่า นายสิบ รวมถึงผู้สื่อข่าวได้ช่วยกันซื้อลอตเตอรี่ ป้าแจ๋ม คนละหลายชุด จนป้ายิ้มออก และกล่าวขอโทษกับตำรวจที่แสดงกริยา อาการไม่ดี ซึ่งต่อจากนี้จะไม่ขอขายหวยชุดอีกแล้ว ขายเท่าที่ขายได้ คงจะไม่เสี่ยงกับการถูกจับดำเนินคดีอีกต่อไป

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตงรายงาน

อาเซียน – เกาหลีพร้อมสนับสนุนภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ (การประชุม ASEAN-ROK CEO Summit)

วันนี้ (25 พฤศจิกายน 2562) เวลา 10.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครปูซาน) ณ อาคารนิทรรศการ 2 ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวถ้อย แถลงแสดงความยินดีในการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจอาเซียน – สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN-ROK CEO Summit) สรุปสาระสำคัญดังนี้

การประชุม ASEAN-ROK CEO Summit เป็นเวทีสำคัญให้ผู้นำ และภาคเอกชนอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีหารือเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจในภูมิภาค โดยมีผู้นำอาเซียน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ผู้แทนภาคธุรกิจสำคัญ อาทิ ประธานสภาหอการค้าและอุตสาห กรรม ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และเมียนมา ฯลฯ โดยมีนายไพรัช บูรพชัยศรี รองประธานหอการค้า เข้าร่วมในฐานะผู้แทนไทย

ไทย ในฐานะประธานอาเซียน ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ การส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ โดยสาธารณรัฐเกาหลีถือเป็นหนึ่งในคู่เจรจาสำคัญของอาเซียน การอำนวยความสะดวกทางการค้าเป็นสิ่งที่อาเซียนไม่เคยมองข้ามและให้ความสำคัญ ซึ่งในอนาคตสามารถขยายความเชื่อมโยงไปยังประเทศคู่เจรจาได้ โดยอาเซียนพร้อมสนับสนุนการสร้างความเชื่อมโยงทางการค้าดิจิทัล รวมทั้งผลักดันให้เกิดความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคผ่านการลดอุปสรรคทางการค้า

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการบรรลุความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจ เกิดการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน

อาเซียนตระหนักดีถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ที่ถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยอาเซียนเห็นพ้องให้มีการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดตามที่ระบุในแผนปฏิบัติการ ภาคเอกชนอาเซียนได้วางเป้าหมายการพัฒนา ดังนี้

  • หนึ่ง การพัฒนาแรงงานทักษะฝีมือ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและเทคโนโลยี
  • สอง การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และการสร้างความเชื่อมโยงทางดิจิทัลในอาเซียน
  • สาม ความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม
  • สี่ การส่งเสริมกลไกความร่วมมือทางการค้า โดยเฉพาะความร่วมมือภาคเอกชน

ภาครัฐสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบ FTA อาเซียน-เกาหลี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ที่สาธารณ รัฐเกาหลี มีความโดดเด่น อาทิ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่อาเซียนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงปูซาน และเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ Busan Eco-Delta Smart City

เมื่อวันที่(24 พฤศจิกายน 2562) เวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภริยา พร้อมด้วยคณะ เดินทางถึงฐานทัพอากาศกิมแฮ  (Gimhae Air Base) จากนั้น นายกรัฐมนตรีออกเดินทางไปพื้นที่เขตคังซอ ฝั่งตะวันตกของนครปูซาน เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการ Busan Eco-Delta Smart City โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีเข้าร่วมงานด้วย

โครงการ Busan Eco-Delta Smart City เป็นโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับชาติ โครงการแรกของเกาหลีใต้ อันเป็นผลมาจากการลงนาม MOUs ระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ ครั้งที่ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีเยือนไทย เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนนโยบาย เทคโนโลยี ข้อมูลและทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะของทั้งสองประเทศ โดยเป็นไปตามความสนใจของแต่ละฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน

โดยผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีรับชมวิดีทัศน์เกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะของปูซาน อีโค-เดลต้า จากนั้นประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวเปิดงาน ก่อนที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจะขึ้นเวทีและสัมผัสหน้าจอพร้อมกัน

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีเปิด จากนั้นในเวลา 19.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 3 และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมที่พัก

“ธรรมนัส” ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว จัดที่ดินทำกิน เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

“ธรรมนัส “ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว จัดที่ดินทำกิน เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

         วันที่​ 25​ พ.ย.62 : ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดสระแก้ว จำนวน150 ราย พร้อมมอบบัตรดินดี ให้เกษตรกร จำนวน​ 20 ราย ณ แปลง คทช. No.421 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองหินปูน อำเภอวังน้ำ เย็น จังหวัดสระแก้วว่าการลงพื้นที่ตรวจราชการในวันนี้ เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านการจัดการที่ดินและดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

         โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว (ส.ป.ก. สระ แก้ว) ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2536 ตาม พรบ.จัดตั้งจังหวัดสระแก้ว แยกมาจากจังหวัดปราจีนบุรี ได้ดำเนินการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 โดยมีพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ 2.04 ล้านไร่ ประกอบด้วย 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระแก้ว, เขาฉกรรจ์, คลองหาด, โคกสูง, ตาพระยา, วังน้ำเย็น,วังสมบูรณ์, วัฒนานคร และอรัญประเทศ โดยได้ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแก่เกษตรกรแล้ว จำนวน 0.20 ล้านราย 0.13 ล้านแปลง เนื้อที่รวม 1.30 ล้านไร่ มีพื้นที่คงเหลือประมาณ 0.74 ล้านไร่ อยู่ระหว่างดำเนินการในลำดับต่อไป

         อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่เพื่อพบปะเกษตรกรและประชา ชน ในจังหวัดสระแก้ว ประชาชนส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องสิทธิการเข้าอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยพื้นที่กว่า 80% ในจังหวัดสระแก้วอยู่ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตร กรรม สำหรับพื้นที่แปลง คทช. No.421 เป็นการตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ซึ่งได้จัดสรรในรูปแบบสหกรณ์ มีเกษตรกรเข้าอยู่อาศัยจำนวน 36 ครอบครัว โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เข้ามาดูแลและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร และเป็นโอกาสดีที่ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไย เกี่ยวกับเรื่องมาตรฐาน GAP และแรงงานในสวนลำไย ซึ่งจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

          สำหรับการดำเนินการในพื้นที่การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) นั้น ส.ป.ก. ประกาศเป็นพื้นที่ คทช. ทั้งประเทศประมาณ 0.40 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ดำเนินการในจังหวัดสระแก้ว จำนวน 78 แปลง เนื้อที่ 87,071 ไร่ สามารถยึดคืนมาดำเนินการโดยให้สถาบันเกษตรกรเช่าทำประโยชน์แล้วจำนวน 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเย็น จำกัด สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภออรัญประเทศ (คทช.) จำกัด สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง (คทช.) จำกัด และสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวัฒนานคร (คทช.) จำกัด ทำให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินจำนวน 301 ราย เนื้อที่จำนวน 3,304 ไร่ และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดที่ดินให้สถาบันเกษตรกรเพิ่มเติมอีกจำนวน 2,405 ไร่ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เกษตรกรในที่ดิน คทช. อาทิ การสร้างถนนเข้าพื้นที่ แหล่งน้ำ และบ้านพัก เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

         สำหรับพื้นที่ดังกล่าวในส่วนกรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทืองแก่กลุ่มเกษตรกรตำบลคลองหินปูน ตั้งแต่ปี 2559 หมอดินอาสาประจำตำบลได้เริ่มปลูกปอเทือง เพื่อขายเมล็ดพันธุ์ คืนให้กับสถานีพัฒนาที่ดินสระ แก้ว โดยได้นำไปปลูกหลังการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ช่วงเดือนสิงหาคม จำนวน 40 ไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายเมล็ดพันธุ์ คิดเป็นกำไร ไร่ละ 4,700 บาท/ไร่ (จากต้นทุนการผลิต 1,300 บาท/ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 300 กก. ขายกก.ละ 20 บาท คิดเป็นเงิน 6,000 บาท)

          ต่อมาในปี 2561 มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10 ราย รวมพื้นที่ 100 ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และเมื่อถึงฤดูการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สภาพดินมีคุณภาพดีขึ้น สามารถลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมีจาก 50 กก./ไร่ เหลือเพียง 25 กก./ไร่ ได้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นจาก 800 กก./ไร่ เป็น 1,000 กก./ไร่ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เกษตรกรในที่ดิน คทช. อาทิ การสร้างถนนเข้าพื้นที่ แหล่งน้ำ และบ้านพัก เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” สั่งกำชับเลขาฯ ส.ป.ก. เร่งยึดคืนที่ดินฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม “ปารีณา”

          สปก.พร้อมดำเนินคดีแพ่งฐานเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นำพื้นที่ 691 ไร่มาจัดสรรเป็น ส.ป.ก. 4-01 หาก “ปารีณา” มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรสามารถได้รับการจัดสรรสิทธิ์ทำเกษตรกรรมไม่เกิน 50 ไร่

          ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ กล่าวว่า ได้สั่งการด่วนที่สุดถึงนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้ดำเนินการ กรณีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ​ ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยจากการตรวจสอบของคณะทำงานร่วมของส.ป.ก. และกรมป่าไม้วานนี้ (24 พ.ย.62​) นายวิณะโรจน์ฯ​ รายงานว่า ที่ดินซึ่งน.ส. ปารีณาฯ​ แสดงบัญชีแสดงทรัพย์สินต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และบัญชีแสดงการจดทะเบียนครอบครองฟาร์มไก่เนื้อจากกรมปศุสัตว์พบว่าฟาร์มไก่ “เขาสน 1และเขาสน 2 “ นั้นตั้งอยู่เลขที่ 109 ม. 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยใช้หมายศาลจังหวัดราชบุรี โดยการอ่านแปลภาพทางอากาศประกอบการนำชี้ของผู้ใหญ่บ้านพบว่า “เขาสน 1“ อยู่ในเขตพื้นที่ปฎิรูปที่ดินทั้งหมดเนื้อที่ประมาณ 691 ไร่ ส่วน “เขาสน 2” เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและตามพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 เนื้อที่ประมาณ 46 ไร่ ทั้งนี้น.ส. ปารีณาฯ​ ไม่ได้มานำชี้แนวเขตในการตรวจสอบตามที่ส.ป.ก. แจ้งไป ขณะเข้าตรวจสอบไม่พบบุคคลใดและไม่พบการเลี้ยงไก่แล้ว ผู้ใหญ่บ้านที่ร่วมตรวจสอบให้การว่า ทางฟาร์มเพิ่งจับไก่ออกไปจากฟาร์มทั้งหมด

          ทั้งนี้ การครอบครองพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเกินกว่า 50 ไร่ผิดตามพ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงสั่งให้ยึดคืนทั้งหมด จากนั้นจะให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยการครอบครองที่ดินของครอบครัวน.ส. ปารีณาฯ​ ที่แจ้งว่า เข้ามาใช้ประโยชน์ตั้งแต่​ พ.ศ.2489 ก่อนที่กรมป่าไม้จะมอบให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินในพ.ศ.2536 ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่สามารถดำเนินคดีได้แล้วเนื่องจากครอบครองเกิน 10 ปีจึงหมดอายุความแล้ว แต่ให้พิจารณาว่า สามารถฟ้องร้องทางแพ่งฐานทำให้ที่ดินของรัฐเสียหายและใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตได้หรือไม่

          อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาส.ป.ก. ได้ปักป้ายหน้าฟาร์มว่า เป็นที่ดินของส.ป.ก. ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย.62​ และได้เชิญน.ส.ปารีณาฯ​ มาอุทธรณ์ โดยหากมีเอกสารการเข้าทำประโยชน์ให้นำมาแสดงจากนั้น​ ส.ป.ก. จะตรวจสอบว่า การอุทธรณ์และเอกสารที่นำมาแสดงนั้นฟังขึ้นหรือไม่ ถ้าฟังไม่ขึ้นต้องยึดคืนแล้วนำมาจัดสรรใหม่ให้ผู้มีคุณสมบัติเข้าประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งหากน.ส. ปารีณาฯ​ ยื่นขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ส.ป.ก. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเกษตรแล้ว ทางส.ป.ก. ตรวจสอบพบว่า มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรสามารถได้รับหนังสือเข้าทำประโยชน์ ส.ป.ก. 4-01 เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกราย

          “ตามหลักปฏิบัติน.ส. ปารีณาฯ​ ต้องมาแสดงตัวกับส.ป.ก. ภายใน 30 วัน แต่ยังไม่ได้รับรายงานจากเลขาธิการส.ป.ก. ว่า น.ส. ปารีณาฯ​ มาพบหรือยัง” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​