ผบช.น.รับมอบพัดลมอเนกประสงค์ ยี่ห้อฮาตาริ​ จากภาคเอกชน

วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 11.00 น.ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น. : พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. รับมอบพัดลมอเนกประสงค์ ยี่ห้อฮาตาริ จาก คุณวิทยา พานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเล็คตริก จำกัด จำนวน 50 ตัว มูลค่า 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) เพื่อใช้ประโยชน์ในส่วนของฝ่ายอำนวยการ บช.น. โดยมี พล.ต.ต.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผบก.อก.บช.น., พ.ต.อ. อภิสัณห์ หว้าจีน รอง ผบก.อก.บช.น., ผกก.ฝอ.1-7 และ ศฝร. เข้าร่วมพิธี จากนั้น พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวขอบคุณ​ และมอบของที่ระลึก แสดงความขอบคุณ แก่กรรมการผู้จัดการบริษัท ฯ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สาธิตพัฒนา แผนกมัธยมฯ ปั้นหลักสูตรเข้มวิชาการผนวกแผนการเรียนรายบุคคล

วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่​ 27​ ก.ย.62​ เวลา10.00​ น.​ ณ โรงเรียน สาธิตพัฒนา​ แผนกมัธยม​ฯ​ ถนนรามอินทรา​ บางเขน​ กทม.​ : โรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยมฯ ร่วมกับ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น ริเริ่มการเรียนการสอนแบบ ID Plan หรือระบบการเรียนการสอนโดยวางแผนการเรียนจากความถนัดผนวกกับการใช้จิตวิทยาเชิงบวก เพื่อสร้างเป็นแผนการเรียนของนักเรียนแบบรายบุคคลตลอดระยะเวลา 6 ปี เพื่อให้ผู้เรียนมุ่งความตั้งใจไปในทิศทางตามอาชีพที่ตนมุ่งหวัง ส่งผลเชิงบวกในระยะยาวตั้งแต่วัยเรียนถึงชีวิตการทำงาน

​รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตพัฒนา เปิดเผยว่า “จากวิสัยทัศน์ของโรงเรียนในการเป็นสถานศึกษาชั้นแนวหน้าของประเทศ เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความเป็นผู้นำที่มีหัวใจประชาธิปไตย กล้าแสดงออก มีทักษะชีวิต คิดเชิงบวก และสามารถสื่อสารได้ในระดับนานาชาติ จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตร 5 F (FUN FIND FOCUS FULFILLMENT และ FRUITION) เพื่อให้นักเรียนได้ค้นพบศักยภาพ ความสามารถ ความชอบของตนเองเพื่อจะต่อยอดไปสู่อาชีพที่ตรงกับความสามารถของตนเองได้ในอนาคต โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนได้ต่อยอดตามความฝันด้วยการเรียนต่อในสาขาที่ตนอยากเรียน

อย่างไรก็ตามโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ทัน ดังนั้นในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนจึงได้ร่วมมือกับ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น องค์กรอันดับหนึ่งด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของประเทศไทย มาบริหารจัดการงานด้านวิชาการของโรงเรียนสาธิตพัฒนาฝ่ายมัธยมฯ เพื่อพัฒนานักเรียนต่อยอดจากฝ่ายประถมศึกษาให้ชัดเจนในตัวตนมากขึ้น เน้นเติมเต็มศักยภาพเพื่อส่งต่อสู่ความสำเร็จในอนาคต โดยการพัฒนาดังกล่าว ถือเป็นการต่อยอดจุดแข็งของโรงเรียนที่มีความโดดเด่นในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐานระดับสากล มีพื้นที่กว้างขวางและสวยงาม เอื้อต่อการเรียนรู้เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับนักเรียน ส่งผลให้โรงเรียนสาธิตพัฒนา​ กลายเป็นโรงเรียนที่มีจุดแข็งรอบด้านทั้งวิชาการ และสภาพแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

​นายสุธี อัสววิมล หัวหน้าทีมวิชาการโครงการเลิร์น สาธิตพัฒนา กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยมฯ และเลิร์น คอร์ปอเรชั่น เกิดจากการศึกษากระแสหลักของประเทศในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ เนื่องด้วยโรงเรียนมัธยมไทยส่วนมากมีการสะท้อนผลสัมฤทธิ์เด็กนักเรียนด้วยคะแนนเป็นหลัก แต่ไม่นำคะแนนมาสร้างแนวทางพัฒนาเด็กในทางตรงกันข้าม โรงเรียนมัธยมนานาชาติที่มีการวัดผลหลายมิติ แต่มีอัตราค่าเทอมสูง ตัดโอกาสเด็กนักเรียนจำนวนมาก

อีกทั้งผลสัมฤทธิ์เชิงคะแนนยังไม่ตอบโจทย์เพียงพอต่อการสมัครเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำต่างๆ ดังนั้น หลักสูตรร่วมที่ได้พัฒนาในครั้งนี้ จึงมุ่งสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการเพื่อเป็นใบเบิกทางในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาชั้นนำทั้งในไทยละต่างประเทศ ด้วยแนวทาง 3 Core Pillars อันได้แก่ การเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก การใช้หลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน Cambridge (CAIE) ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน (English 4 skills) ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน

โดยมุ่งเน้นให้เด็กนักเรียน สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้จริงทั้งในการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน นอกห้องเรียนและในอนาคต และการพัฒนาแผนการเรียนการสอน Individual Development Plan แผนการเรียนตามเป้าหมายรายบุคคล หรือ ID Plan ซึ่งเป็นการวางแผนโดยมุ่งเน้นเป้าหมาย ความสนใจ และความถนัดของนักเรียนแต่ละคน และนำมาสร้างเป็นแผนการเรียนการสอนตลอดระยะเวลา 6 ปี เพื่อให้นักเรียนสามารถค้นพบศักยภาพของตนเองและเลือกเรียนวิชาที่ตรงกับเป้าหมายของตน

โดยทางโรงเรียนจะเป็นผู้สนับสนุนทั้งในด้านวิชาการ กิจกรรมและการเสริมสร้างการเรียนรู้ โดยการใช้ระบบ Learning Ecosystem หรือระบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานเข้ามาช่วย เพื่อให้ 7 ชั่วโมงต่อ 1 วัน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้นักเรียนสามารถบรรลุเป้าหมาย ทั้งในด้านการเลือกสาขาวิชาเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัย และการเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับความสามารถของตน ทั้งนี้ ยังมีการพัฒนาความร่วมมือทางด้านบุคลากร โดยมีการเชิญอาจารย์จากสถาบันออนดีมานด์ ในเครือ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น มาเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรของโรงเรียน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสร้างความโดดเด่นด้านวิชาการ ตลอดจนหลักสูตรเฉพาะที่จะสามารถพัฒนาเด็กนักเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ”

ด้านนายเศรษฐพล ไกรคุณาศัย หัวหน้าทีมบริหารโครงการเลิร์น สาธิตพัฒนา กล่าวเสริมว่า “การร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว ทำให้โรงเรียนสาธิตพัฒนาฝ่ายมัธยม เป็นโรงเรียนหลักสูตรไทยที่มีมาตรฐานนานาชาติ และเป็นผู้นำด้าน ID School ที่ประยุกต์ใช้ Positive Psychology ในการพัฒนา Character นักเรียนแบบรอบด้าน ผนวกการประยุกต์ใช้ RAISEC Model ในการค้นหาตัวตนและศักยภาพของตนเอง

นอกจากนั้น โรงเรียนฯ ยังเน้นการเข้าถึงของนักเรียนในทุกพื้นที่ สนองนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยได้มีการขอเปิดหอพักให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษา และคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 แบ่งสัดส่วนการรับนักเรียนจากกรุงเทพและปริมณฑลประมาณ 67% และต่างจังหวัดประมาณ (ประจำ) 33% โดยได้มีการพัฒนาหอพักนักเรียนให้มีความสวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกได้มาตรฐานระดับนานาชาติ มีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้นักเรียนไม่รู้สึกว่าเป็นหอรวมแบบเดิมๆ

รวมทั้งการมีกิจกรรมที่ทางคณาจารย์ที่ดูแลนักเรียนประจำได้เตรียมไว้สำหรับช่วงเวลาหลังเลิกเรียน โดยมีแนวคิดในการเป็นหอพักแบบ premium ทั้งในด้านสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆของนักเรียนประจำ นอกจากนั้น โรงเรียนยังได้เปิดรับนักเรียนทุนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิชาการ รวมถึงความสามารถพิเศษทางด้านกิจกรรมต่างๆและ ทักษะส่วนตัว โดยเปิดรับตั้งแต่ระดับชั้นม.1 และ ม.4 ซึ่งนักรียนที่ได้รับคัดเลือก จะสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนโดยละเว้นค่าธรรมเนียมทั้งหมดตลอดระยะเวลาการศึกษา”

โรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยมฯ เปิดรับสมัครนักเรียน และนักเรียนทุนเพื่อเข้าศึกษาต่อในปีการศึกษา 2563 โดยใช้ระบบสอบคัดเลือก Minimum Standard Requirement หรือ MSR ซึ่งเป็นการวัดความรู้ทางวิชาการพร้อมค้นหาตัวตน มีการสอบคัดเลือกทั้งสิ้น 3 รอบ โดยเปิดรับสมัครรอบที่ 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2562 นักเรียน​ และผู้ปกครองที่สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครสอบทางออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.satitpattanaschool.org สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเยี่ยมชมโรงเรียนพร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับหลักสูตรที่ สามารถร่วมงาน Open House ในวันที่ 19 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 8.30-12.00 น. โดยสามารถลงทะเบียนสำรองสิทธ์ ได้ทางเว็บไซต์ www.satitpattanaschool.org หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-113-1956

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน ตม.6 รวบบังคลาเทศลักลอบทำงานจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นมือสอง​ และ รวบ 2 หนุ่มอินเดีย ติดแบล็คลิสต์ เปลี่ยนข้อมูล Passport กลับเข้าประเทศ

สืบสวน ตม.6 รวบบังคลาเทศลักลอบทำงานจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นมือสอง​ และรวบ 2 หนุ่มอินเดีย ติดแบล็คลิสต์ เปลี่ยนข้อมูล Passport กลับเข้าประเทศ

วันนี้​ วันศุกร์ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ณัฏฐภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ รอง ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ภคยศ ทนงศักดิ์ ผกก.สส.บก.ตม.6 จับกุมคดีคนร้ายต่างชาติน่าสนใจ ในห้วงวันที่ 1 ถึง 26 กันยายน 2562 จํานวน 2 คดี ดังนี้

1.วันที่ 19 ก.ย.62 กก.สส.บก.ตม.6 ร่วมกับ ตม.จ.ปัตตานี สืบสวนจับกุม Mr.Parves สัญชาติ บังคลาเทศ โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบทำงานคัดแยกสินค้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่น นำมาจำหน่ายในจังหวัดปัตตานี โดยสั่งสินค้ามือสองนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยผ่านนายหน้าชาวบังคลาเทศเพื่อกระจายสินค้ามาพักรอที่ จ.ปัตตานี จากนั้น Mr.Parves จะเป็นผู้คัดแยกสินค้าและนำมาจำหน่ายหน้าร้านต่อไป สถานที่จับกุม โกดังสินค้ามือสองเลขที่ 37/1 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี นำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองปัตตานี

2.วันที่ 24 ก.ย.62 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ภคยศ ทนงศักดิ์ ผกก.สส. บก.ตม.6 สั่งการให้ กก.สส.บก.ตม.6 บูรณาการร่วมกับ ตม.จ.สงขลา ได้เชิญตัวคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย จำนวน 2 ราย มาเพื่อทำการตรวจสอบประวัติข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักร และประวัติบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า คนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย ทั้ง 2 ราย เคยมีประวัติเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร “ห้ามเข้ากรณีอยู่เกินกำหนดอนุญาต” จากการตรวจสอบพบรายละเอียดดังนี้

2.1 MR.YADAV (ชื่อใหม่) MS.KUMAR (ชื่อเดิม) พบว่ามีประวัติบุคคลต้องห้ามในระบบ Biometrics เหตุผลห้ามเข้ากรณีอยู่เกินฯ (10 ปี)
2.2 MR.ANIL (ชื่อใหม่) MR.SATISH (ชื่อเดิม) พบว่ามีประวัติบุคคลต้องห้ามในระบบ Biometrics เหตุผลห้ามเข้ากรณีอยู่เกินฯ (3 ปี)

โดย กก.สส.บก.ตม.6 ตรวจพบคนต่างด้าวทั้ง 2 ราย ที่บ้านเช่าเลขที่ 10/1 หมู่ที่ 9 ถ.ปลักหว้า 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากนั้นจึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการส่งตัวคนต่างด้าว สัญชาติอินเดียทั้ง 2 ราย ไปยังที่พักเพื่อรอการส่งกลับ (สะเดา) ตม.จ.สงขลา เพื่อดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่าง ๆ หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย โดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

Biometrics เจ๋ง จับพิรุธ 2 ต่างชาติติด Blacklist เปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทาง เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย​ และรวบเกรียนรัสเซีย ลักทรัพย์กลางห้างดัง

Biometrics เจ๋ง จับพิรุธ 2 ต่างชาติติด Blacklist เปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทาง เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย​ และรวบเกรียนรัสเซีย ลักทรัพย์กลางห้างดัง ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต สารภาพอ้างทำไปตาม Russian Rules

วันนี้​ วันศุกร์ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ณัฎฐภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ รอง ผกบ.ตม.6 และ พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.จ.ภูเก็ต จับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญ และคดีที่น่าสนใจ 2​ คดีคือ​ 1.Biometrics จับพิรุธ 2 ต่างชาติติด Blacklist เปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทาง เดินทางกลับเข้าประเทศไทย

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ได้ทำการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตด้วยระบบ Biometrics พบคนต่างด้าวจำนวน 2 ราย เป็นบุคคลซึ่งถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม หรือ Blacklist ห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ ซึ่งบุคคลดังกล่าว หลังจากที่ถูกส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร บุคคลเหล่านั้นได้เปลี่ยนชื่อตัวบางส่วน และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเขามาในประเทศไทยอีกครั้ง เป็นสัญชาติรัสเซีย 1 ราย และสัญชาติอิรัก 1 ราย มีรายละเอียดดังนี้

  • MS.Julia (นางสาวจูเลีย) สัญชาติรัสเซีย เดิมชื่อ MS.Yulia เคยเปลี่ยนชื่อ และเคยถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อปี พ.ศ.2555 มีพฤติการณ์เข้าลักษณะต้องห้าม ติด Blacklist ห้ามเข้าประเทศ ได้เปลี่ยนชื่อของตน และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผ่านทางสนามบินนานาชาติภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 ส.ค.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (NON-90) อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 21 พ.ย.62 โดย MS.Juliia ได้ถูกดำเนินคดีที่ สภ.ป่าตอง และถูกส่งตัวมาที่ ตม.จว.ภูเก็ต หลังจากคดีสิ้นสุด ในวันที่ 19 ก.ย.62 ตม.จว.ภูเก็ต จึงทำการตรวจสอบบุคคลดังกล่าวด้วยระบบ Biometrics พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามไว้
  • MR.Ali (นายอาลี) สัญชาติอิรัก เดิมชื่อ MR.Alaa (นายอาลา) สัญชาติอิรัก เคยเปลี่ยนชื่อ และเคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay 1,272 วัน) เมื่อปี พ.ศ.2561 มีพฤติการณ์เข้าลักษณะต้องห้าม ติด Blacklist ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2561 ถึงปี พ.ศ.2571 ได้เปลี่ยนชื่อนามสกุลของตนเองบางส่วน และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผ่านทางสนามบินนานาชาติภูเก็ตเมื่อวันที่ 13 ก.ย.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว (TR 60) อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 11 พ.ย.62 โดยเมื่อวันที่ 24 ก.ย.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าบุคคลดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่บริเวณร้านตัดผมในซอยแสนสบาย ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จึงได้เชิญตัวมาทำการตรวจสอบด้วยระบบ Biometrics พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามไว้

จากการซักถามปากคำเบื้องต้น และให้ดูหลักฐานการขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม ทั้ง 2 ราย จึงให้การรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ตรวจสอบพบจากระบบ Biometrics เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต จึงได้ทำการเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร ของชาวต่างชาติจำนวน 2 ราย จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวและดำเนินการส่งกลับออกนอกประเทศต่อไป

คดีที่​ 2.รวบเกรียนรัสเซีย ลักทรัพย์กลางห้างดัง ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต สารภาพอ้างทำไปตาม Russian Rules เมื่อวันที่ 19 ก.ย.62 เวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุมตัว Mr.Maksim (นายมัคซิม) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล 258/2562 ลงวันที่ 16 ก.ย.62 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” โดยมีพฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.62 เวลาประมาณ 20.30 น.

ผู้ต้องหา ได้ลักนาฬิกาข้อมือซึ่งแสดงโชว์อยู่ที่บริเวณ ห้างเซนทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ไป จำนวน 1 เรือน จากนั้นได้หลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.วิชิต ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ได้รับประสาน จาก สภ.วิชิต ท้องที่เกิดเหตุให้ช่วยทำการสืบสวนเหตุดังกล่าว เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน จนกระทั่งสามารถออกหมายจับ และจับกุมตัว Mr.Maksim ได้ที่บริเวณ ซอยนาเสือ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ในชั้นจับกุม Mr.Maksim ให้การรับสารภาพ โดยได้เขียนให้การเป็นภาษาอังกฤษ มีใจความว่า “Russian Rules กล่าวไว้ว่า ถ้าพบสิ่งของที่ไม่ติดราคา และไม่ได้ปิดล็อคไว้ คนรัสเซีย สามารถหยิบไปได้เลย เนื่องจากหมายความถึงว่าของสิ่งนั้นแจกฟรี หรือเป็นของไม่มีเจ้าของ” จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวต่อว่า​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรม ในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่าง ๆ หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ดร.กนกวรรณ” ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วม ในจังหวัดอุบลราชธานี

“ดร.กนกวรรณ” ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วม ในจังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 62​ : ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พร้อมด้วยอาจารย์ที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้เข้าพบ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัย บ้านที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำมาหากินของครอบครัวเสียหาย ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปฝึกงานตามแผนการเรียน และอาจจะต้องหยุดเรียนชั่วคราว เนื่องจากความไม่สะดวกในการเดินทาง รวมทั้งต้องนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นก่อน โดยนักศึกษาทั้งหมดกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

รมช.ศธ. กล่าวแสดงความห่วงใย ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ จึงต้องการมาให้กำลังใจและช่วยเหลือฟื้นฟูสถานศึกษาและประชาชนที่ประสบอุทกภัย ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ที่มาพบในวันนี้ พร้อมขอขอบคุณที่ช่วยสะท้อนปัญหาด้านการศึกษา

ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะพยายามหาช่องทางช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด ควบคู่กับความช่วยเหลือของรัฐบาล และจะประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้นักศึกษาของทั้งสองสถาบันการศึกษากว่า 200 คน ได้ไปฝึกงานตามระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่กระทบต่อการเรียนและจบการศึกษาตามแผนการเรียน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลให้เสียโอกาสในการมีงานทำในสถานประกอบการได้

“ขอฝากไปยังประชาชนชาวอุบลราชธานี ที่ได้รับความเดือดร้อน​ จากเหตุน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน เรือกสวนไร่นา และพื้นที่การเกษตร รัฐบาลโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกคน มีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนเป็นอย่างดี โดยจะรวบรวมปัญหาในวันนี้ นำไปหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขให้ครบถ้วนในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุดต่อไป ในนามของกระทรวงศึกษาธิการมีความยินดีที่จะรับฟังทุกปัญหา ขอให้สะท้อนตรงไปที่กระทรวงศึกษาธิการได้เลย เพื่อที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาชาติร่วมกัน” รมช.ศธ.กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม. 5 รวบแก๊ง​ค้ามนุษย์ 2 ราย บุกช่วยเหยื่อร้านคาราโอเกะ ย่านเชียงใหม่

วันนี้​ วันศุกร์ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อมด้วยพล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ. วิฑูรย์ เดโช ผกก.สส.บก.ตม.5 ร่วมแถลงข่าว ตม.5​ บูรณาการร่วมฯ บุกช่วยเหยื่อค้ามนุษย์ร้านคาราโอเกะ ย่านเชียงใหม่

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.5 ได้รับการประสานจากคณะทำงานปราบปรามการละเมิดเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) ได้รับการร้องเรียน มีสถานประกอบกิจการร้านคาราโอเกะ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิด ในพื้นที่ สภ.สันกำแพง มีเด็กสาวนั่งดริ๊งค์อายุไม่เกิน 18 ปี (ไม่ทราบสัญชาติ) คอยนั่งให้บริการแก่ลูกค้า แต่งตัวยั่วยวนทางเพศ ซึ่งลูกค้าสามารถแตะเนื้อต้องตัวเด็กสาวดังกล่าวได้ (กระทำอนาจาร/กอด จูบ ลูบคลำ) ซึ่งทางร้านเองก็ได้รับประโยชน์ (รายได้/ตัวเงิน) จากการที่เด็กให้บริการนั่งดื่มกับลูกค้า และจากการที่ร้านค้าแสวงหาประโยชน์ทางเพศกับเด็กในรูปแบบดังกล่าว (ค่าดริ๊งค์ เด็กได้ส่วนหนึ่ง ทางร้านได้ส่วนหนึ่ง)

ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.5, กก.4 บก.สส.ภ.5, สภ.สันกำแพง และคณะทำงานปราบปรามการละเมิดเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) ได้ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ทราบโดยเข้าไปติดตามเฟชบุ๊ก,ไลน์ และสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทราบว่าบุคคลที่แสดงตัวว่าเป็นพนักงานในร้านลูกน้ำคาราโอเกะ และ ร้านเมย์&มิ้น คาราโอเกะ นั้น เป็นเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี

โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.ตม.5, กก.4 บก.สส.ภ.5, สภ.สันกำแพง,คณะทำงานปราบปรามการละเมิดเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC), เจ้าหน้าที่องค์กรเอกชน (NGO) และทีมสหวิชาชีพ ได้ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมสถานประกอบการดังกล่าวข้างต้น พบเด็กสาวที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ร้านลูกน้ำคาราโอเกะ 3 คน ร้านเมย์&มิ้นคาราโอเกะ 1 คน

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในทางเพศในรูปแบบให้บริการทางอนาจาร กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าแต่ยังไม่ถึงสิบแปดปี ชักจูง ส่งเสริม ยินยอมให้เด็ก ประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด อันมีลักษณะเป็นการลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด และเป็นนายจ้างรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์เข้าทำงานในสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครนายก พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลฯ

วัดพราหมณี พระอารามหลวง จังหวัดนแครนายก จัดพิธีพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พุทธศักราช 2562

ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดพราหมณี พระอารามหลวง จังหวัดนครนายก นางสาวปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก พระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก เป็นประธานสงฆ์ ในพิธีพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัย มงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ์

โดยทางวัดพราหมณี พระอารามหลวง ได้กำหนดให้มีการจัดพิธีทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน ในเวลา 16.00 น. พร้อมมีหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน เข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก

ด้วยมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มีมติ เห็นชอบกำหนดวันจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลฯ วันที่ 28 ของทุกเดือน ในเวลา 16.00 น. เพื่อให้พระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกรูป และวัดทุกวัดในราชอาณาจักรและในประเทศต่างๆทั่วโลกประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลฯ ในช่วงวันดังกล่าวแต่ละครั้งตามความเหมาะสม

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปราจีนบุรี-มูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรีจัดงานเทศกาลถือศีลกินเจ

วันที่ 28 กันยายน 2562 นางจินตนันท์ สดศรีสุวรรณ ประธานมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ปราจีนบุรี ได้เปิดเทศกาลถือศีล-กินเจ ประจำปี 2562 โดยมีการอัญเชิญทวยเทพ และจัดขบวนแห่ไปรอบเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี รวมถึงขบวนกระเช้าดอกไม้ที่มีการแต่งกายสวยงาม ขบวนมังกรทอง สิงโตกวางตุ้ง และตลอดเส้นทางได้มีร้านค้า และประชาชนตั้งโต๊ะบูชาที่หน้าบ้าน เพื่อขอรับพรอันศักดิ์สิทธิ์จากคณะทรงองค์เทพโป๊ยเซียนโจ้วซือ

และในช่วงเย็นได้มีการประกอบพิธีรับเทพเจ้าดาวนพเคราะห์ทั้งเก้า โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย จากนั้นจึงได้ประกอบพิธีการขึ้นเสาโกเต็ง ที่เป็นสัญลักษณ์ถึงการเข้าสู่เทศกาลกินเจอย่างเป็นทางการ ก่อนที่คณะผู้ใจบุญและประธานมูลนิธิฯ ได้อัญเชิญกระถางธูปเข้าวางภายในวิหารเซียนซือ

สำหรับบรรยากาศภายในศาลาเอนกประสงค์ที่มีการจัดให้มีการแจกจ่ายอาหารเจ เพื่อให้ผู้ที่ร่วมถือศีลกินเจ ได้มารับประทานอาหารฟรีตลอดเทศกาล ก็มีประชาชนชาวไทยมาร่วมรับประทานอาหารกันอย่างคับคั่ง พร้อมทั้งมีคณะผู้ใจบุญนำเครื่องดื่ม ขนมหวานมาสนับสนุนในทุกๆวัน และในคืนนี้ยังมีการแสดงสิงโต และมังกร ประชาชนให้ความสนใจชมกันอย่างคับคั่ง

นางจินตนันท์ สดศรีสุวรรณ ประธานมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ปราจีนบุรี ประธานการจัดงานถือศีลกินเจ กล่าวว่า ชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยทั้งประเทศ ร่วมกันตั้งใจทำความดี ถือศีลกินเจ งดเว้นการกินเนื้อสัตว์ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต และเพื่อเป็นการฟื้นฟูขนบ ธรรมเนียมประเพณีที่เก่าแก่และยาวนาน ของพี่น้องชาวไทย-จีน และสำหรับในช่วงค่ำคืนของทุกวันจะมีการประกอบพิธีเดินธูปเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ขอเชิญชวนชาวปราจีนบุรีเข้ามาร่วมในพิธีได้ทุกวันตลอดเทศกาลกินเจ ที่มูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ปราจีนบุรี

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ตม.จว.มุกดาหาร จับกุมคนลาว อยู่เกิน (Overstay) จำนวน 16 วัน

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหารภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม. จว. มุกดา หาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล พ.ต.ท.อุดร. ชาวแขก สว.ตม.จว. มุกดา หาร บก.ตม.4 เจ้าพนักงานตำรวจที่จับ ว่าที่ ร.ต.ต.จิรภัทร อินทะเนน รอง สว.ตม.จว.มุกดาหาร, ด.ต.กานตพงศ์ บุดดีวัน และ ด.ต.ยุทธพล เศษสุวรรณ ผบ.หมู่ ตม.จว.มุกดาหาร

ได้ทำการจับกุม MRS.MOUKDAOVYอายุ 20 ปี สัญชาติ ลาว ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” สถานที่จับกุม บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

พฤติการณ์ในการจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณจุดตรวจสะพานมิตรภาพ 2 ผู้ถูกจับได้ยื่นหนังสือเดิน ทาง แสดงต่อร.ต.อ.โสภณ ศิลารัตน์ รอง สว.ตม.จว. มุกดาหาร พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำช่องตรวจ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจอนุญาตตามระเบียบพิธีการเข้าเมือง

จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางดังกล่าวพบว่าผู้ถูกจับได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 (27 APR 2019) โดยได้รับการตรวจลงตราประเภท NON-RE ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 12 กันยายน 2562 (12 SEP 2019) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร # สภ.เมืองมุกดาหาร รวบ 3หนุ่มขณะตั้งวงเสพยา

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 20.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหารฯ ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานตำรวจชุดปราบปรามอบายมุขและยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร มี พ.ต.ต.ทรงฤทธิ์ ดวงคำ สว.ฯ,ร.ต.อ.เศรษฐพงศ์ วิชาหา รอง สว.ฯ, ร.ต.อ. มรกต ไชยหาญ รอง สว.ฯ, ร.ต.อ.ปฏิ เพียรภายลุน รอง สว.ฯ พร้อมพวก ให้ร่วมกันออกสืบสวนหาข่าวผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ แล้วได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา คือ

  1. นายชลธวัฒน์ หรือ ปอย ประชุมรักษ์ อายุ 28 ปี ที่อยู่ 41/5 ถ.ดำรงค์มุกดา ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
  2. นายเทพพิทักษ์ หรือ เต้ อุดมกัน อายุ 23 ปี ที่อยู่ 6 ซ.ตาดแคน 17 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
  3. นายธัญธร หรือ ช่อน กัลยารัตน์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ 74/9 ถ.วงค์คำพา ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

พร้อมด้วยของกลาง คือยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือ เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 209 เม็ด, ยาไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีน)น้ำหนักประมาณ 0.5 กรัม, สำเนารายการโอนเงินสด สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตร เอทีเอ็ม และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า หรือ เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า หรือ เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย

โดยเหตุเกิดที่ บริเวณลานจอดรถ โรงแรมมุกธารา ถ.พิทักษ์พนมเขต ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวนขยายผลหาแหล่งที่มาของยาบ้าว่ารับมาจากที่ได และดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี. หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน