มุกดาหาร # ตชด.234 มุกดาหาร รวบวัยรุ่นค้ายานรก 196 เม็ด

          เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 06.00 น. ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 มุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.เทิดฤทธิ์ สุวรรณประทัง ผบ.ร้อย ตชด.234 สั่งการให้ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ศรีค้อ หน.ชุด ชปข ร้อย ตชด .234 พร้อมพวกรวม 8 นาย,และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำมุกดาหาร ร่วมกันจับกุม นายพันธรัตน์ สุขรี่ อายุ 21 ปี ที่อยู่ 143 หมู่ที่ 8 ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดคลอไรด์) ชนิดสีส้ม ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งปรากฎตัวอักษร “WY”อีกด้านหนึ่งเรียบ จำนวน 194 เม็ด และชนิดสีเขียว ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งปรากฎตัวอักษร “Y๑” อีกด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษร “A”จำนวน 2 เม็ด รวมของกลางยาบ้าจำนวน 196 เม็ด

         โดยกล่าวหาว่า 1.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิด กฏหมาย สถานที่เกิดเหตุ ถนนดินข้าง รพ.สต.หนองไผ่ ห่างจากถนนสายบ้านผึ่งแดด – บ้านหนองไผ่ ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 100 ม. ท้องที่บ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 8 ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.ผึ่งแดด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง – บางแค อย่างเป็นทางการ ย้ำ รฟม. ดูแลผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการให้ได้รับความสะดวก

          วันนี้ (30 ก.ย 62) เวลา 10.00 น. ณ สถานีท่าพระ – สถานีวัดมังกร กรุงเทพมหานคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นาย   อนุทิน   ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  โดยมีนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ  ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน

          โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค และช่วงเตาปูน – ท่าพระ เป็นโครงการรถไฟฟ้าที่ก่อสร้างเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ไปฝั่งธนบุรี เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ทำให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และตรงเวลายิ่งขึ้น ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย  มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 27 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงหัวลำโพง – บางแค เชื่อมจากสถานีหัวลำโพงไปยังสถานีหลักสอง โดยสิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษก ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร มีโครงสร้างทางวิ่งแบบยกระดับและแบบใต้ดิน มีจำนวนสถานี 11 สถานี โดยเส้นทางระหว่างสถานีสนามไชยและสถานีอิสรภาพ จะลอดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร และอยู่ใต้ระดับท้องแม่น้ำประมาณ 10 เมตร

          นอกจากนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค มีแนวเส้นทางผ่านสถานีสำคัญในใจกลางกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี มีการออกแบบก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฯ ให้มีความกลมกลืนกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาและสัญลักษณ์เชิงพื้นที่ เช่น  สถานีวัดมังกรมีการออกแบบสถาปัตยกรรมจีนมาผสมผสานกับรูปแบบยุโรป หรือเรียกว่าสไตล์ชิโนโปรตุกิส สอดคล้องก​ั​บวิถีชีวิต วิถีการค้าชาวจีน สภาพแวดล้อมโดยรอบ

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดให้บริการรถไฟฟ้าความตอนหนึ่งว่า รัฐบาลได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี โดยมีเป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน จึงจำเป็นจะต้องดำเนินการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกันในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่ง อันเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เพื่อให้สามารถรองรับการขนส่งและการเดินทางหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ รวมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในเขตเมือง โดยพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่พี่น้องประชาชน

         นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน จะช่วยเติมเต็มทุกพื้นที่ต้องอาศัยความเข้าใจทุกภาคส่วนขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนกระทรวงคมนาคมและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งรัดดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายให้แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้ในวันนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย   ทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ

          จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเปิดโครงการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแคอย่างเป็นทางการพร้อมโดยสารรถไฟฟ้าจากสถานีท่าพระไปยังสถานีวัดมังกร  และเดินเยี่ยมชมบริเวณถนนเยาวราช ซึ่งมีการจำหน่ายอาหารในเทศกาลกินเจ โดยนายกรัฐมนตรี ทักทายให้กำลังใจประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และกล่าวอวยพรให้ค้าขายดี และเดินทางต่อไปยังวัดมังกรกมลาวาส  เข้ากราบนมัสการพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระประทานในอุโบสถ  และ นมัสการพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต เสร็จภารกิจเดินทางกลับ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรีอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม สะอาดทั้งร่างกายและจิตใจช่วงเทศกาลกินเจ

          พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ ‪29 กันยายน – 7 ตุลาคม 2562‬ ว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างบุญ สร้างกุศล จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมรักษาศีล เจริญภาวนา ปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาตามวิถีปฏิบัติที่ดีงาม และที่สำคัญร่วมกันทำความดีด้วยหัวใจ ซึ่งช่วงเทศกาลดังกล่าว คงไม่ใช่เพียงการไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ“การถือศีลกินเจ เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาช่วยกันทำเพื่อตัวเอง ชำระร่างกายและจิตใจของเราด้วยการกินเจ ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้า ช่วยกันรักษาคุณภาพสินค้า ทั้งผัก ผลไม้ และอาหารปรุงสำเร็จ  ให้ราคาเป็นตามกลไกตลาดตามปกติ อย่าขึ้นราคาในช่วงดังกล่าว และขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

เจ้าหน้าที่เทศกิจ “เขตพระนคร” ลุยตรวจ “ผู้ค้า” กวดขันวินัยเข้ม บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร

          วันพุธที่ 25 กันยายน​ 2562 เวลา 15:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมาย​ให้​ ว่าที่ร้อยตรี​ ฤทธิพันธ์​ นันทศุภกร​ “ผู้​ช่วยผู้อำนวยการ​เขตพระนคร” สั่งการให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” และ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ ลงพื้นที่ ตรวจสอบ​ความเรียบร้อยกวดขันวินัยผู้ค้า บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถนนดินสอ เขตพระนคร กทม.

          ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้เพื่อเน้นย้ำการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ กทม” พร้อมทั้ง เน้นย้ำการปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ในเรื่องการรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง.. NOW ทำจริง เห็นผลจริง …

#สำนักงานเขตพระนคร #เทศกิจ_เขตพระนคร #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #กวดขันวินัย #ผู้ค้า #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร #ถนนดินสอ #เขตพระนคร #NOW_ทำจริง_เห็น​ผลจริง​


ภาพ/ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ตชด.223 เตรียมความพร้อมภารกิจ ในโอกาส ผบช.สตม.เดินทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.อุบลราชธานี

ตชด.223 เตรียมความพร้อมภารกิจ ในโอกาส ผบช.สตม.เดินทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.อุบลราชธานี

          เมื่อวันที่​ 29​ ก.ย.62​ เวลา​ 08.30 น.​ : พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายให้ พ.ต.ท.รัชพงษ์ จันทชิด ผบ.ร้อย ตชด.223 จัดกำลังพล 70 นาย โดยมี ร.ต.อ.สันชัย สำอาง รอง ผบ.ร้อย ตชด.223 เป็น หน.ชุด สนับสนุนภารกิจ ในโอกาสที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เดินทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ดังนี้​ จุดที่ 1.วัดหนองป่าพงษ์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จุดที่ 2.รร.อนุบาลปัญญานุกูล จ.อุบลราชธานี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำนักวิจัยเก็บข้อมูล ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

          สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะและศักยภาพสำหรับนักวิจัยในการวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของเมืองท่องเที่ยวในประเทศอินโดนีเซีย​ (เกาะบาหลี)” ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน 2562

          นางสาว อนงค์วดี จีระบุตร กรรมการและประชาสัมพันธ์ สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21-23 กันยายน ที่ผ่านมาได้ร่วมเดินทางกับ ดร. ณัฐนภรณ์ เอกนาราจินดาวัฒน์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ พร้อมด้วยกรรมการ และสมาชิกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย จำนวน 30 คน เดินทางไปเก็บข้อมูล ณ เกาะบาหลี ประเทศอินอินโดนีเซีย เนื่องจากเกาะบาหลีได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียเป็นส่วนใหญ่ เช่น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ รามายณะ

          ตลอดจนอักษรและภาษาล้วนมากจากอินเดีย จนรวมเป็นวัฒนธรรมประจำถิ่น และยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น โดรนในการรักษาความปลอดภัย ศูนย์ดิจิตอล แก็สโซลีน GPS Taxi ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียง รวมถึงมีการพ้ฒนาถนนเพื่อการเดินทางที่สะดวก สถานที่จอดรถ และร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกและอาหารพื้นเมือง และการกำหนดการเดินทางของทัวร์ เพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อให้นักวิจัยได้มีความรู้ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลในต่างประเทศ และได้ประเด็นในการเขียนบทความวิจัยเชิงคุณภาพและพัฒนาศักยภาพการตีความ

          จากข้อมูลเชิงคุณภาพที่เป็นปรากฏการณ์ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย วาทกรรม ฯลฯ ให้ถูกต้องตามหลักการประกอบสร้างและรังสรรค์วิทยา และยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้วิธีในการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลยุทธ์ในการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพ และรวบรวมประเด็นได้อย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาที่จำกัดโดยมี รศ.ดร.โยธิน แสวงดี แห่งมหาวิยาลัยมหิดล เป็นวิทยากรร่วมเดินทางและให้คำแนะนำแก่คณะนักวิจัยตลอดการเดินทาง

          โดยสมาคมนักวิจัยฯ ได้จัดกิจกรรมในการมีส่วนร่วมของสมาชิกอย่างต่อเนื่องเสมอมา จึงขอเชิญชวนให้ผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย ได้ที่ เบอร์โทร. 025-790787 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.ar.or.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอู๊ด” พร้อมคณะนักศีกษาหลักสูตร ปปร.23 สถาบันพระปกเกล้า ร่วมแบ่งฝัน ปันรักให้น้อง โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล

          วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 29 กันยายน​.2562 เวลา 10.30 น. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รอง ผบก.กฝ.ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี

          และคณะหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 23 (ปปร.23) นำข้าราชการตำรวจ สังกัด สตม.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตม.จ.อุบลราชธานี เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ของใช้ที่จำเป็น และเงินสนับสนุน ให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ณ โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล ถนนคลังอาวุธ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมี นายมีเกียรติ นาสมตรึก ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ​ พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ

          โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2530 ในปัจจุบันนี้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ปัญหาทางด้านการเรียนรู้ ปัญหาทางด้านพัฒนาการล่าช้า และออทิสติก เป็นโรงเรียนรับนักเรียนอยู่ประจำโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยโรงเรียนมีสวัสดิการอาหารให้วันละ 3 มื้อและมีเสื้อผ้าให้ปีละ 3 ชุด ต่อคน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 408 คน

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านมีเกียรติฯ ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู ที่ช่วยกันดูแลเอาใจใส่เด็กๆเป็นอย่างดี ในวันนี้ตน และเพื่อนๆหลักสูตร ปปร.23 ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของหลายคนที่เห็นอกเห็นใจทุกท่าน จึงได้รวบรวมเงินจากผู้ใหญ่ใจดีในหลายภาคส่วนมาสนับสนุนกิจการของโรงเรียน​ และช่วยเหลือเด็กๆ โดยหวังว่า สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับน้องๆนักเรียน ในตอนท้าย ได้กล่าวถึงผู้ปกครองของเด็กๆที่มาในวันนี้ด้วยว่า อย่าท้อถอย ขอให้มีกำลังใจที่จะสู้ และอยู่ดูแลลูกหลานต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปธ.กต.ตร.สน.นางเลิ้ง​ จัดกิจกรรมล่องเรือไหว้พระ 9 วัด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

         เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.ณ​ ร้านอาหารยกยอ​ ท่าดินแดง​ กทม. : นายมนูญ พุฒทอง ประธานกต.ตร.สน. นางเลิ้ง ได้รับเกียรติ​ให้เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมล่องเรือไหว้พระ 9 วัด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีแขกผู้มีเกียรติหลายท่าน​ สื่อมวลชนหลายแขนง​ ที่มาร่วมกิจกรรมงานบุญ

          ซึ่งภายในงานได้มีวิทยากรคอยให้ความรู้เกี่ยวกับ วิถีชีวิตความเป็นมาของชุมชนต่างๆ​ ที่อยู่ใกล้วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งในกรุงเทพฯ​และ​ปริมณฑล​ สถานที่สำคัญๆ พร้อมกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามโบราณสถานภายในวัดต่างๆ กิจกรรมนี้นอกจากจะได้อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มกายแล้ว ยังได้ความรู้ และได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ กับผู้แสวงบุญในครั้งนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรีส่งเสริมเด็กและเยาวชน คิดค้น สร้างสรรค์ นำเสนอผลงานที่นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศเพื่อเข้าสู่แนวทางการพัฒนาตามไทยแลนด์ 4.0

          วันนี้ (1 ตุลาคม 2562) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และผู้ประกอบการที่ได้รับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยอุทยานวิทยาศาสตร์

          นาย สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นำคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอผลงาน และผลงานที่ประสบความสำเร็จจากการบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Technology Business Incubation: TBI) อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ

          โอกาสนี้ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้คัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่น จากอุทยานวิทยาศาสตร์ 7 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 1) บริษัท ทิวา อินโนเวท จำกัด จากสถาบันบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 2) ทีม NU Bio Bags จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร 3) หจก.ปลาส้มไร้ก้างแม่ทองปอน จากสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยพะเยา 4) กมล อินดิโก จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 5) บริษัท ไทรส์ อีทีซี จำกัด จากโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 6) บริษัท ธนพร ไรซ์มิลล์ จำกัด จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และ 7) ทีม ReCute จากอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานที่มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถต่อยอดธุรกิจ ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน และยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เข้าแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ

          โดยนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ อาทิ ถุงพลาสติกย่อยสลายได้จากกากกาแฟ สีย้อมผ้าจากธรรมชาติใบฮ่อม พร้อมให้ข้อเสนอแนะว่า ให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงขั้นตอนการผลิต แปรรูป ตามความต้องการของตลาด พร้อมยกระดับสินค้า นำภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สินค้ามีมาตรฐาน

          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่ร่วมขับเคลื่อน สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่มีพรสวรรค์ โดยส่งเสริมให้คิดค้น สร้างสรรค์ นำเสนอผลงานที่นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศเพื่อเข้าสู่แนวทางการพัฒนาตามไทยแลนด์ 4.0

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรี สั่งการผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดการปัญหาสถานการณ์ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 และเร่งสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัย

          ณ ตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมสั่งการทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดจังทั่วประเทศกรณีการจัดการปัญหาอุทกภัยและรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ GISTDA กระทรวงคมนาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมอุตุนิยมวิทยา กรมควบคุมมลพิษ เข้าร่วมหารือด้วย

          ภายหลังการประชุมฯ ศ.ดร.นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานสรุปสถานการณ์ PM2.5 ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงปลายปี – ต้นปี ( 19 พ.ย.61- 30 เม.ย.62) พบมีค่าเกินมาตรฐาน และปัจจุบัน พบค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2562 สาเหตุมาจากความกดอากาศแผ่ลงมาจากภาคเหนือส่งผลให้อากาศนิ่ง ลมสงบ ทำให้ฝุ่นละอองสะสม รวมทั้งการใช้รถยนต์ที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

          อย่างไรก็ตามค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่สูงดังกล่าวยังไม่ได้สูงมากถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  โดยช่วงบ่ายของวันนี้ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เริ่มลดลงหลายพื้นที่แล้ว เนื่องจากมวลอากาศเริ่มแผ่วเบาประกอบกับมีมรสุมจะทำให้มวลอากาศต่ำหรือมวลอากาศร้อนเข้ามาทำให้มีลมไปดันค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ขึ้นไปชั้นบรรยากาศ ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 20 ของพื้นที่ ลักษณะเช่นนี้ จะทำให้ปริมาณ PM 2.5 ที่สะสมในบรรยากาศลดลง ซึ่งสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากยานพาหนะที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ก็จะมีการแก้ไขปัญหาให้เป็นตามมาตรการที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปปฏิบัติโดยจะมีการนำแผนปฏิบัติฯ เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

          โดยการประชุมวันนี้เป็นไปตามแผนในมาตรการที่ 1 ในช่วงของการดำเนินการก่อนวิกฤติ โดยการประชุมชี้แจงเตรียมการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ควบคุมพื้นที่ ควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ ซึ่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่านายกรัฐมนตรี ได้เน้นให้เข้มงวดในการตรวจจับรถยนต์และรถโดยสารสาธารณะที่ปล่อยควันดำที่ส่งผลให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 โดยหากตรวจพบว่าไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็จะให้หยุดวิ่งจนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้จึงให้มาวิ่งได้เช่นเดิม และให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนเพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ควรมีการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกหรือกลางแจ้ง หรืออยู่ที่พื้นที่ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานและเป็นพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งให้งดการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงนี้ ขณะเดียวกัน ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหาสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ที่จะส่งผลกระทบให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ด้วย โดยขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้นโดยลำดับ

          สำหรับสถานการณ์น้ำและการแก้ปัญหาอุทกภัยและการฟื้นฟูเยียวยานั้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วทั้ง 32 พื้นที่ โดยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษภายในปลายสัปดาห์นี้คาดว่าน้ำที่ท่วมขังอยู่ทั้ง 2 จังหวัดจะลดลงเท่ากับระดับตลิ่ง ส่วนบางจุดที่ยังท่วมขังอยู่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกโดยเร็ว รวมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่เพื่อจะได้ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อเร่งให้ช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยาประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก