ข้าว ซี.พี.- ผู้ผลิตข้าวตราฉัตร ชูจุดแข็ง ระบบการปลูกข้าวยั่งยืน พร้อมผลักดันข้าวคุณภาพระดับโลก

ข้าว ซี.พี.- ผู้ผลิตข้าวตราฉัตร ชูจุดแข็งระบบการปลูกข้าวยั่งยืน พร้อมผลักดันข้าวคุณภาพระดับโลก สอดรับมาตรฐาน SRP-The Sustainable Rice Platform ภายในงานประชุมและนิทรรศการข้าวเพื่อความยั่งยืน ครั้งที่ 2 (2nd Global Sustainable Rice Conference and Exhibition 2019)

          ข้าว ซี.พี.-ข้าวตราฉัตร ร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment-UNEP) และสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (IRRI) ดึงจุดแข็งระบบการปลูกข้าวยั่งยืนของบริษัทฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมการปลูกข้าว ที่ทำร่วมกับภาครัฐ ภาคเกษตรกร และภาคประชาชน มากว่า 10 ปี ทั่วประเทศ ทำให้ตอนนี้ มีพื้นที่เข้าร่วมในโครงการฯ กว่า 301,325 ไร่ และมีเกษตรกรสมาชิก รวมทั้งสิ้น 12,178 ราย

          ข้าวตราฉัตรจึงได้จับมือร่วมกับ 2 ภาคีเครือข่ายใหญ่ ร่วมกันผลักดันข้าวคุณภาพระดับโลก เพื่อสอดรับมาตรฐาน SRP-The Sustainable Rice Platform คือการขับเคลื่อนการเกษตรยั่งยืน (Driving To Sustainable Rice System) ด้วยการบริหารจัดการระบบการผลิตข้าว โดยคำนึงถึงระบบนิเวศ ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมในไร่นา ผสมผสานการตลาด จนพัฒนานำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ของเกษตรกรสมาชิก ซึ่งข้าวตราฉัตรถือเป็นแบรนด์ข้าวคนไทยแบรนด์เดียว ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในโครงการ SRP-The Sustainable Rice Platform

         นายสุรชัย ชัยชนะสิทธิการ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด (ข้าวตราฉัตร) กล่าวว่า ข้าวตราฉัตร มุ่งมั่น ให้ความสำคัญเรื่องพัฒนาคุณภาพข้าวไทย ไปพร้อมๆ กับการเพิ่มขีดความสามารถให้กับเกษตรกรไทยมาโดยตลอด เพื่อทำให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถบริหารจัดการระบบการผลิตข้าวไทยที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ได้วัตถุดิบข้าวที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นตามมา และบริษัทฯ จะเป็นแหล่งตลาดให้กับเกษตรกรสมาชิก รับซื้อข้าวเปลือกคืนจากเกษตรกรสมาชิก ทำให้มั่นใจได้ว่าข้าวที่ปลูกมา จะมีตลาดรองรับที่แน่นอน ผ่านในรูปแบบของโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวของบริษัทฯ ซึ่งดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร อาทิ ภาครัฐ ภาคเกษตรกรสมาชิก และภาคประชาชน ร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน GAP มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีกับความสำเร็จของโครงการฯ รวมพื้นที่กว่า 301,325 ไร่ ทั่วประเทศ และมีเกษตรกรสมาชิกเข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 12,178 ราย

          รูปแบบระบบการเกษตรแบบยั่งยืน (Sustainable Agriculture) คือการทำการเกษตรที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม ความสมดุลของสภาพธรรมชาติ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ หนึ่ง เกษตรผสมผสาน (Integrated Farming) เป็นการผลิตที่มากกว่าสองกิจกรรมขึ้นไป

          ในเวลาเดียวกัน กิจกรรมทั้งสองนี้จะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น จากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดินที่มีจำกัดในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอง เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) เป็นการผลิตที่ไม่ใช้สารอนินทรีย์เคมี หรือเคมีสังเคราะห์ แต่สามารถใช้อินทรีย์เคมีได้ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ทรัพยากรดิน สร้างความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) ให้แก่ผู้บริโภค

         สาม เกษตรธรรมชาติ (Natural Farming) เป็นการทำเกษตรที่ไม่รบกวนธรรมชาติ หรือรบกวนให้น้อยที่สุด ไม่ไถพรวน ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และไม่กำจัดวัชพืช แต่สามารถคลุมดิน และใช้ปุ๋ยพืชสดได้ จะช่วยฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ (Rehabiltation Of Ecological Balance) และลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก สี่ เกษตรทฤษฎีใหม่ (New Theory Agriculture) เป็นการจัดการทรัพยากรน้ำในไร่นาให้เพียงพอ เพื่อผลิตพืชอาหาร โดยเฉพาะข้าวเอาไว้บริโภคในครัวเรือน รวมถึงการผลิตอื่นๆ เพื่อบริโภค และจำหน่ายส่วนที่เหลือแก่ตลาด เพื่อสร้างรายได้อย่างพอเพียง จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียงระดับครัวเรือน และ ห้า วนเกษตร (Agroforesty) เป็นการเน้นมีต้นไม้ใหญ่ และพืชเศรษฐกิจหลายระดับที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ป่าไม้ของพืชหรือสัตว์ชนิดต่างๆ ที่เกื้อกูลกัน อีกทั้งเป็นการเพิ่มพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้ที่มีจำกัดได้อีกทาง จะช่วยให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) อีกด้วย

          ซึ่งระบบการเกษตรแบบยั่งยืนของบริษัทฯ ได้มีการยึดหลักตามแนวทางมาตรฐาน SRP มาประยุกต์ใช้แบบผสมผสานทุกรูปแบบ มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการผลิตข้าว ที่คำนึงถึงความสมดุลของระบบนิเวศในแต่ละพื้นที่ส่งเสริมเพาะปลูก มีมาตรการช่วยฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรในไร่นาและสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างความอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยระบบการผลิตที่เหมาะสม (Appropriate Production System) นอกจากนี้ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรสมาชิกและคนในชุมชนที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นสิ่งที่เราตระหนักและให้ความสำคัญมาตลอด

          การขับเคลื่อนการเกษตรยั่งยืนของข้าวตราฉัตร (Diving To Sustainable Rice System) ถือเป็นภารกิจหลักอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาคุณภาพข้าวไทย เพราะระบบการเกษตรแบบยั่งยืน จะสมบูรณ์ได้ ต้องทำให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้ นำไปปฏิบัติได้จริง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทรัพยากรในไร่นาและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

การ์ตูนเน็ทเวิร์ค อเมโซนจับมือช้อปปี้ เปิดตัวเทศกาลช้อป O2O ครั้งแรก จัดฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง วันเดียวเท่านั้น

         การ์ตูนเน็ทเวิร์คอเมโซน ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ห่างจากเมืองพัทยา 15 กม. สวนน้ำธีมการ์ตูนเน็ทเวิร์คแห่งแรกของโลก ผู้ชนะรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประจำปี 2562 ร่วมมือกับ ช้อปปี้ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน

          จัดงานเทศกาลช้อปปิ้งในรูปแบบ O2O (Online to Offline) ประจำปี ขึ้นเป็นครั้งแรก ดึงร้านค้าถึง 400 ร้านค้า บนแอพช้อปปี้ ในโลกออนไลน์มาเอาใจขาช้อปบนโลกออฟไลน์ พรั่งพร้อมด้วยโปรโมชั่นลดกระหน่ำ ร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง การแสดงจากศิลปินชื่อดังของไทย Thaitay All Star นำโดย ขันและเดย์ ไทเทนี่ยม, NICECNX, Sir Poppa, BIG CALO และ DJAYBUDDHA และกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย ในวันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม 2562 เพียงวันเดียวเท่านั้น นับเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งจากความร่วมมือกันของภาคการท่องเที่ยวและอีคอมเมิร์ซเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและตลาดเอเชีย ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปราจีนบุรี-สุดเศร้า บุรุษไปรษณีย์ขี่รถคู่ใจ ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ดับคาที่ ขณะส่งจดหมายให้ลูกค้า

https://youtu.be/TXP2sncGilE

          วันที่ 3 ตุลาคม 2562 ร.ต.ท.วงศธร มรรคนันท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี ว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บริเวณหน้าแฟลตตำรวจอำเภอเมืองปราจีนบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อร่วมชันสูตร

          ในที่เกิดเหตุดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1กญ 9233 ปราจีนบุรี พุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกยางมะตอยมาเต็มคัน ที่จอดอยู่บริเวณข้างทาง โดยมีผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จากการตรวจสอบพบว่าสวมใส่ชุดไปรษณีย์ และเป็นรถสำหรับส่งไปรษณีย์ตามหมู่บ้าน เสียชีวิตในลักษณะคร่อมอยู่กับรถจักรยานยนต์ ตัวหงายมาด้านหลัง มีบาดแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณคางไปจนถึงไหล่ซ้าย หมวกกันน็อคกระเด็นไปอยู่บนเกาะกลางถนน ทราบชื่อต่อมา นายวรวิทย์ ช่างกลึง อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 9 ต.คำโตนด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์อยู่ที่สาขาอำเภอเมืองปราจีนบุรี

         สำหรับรถคู่กรณีเป็นรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ 500 สีขาว หมายเลขทะเบียนส่วนหัว 85-9741 สระบุรี ส่วนพ่วงหมายเลขทะเบียน 85-9738 สระบุรี มีนายทวี วงษ์หาแทน อายุ 30 ปี เป็นคนขับขี่ อ้างว่าตนเองบรรทุกยางมะตอยมาจากจังหวัดสระบุรี เพื่อมาลงที่เมืองปราจีนบุรี ซึ่งตนเองได้จอดรอลงอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้า

          ต่อมา ร้อยโทวิชัย ช่างกลึง บิดาของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาดูร่างลูกชายที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแฟนสาว และเพื่อนร่วมงาน โดยพ่อของผู้ตายบอกว่า ลูกชายของตนเองทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์มาปีกว่าแล้ว แต่สายตาไม่ค่อยดีนัก ต้องใส่แว่นอยู่ตลอด ช่วงเกิดเหตุอาจมองไม่ชัดว่ารถจอดอยู่ อย่างไรแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และญาติของผู้เสียชีวิตได้สอบสวนอย่างละเอียดต่อไป

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สิงคโปร์ พร้อมกระชับความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ และสนับสนุนบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียน

          วันนี้ (3 ตุลาคม 2562) เวลา 09.30 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเควิน ฉ็อก (H.E. Mr. Kevin Cheok) เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

         นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีที่ออท.สิงคโปร์มารับตำแหน่งที่ประเทศไทย เชื่อมั่นว่าออท. สิงคโปร์จะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มพูนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานของสิงคโปร์ในทุกด้าน พร้อมฝากความชื่นชมนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ที่ได้รับรางวัลรัฐบุรุษโลก (World Statesman Award) ประจำปี 2019 แสดงถึงการยอมรับต่อความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีขอบคุณสิงคโปร์ที่เป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยมาโดยตลอด พร้อมเชิญชวนให้สิงคโปร์มาลงทุนในเขต EEC และเขตนวัตกรรม EECi รวมทั้งด้านการบิน EECA โดยขอให้หารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางในการร่วมมือกันต่อไป

          ออท.สิงคโปร์ ย้ำว่าไทยเป็นมิตรที่สำคัญและแน่นแฟ้นของสิงคโปร์มายาวนาน โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้สิงคโปร์เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจและดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศ โดยออท.สิงคโปร์แสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรีในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และหวังว่าการเจรจา RCEP จะบรรลุผลสำเร็จภายในปีนี้ นอกจากนี้ ออท. สิงคโปร์ยังแสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สนับสนุนสิงคโปร์ในด้านการฝึกและการส่งกำลังบำรุงซึ่งกันและกันของกองทัพอากาศ

         ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับความท้าทายจากการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเห็นพ้องว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในรูปแบบของภาวะภัยแล้ง น้ำท่วมและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งมีผลต่ออนาคตของประเทศและภูมิภาค เป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนและทุกประเทศต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในการนี้ออท.สิงคโปร์ย้ำว่าสิงคโปร์พร้อมทำงานกับไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อกระชับความร่วมมือในทุกมิติ และยินดีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลที่สิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญให้แก่ไทยด้วย รวมถึงการสนับสนุนบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียน

ข่าวดี สปสช.เริ่มแล้วโครงการรับยาร้านยาใกล้บ้าน ลดความแออัดในโรงพยาบาล

         น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนโยบายลดความแออัดในโรงพยาบาลของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข(สธ.) ได้มี นโยบายให้สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการเร่งด่วน โดยเริ่มให้ผู้ป่วยไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านได้ เป็นระบบสมัครใจไม่บังคับ โดยผู้ป่วยที่สนใจต้องเข้าเกณฑ์ 4 เงื่อนไข ดังนี้

  1. ใช้สิทธิ์บัตรทอง
  2. ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด หรือโรคทางจิตเวช
  3. แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าผู้ป่วยสามารถรับยาที่ร้านยาได้
  4. ผู้ป่วยสมัครใจยินดีไปรับยาที่ร้านยา

          รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ป่วยที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ห้องยาของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยเบื้องต้นมี 50 โรงพยาบาล และ 500 ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป และสามารถตรวจสอบรายชื่อ “ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการรับยาร้านยาใกล้บ้าน ลดความแออัดในโรงพยาบาล” ได้ที่ https://www.nhso.go.th/FrontEnd/page-contentdetail.aspx?CatID=MTI4OA== หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. โทร. 1330

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

พิษณุโลก – พล.อ.ศิริ ทิวะพันธ์ นายกสมาคมผู้เสียสละ มอบโล่เกียรติยศ คนดีศรีสองแคว แก่บุคคลที่เป็นแบบอย่างของสังคม


          เมื่อวันก่อน พล.ตต.ประเสริฐ กาฬรัตน์ อดีตรอง ผบ.ชภ.6 (ที่ 4 จากซ้าย) และคณะบุคคลปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างแก่สังคม รับโล่เกียรติยศ คนดีศรีสองแคว จาก พล.อ.ศิริ ทิวะพันธ์ นายกสมาคมผู้เสียสละพิษณุโลก (ปีที่46) ท่ามกลางผู้แสดงความยินดีคับคั่ง

Cr. ทอนส์79

กอ.รมน. บูรณาการพร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ ลดความเสี่ยงฝุ่นละออง PM 2.5

https://youtu.be/yAG6vj5YDvQ

         (วันที่ 3 ต.ค. 62) พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า การประชุม ครม. ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 62 มี มติครม.ที่สำคัญ เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษควันฝุ่นละออง” โดยมีมาตรการที่สำคัญ คือ

  1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ให้จัดตั้งศูนย์ดำเนินการการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับจังหวัดโดยใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command)
  2. การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง ( แหล่งกำเนิด ) ใช้กลไกของหน่วยงานที่มีหน้าที่ ตามกฎหมาย ออกระเบียบ/แนวทาง/ข้อบังคับในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง
  3. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ใช้กลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นกลไกหลักร่วมกับ ทส.

          จากสถานการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีความห่วงใยในการใช้ชีวิตของประชาชน จึงได้สั่งการให้ กอ.รมน. ประสานงานและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย, กทม., กระทรวงสาธารณะสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแก้ไขปัญหาตามมาตรการในขั้นต่างๆ ปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ได้ตรวจพบว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีค่ามาตรฐานเกือบทุกพื้นที่ในกทม. และปริมณฑล ส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชา ชน

         ในการนี้ กอ.รมน.โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 เป็นหน่วยรับผิดชอบในการอำนวยการประสานงานและขับเคลื่อนบูรณาการตามแผนงาน พิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรฯ (กรมควบคุมมล พิษ) ผ่าน กอ.รมน.จว. ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ (กทม., นนทบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ พร้อมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รณรงค์การลดการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง, บำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ ตลอดจนขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม ให้ควบคุมและลดการระบายฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยง ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นเกินค่ามาตรฐานได้

จันทบุรี – งานวิ่งการกุศล “มะขามรันวันท่านพ่อใย ครั้งที่..1

ก้าวแลกบุญ วันครบรอบการมรณภาพของพระครูสวัสดิ์ธรรมพินิต (ท่านพ่อใย) คณะศิษยานุศิษย์ ร่วมกับวัดมะขาม และเทศบาลตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม งานวิ่งการกุศล “มะขามรันวันท่านพ่อใย โดยเงินรายได้ ไม่หักคำใช้จ่ายใดๆ บริจาคให้กับ 4 หน่วยงานเพื่อใช้ในกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์

         โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าวัดมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี นายวีระ พวงภู่ นายอำเภอมะขาม, นายประวิช ลิศพทิพย์ นายกเทศมนตรีตำบลมะขาม และคณะศิษยานุศิษย์ ท่านพ่อใย วัดมะขาม ร่วมกันเปิดกิจกรรมเดินวิ่งการกุศล”มะขามรัน วันท่านพ่อใย ครั้งที่ 1″ เนื่องในวันที่ 3 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันครบรอบการมรณภาพของพระครูสวัสดิ์ธรรมพินิต (ท่านพ่อใย) วัดมะขาม ซึ่งทุกๆปี ศิษยานุศิษย์ร่วมกับวัดมะขามจะมีกิจกรรมร่วมทำบุญระลึกถึง ท่านพ่อใย

          สำหรับปีนี้คณะศิษยานุศิษย์ได้มีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมเดินวิ่งการกุศล ประกอบกับ เทศบาลตำบลมะขามได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อ สุขภาพ แนวคิดในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเซิงกีฬาจึงเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรม วิ่งการกุศลภายใต้ชื่อ “มะขามรันวันท่านพ่อใยครั้งที่ 1” โดยเงินรายได้ไม่หักคำใช้จ่ายใด ๆ นำไปบริจาคให้กับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ วัดมะขาม โรงเรียนบ้านมะขาม โรงเรียนมะขามสรรเสริญ และโรงพยาบาลมะขาม เพื่อใช้ในกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์

         ซึ่งกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลครั้งนี้มี ประกอบด้วย ประเภทระยะทาง 3 กิโลเมตร ไม่แยกรุ่น และประเภทระยะทาง 5 กิโลเมตร แยกเป็นประเภทชายและหญิง ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี รุ่นอายุ 19-39 ปี และ รุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไป มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น กว่า 800 คน ซึ่งขณะปล่อยตัวนักวิ่งมีการลั่นฆ้องและเจ้าอาวาสวัดมะขามได้มีการประพรมน้ำมนต์ให้กับนักวิ่งเพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลุ้นแทบช็อค เตือนผู้ปกครอง ทิ้งเด็กน้อยวัย 9 เดือนไว้ในรถเพียงเสี้ยวนาที รถเกิดล็อกเองอัตโนมัติ

ลุ้นแทบช็อค เตือนผู้ปกครอง ทิ้งเด็กน้อยวัย 9 เดือนไว้ในรถเพียงเสี้ยวนาที ลงมาเปิดท้ายรถเพื่อเก็บของ หลังซื้อของเสร็จ รถเกิดล็อกอัตโนมัติ โชคดีกุญแจเสียบติดเครื่องไว้ เด็กหลับปุ๋ย รีบแจ้งกู้ภัยช่วยเหลือ

          เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเด็กติดอยู่ภายในรถยนต์ ภายในลานจอดรถของห้างค้าปลีกและส่ง บริเวณถนนมหาราช อำเภอเมืองจันทบุรี จึงประสานช่างกุญแจเข้าให้การช่วยเหลือเปิดรถ เพื่อนำตัวหนูน้อยวัย 9 เดือนออกมา แต่เนื่องด้วยรถยังคงติดเครื่องอยู่ และแอร์ในรถยังคงทำงาน ทำให้หนูน้อยนอนหลับสบายอยู่ในรถ และไม่มีท่าทีว่าจะตื่นหรือร้องไห้ ช่างกุญแจจึงค่อยๆทำการเปิดประตูฝั่งคนขับ เพื่อจะได้เปิดประตูฝั่งอื่นๆได้ เนื่องจากระบบล็อกเป็นระบบอัตโนมัติ เมื่อล็อกฝั่งคนขับประตูจึงล็อกทั้งหมด ใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำการเปิดประตูได้สำเร็จ

          นางสาวโสภิต พลบุตร อายุ 37 เป็นชาวตำบลขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นอาของน้องฟิ๊น อายุ 9 เดือน หนูน้อยคนดังกล่าวเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนก็นอนอยู่ในรถกับน้อง โดยสตาร์ทเครื่องไว้ แต่อาอีกคนที่มาด้วยกันซื้อของเสร็จ และจะเอาของเก็บที่ท้ายรถ จึงลงไปช่วยเปิดท้ายรถให้ ซึ่งกุญแจก็ยังเสียบอยู่ ตอนลงไปจึงดันปิดประตูไว้ แต่จังหวะนั้นรถดันเกิดล็อกประตูเองทั้งหมด จึงโทรศัพท์แจ้งคนมาให้การช่วยเหลือเปิดประตู ตกใจมากไม่คิดว่ารถจะล็อกเอง จึงฝากเตือนคนที่ใช้รถระบบล็อกอัตโนมัติหรือระบบไฟฟ้าให้ระวังมากกว่าตน ครั้งนี้ถือว่าตนโชคดี

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผบก.ภ.จว. นครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้า เหตุยิงกันเสียชีวิต สภ.ขนอม

         วันนี้ (3 ก.ย.62) เวลา 08.00 น. พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว. นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม สภ.ขนอม พบ พ.ต.อ.เธียร บาลทิพย์ ผกก.สภ. ขนอม และข้าราชการตำรวจในสังกัดให้การต้อนรับ

          ในการนี้ได้ร่วมประชุมกำชับข้อราชการต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ สภ.ขนอม และประชุมติดตามความคืบหน้าและสั่งการกรณีเหตุ ยิงกันเสียชีวิต เหตุเกิด หน้าร้านตะไคร้หอมคาราโอเกะ ม.1 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

          จากนั้นเวลา 08.45 น.ได้เดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และให้ความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง