รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีมอบแขน – ขาเทียม ให้แก่ผู้พิการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          วานนี้เวลา 11:00 น. ที่ศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนแยกค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลตรี กฤษดา พงษ์สามารถ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธี มอบแขน-ขาเทียม ตามโครงการทำแขน-ขาเทียม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลเอก ชูศิลป์คุณาไทย อดีตผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ,พลเอก สหชาติ พิพิธกุล อดีตเจ้ากรมแพทย์ทหารบก และพันเอก จิรกฤต วัฒนรัตน์ เสนาธิการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมพิธีและร่วมมอบ แขน-ขาเทียม ให้แก่ผู้พิการในพื้นที่

     โครงการแขน – ขาเทียม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นจากสภาพของเหตุ การณ์ การก่อความไม่สงบในปัจจุบันของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยง การบริการทางการแพทย์ของภาครัฐที่ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่มีความพิการด้านแขนขายังไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลของรัฐมีไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ผู้พิการบางส่วนยังมีความยากลำบากในการเดินทางมารับการรักษา

          จากสถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงได้จัดโครงการแขน-ขาเทียมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิหม่อมราชวงศ์หญิงรสลิน คัคณางค์ ในพระราชูปถัมภ์ฯ มอบให้กองออร์โธปิดิกส์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและมูลนิธิมหาวชิราลงกรณสนับสนุนเรื่องการอำนวยการ และทางศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดำเนินการประสานงานโรงพยาบาลยะลาและมอบให้โรงพยาบาลยะลาดำเนินการจัดทำแขน-ขาเทียม ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา

          ปัจจุบันดำเนินการเสร็จเรียบร้อย มีผู้พิการแขน-ขาเข้าร่วมโครงการจำนวน 39 รายดำเนินการจัดทำแขน-ขาเทียมจำนวนทั้งสิ้น 41 ชิ้น โดยโครงการดังกล่าวสามารถเติมเต็มช่องว่างระหว่างภาครัฐกับประชาชนได้เป็นอย่างดี ทำให้ประชาชนที่มีความพิการด้านแขน-ขาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์     


#ศูนย์ประชาสัมพันธ์

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : issoc4news.blogspot

สำนักข่าวความมั่นคง

ร่วมติดแฮชแท๊ก – ประนาม ผู้ก่อเหตุ ทำร้ายโจมตีผู้บริสุทธิ์ ชรบ. ชาวบ้านลำพะยา จ.ยะลา

ร่วมติดแฮชแท๊กประนามผู้ก่อเหตุทำร้ายโจมตีผู้บริสุทธิ์ ชรบ. ชาวบ้านลำพะยา จ.ยะลา


#ไม่เห็นด้วยกับการสังหารหมู่ประชาชนของกลุ่มBRN#ร่วมแต่งชุดดำ7วัน
#ร่วมประกาศต่อต้านความรุนแรง
#แสดงความอาลัย
#การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้

ขอบคุณข้อมูล : issoc4news.blogspot

สำนักข่าวความมั่นคง

ชาวบ้าน ต.ลำพะยา – รวมกลุ่มรณรงค์ ต่อต้านความรุนแรง เหตุคนร้ายลอบยิงชุด ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย

ชาวบ้านตำบลลำพะยา รวมกลุ่มพลังมวลชนรณรงค์ และนักเรียนวัดลำพะยาต่อต้านความรุนแรง เหตุคนร้ายลอบยิงชุด ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย ณ วัดสิริปุณณาราม (วัดลำพะยา) ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา

          นาย ทนง ไหมเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา นำพลังมวลชนชาวตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา กลุ่มเสื้อเขียว กลุ่มสตรี เด็กนักเรียน และประชาชนในพื้นที่กว่า 400 คน รวมตัวกันรณรงค์ต่อต้านความรุนแรง แสดงพลังไม่เห็นด้วยกับการกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมถือป้ายประณามการใช้ความรุนแรงของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จากกรณีเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงถล่มป้อม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 15 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย หลังก่อเหตุผู้ก่อความไม่สงบยังได้ปล้นอาวุธปืนหลบหนีไปอีกด้วย

นาย ทนง ไหมเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา กล่าวว่า วันนี้ตนได้นำพี่น้องประชาชนชาวตำบลลำพะยาออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งการสูญเสียในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของตำบลลำพะยา ตนและชาวบ้านอยากขอประณามการก่อเหตุความรุนแรงในครั้งนี้ อยากให้ผู้ก่อเหตุคิดสักนิดว่าหากคนที่เสียชีวิตเป็นญาติของตนเองเขาจะรู้สึกอย่างไร สำหรับผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้นไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหน อยากให้เขาพยายามเลิก และยุติการกระทำเช่นนี้สักที

“ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำว่า อย่าทำฉัน อย่าฆ่าฉัน ฉันก็คือชีวิตคนหนึ่ง ที่ต้องการอยู่บนโลกใบนี้ อย่างอิสระเสรี และมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน”
“อยากจะให้คนที่กระทำในครั้งนี้ เขาเลิกเถอะ เลิกในการทำบาปในครั้งนี้ จะอโหสิกรรมให้..”

#ไม่เห็นด้วยกับการสังหารหมู่ประชาชนของกลุ่มBRN#ร่วมแต่งชุดดำ7วัน#ร่วมประกาศต่อต้านความรุนแรง#แสดงความอาลัย
#การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : issoc4news.blogspot

สำนักข่าวความมั่นคง

ปทุมธานี – ดรีมเวิลด์ ชวนเที่ยวงานลอยกระทง ชมหิมะตก ริมทะเลสาบ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

ปทุมธานี ดรีมเวิลด์ชวนเที่ยวงานลอยกระทง ชมหิมะตกริมทะเลสาบ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ฉลองเทศกาลลอยกระทง ชมหิมะตก ริมทะเลสาบ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน สนุกกับเครื่องเล่นแบบไม่จำกัดรอบ ซื้อบัตรเพียง 399 บาทเท่านั้น ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์

          นางสาวรัสรินทร์ มิลินวรพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสวนสนุกดรีมเวิลด์ เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานลอยกระทงรูปแบบใหม่ภายใต้แคมเปญ “ ลอยกระทง ชมหิมะตก ริมทะเลสาบ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ” ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. 62 นี้ ลูกค้าซื้อบัตรดรีมเวิลด์วีซ่า สนุกกับเครื่องเล่นแบบไม่จำกัดรอบ ตั้งแต่เวลาเที่ยงวัน ยันเที่ยงคืน เพียง 399 บาท จากปกติ 600 บาท ยกเว้น จักรยานน้ำ เรือบั๊ม โกคาร์ท เมืองหิมะ เลือกสนุกสุดมันส์เที่ยงวันยันเที่ยงคืนจัดว่าคุ้มสุดๆ !!

         ลอยกระทงปีนี้ ลูกค้าสามารถลอยกระทงในบรรยากาศท่ามกลางหิมะตกโปรยปรายริมทะเลสาบเพิ่มความโรแมนติกกับการประดับ ประดาไฟ แสง สี ตระการตา ยามค่ำคืน และยังคงเล่นสนุกกับเครื่องเล่น อาทิ ทอร์นาโด สกายโคสเตอร์ แร๊พเตอร์ เมืองหิมะ หนูลมกรด รวมทั้งเครื่องเล่นสายครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นรถไฟดรีมเวิลด์ ซูเปอร์สแปลช แกรนด์แคนยอน หรือจะชมทัศนียภาพบนที่สูงอย่างเคเบิ้ลคาร์ยามค่ำคืนก็แสนจะชิว เริ่มจำหน่ายบัตรงานลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 10.30 เป็นต้นไป

          พลาดไม่ได้ !! หนึ่งวันพักผ่อน เที่ยวงานลอยกระทงที่ดรีมเวิลด์ ซื้อบัตรครั้งเดียว เพียง 399 บาท คุ้มเกินคุ้ม ทั้งเที่ยว ทั้งชม และสนุกกับเครื่องเล่นแบบไม่จำกัดรอบก็ได้ เฉพาะวันจันทร์ที่ 11 พ.ย.62 นี้ 1 ปีมีครั้งเดียว !! สอบถามเพิ่มเติม โทร.0-2577-8666 หรือคลิก www.facebook.com/dreamworldpark

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

ฤๅษีเณรธาตุ พุทธคุณ ทำพิธีบวงสรวง เปิดอาคารหลังใหม่ สภ.ช้างใหญ่

https://youtu.be/Ue-eqPFOmes

          เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ฤๅษีเณรธาตุ พุทธคุณ ทำพิธีบรวงสรวงเทพเทวดาเพื่อความเป็นสิริมงคล ในงานเปิดอาคารปฏิบัติงานหลังใหม่ของสถานีตำรวจภูธรช้างใหญ่ ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          โดยมี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 1 เป็นประธานเปิดอาคารปฏิบัติงานหลังใหม่ ร่วมด้วย พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สถิตย์ สงข์ประไพ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างใหญ่ และข้าราชการตำรวจ ซึ่งอาคารหลังดังกล่าวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กว้าง 11 เมตร ยาว 16 เมตร

          อาคารหลังดังกล่าวจัดสร้างขึ้น เนื่องจากอาคารโรงพักหลังเก่ามีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนเจ้าหน้าทีตำรวจที่ปฏิบัติงานในสถานี และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ ส่วนทุนการจัดสร้าง ได้จากทางคณะสงฆ์และพ่อค้าประชาชนในพื้นที่ จัดตั้งกองผ้าป่าที่ วัดโพธิ์แตงใต้ ตำบลโพธิ์แตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหาทุนจัดสร้าง เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2561 ได้ยอดเงินในการก่อสร้างรวมเป็นเงิน 3,819,560 บาท ใช้เวลาในการก่อสร้าง 1 ปี ซึ่งหลังจากพิธีเปิดอาคารหลังใหม่แล้วได้มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ทางห้างร้านและประชาชนที่ร่วมบริจาคในการก่อสร้างในครั้งนี้.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

แม่ทัพเรือภาคที่ 1 และคณะ ลงพื้นที่ ประชุมหารือ ผู้ว่าฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยขึ้นตรง หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนในพื้นที่รับผิดชอบ

         พล.ร.ท.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1, ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ผบ.ทรภ.1/ผอ.ศรชล. ภาค 1) ได้นำคณะผู้บังคับบัญชาฝ่ายอำนวยการ ทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมหน่วยขึ้นตรง ทัพเรือภาคที่1 พื้นที่จังหวัดตราด ประกอบด้วย ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่1 (ฐตร. ทรภ.1) หมู่เรือลาดตะเวนชายแดนส่วนที่ 1 (มชด./1) ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร. เกาะช้าง) เพื่อรับทราบการปฏิบัติงานและปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย ณ ห้องประชุม ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 จ.ตราด

          จากนั้นได้นำคณะเข้าตรวจเยื่ยม ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ตามลำดับ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด เพื่อประชุม หารือข้อราชการเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 และประเด็นปัญหาทางทะเลของจังหวัด การเตรียมการของ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัด และ ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ (PSCC) ตลอดจนรับทราบปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการปฏิบัติงานร่วมกันต่อไป

         นอกจากนี้ ได้นำคณะเข้าเยี่ยมชมกิจการของ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) , บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด, บริษัท โกลว์ เอสพีพี 3 จำกัด, สำนักงานท่าเรืออุตสาห กรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง, และสำนักงานท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบการปฎิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานร่วมกัน ทำให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการปฏิบัติงานร่วมกันต่อไป ระหว่างวันที่ 6 – 8 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือและการประสานงานอย่างดียิ่งจากทุกหน่วยงาน อันจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของ กองทัพเรือและรัฐบาลต่อไปในอนาคต

ภาพ/ข่าวจาก ปจว.ปชส.กพร.บก.ทรภ.1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

ระยอง – ผู้ช่วย ผบ.ตร.ติดตามความคืบหน้า คดี 2 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด

พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางไป สภ.นิคมพัฒนา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี 2 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ก่อนหลบหนีไป ล่าสุดจนถึงขณะนี้ก็ยังตามจับตัวไม่ได้ไร้วี่แวว

         เมื่อวันที่ 7 พฤษจิกายน 2562 พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เดินทางไป สภ.นิคพัฒนา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยมีพล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ร่วมเดินทางมาประชุม ร่วมกับตำรวจท้องที่และกำลังตำรวจชุดสืบสวนท้องที่ ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดระยอง และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 นานกว่า2ชั่วโมงก่อนจะออกจากห้องประชุม บอกเพียงว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ รอให้มีความชัดเจนก่อน

          การประชุมครั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ได้สั่งตั้งศูนย์อำนวยการไล่ล่าตัว 2 ผู้ต้องหา โดยให้ สภ.นิคมพัฒนา เป็นศูนย์ในการไล่ล่า พร้อมทั้งระดมกำลังชุดสืบสวนจาก สภ.ต่างๆ ใน จ.ระยอง และชุดสืบสวนภาค 2 ลงมาช่วยเหลือในการติดตามล่าตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน อย่างเร่งด่วน

         พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่าเชื่อว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ระยอง โดยน่าจะมีการเตรียมการล่วงหน้า เพราะจากการสืบสวนทราบว่า หลังจากผู้ต้องหาทั้งสองหลบหนีออกจากห้องคุมขัง ได้วิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ที่จอดรออยู่ริมถนนเยื้องหน้าโรงพักหลบหนี ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานสักระยะ เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองยังหลบซ่อนตัวอยู่ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งขณะตำรวจสืบสวนกำลังเร่งล่าตัวมาดำเนินคดีในมาช้านี้อย่างแน่นอน

ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง  ผู้สื่อข่าว จ.ระยอง
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ตึกสงฆ์อาพาธ รพ.เขาคิชฌกูฏ ที่กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง จัดสร้าง เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย

         หลังพบความแออัดของการใช้บริการในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโดยตรง หรือ จองเหรียญวัตถุมงคลสมทบการก่อสร้าง พระครูประดิษฐ์ ศาสนการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินทร์ ประธานฝ่ายสงฆ์กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคปัจจัยสมทบการก่อสร้างอาคารสงฆ์ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี และ การก่อสร้างคืบหน้าตามลำดับ

          ปัจจุบันการก่อสร้างด้านโครงสร้างตัวอาคาร ห้องพักผู้ป่วยคืบหน้าแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอน ฉาบปูน ทางสี และตกแต่งภายใน คาดแล้วเสร็จภายในปี 63 แต่ยังขาดปัจจัยการก่อสร้างอีกกว่า 10 ล้านบาท จากทุนในการก่อสร้าง ประมาณ 43 ล้านบาทเศษ เป็นอาคาร 2 ชั้น 30 เตียง เพื่อเป็นการรองรับการอาพาตของพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และนักบวชรวมทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสที่เจ็บป่วย สามารถที่จะเข้ามาใช้บริการที่อาคารสงฆ์ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงแห่งนี้ได้ อำนวยความสะดวกผู้ป่วย และ ญาติ อีกทั้งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปรักษาถึงตัวเมืองจันทบุรี ที่ในปัจจุบันโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี มีความแออัดเนื่องจากมีประชาชนในภาคตะวันออกเดินทางมารักษาตัวจำนวนมากทั้งชาวไทย และ แรงงานต่างชาติ

         อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่จะร่วมบริจาคสมทบทุนการก่อสร้างอาคารสงฆ์ รพ.เขาคิชฌกูฏ ที่ยังขาดงบประมาณ / สามารถบริจาคได้โดยตรงที่ รพ.เขาคิชฌกูฏ หรือ ผ่านบัญชี ธกส.สาขา อ.เขาคิชฌกูฏ รวมทั้งตอนนี้ ทาง กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงได้จัดสร้าง เหรียญพระพุทธบาทพลวง ( เขาคิชฌกูฏ ) รุ่นแรก หารายได้สมทบการก่อสร้างอาคารสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ โดย เหรียญพระพุทธบาทพลวง (เขาคิชฌกูฏ) รุ่นแรก มีการจัดทำ 6 ชนิด ประกอบด้วย เนื้อทองคำ /เนื้อเงิน /เนื้อนวโลหะ /เนื้อทองแดง และ เนื้ออัลปาก้า กำหนดรับพระที่สั่งจองในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งจองเหรียญพระพุทธบาทพลวง ( เขาคิชฌกูฏ ) รุ่นแรก ได้ที่ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง วัดพลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 085 – 2859656

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.จว.มุกดาหาร จับตาม หมายจับ ศาลจังหวัดพิมาย “คดีสมคบกับผู้อื่นมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”

https://youtu.be/43paEaSWhMM

         เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.30 น. ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ. ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล และ พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคลและพาหนะ และเจ้าหน้าที่ สภ.พิมายได้ทำการจับกุม MRS.HONGSA XONEVIHANE อายุ 30 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทาง เลขที่ P 1924040 ตามหมายจับศาลจังหวัดพิมาย ที่ จ. 19/2558 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2558 ข้อหา “สมคบกับผู้อื่นมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ตั้งแต่สิบห้าหน่วยการใช้ (เมทแอมเฟตามีน จำนวน 8,600(แปดพันหกร้อย) เม็ด/หน่วยการใช้) ขึ้นไป ซึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์เกินยี่สิบกรัม (สารบริสุทธิ์ 136.595 (หนึ่งร้อยสามสิบหกจุดห้าเก้า)กรัมขึ้นไป หรือมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งจุดห้ากรัมหรือมีสารดังกล่าวผสมอยู่จำนวนสิบห้าหน่วยการใช้) ขึ้นไป ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” โดยจับกุมได้ที่บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

          พฤติการณ์ในการจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่งานสืบสวนปราบปราม ตม.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งประสานจาก เจ้าหน้าที่ สภ.พิมาย ว่าจะมีบุคคลต่างด้าว สัญชาติลาว ชื่อ MRS.HONGSA XONEVIHANE มีหมายจับศาลจังหวัดพิมาย ที่ จ. 19 / 2558 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2558 ข้อหา “สมคบกับผู้อื่นมียาเสพติดให้โทษฯ” ให้เฝ้าระวังการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ประสานไปยังจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 เพื่อเฝ้าระวังบุคคลต่างด้าวตามหมายจับฯดังกล่าว ต่อมาได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.หญิง กฤตยา เสริมสุข รอง สว.ตม.จว.มุกดาหาร ว่าขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         ได้ตรวจพบ MRS.HONGSA XONEVIHANE อายุ 30 ปี สัญชาติลาว ถือหนังสือ เดินทาง เลขที่ P 1924040 มายื่นแสดงกับเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจ เพื่อตรวจอนุญาตเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร จากการตรวจสอบข้อมูลตามระเบียบพิธีการเข้าเมือง พบว่าผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดพิมาย ที่ จ. 19 / 2558 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2558 ข้อหา “สมคบกับผู้อื่นมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จึงให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ร่วมตรวจสอบในกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวผู้ถูกจับมายังที่ทำการงานสืบสวนปราบปราม ตม. จว.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบข้อมูลหมายจับโดยละเอียดและประสานกับหน่วยงานเจ้าของคดี

          จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริง และหน่วยงานเจ้าของคดีต้องการตัวดำเนินคดีตามหมายจับนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับ อ่านให้ฟังและให้ผู้ถูกจับตรวจดูข้อความในหมายจับดังกล่าวข้างต้นจนเป็นที่เข้าใจแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ ผู้ถูกจับได้รับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกจับให้การรับว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงต่อหน้าในขณะนั้นจริง และไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกจับกุมและควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.พิมาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


พวงเพชร จันทร์ดี /หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////T-092-5259-777

นายกรัฐมนตรี – เปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายกรัฐมนตรีเปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันแก่กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรครบวงจร

          ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง จากการสนับสนุนงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2561 ของรัฐบาล เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต การแปรรูปผลผลิตข้าวหอมมะลิ ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรแบบครบวงจร

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวกับเกษตรกรที่มาร่วมงาน เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership – RCEP) ว่า ไทยสามารถผลักดันความร่วมมือ ใน 15 ประเทศ ถือเป็นการเริ่มกติการ่วมกัน โดยคาดว่าจะมีการลงนามในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ภาคเกษตรในประเทศไทยดีขึ้น เช่นเดียวกับการหารือกับ IMF ได้รับคำชื่นชมว่า ที่ผ่านมาหลายอย่างดีขึ้น ไทยถือเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน รวมทั้งยังได้หารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีจีน เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาความยากจน โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ไปศึกษาดูงานและเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลายอย่างจึงต้องมีการปรับโครงสร้าง

          นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางในการปรับปรุงภาคเกษตรทั้งเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาพื้นที่ ส.ป.ก. รวมทั้งเดินหน้าปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่ยุค 4.0 เพื่อหารายได้ใหม่ให้กับประเทศ นอกเหนือจากภาคการเกษตรและส่งเสริมการลงทุนแบบ PPP ขอยืนยันตรงนี้ว่า การพัฒนาใดๆ ไม่ว่าในพื้นที่ EEC ไม่มีการเอื้อการลงทุนให้กับใครทั้งนั้น แต่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการลงทุน  ขอให้แยกแยะการเมืองออกจากกัน  ส.ว. และส.ส. ทุกคนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศ เพื่อร่วมกันทำงานให้คนทั้งประเทศ

          นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีรายได้เป็นอันดับที่ 14 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอันดับ 68 ของประเทศว่า อยากให้หันมาเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยมีเป้าหมายการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรอาจนำวัชพืชที่เหลือจากกการเกษตร มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า ลดการเผาทำลาย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ P.M.2.5  อยากเชิญชวนให้ทุกคน ลด ละเลิกการใช้ถุงพลาสติก ช่วยกันกำจัดขยะทะเล  นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนภาคเกษตร ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในการ ค้นคว้าหาข้อมูล ขอให้นำสิ่งที่พูดในวันนี้ไปสื่อสารกับประชาชนให้เกิดความเข้าใจ  ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล อย่าสร้างความขัดแย้ง ลดความรุนแรงในครอบครัว ไม่บั่นทอนสถาบันครอบครัว จนมาสู่การทำลายชื่อเสียงของประเทศ พร้อมฝากถึงนักเรียนที่อยู่ทั้งในระบบและนอกระบบ จบมาแล้วต้องมีงานทำ ซึ่งได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการไปปรับปรุงหลักสูตรโดยเน้นตอบโจทก์ตลาดแรงงานปัจจุบันและอนาคตให้มากขึ้น

          ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสงที่สามารถรวมตัวกันพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้วยการบริหารจัดการแบบบูรณาการทุกภาคส่วน โดยสามารถผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ให้เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ คือข้าวทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นสินค้า GI ที่สามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่เท่านั้น  เป็นผลให้สินค้าของพื้นที่นี้ ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลจากหลากหลายสถาบัน เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการขยายตลาดจากภายในประเทศไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ความร่วมมือของกลุ่มฯ นำไปสู่ความยั่งยืน

          จากนั้น นายกรัฐมนตรีทำพิธีเปิดป้ายโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว ก่อนจะเยี่ยมชมกิจกรรมและการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ประกอบด้วย กิจกรรมการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิทรรศการ Fair Trade ของผู้ค้าที่ไม่หวังผลกำไรตอบแทน กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือก กิจกรรมการดำเนินงานของ Young Smart Farmer และกิจกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก