ปะทะเดือดเชียงราย ตำรวจ ปส.บุกจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด เจอยิงต่อสู้–ขว้างระเบิด ตำรวจเจ็บ 1 นาย

ปะทะเดือดเชียงราย! ตำรวจ ปส.บุกจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด เจอยิงต่อสู้–ขว้างระเบิด ตำรวจเจ็บ 1 นาย คนร้ายขว้างระเบิดปะทุใส่ตัวเองดับ 1

เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บก.ปส.3 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บช.ปส. ติดตามผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ หมู่ 9 ต.ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ซึ่งมีภูมิประเทศสูงชันบนดอยห้วยชมภูที่ติดต่อไปยัง อ.แม่ อาย จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 หลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการจับกุม แต่ฝ่ายผู้ต้องสงสัยไม่ยอมให้จับกุมและมีการใช้อาวุธยิงต่อสู้ ขณะที่บิดาของผู้ต้องหาถูกระบุว่านำระเบิดออกมาขว้างใส่ชุดจับกุม แต่เกิดระเบิดขึ้นบริเวณตัวเอง ส่งผลให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

ในรายงานเบื้องต้นระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจระบุว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ ตามหมายค้นศาลจังหวัดฝาง เลขที่ ค.200/2569 ลงวันที่ 17 ส.ค.2569 และหมายจับศาลอาญาเลขที่ 449/2569 ลงวันที่ 28 มี.ค.2569 ข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหนายโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน” ให้จับกุมนายศีลชัย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงบริเวณบ้าน ซึ่งเป็นคอนกรีตชั้นเดียว ได้ตรวจพบมีชายไม่ทราบชื่อ นามสกุล พยายามต่อสู้ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นบ้าน โดยชายคนดังกล่าวได้ถือปืนลูกซองยาวชี้มาทางเจ้าหน้าที่ รวมทั้งได้ถืออาวุธระเบิดในมือและมีท่าทีพยายามจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ที่ไปปิดล้อมตรวจค้นอยู่ตลอด กระนั้นต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงดังของระเบิดสนั่นหวั่นไหวคาดว่าระเบิดในมือของชายคนดังกล่าวได้ทำงาน

เมื่อเสียงระเบิดสงบจึงเข้าไปตรวจตสอบพบร่างของชายคนดังกล่าวกระเด็นออกมานอกบ้านในสภาพใบหน้าเละเสียชีว่ิตคาที่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าคือใครและเป็นบุคคลตามหมายจับหรือไม่ นอกจากนี้พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.จำนวน 1 นาย มียศเป็น ร.ต.ต.ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้าย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งไปรับการรักษาอย่างเร่งด่วน และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 เฝ้าฯ รับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ ณ กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ตลอดจนกำลังพลและข้าราชการในพื้นที่ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในการนี้ ได้ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์ทหารกองกำลังสุรนารี ซึ่งจัดแสดงประวัติความเป็นมาของหน่วย และการปฏิบัติภารกิจด้านการรักษาความมั่นคงภายในและการป้องกันประเทศที่ดำเนินมามาอย่างยาวนาน

โอกาสนี้ได้พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวทหารที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามชีวิตความเป็นอยู่ของกำลังพลและครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนมาโดยตลอด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ทั้งนี้ ในปี 2569 การพระราชทานสิ่งของเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวกำลังพลได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้นจำนวน 47 ครอบครัว ในจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดนครพนม จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย ตลอดจนสถานีตำรวจภูธรตามแนวชายแดน 18 แห่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

#ทรงพระเจริญ #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรนารี


ขอบคุณข้อมูล : มูลนิธิชัยพัฒนา

พรพิพัฒน์ รายงาน

นครศรีธรรมราช แถลง “ยุทธการฟ้าสาง” 18 วันแรก

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุม ขุนภัทรรักษ์ราชเดช กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าฯ นั่งหัวโต๊ะแถลงข่าวคู่กับ พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

สรุปผลงาน 18 วันแรกของ “ยุทธการฟ้าสาง” ที่ทำตั้งแต่วันที่ 1–18 สิงหาคม ตามนโยบายรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ทุกจังหวัดเอาจริงกับปืนเถื่อนและยาเสพติด

ฝั่งอาวุธ ตำรวจจับได้ 39 คดี ยึดปืนรวม 119 กระบอก เป็นปืนสงคราม 1 กระบอก ที่เหลือเป็นปืนทั่วไป 118 กระบอก แบ่งเป็นมีทะเบียน 34 กระบอก ไม่มีทะเบียน 84 กระบอก ส่วนกระสุนจับได้ 12 คดี รวม 499 นัด แยกเป็นขนาด .22 จำนวน 89 นัด, 9 มม. 66 นัด และขนาดอื่น ๆ อีก 344 นัด

ฝั่งยาเสพติด จับผู้ต้องหาได้ 180 คน จาก 172 คดี แยกเป็นขายยา 21 คน, ครอบครอง 129 คน, ครอบครองเพื่อเสพ 3 คน, เสพ 27 คน และจับตามหมายเก่า 3 หมาย ของกลางที่ยึดได้คือยาบ้า 364,493 เม็ด กับไอซ์ 229 กรัม ตำรวจบอกว่าจะลุยต่อเพราะช่วงนี้ปืนเถื่อนก่อเหตุบ่อย ยาบ้าก็ทะลักเยอะ ใครมีเบาะแสให้โทร 191 หรือแจ้งโรงพักใกล้บ้านได้เลย


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

แรงงานสัญจร Onsite จัดกิจกรรมสร้างความเข้มแข็ง เครือข่ายชมรมแรงงานนอกระบบ

นครนายก – แรงงานสัญจร Onsite จัดกิจกรรมสร้างความเข้มแข็ง เครือข่ายชมรมแรงงานนอกระบบ

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายสุรสิทธ์ ศรีแก้ว รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้ม ครองแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการสัญจร Onsite สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายชมรมแรง งานนอกระบบ ครั้งที่ 3 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน ข้าราชการ ประชา ชน และสมาชิกชมรมแรงงานนอกระบบจังหวัดนครนายก เข้าร่วมกิจกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลไกการทำงานของกลุ่มแรงงานนอกระบบ สิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ตลอดจนการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการและการส่งเสริมจากภาครัฐ ณ วิสาหกิจชุมชนปลาเค็มน้ำมะดันแดดเดียว ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

โครงการสัญจร Onsite สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายชมรมแรงงานนอกระบบ ครั้งที่ 3 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกชมรมแรงงานนอกระบบ เครือข่ายแรงงานนอกระบบ และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทของชมรมแรงงานนอกระบบ นโยบายและทิศทางการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สามารถร่วมเป็นกล ไกในการขับเคลื่อนกิจกรรมในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จังหวัดนครนายก มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพแรงงานนอกระบบ สร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายในระดับพื้นที่ พร้อมสนับสนุนให้แรงงานนอกระบบได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และสามารถเข้าถึงบริการจากภาครัฐได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนคร นายกให้มีความมั่นคงและยั่งยืน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 2 สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปัน มอบน้ำใจจากผู้ให้…ส่งต่อกำลังใจถึงผู้รับ

ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 2 สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปัน มอบน้ำใจจากผู้ให้…ส่งต่อกำลังใจถึงผู้รับ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายวรพันธุ์ อ่อนคง ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 2 เดินทางไปเยี่ยม เยียนและให้กำลังใจ นายผั่น เพ็ชรสังหาร อายุ 78 ปี ณ บ้านเลขที่ 34 หมู่ 7 บ้านกวางงอย ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ภายหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และโรคไต ซึ่งเป็นบิดา ร้อยตรีพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ผบ. มว.สส.ร้อย.สสก.ร.8 พัน.1 ชรก.นบ.ยส.24/คณะทำงาน ปชส.มทภ.2

การเดินทางมาในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการมาเยี่ยมเยียน หากแต่เป็นการนำ “น้ำใจ” และ “กำลังใจ” มามอบให้กับ ผู้สูงวัยคนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับข้อจำกัดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แม้ร่างกายอาจไม่แข็งแรงเหมือนวันวาน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีความหมายเสมอ คือการได้รู้ว่า…ยังมีคนห่วงใยและไม่ทอดทิ้งกัน

รอยยิ้มเล็ก ๆ ของผู้ให้ อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับผู้รับ…อาจเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ในการก้าวผ่านวันเวลาที่ยากลำบาก เพราะบางครั้ง “การให้” ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่มีราคาแพง แค่การเดินทางไปหา การถามไถ่ด้วยความจริงใจ และการนั่งอยู่ข้าง ๆ กันในวันที่ใครบางคนรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่เพียงลำพัง…

น้ำใจจากผู้ให้ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่มอบให้กับผู้รับ แต่คือการส่งต่อความหวัง ความอบอุ่น และกำลังใจ ให้คนคนหนึ่งได้มีแรงลุกขึ้นสู้กับชีวิตต่อไป

เพราะสังคมที่น่าอยู่…ไม่ได้เกิดจากคนที่เก่งที่สุด แต่เกิดจากคนธรรมดาที่พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน


พรพิพัฒน์ รายงาน

กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 2,330,000 ตัว

อยุธยา – กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 2,330,000 ตัว สืบสานพระราชปณิธาน ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำไทย เทิดไท้พระพันปีหลวง

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณท่าชัยยุทธ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมประมง จัดกิจกรรมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิ คุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569 รวมจำนวน 2,330,000 ตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้า พระยา โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ในพิธี นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธี นางชลธิชา สันติภาตะนันท์ ประมงจังหวัดพระนครศรี อยุธยา กล่าวต้อนรับ และนายโยธิน เทอดวงศ์วรกุล ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้าราชการกรมประมง ข้าราชการส่วนท้องถิ่น เกษตรกร นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ด้วยในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านการประมงตลอดมา กรมประมง ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องจากโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569” ขึ้น

โดยในพิธีครั้งนี้ กรมประมงได้จัดเตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,330,000 ตัว ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม หรือ กุ้งสมเด็จ จำนวน 1,030,000 ตัว และพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทย 9 ชนิด จำนวน 1,300,000 ตัว ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลากระแหล ปลาโพง ปลาเทโพ และปลาชะโอน เพื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ณ ท่าชัยยุทธ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มพูนปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

นอกจากกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ภายในงานได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อการประมงไทย ภายใต้ชื่อ “แม่แห่งแผ่นดิน ผู้คืนชีวิตสู่สายน้ำ” โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 โซน ได้แก่

  • โซนที่ 1 พระแม่แห่งการอนุรักษ์ นำเสนอพระราชเสาวนีย์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ และโครงการฟื้นฟูทรัพยากรพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดของไทย
  • โซนที่ 2 พลิกฟื้นทะเลไทย ถ่ายทอดการดำเนินโครงการปะการังเทียมและโครงการฟื้นฟูเต่าทะเล และ
  • โซนที่ 3 สายธารแห่งอาชีพ นำเสนอการส่งเสริมอาชีพประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนในชุมชนห่างไกลตามแนวพระราชดำริ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของ “กุ้งสมเด็จ” ผ่านการบอกเล่าจากผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความประทับใจจากการนำกุ้งสมเด็จไปประกอบอาชีพ จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน พร้อมทั้งมอบพันธุ์สัตว์น้ำแก่ผู้แทนชาวประมง จำนวน 5 ราย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนต่อไป

อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันนี้ นอกจากเป็นการน้อมถวายความจงรักภักดี และน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ เกิดความรัก ความหวงแหน เสริมสร้างความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาชน และชุม ชน ตลอดจนร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการประมง เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์และสามารถหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของประชาชนได้สืบไป


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

ธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ จัดเต็มสินค้าดี ราคาประหยัด พร้อมส่งรถโมบายกระจายสินค้าทั่วทั้ง 4 อำเภอ

นครนายก – ธงฟ้า“ เยียวยาลดค่าครองชีพ จัดเต็มสินค้าดี ราคาประหยัด พร้อมส่งรถโมบายกระจายสินค้าทั่วทั้ง 4 อำเภอ

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนคร นายก เป็นประธานเปิดงาน “ธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชนจังหวัดนครนายก” ภายใต้โครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน จังหวัดนครนายก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครนายก (หลังเก่า) โดยมี ร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพี่น้องประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

กิจกรรม “ธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชนจังหวัดนครนายก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน พร้อมเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าอุปโภค – บริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในราคาประหยัดจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ภายในงานมีการจัดจำหน่าย สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด 10 รายการ ได้แก่ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช ไข่ไก่ ผงปรุงรส น้ำปลา ซอสปรุงรส ปลากระป๋อง ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม รวมทั้งยังมีการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตลอดจนร้านเด็ด อาหารอร่อยจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมกว่า 50 บูธ ให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัด พร้อมร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการและสินค้าในท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังได้จัดรถโมบายธงฟ้า จำนวน 5 คัน ออกจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด 10 รายการ กระจายไปยังจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ 4 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 21 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง พร้อมส่งตรงสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่าไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วจังหวัดนครนายก ช้อปสินค้าดี ราคาประหยัด อุดหนุนสินค้า OTOP ที่คัดสรรไว้ให้คุณอย่างครบครันทั้งของกิน ของใช้ มาร่วมอุดหนุนวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

จ.นครนายก จัดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชน” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569

นครนายก – โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชนจังหวัดนครนายก” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชนจังหวัดนครนายก ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดนครนายก โดยมี นางจิราภรณ์ กิ่งสีดา นายอำเภอบ้านนา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอบ้านนา เหล่ากา ชาดจังหวัดนครนายก ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ฯ จำนวนมาก

โครงการ ”หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชา ชนจังหวัดนครนายก” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569 และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดนครนายก พร้อมส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนชาวตำบลศรีกะอาง พร้อมจัดหน่วยบริการของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ กว่า 55 หน่วยงาน มาร่วมออกหน่วยให้บริการประชาชนอย่างครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งมีการมอบทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดนครนายก อีกทั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ออกมาให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและทันตกรรม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครนายก ออกหน่วยบริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

นอกจากนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครนายกได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และประชาชน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงาน ที่มาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน อีกทั้งยังรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบกับปัญหา เพื่อร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาร่วมกัน ให้ประชาชนมีทุกข์น้อยลง มีสุขมากขึ้น ก่อให้เกิดการพัฒนาความก้าวหน้าของตำบลในพื้นที่ให้ยั่งยืนต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

เทศบาลอโยธยา ปรับปรุงถนนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. ร.ต.ต.ธานี โพธิ์ชีพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมือง อโยธยา พร้อมด้วย จ่าสิบเอกสมบัติ อบรมศิลป์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีฯ, นายสมพร ศิริล้วน นายธีรพงษ์ โพธิ์ชีพันธ์ สมาชิกสภาเทศบาลฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายการโยธากองช่างพร้อมเครื่องจักรกล ดำเนินการดังนี้.

  1. เร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุดทรุดตัวเป็นหลุม เป็นการชั่วคราวเพื่อให้รถสัญจรได้อย่างปลอดภัยในเบื้องต้น เตรียมพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเข้าปรับปรุงโครงสร้างถนนในช่วงที่เสียหายอย่างถาวรบริเวณ, ชุมชนต้นสะตือ
  2. ติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งานวางท่อระบายน้ำและงานบ่อพักพร้อมฝาบ่อพัก บริเวณ ร่วมใจพัฒนาซอย5
  3. ดำเนินการตัดหญ้าและตัดต้นไม้ตัดแต่งกิ่งไม้ปรับภูมิทัศน์พัฒนาพื้นที่ เก็บขยะสะสม บริเวณ, ซอยไอยรา, ชุมชนคลองปากข้าวสาร, ชุมชนต้นสะตือ, เกาะกลางถนนโรจนะ
  4. ดำเนินการเปลี่ยนโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นโคมไฟ LED บริเวณ, ชุมชนเจ้าพ่อจุ้ย และซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะบริเวณซอยศรีกรุง
  5. ดำเนินการลงหินคลุกไหล่ทางทรุดตัวต่างระดับ บริเวณซอยวัดประดู่ทรงธรรม เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก

สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

ทหารรบพิเศษ จัดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมาย

จังหวัดลพบุรี – ทหารรบพิเศษจัดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมาย

พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับ ภายในหน่วยขึ้นตรงกองพลรบพิเศษที่ 1 ประจำปี 2569 ณ สนามกองพลรบพิเศษที่ 1 ค่ายเอราวัณ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนประสบการณ์ และยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลในการนำอากาศยานไร้คนขับมาสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วย

การดำเนินการแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยแบ่งประเภทการแข่งขัน เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ FPV ซึ่งคำนึงถึงความเร็วและความแม่นยำในการทำลายเป้าหมาย ISR ย่อมาจาก Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance คือระบบการข่าวกรอง โดยใช้โดรนในการเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน ภายใต้แนวคิด “เห็นก่อน รู้ก่อน ตัดสินใจก่อน” สื่อถึงความได้เปรียบทางยุทธวิธีในการใช้เทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อเก็บข้อมูลและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วกว่าฝ่ายตรงข้าม และการใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจตามสถานการณ์ที่กำหนด ด้วยโดรนทิ้งระเบิด เป็นการใช้อากาศ ยานและอาวุธนำวิถีสมัยใหม่โจมตีเป้าหมายทางทหารเฉพาะเจาะจงจากบนท้องฟ้า เพื่อทำลายขีดความสามารถของศัตรูอย่างแม่นยำตรงจุด ซึ่งได้รับความสนใจและความร่วมมือจากหน่วยขึ้นตรงกองพลรบพิเศษที่ 1 รวม 5 ทีม จากกรมรบพิเศษที่ 1-5 เข้าร่วมทำการแข่งขัน

โดยมี พลตรี เสด็จ อาคะจักร ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 เป็นประธานปิดการแข่งขัน และประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับทางทหาร พร้อมมอบรางวัลแก่ทีมชนะการแข่งขัน ณ สนามยุทธวิธีท่าเดื่อ โดยทีมชนะเลิศ ประเภท โดรน FPV เป็นของ กรมรบพิเศษที่ 1 ประเภท ISR หรือ โดรนตรวจการ ตกเป็นของกรมรบพิเศษที่ 3 และประเภท โดรนทิ้งระเบิด ตกเป็นของ กรมรบพิเศษที่ 2

ซึ่งผลจากการแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ทราบถึงระดับขีดความสามารถของกำลังพลและหน่วยแล้ว ยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการฝึกและการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะการบูรณาการอากาศยานไร้คนขับเข้ากับการปฏิบัติการพิเศษในลักษณะของ “การปฏิบัติการหลายมิติ” หรือ “การปฏิบัติการหลายโดเมน” ภายใต้แนวคิดทางทหารสมัยใหม่ ในการบูรณาการและประสานงานกำลังรบ ตลอดจนเทคโน โลยีจากทุกสภาพแวดล้อม เพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร การเฝ้าตรวจ การลาดตระเวน และการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090