ข่าวใหม่อัพเดท » กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 2,330,000 ตัว

กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 2,330,000 ตัว

20 สิงหาคม 2026
0

อยุธยา – กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 2,330,000 ตัว สืบสานพระราชปณิธาน ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำไทย เทิดไท้พระพันปีหลวง

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณท่าชัยยุทธ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมประมง จัดกิจกรรมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิ คุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569 รวมจำนวน 2,330,000 ตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้า พระยา โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ในพิธี นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธี นางชลธิชา สันติภาตะนันท์ ประมงจังหวัดพระนครศรี อยุธยา กล่าวต้อนรับ และนายโยธิน เทอดวงศ์วรกุล ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้าราชการกรมประมง ข้าราชการส่วนท้องถิ่น เกษตรกร นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ด้วยในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านการประมงตลอดมา กรมประมง ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องจากโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569” ขึ้น

โดยในพิธีครั้งนี้ กรมประมงได้จัดเตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,330,000 ตัว ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม หรือ กุ้งสมเด็จ จำนวน 1,030,000 ตัว และพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทย 9 ชนิด จำนวน 1,300,000 ตัว ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลากระแหล ปลาโพง ปลาเทโพ และปลาชะโอน เพื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ณ ท่าชัยยุทธ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มพูนปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

นอกจากกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ภายในงานได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อการประมงไทย ภายใต้ชื่อ “แม่แห่งแผ่นดิน ผู้คืนชีวิตสู่สายน้ำ” โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 โซน ได้แก่

  • โซนที่ 1 พระแม่แห่งการอนุรักษ์ นำเสนอพระราชเสาวนีย์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ และโครงการฟื้นฟูทรัพยากรพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดของไทย
  • โซนที่ 2 พลิกฟื้นทะเลไทย ถ่ายทอดการดำเนินโครงการปะการังเทียมและโครงการฟื้นฟูเต่าทะเล และ
  • โซนที่ 3 สายธารแห่งอาชีพ นำเสนอการส่งเสริมอาชีพประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนในชุมชนห่างไกลตามแนวพระราชดำริ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของ “กุ้งสมเด็จ” ผ่านการบอกเล่าจากผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความประทับใจจากการนำกุ้งสมเด็จไปประกอบอาชีพ จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน พร้อมทั้งมอบพันธุ์สัตว์น้ำแก่ผู้แทนชาวประมง จำนวน 5 ราย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนต่อไป

อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันนี้ นอกจากเป็นการน้อมถวายความจงรักภักดี และน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ เกิดความรัก ความหวงแหน เสริมสร้างความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาชน และชุม ชน ตลอดจนร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการประมง เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์และสามารถหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของประชาชนได้สืบไป


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

error: Content is protected !!