จังหวัดตราด จัดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน

จังหวัดตราดจัดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ร่วมกับ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการประชาชนในพื้นที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่

วันที่ 21 พ.ย. 62 ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้ นายศุภมิตร ชิณศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานจัดหน่วยออกให้บริการประชาชนตามโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม ให้กับประชาชน ร่วมกับการจัดโครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว. เคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา บ้านคลองมะขาม ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

โดยมีนางละอองแก้ว ลิมป์หวังอยู่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด นำคณะกรรมเหล่ากาชาดจังหวัดตราด สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด ตลอดจนหน่วยงานราชการในระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ออกให้บริการถึงในพื้นที่ ตําบลหาดเล็กเพื่อช่วยลดรายจ่ายในการเดินทางเข้ารับบริการภาครัฐและแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยมี นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ นําหน่วยงานข้าราชการในพื้นที่เข้าร่วมจํานวนมาก สำหรับการจัดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม ให้กับประชาชน ทางจังหวัดมุ่งที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนถึงในพื้นที่ โดยนำการบริการระดับจังหวัดและอำเภอ ลงมาให้บริการประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นการนำนโยบายของภาครัฐที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มาชี้แจงให้กับประชาชน รวมทั้งมีการจัดหน่วยแพทย์ พอ.สว. ออกหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชน ทั้งการตรวจสุขภาพ ตรวจรักษาโรค การมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชน เบี้ยยังชีพ และการมอบถุงยังชีพให้กับผู้ยาก ไร้ด้วย อย่างไรก็ตามการจัดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม ให้กับประชาชน ในครั้งนี้พบความต้องการแก้ไขปัญหาพบความต้องการในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ ตำบลหาดเล็ด เป็นปัญหาคลองตื้นเขิน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการการชี้แจงแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนผ่านการจัดโครงการในครั้งนี้อีกด้วย พร้อมกันนี้ยังจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทําความสะอาดที่บริเวณวัดคลองมะขามอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ธนารักษ์ จ.จันทบุรี ร่วมกับ เทศบาลตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ จัดโครงการ “การจัดทำชุมชน ให้เป็นที่ประชุม ในที่ราชพัสดุ” และ “ลานค้าชุมชนชายหาดแหลมสิงห์” ขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ธนารักษ์ จ.จันทบุรี ร่วมกับ เทศบาลตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ จัดโครงการ “การจัดทำชุมชน ให้เป็นที่ประชุม ในที่ราชพัสดุ” และ “ลานค้าชุมชนชายหาดแหลมสิงห์” ขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจชุมชนฐานราก โดยใช้กลยุทธ์ 3 สร้าง ประกอบด้วย 1.สร้างความรู้/อาชีพ 2.สร้างตลาด/รายได้ 3.สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน อันมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนมีความสุข และมีรายได้เพิ่มขั้น ซึ่งจะต้องดำเนินการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

โดยสำนักงานธนารักษ์จังหวัดจันทบุรีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้บูรณาการจัดทำโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีรูปแบบเป็นห้องประชุมอเนกประสงค์และเป็นพื้นที่จัดตลาดชุมชนให้กับประชาชนในพื้นที่ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในชุมชนเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลตามแนวทางขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน และ กำหนด จัดโครงการ “การจัดทำชุมชน ให้เป็นที่ประชุม ในที่ราชพัสดุ” และ “ลานค้าชุมชนชายหาดแหลมสิงห์” บริเวณถนนคนเดิน ลานค้าชุมชน วิถีชาวเล ชายหาดแหลมสิงห์ ทุกวันศุกร์ เสาร์ โดยมีพิธีเปิดงานในวันเสาร์ที่ 30 พ.ย.62 โดยมีนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า ชิม ช็อป ใช้ อาหารทะเลสด แปรรูป และสินค้าพื้นบ้าน อาหารถิ่น ประมาณ 100 ร้านค้า และชมฟรีคอนเสิร์ตศิลปิน รวมทั้งการแสดงพื้นบ้าน ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – เปลี่ยนสถานที่จัดงานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และงานกาชาด จากทุ่งนาเชย เป็น พระยืน ถ.ท่าแฉลบ

จังหวัดจันทบุรี เปลี่ยนสถานที่จัดงาน วันสมเด็จพระเจ้า ตาก สินมหาราช และ กาชาด จังหวัดจันทบุรี จากทุ่งนาเชย เป็น พระยืน ถ.ท่าแฉลบ เนื่องจากมีการปรับปรุงรอบสวนสาธารณะทุ่งนาเชย

         นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ถึง 5 มกราคม 2563 จังหวัดจันทบุรีกำหนดจัดงาน วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรำลึก และ กาชาดจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2563 ซึ่งปีนี้ ได้เปลี่ยนสถานที่จัดงานจากบริเวณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย และ สนามกีฬากลาง ไปเป็นที่สวนสาธารณะพระยืน ถนนท่าแฉลบ เนื่องจากสวนสาธารณะทุ่งนาเชย มีการก่อสร้างปรับปรุงสถานที่ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงผลกระทบ แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และเติมเต็มความสุขในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จึงได้เปลี่ยนสถานที่จัดงาน แต่ยังคงรูปแบบการจัดงานให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ในกิจ กรรมบันเทิง สนุกสนาน เปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญผ่านสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ( ไม่มีการเปิดร้านธารากาชาด ) แต่เปิดรับบริจาคเงิน สิ่งของ บริจาคร่างกาย อวัยวะ ลุ้นโชคใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกคืน รวมทั้งลุ้นรางวัลสลากกาชาดเพื่อสาธารณะกุศล ชิงรางวัลใหญ่รถยนต์กระบะ/ รถเก๋ง และรางวัลอื่น ๆ มากมาย

         นอกจากนี้ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า นิทรรศ การ ของหน่วยงานราชการและภาคเอกชน การจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าชุมชน ของดีเมืองจันท์ การแสดงของเยาวชน, นัก เรียน, นักศึกษา และศิลปินระดับประเทศ ตลอด 9 คืน (ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลพบุรี – ซ้อมโต๊ะจีนลิง ครั้งที่ 31 “ทาร์ซานมั้งกี้ ปาร์ตี้” ครั้งที่ 2 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ซ้อมโต๊ะจีนลิง ครั้งที่ 31 “ทาร์ซานมั้งกี้ ปาร์ตี้” ครั้งที่ 2 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยวันนี้ได้มีการนำอาหารหลากหลายชนิด และผลไม้ต่างๆ มาเลี้ยงบรรดาวานร ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งความดื้อ ความซน ความน่ารัก ความวุ่นวายของลูกศิษย์เจ้าพ่อพระกาฬไม่ทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวัง

         นายยงยุทธ กิจวัฒนานุสนธิ์ หรือเสี่ยยี่ ประธานบริษัทลพบุรีอินน์ กรุ๊ป ได้นำอาหารและผลไม้มาเลี้ยงลิง ณ ลานหน้าพระปรางค์สามยอด ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นการซักซ้อมเลี้ยงลิง ก่อนที่จะถึงงานเลี้ยงโต๊ะจีนลิงลพบุรี ครั้งที่ 31 ในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2562 โดยใช้ชื่องานว่า “ทาร์ซาน มั้งกี้ ปาร์ตี้” ซึ่งได้อาหารที่ลิงชอบ ผลไม้นานาชนิด และขนมหวาน มาวางไว้ที่รถตู้ที่มีการตกแต่งเป็นรถแฟนตาซีสองชั้น สำหรับในการเลี้ยงโต๊ะจีนลิง สำหรับในปีนี้งานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ได้กำหนดให้มีการเลี้ยงจำนวน 4 รอบ คือ ในเวลา 10.00 นาฬิกา เวลา 12.00 นาฬิกา เวลา 14 นาฬิกา และเวลา 16.00 นาฬิกา โดยจะมีการเลี้ยงจุดศาลพระกาฬ ปรางค์สามยอด ตามตึก และลิงตลา

ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ ที่เดินทางมาเยือนจังหวัดลพบุรีเป็นอย่างมาก พร้อมกับบันทึกภาพส่งไปเผยแพร่กันต่อ ๆ ไป นอกจากนี้ยังได้นำอาหารมาวางบนโต๊ะจีนยักษ์ซักซ้อมเลี้ยงลิงตึก และลิงปรางค์สามยอด โดยมีบรรดาฝูงลิงที่อาศัยที่ปรางค์สามยอด และอาศัยอยู่ตามตึกลงมากินอาหารเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่นำอาหารมาวางบรรดาลิงที่อยู่ใกล้เคียงได้ปีนบันไดไม้เท้าขึ้นไปกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งในการจัดงานในปีนี้เชื่อว่าจะสร้างราย กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว มาสู่จังหวัดลพบุรีได้อีกทางหนึ่ง ทางจังหวัดลพบุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลพบุรี และใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศ มาเที่ยวชมการเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ที่มีหนึ่งเดียวในโลก ได้ที่จังหวัดลพบุรี ในวันที่ 24 พ.ย. 62 นี้

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

จันทบุรี – นศ. ม.รำไพฯ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่าย ชิงถ้วยนายกรัฐมนตรี

นศ.ม.รำไพฯ คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดภาพถ่าย ระดับประ เทศในหัวข้อ “เมืองจันท์ UNSEEN” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยนายกรัฐมนตรี เมืองจันท์ UNSEEN”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเริญ คังคะศรี คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์วิฆเนศวร ทะกอง ได้มอบถ้วยรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศ ประกวดภาพถ่ายระดับประเทศในหัวข้อ “เมืองจันท์ UNSEEN” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2562

  • ผู้ชนะเลิศได้แก่ คุณธนยศ นิลนนท์ ได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมประกาศนียบัตรจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสุนิสา เบญจกิจ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คุณพงศกร ดาทุมมา

        สำหรับการจัดประกวดในครั้งนี้ คณบดี เปิดเผยว่า “ถือว่าเป็นโครงการที่ดีมากและผลตอบรับจาก ช่างถ่ายภาพทั่วประเทศส่งภาพเข้ามาประกวดประมาณ 100 ภาพ ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนโครงการนี้และขอบคุณคณะกรรม การทุกท่านที่สละเวลาในการคัดภาพที่ UNSEEN ของเมืองจันท์ให้ทุกคนได้เห็นและท้ายนี้ขอเชิญทุกท่านมาท่องเที่ยวกันเยอะ ๆ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # อำเภอหนองสูงจัดกิจกรรม จิตอาสา พระราชทาน 904 วปร. ช่วยเหลือเกษตรกร ยากจน ลดต้นทุนการทำนา (ลงแขกเกี่ยวข้าว)

อำเภอหนองสูงจัดกิจกรรม จิตอาสา พระราชทาน 904 วปร. ช่วยเหลือเกษตรกร ยากจน ลดต้นทุนการทำนา (ลงแขกเกี่ยวข้าว)

          เมื่อวันนี้ที่ 20 พฤศจิกายน 2562 นาย สุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ นายอำเภอหนองสูง นำข้าราชการ นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำหมู่บ้าน จิตอาสาพระราช 904 วปร. “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ประมาณ 76 คน ช่วยเกี่ยวข้าวในแปลงนาของ นาย โอกาส แสนโคตร อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นชาว หมู่ที่ 2 บ้านโนนยาง ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ในพื้นที่ปลูกข้าวจำนวน 3 ไร่ และส่วนใหญ่เป็น ข้าวเหนียว กข. จนแล้วเสร็จในวันเดียวกัน

          สำหรับการจัด กิจกรรมเกี่ยวข้าวช่วยชาวนาครั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ในการจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวข้าว และลดความเสียหายของผลผลิตที่อาจเกิดขึ้น จากการขาดแคลนแรงงาน ตลอดจนรักษาวัฒนธรรมประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ประเพณีอันดีงามของไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรัก สามัคคี เอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งปัจจุบันเริ่มเลือนหายไปให้คงอยู่สืบไป.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

มุกดาหาร # ขับเลี่ยงจุดตรวจเข้มแข็งจามจุรี สภ.หนองสูง ขนยานรก 39,576 เม็ด

         เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน2562 เวลา 17.45 น. อำนวยการจับกุม โดย พล.ต.ต. อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร รอง.ผบก.ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ชัชชัย วงศสุนะ รอง.ผบก.ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท. โอภาส วงษ์คำหาญ รอง ผกก.สส.รรท. ผกก.สภ.หนองสูง และ จนท.ชุดจับกุม สภ.หนองสูง หลังจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการขนยาเสพติดจากพื้นที่ จว.ตามแนวชายแดน จว. นครพนม และ จว.มุกดาหาร จะมุ่งหน้าผ่านเขต อ.หนองสูง

เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณจุดตรวจเข้มแข็งจามจุรี ขณะตั้งจุดตรวจ ได้สังเกตเห็นรถยนต์กระบะสี่ประตู สีขาว ยี่ห้อ เชฟโรเลต ทะเบียน 5กก 740 กทม. ขับมาตามเส้นทาง จ.มุกดา หาร – กุฉินารายณ์ มุ่งหน้าไป อ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์ ได้ขับรถเลี่ยงจุดตรวจอ้อมไปบริเวณหลัง รพ.หนองสูง หลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ ท่าทางมีพิรุธ เกรงจะมีของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิดและให้สัญญาณหยุดรถ แต่รถคันดังกล่าว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้เร่งความเร็วหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามไปจนกระทั่งถึงบริเวณทุ่งนาทางด้านทิศตะวันออกของบ้านโนนยาง ม.1 ต.โนนยาง อ.หนองสูง จว.มุกดาหาร

         ผู้ต้องสงสัยได้หยุดรถกะทันหัน และลงรถพร้อมหิ้วกระสอบปุ๋ยวิ่งหนี เจ้าหน้าที่ได้วิ่งไล่ติดตามไปจนกระทั่งจับตัวได้ สอบ ถามชื่อคือ นายสันต์ บุญทัน อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 3 ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี พร้อมกระสอบปุ๋ยสีฟ้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในกระสอบปุ๋ยสีฟ้า พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน/ยาบ้า) บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำตาลพันด้วยเทปกาวสีน้ำตาลห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส หุ้มด้วยถุงพลาส ติกสีดำ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาที่ สภ. หนองสูง และตรวจรับยาบ้าโดยละเอียด ซึ่งมีลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งมีอักษรภาษาอังกฤษดับเบิ้ลยูวาย(wy) ด้านหนึ่งผิวเรียบ เม็ดสีส้มจำนวน 39,180 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 396 เม็ด รวม 39,576 เม็ดบรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำตาลพันด้วยเทปกาวสีน้ำตาลห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส หุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ พร้อมตรวจยึดรถยนต์นั่งสองตอนท้ายบรรทุก ยี่ห้อเชฟโลเลต สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 กก 740 กทม. จำนวน 1 คัน ที่ใช้ในการกระทำความผิด และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง สีชมพู จำนวน 1 เครื่อง สีดำ จำนวน 1 เครือง รวม 2 เครื่อง

          โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน/ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และได้ยึดรถยนต์ ตาม พรบ. มาตรการ ยาเสพติด ราคาทรัพย์จำนวน 700,000 บาท นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองสูง เพื่อสอบสวนขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

แม่ทัพภาคที่ 2 – เป็นประธานมอบทุนการศึกษา และ รางวัลการประกวด “โครงงานนักเรียนระดับภาค” ประจำปี 2562

          วันพุธที่ 20 พฤษจิกายน 2562 เวลา 09.00 น. พลโท ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานมอบทุนการศึกษา และ รางวัลการประกวด “โครงงานนักเรียนระดับภาค” ประจำปี 2562 ซึ่งมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมาจัดขึ้น เพื่อมอบรางวัลการประกวดโครงงานนักเรียนระดับภาคะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 17 ให้กับนักเรียน และโรงเรียนชนะเลิศประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ – ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย – ประวัติ ศาสตร์ และโครงงานคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งได้จัดประกวดระหว่าง วันที่ 17-18 สิงหาคม 2562 ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

         โดยมีโครงงานที่ชนะการประกวด ในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งเข้าประกวด ระดับประถมศึกษา – มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 353 โครงงาน มีโครงงานได้รับรางวัล 96 โครงงาน

         นอกจากนั้นได้มอบทุนการศึกษา รวม 1,813 ทุน ให้กับนักเรียน นักศึกษา ที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย แต่ขาดทุนทรัพย์ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ซึ่งมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดขึ้น ตามแนวความคิดของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ที่ต้องการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคมมีความประพฤติเรียบร้อย แต่ขาดทุนทรัพย์ เพื่อนำไปพัฒนาความรู้นำไปพัฒนาชาติบ้านเมือง

          โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้โอวาทแก่ ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษา และผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดโครงงานนักเรียนระดับภาค ขอให้ นำทุนการศึกษาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างแท้จริง และขอให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า และตอบแทนบุญคุณ แผ่นดินด้วยการทำความดี ตามที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้ประพฤติเป็นแบบอย่างตลอดมา

ศุภเดช ธนูศร นครราชสีมา
Cr.สำนักงานข่าวประชาสำพันธ์จังหวัดนครราชสีมา

ชลบุรี – ชาวหมู่บ้านร้องถาม !! เมื่อไหร่หน่วยงานจะเห็นความสำคัญของทรัพย์สินและความปลอดภัยของชาวบ้าน

ชลบุรี-ชาวหมู่บ้านร้องถาม !! เมื่อไหร่หน่วยงานจะเห็นความสำคัญของทรัพย์สินและความปลอดภัยของชาวบ้าน

          ชาวบ้านหมู่บ้าน ประภัรสร หมู่ 5 ตำบล บึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วิงวอน ร้องผ่านสื่อ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสาย ฯลฯ ห้อยระโยงระยาง บางก็ขาดห้อยลงมาถึงพื้น ภายในหมู่บ้าน ที่อาจเกิดอันตรายทั้งชีวิตและทรัพย์ ของชาวบ้านในหมู่ บ้านรวมระยะกว่า 100 เมตร ตั้งแต่ปากซอย 1 – 4 ซึ่งที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้มาแล้วถึง 5 ครั้ง จนชาวบ้านต้องช่วยกันใช้ถังดับเพลิง ดับไฟที่ลุกไหม้ สายไฟและสายเคเบิ้ลต่างๆกันเอง อย่างไม่มีหน่วยงานใดมาดูแลช่วยเหลือ

ล่าสุดชาวบ้านหวั่นเกิดเหตุใหญ่ ระดมบริจาคร่วมกันจัดซื้อถึงดับเพลิง มาเพิ่มไว้กว่า 10 ถัง เพื่อจะได้เพียงพอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์ของชาวบ้านในหมู่บ้าน โดยที่ผ่านมาเกิดเหตุไฟไหม้สายไฟ สายเคเบิ้ล ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุต่างวิ่งหนีออกมาจากบ้านด้วยความกลัว ทุกครั้งที่เกิดเหตุ

          โดยนาย พยับ สิงห์คำคูณ ชาวบ้านที่อาศัยในซอย 4 ภาย ในหมู่บ้านประภัรสร ได้เผยด้วยสีหน้ากังวลว่า ที่ผ่านมาล่าสุด ได้เกิดไฟไหม้สายไฟและสายเคเบิ้ล ขึ้นมาอีกและค่อนข้างรุนแรง ซึ่งก็ได้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วย ตนเองและเพื่อนจึงต้องช่วยกันใช้ถังดับเพลิงและบรรได ปีนขึ้นไปใช้ถังดับเพลิงฉีดดับไฟ ซึ่งสร้างความแตกตื่นกันทั้งหมู่บ้าน เพราะจุดที่ไหม้ใกล้กับจุดที่ตั้งหม้อแปลง ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเกรงกลัวการระเบิดของหม้อแปลง ต่อมาก็ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนจัดซื้อถังดับเพลิงมาเพิ่มเติมไว้ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน จึงใคร่ขอร้องวิงวอน ขอความเมตตาจากหน่วยงานเกี่ยวข้องและหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ เข้ามาช่วยเหลือดูแล แก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านด้วย อย่าปล่อยให้เกิดเหตุความสูญเสียทรัพย์สินและอาจจะถึงชีวิตของชาวบ้านเลย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – สาววัย 26 ปี ตกงาน ไม่มีเงินให้แม่ผัว เกิดอาการเครียด จะฆ่าตัวตาย

สาววัย 26 ปี ตกงาน ไม่มีเงินให้แม่ผัว เกิดอาการเครียดขึ้นไปบนสะพานลอยกลางเมืองจันทบุรี จ่อกระโดดฆ่าตัวตาย โชคดีนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองท่าช้างผ่านมาพบเข้าช่วยกู้ภัยฯ เกลี้ยกล่อม สุดท้ายยอมลง

          เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีคนจะกระโดดสะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบ และช่วยเกลี่ยกล่อมให้คนที่จะกระโดดสะพานลอยลงมาจากสะพานลอยด้วย

         หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี และเจ้าหน้า ที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รุดไปที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางไปถึงพบ นายเฉลิมพล ศักดิ์ นายกเทศ มนตรีเทศบาลเมืองท่าช้าง กำลังเข้าเกลี่ยกล่อมหญิงวัย 26 ปี ที่ยืนร้องไห้อยู่บนสะพานลอย เพื่อหวังที่จะกระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายอยู่ ต่อมาทราบชื่อหญิงที่จะกระโดดสะพานลอย คือ นางสาวนิตยา สายศิลป์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 1 ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี และหลังจากที่ นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ ได้เข้าเกลี่ยกล่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมง นางสาวนิตยา ก็ยอมเดินลงมาจากสะพานลอยด้วยความปลอดภัย จากนั้นทาง นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองท่าช้าง จึงได้นำเงินส่วนตัวช่วยเหลือ นางสาวนิตยา สายศิลป์ และได้เตือน นางสาวนิตยา สายศิลป์ ว่าอย่าทำเช่นนี้อีก เพราะชีวิตมีค่า คนที่เดือดร้อนคือครอบครัว พ่อแม่ที่อยู่ด้านหลัง

จากการสอบถาม นางสาวนิตยา สายศิลป์ หญิงที่จะกระโดดสะพานลอย กล่าวว่า ตนเองตกงานมานานหลายเดือนแล้ว ไปสมัครงานหลายแห่งก็ยังไม่มีใครเรียกรับเข้าทำงาน ประกอบแม่สามีได้ขอเงินตนเอง เดือนละ 1,000 บาท แต่ตนเองไม่มีให้ จึงคิดไม่ตก และเกิดอาการเครียดจึงได้ขึ้นไปบนสะพานลอยเพื่อหวังที่จะกระโดดสะพานลอยเพื่อฆ่าตัวตาย เพราะหมดหนทาง จากนั้นก็ได้มีนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองท่าช้าง และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้มาช่วยเหลือดังกล่าว

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก