โรงพยาบาลลำพูน รับมอบเครื่องฟอกไตเทียมเพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย

ลำพูน – โรงพยาบาลลำพูน รับมอบเครื่องฟอกไตเทียมเพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย

โรงพยาบาลลำพูน โดย แพทย์หญิง ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน และคณะฯ รับมอบเครื่องฟอกไตเทียมจาก นายณรงค์ ธรรมจารี ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท เอ็ม เอส พี อินเตอร์ ฟู้ดส์ จำกัด(หมูอินเตอร์ฯ) พร้อมนางสายพิณธุ์(ภรรยาฯ) และครอบครัว เพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไต มูลค่า 500,000.00 บาท(ห้าแสนบาทถ้วน.-) ในโอกาสเปิดอาคารศูนย์ประชุมหมูอินเตอร์ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 โดยบริษัทฯ มีวิสัยทัศน์สร้างแบรนด์ท้องถิ่นสู่สากล และสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร(หมู)อย่างยั่งยืน..


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ติดตามสถานการณ์ แนวชายแดนไทยเมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก เตรียมความพร้อม ถวายความปลอดภัย รับเสด็จฯ

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ติดตามสถานการณ์ แนวชายแดนไทยเมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก เตรียมความพร้อม ถวายความปลอดภัย รับเสด็จฯ

พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พันเอก ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ร่วมให้การต้อนรับ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ในโอกาสเดินทาง ลงพื้นที่ตรวจติดตาม การเตรียมความพร้อม ถวายความปลอดภัย สมเด็จพระกนิษ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราช ดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

โดย แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และ คณะฯ ได้ตรวจติดตาม สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา บริเวณ ฐานปฏิบัติการเสกสรรค์ ในพื้นที่ บ.แม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก และ จุดตรวจการณ์สันยายหลู่ ในพื้นที่ ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก

เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา เกิดการสู้รบ ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่อต้าน ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่ปรากฏข่าวสารการปะทะ เป็นไปด้วยความสงบและเรียบร้อยตลอดแนวชายแดน

ทั้งนี้ กองกำลังนเรศวร ได้จัดกำลังเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล และอาวุธยุโธปกรณ์ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมตรึงกำลังตลอดแนวชายแดน เพื่อถวายความปลอดภัยอย่างสูงสุด พร้อมทั้งดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ

#กองทัพภาคที่3 #กองกำลังนเรศวร #หน่วยเฉพาะกิจราชมนู #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่35


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. สดุดีกำลังพลผู้เสียสละปกป้องอธิปไตยของไทย พร้อมอวยพรปีใหม่ 2569 ย้ำภารกิจดูแลกำลังพลและประชาชน ควบคู่ความมั่นคงของชาติ

ผบ.ทบ. สดุดีกำลังพลผู้เสียสละปกป้องอธิปไตยของไทย พร้อมอวยพรปีใหม่ 2569
ย้ำภารกิจดูแลกำลังพลและประชาชน ควบคู่ความมั่นคงของชาติ

วันนี้ (22 ธันวาคม 2568) ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 3/2569 โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ผู้บัญชา การทหารบกได้มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัดกองทัพบกที่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐและวิทยาลัยพยาบาลของรัฐ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมมอบใบประกาศชมเชยแก่หน่วยที่มีกำลังพลปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, กรมการทหารช่าง, กรมแพทย์ทหารบก และ ศูนย์การบินทหารบก

โดยผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวแสดงความยินดีกับบุตรหลานกำลังพลที่ประสบความสำ เร็จในการศึกษาต่อ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวกำลังพล และเป็นผลจากความมุ่งมั่น อดทน และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยทหารและกำลังพลทุกนายที่ร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนด้านมนุษยธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่วาระการสรุปสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพบก ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกรมฝ่ายเสนาธิการทหารบก โดยกองทัพยังคงมีภารกิจสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในหลายมิติ ทั้งปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ซึ่งยังคงมีความรุนแรง รวมถึงการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่ชายแดน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ กองทัพบกได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดตั้งจุดบริการประชาชน บนเส้นทางที่มีการสัญจรหนาแน่น 87 จุดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยให้บริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น การตรวจความพร้อมและซ่อมแซมยานพาหนะ การแนะนำเส้นทาง และการบริการทางการแพทย์เบื้องต้น ตลอด 24 ชั่วโมง

ในช่วงท้ายของการประชุมผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละและทุ่มเทภายใต้เอกภาพของระบบการปฏิบัติงานพร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวและพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพบกให้สอดรับกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนและภัยคุกคามแบบผสมผสาน ซึ่งเชื่อมโยงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

โอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวสดุดีและเชิดชูเกียรติกำลังพลทุกนายที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ แรงกาย เลือดเนื้อ และแม้กระทั่งชีวิต รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจ เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศชาติอย่างกล้าหาญ

โดยได้เน้นย้ำว่า การดูแลกำลังพลและครอบครัว รวมถึงประชาชน เป็นแนวทางที่กองทัพบกยึดถือมาโดยตลอดภายใต้พระบรมราโชบาย และนโยบายของกองทัพบกที่ชัดเจน โดยกำลังพลทุกนายล้วนมีคุณค่าและความสำคัญเท่าเทียมกัน ขอให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด ควบคู่กับการดูแลประชาชนและร่วมกันป้องกันไม่ให้วาทกรรมที่บิดเบือนมาสร้างความแตกแยกในสังคม

พร้อมกันนี้ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ในนามของกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบกได้อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และด้วยพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงดวงพระวิญญาณของบูรพมหากษัตริย์ไทย โปรดดลบันดาลให้กำลังพลและครอบครัวทุกนายประสบความสุขมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา และความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตลอดปีใหม่ 2569 นี้



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

เยี่ยมเยียนขอบคุณและชื่นชม ในความเสียสละเพื่อชาติ ทหารผ่านศึกนอกประจำการให้มีขวัญกำลังใจ

เยี่ยมเยียนขอบคุณและชื่นชมในความเสียสละเพื่อชาติ ทหารผ่านศึกนอกประจำการให้มีขวัญกำลังใจ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลำปาง พร้อมด้วย คุณ จิราภรณ์ อ่อนตา รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลำปาง และคุณสุกัญญา คามเกตุ เลขานุ การ สมาคมแม่บ้านทหารบกสาขามณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา, สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบกฯ เข้าเยี่ยมเยียน เพื่อแสดงความขอบคุณและแสดงความห่วงใย ทหารผ่านศึกนอกประจำการในพื้นที่ ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จำนวน 2 นาย ได้แก่

  1. พลทหาร สาคร เทพพรมวงศ์ อายุ 63 ปี ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้น 4 ประวัติสงครามป้องกันและปราบปราม (ในประเทศ) ป่วยติดเตียง/สูงอายุ
  2. พลทหาร สว่าง จันทร์สุยะ อายุ 74 ปี ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้น 3 ประวัติสงครามป้องกันและปราบปราม (ในประเทศ) ความพิการ ตาข้างขวาบอดสนิท

ซึ่งทั้ง 2 ท่าน เป็นผู้ป่วยและมีรายได้เพียงเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยพิการ ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารผ่านศึกและครอบครัว พร้อมกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญเสียสละเพื่อชาติ และในโอกาสนี้ได้มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค ชุดยาสามัญประจำบ้าน และให้ชุดหมอเดินเท้าจากโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ตรวจเช็คสุขภาพเบื้องต้น โดยได้แนะนำการดูแลสุขภาพในห้วงอากาศเปลี่ยนแปลงอันเป็นการสร้างความอบอุ่นใจ สมดังที่ว่า เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน


นที มีเดช รายงาน

เชิดชูเกียรติทหารกล้า ผู้สละชีพปกป้องผืนแผ่นดินไทย กองทัพบกจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารหาญอย่างสมเกียรติ

เชิดชูเกียรติทหารกล้า ผู้สละชีพปกป้องผืนแผ่นดินไทย กองทัพบกจัดพิธีพระ ราชทานเพลิงศพทหารหาญอย่างสมเกียรติ

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ กองทัพบกจึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่ทหารหาญผู้กล้า เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีการอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างสมเกียรติ

วันนี้ (22 ธันวาคม 2568) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พลเอก อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พร้อมด้วย พลตรี ศักดิ์เสมา พงศ์กลัด รองเจ้ากรมกำลังพลทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ วัดทุ่งสว่าง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

สำหรับการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อเป็นเกียรติแก่ พลทหาร วสันต์ ขานหัวโทน สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้า ที่ในระหว่างการสู้รบ บริเวณซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานเลื่อนชั้นยศเป็นร้อยตรี พร้อมมอบสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ แก่ทายาทตามระเบียบและมติคณะรัฐมนตรี อาทิ เงินพระราชทาน เงินบำรุงขวัญ เงินสินไหมทดแทนจากการประกันชีวิตภัยสงคราม เงินบำเหน็จตกทอด เงินช่วยเหลือจากกองทุนที่เกี่ยวข้อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 11,085,762 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ยืน ยันจะดูแลสิทธิ สวัสดิการ รวมทั้งความเป็นอยู่ของครอบครัวและทายาทของทหารกล้าทุกนายอย่างดีที่สุด ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีที่ทหารหาญทุกท่านได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติ นับเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของกองทัพบก และจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ตลอดจนอยู่ในหัวใจของประชาชนไทยตลอดไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

เชียงใหม่ จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในโอกาสเสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่

จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม 2569

วันนี้ (22 ธ.ค. 68) ที่ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ พลโท ฉกาจ ประสงค์ ราชองครักษ์ในพระองค์ กรมราชองครักษ์ สำนักพระราชวัง รอป.904/905 เป็นประธานการประชุมฯ และนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานร่วม โดยมีส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือการเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม 2569

โดยมีหมายกำหนดการ ดังนี้ ในวันที่ 21 มกราคม 2569 ช่วงเช้า จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2567-2568 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อจากนั้นในช่วงบ่ายจะเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดอาคารสัตวเวชบำรุง และทอดพระเนตรนิทรรศการและการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพทางสัตวแพทย์ภาคเหนือ ณ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อด้วยการเสด็จฯ ไปทรงเปิดการประชุมสามัญประจำปี 2569 ของคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ สำนักงานมูลนิธิขาเทียมฯ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม

สำหรับพระราชกรณียกิจในวันที่ 22 มกราคม 2569 ในช่วงเช้า จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียง ใหม่ (เป็นวันที่สอง) ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนในช่วงบ่ายจะเสด็จฯ ไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จเจ้าฟ้ามหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และทรงเปิดพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า ในพระราชูปถัมภ์ฯ ณ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากนั้นจะเสด็จฯ ไปในพิธีทูลพระขวัญ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการมอบหมายภารกิจหน้าที่ให้กับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ อาทิ การชี้แจงลำดับขั้นตอนของพิธีการ การจัดเตรียมสถานที่ การวางแผนถวายการรักษาความปลอดภัย การปรับภูมิทัศน์ตลอดเส้นทางเสด็จฯ การอำนวยความสะดวกด้านจราจร การแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง และเพื่อให้การเตรียมงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามแนวทางที่วางไว้ และถวายการรับเสด็จฯ ได้อย่างสมบูรณ์ในทุกมิติ


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ลำพูน จัดกิจกรรมพบสื่อและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในจังหวัด

ลำพูน – ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการ พบปะสื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในจังหวัด ภายใต้กิจกรรมผู้ว่าฯ พบสื่อ ครั้งที่ 1/2569 เน้นย้ำ 3 ประเด็นหลัก สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา 4 ด้าน

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้องร่วมกิจ กรรม “ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด พบสื่อมวลชน เครือข่ายสื่อออนไลน์ และเครือข่ายสื่อประชาสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 วันนี้ (22 ธ.ค. 68) เวลา 10 นาฬิกา ณ เดอะแกรนด์จามจุรี รีสอร์ท ลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ ให้จังหวัดลำพูนบรรลุตามยุทธศาสตร์จังหวัดที่วางไว้ นอกจากนั้น ยังเป็นเวทีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการได้พบปะพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะในช่วงต้นปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่าง ๆ ของจังหวัดลำพูน ให้พี่น้องประชาชนทั้งคนลำพูนและต่างจังหวัด ได้ทราบอย่างทั่วถึง

นางสาวฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์ จัง หวัดลำพูน ได้ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์จังหวัดลำพูน โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพบสื่อมวลชน เครือข่ายสื่อออนไลน์และเครือข่ายสื่อประชาสัมพันธ์ ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันนี้(22 ธ.ค.) และครั้งต่อไปภายในเดือนกันยายน 2569

จังหวัดลำพูน ได้กำหนดวิสัยทัศน์ของจังหวัดไว้ว่า “เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บนความพอเพียง” ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมสร้างสรรค์และสมดุลในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนวิถีพอเพียงและยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาของทุกภาคส่วน ไปสู่เป้าหมายและบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกัน ภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดลำพูน ปี 2566-2570

โดยกำหนดประเด็นพัฒนาจังหวัดออกเป็น 4 ประเด็น ดังนี้

  1. เมืองแห่งวัฒนธรรมอัตลักษณ์วิถีและท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
  2. เมืองแห่งอุตสาหกรรม หัตถอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  3. เมืองแห่งเกษตรสุขภาพและเกษตรนวัตกรรมสร้างสรรค์
  4. เมืองแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ในการขับเคลื่อนในยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้านของจังหวัดลำพูน มีเรื่องสำคัญที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนและเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ อันได้แก่
1) แนวทางการป้องกันปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปี 2568 – 2569
2) ภาพรวมแนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และ การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 (ช่วง 7 วัน อันตราย)
3) Soft Power จังหวัดลำพูน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ดำเนินไปในรูปแบบ Ted Talk คือ นำเสนอแนวคิดคล้ายกับรูปแบบทอล์คโชว์ คนละประมาณ 12 – 15 นาที เริ่มต้นจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในประเด็นแนวทางการป้องกันปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปี 2568 ภาพรวมแนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และ การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569(ช่วง 7 วัน อันตราย) และ Soft Power จังหวัดลำพูน

โดยมีผู้ร่วมนำเสนอฯ ประกอบด้วย

  1. นายสัญญา ทุมตะขบ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำพูน เรื่อง แนวทางการป้องกัน รับมือ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปี 2568
  2. นายธนา นวลปลอด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน เรื่อง การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569(ช่วง 7 วัน อันตราย)
  3. พันตำรวจเอก พชรพล วงศ์รจิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน เรื่อง ภาพรวมแนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และ การเตรียมการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569(ช่วง 7 วัน อันตราย)
  4. นางสาวสมหมาย ประทุมเทพ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน เรื่อง แนวทางการส่งเสริมผ้าลำพูน ให้เป็น Soft Power ที่ยั่งยืน
  5. ว่าที่ร้อยตรี รังสรรค์ จอมนวล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน เรื่อง เทศกาลท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดลำพูน ส่งเสริม Soft Power ที่ยั่งยืน
  6. นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน เรื่อง งานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดลำพูน ส่งเสริม Soft Power ที่ยั่งยืน..

นที มีเดช รายงาน

เปิดภาพ เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

เปิดภาพ เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

จากสถานการณ์ชายแดนที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และใช้อาวุธโจมตีกำลังพลของไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่คนไทยต้องรับรู้เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ120 ชม. การยึดพื้นที่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ภาพสะท้อนจากเนิน 350 สู่สมรภูมิประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำตลอดภารกิจของ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บัญชาการรบอยู่หน้าแนวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2

สถานการณ์บริเวณ เนิน 350 พื้นที่ปราสาทตาควาย ทำให้สังคมไทยได้ประจักษ์อีกครั้งว่า “พื้นที่สูง” ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่คือจุดชี้ขาดของความมั่นคง เป็นทั้งสายตา เป็นทั้งเกราะ และเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ความปลอดภัยของประชาชนกับความเสี่ยงในแนวหน้าภายใต้การบัญชาการรบของกองทัพภาคที่ 2 การปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินไปบนหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการควบคุมสถานการณ์ เพื่อจำกัดความสูญเสีย การตัดสินใจแต่ละขั้น มิได้มุ่งผลลัพธ์เฉพาะหน้า แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพและความมั่นคงโดยรวมเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 5 วัน เนิน 350 จากการปะทะสู่การควบคุมสถานการณ์ (16–20 ธันวาคม 2568)

16 ธันวาคม 2568 วันที่ความกล้าหาญถูกพิสูจน์ มีรายงานเหตุปะทะในพื้นที่ เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ส่งผลให้กำลังพลไทย เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ดังกล่าวถูกจับตาในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นี่คือวันที่ความกล้าหาญของทหารแนวหน้าปรากฏชัด และเป็นจุดตั้งต้นของการตัดสินใจเชิงความรับผิดชอบในระดับบัญชาการ

17 ธันวาคม 2568 คุมจังหวะสถานการณ์ การดำเนินการในพื้นที่ปรับเข้าสู่กรอบการควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยมุ่งยับยั้งการรุกคืบ ควบคุมพื้นที่สำคัญและป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายหลักในช่วงนี้คือ ไม่ให้ความสูญเสียเกิดซ้ำและไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงขยายตัว

18 ธันวาคม 2568 การทำงานของระบบบัญชาการรบ การปฏิบัติการดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ทีมบัญชาการรบ กำลังแนวหน้า และฝ่ายสนับสนุน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยยึดหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงต่อชีวิตกำลังพล “ความนิ่งในวันนี้ไม่ใช่ความชะลอ แต่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช้อารมณ์นำ”

19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์เริ่มชัดเจนรายงานข่าวสะท้อนว่า การควบคุมพื้นที่มีความคืบหน้า การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ถูกจำกัด สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่การคุกคามไม่สามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

20 ธันวาคม 2568 ควบคุมพื้นที่ ปิดวงจรความสูญเสียมีการยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถ ควบ คุมพื้นที่เนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควายได้ พร้อมการลำเลียงร่างทหารผู้เสียสละลงมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ และการตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่ รวมถึงการตรวจยึดอาวุธจากฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงย้อนกลับมาอีก “วันนี้ไม่ใช่วันแห่งการเฉลิมชัย แต่คือวันที่ความสูญเสียถูก “หยุดไว้” ด้วยการตัดสินใจอย่างมีศักดิ์ศรี

สมรภูมิเนิน 350 มีผู้กล้ายืนหยัดฝ่ากระสุนตลอดการรบ 5 วัน หวังนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติไม่ได้มีเพียง ผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี “ผู้กล้า” ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง หลังจาก กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ

หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ในครั้งนี้ส่งผลให้ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พลีชีพ ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 และได้นำกลับบ้านอย่างสมเกียรติอย่างวีระบุรุษ ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกียรติยศ คือหัวใจ ของคำว่า “ไม่ทิ้งกัน” ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนายอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพต่อไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

นครราชสีมา – ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์ เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ได้วางมาตรการดูแลการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มข้น ครอบคลุมเส้นทางหลักเชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และจังหวัดสระบุรี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนกระจายสู่ภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมตั้งจุดบริการและจุดพักรถเพื่อลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่

สำหรับการบริหารจัดการจราจรปีใหม่นี้ การเปิดใช้ มอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดแนว จะช่วยระบายรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางขาออกจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม–2 มกราคม และขาเข้าระหว่างวันที่ 2–6 มกราคม

ด้านความมั่นคงในพื้นที่อีสานตอนล่างซึ่งติดแนวชายแดน มีการตั้งด่านตรวจควบคู่จุดบริการประชาชน ประสานงานหน่วยงานความมั่นคงทุกมิติ รวมถึงการเดินทางทางถนน รถไฟ และอากาศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงของบุคคลไม่หวังดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการอพยพในพื้นที่แนวชายแดน ครอบคลุม 16–18 สถานีตำรวจใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังให้การเดินทางช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

อัญเชิญดวงวิญญาณ 2 วีรบุรุษทหารกล้าเนิน 350 กลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิด

อัญเชิญดวงวิญญาณ 2 วีรบุรุษทหารกล้าเนิน 350 กลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิด

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวันนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการเคลื่อนร่างของ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สองทหารกล้าที่สละชีวิตจากการปกป้องแผ่นดินแดนไทยบริเวณเนิน 350 กลับสู่ภูมิลำเนาในจังหวัดบุรีรัมย์และจัง หวัดศรีสะเกษ

สำหรับในช่วงสายของวันนี้ ทางด้าน ร.อ.ภิษัช อุตรศาสตร์ ผบ.ร้อย.ร.232 พร้อมกำลังพลสหายร่วมรบ พร้อมใจร่วมกระทำพิธีอัญเชิญ 2 ดวงวิญญาณวีรบุรุษเนิน 350 ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนา หลังเสร็จสิ้นภารกิจตามที่ตั้งหวังไว้ ความเสียสละของกำลังพลผู้เสียชีวิตและผู้ร่วมรบทุกนาย จะจารึกเป็นประวัติศาสตร์การรบของหน่วยสืบไป ทาง ผบ.หน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวรบ ได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 2 รูป มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของ จ่าสิบเอกสำเริง และ พลทหารภานุพัฒน์ กลับสู่มาตุภูมิ บ้านเกิดของทั้งสอง เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและการอุทิศตนเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยสืบไป


พรพิพัฒน์ รายงาน