ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 2 สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปัน มอบน้ำใจจากผู้ให้…ส่งต่อกำลังใจถึงผู้รับ

ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 2 สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปัน มอบน้ำใจจากผู้ให้…ส่งต่อกำลังใจถึงผู้รับ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายวรพันธุ์ อ่อนคง ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 2 เดินทางไปเยี่ยม เยียนและให้กำลังใจ นายผั่น เพ็ชรสังหาร อายุ 78 ปี ณ บ้านเลขที่ 34 หมู่ 7 บ้านกวางงอย ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ภายหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และโรคไต ซึ่งเป็นบิดา ร้อยตรีพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ผบ. มว.สส.ร้อย.สสก.ร.8 พัน.1 ชรก.นบ.ยส.24/คณะทำงาน ปชส.มทภ.2

การเดินทางมาในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการมาเยี่ยมเยียน หากแต่เป็นการนำ “น้ำใจ” และ “กำลังใจ” มามอบให้กับ ผู้สูงวัยคนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับข้อจำกัดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แม้ร่างกายอาจไม่แข็งแรงเหมือนวันวาน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีความหมายเสมอ คือการได้รู้ว่า…ยังมีคนห่วงใยและไม่ทอดทิ้งกัน

รอยยิ้มเล็ก ๆ ของผู้ให้ อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับผู้รับ…อาจเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ในการก้าวผ่านวันเวลาที่ยากลำบาก เพราะบางครั้ง “การให้” ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่มีราคาแพง แค่การเดินทางไปหา การถามไถ่ด้วยความจริงใจ และการนั่งอยู่ข้าง ๆ กันในวันที่ใครบางคนรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่เพียงลำพัง…

น้ำใจจากผู้ให้ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่มอบให้กับผู้รับ แต่คือการส่งต่อความหวัง ความอบอุ่น และกำลังใจ ให้คนคนหนึ่งได้มีแรงลุกขึ้นสู้กับชีวิตต่อไป

เพราะสังคมที่น่าอยู่…ไม่ได้เกิดจากคนที่เก่งที่สุด แต่เกิดจากคนธรรมดาที่พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน


พรพิพัฒน์ รายงาน

กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 2,330,000 ตัว

อยุธยา – กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 2,330,000 ตัว สืบสานพระราชปณิธาน ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำไทย เทิดไท้พระพันปีหลวง

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณท่าชัยยุทธ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมประมง จัดกิจกรรมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิ คุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569 รวมจำนวน 2,330,000 ตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้า พระยา โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ในพิธี นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธี นางชลธิชา สันติภาตะนันท์ ประมงจังหวัดพระนครศรี อยุธยา กล่าวต้อนรับ และนายโยธิน เทอดวงศ์วรกุล ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้าราชการกรมประมง ข้าราชการส่วนท้องถิ่น เกษตรกร นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ด้วยในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านการประมงตลอดมา กรมประมง ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องจากโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569” ขึ้น

โดยในพิธีครั้งนี้ กรมประมงได้จัดเตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,330,000 ตัว ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม หรือ กุ้งสมเด็จ จำนวน 1,030,000 ตัว และพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทย 9 ชนิด จำนวน 1,300,000 ตัว ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลากระแหล ปลาโพง ปลาเทโพ และปลาชะโอน เพื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ณ ท่าชัยยุทธ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มพูนปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

นอกจากกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ภายในงานได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อการประมงไทย ภายใต้ชื่อ “แม่แห่งแผ่นดิน ผู้คืนชีวิตสู่สายน้ำ” โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 โซน ได้แก่

  • โซนที่ 1 พระแม่แห่งการอนุรักษ์ นำเสนอพระราชเสาวนีย์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ และโครงการฟื้นฟูทรัพยากรพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดของไทย
  • โซนที่ 2 พลิกฟื้นทะเลไทย ถ่ายทอดการดำเนินโครงการปะการังเทียมและโครงการฟื้นฟูเต่าทะเล และ
  • โซนที่ 3 สายธารแห่งอาชีพ นำเสนอการส่งเสริมอาชีพประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนในชุมชนห่างไกลตามแนวพระราชดำริ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของ “กุ้งสมเด็จ” ผ่านการบอกเล่าจากผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความประทับใจจากการนำกุ้งสมเด็จไปประกอบอาชีพ จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน พร้อมทั้งมอบพันธุ์สัตว์น้ำแก่ผู้แทนชาวประมง จำนวน 5 ราย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนต่อไป

อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันนี้ นอกจากเป็นการน้อมถวายความจงรักภักดี และน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ เกิดความรัก ความหวงแหน เสริมสร้างความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาชน และชุม ชน ตลอดจนร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการประมง เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์และสามารถหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของประชาชนได้สืบไป


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

ธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ จัดเต็มสินค้าดี ราคาประหยัด พร้อมส่งรถโมบายกระจายสินค้าทั่วทั้ง 4 อำเภอ

นครนายก – ธงฟ้า“ เยียวยาลดค่าครองชีพ จัดเต็มสินค้าดี ราคาประหยัด พร้อมส่งรถโมบายกระจายสินค้าทั่วทั้ง 4 อำเภอ

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนคร นายก เป็นประธานเปิดงาน “ธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชนจังหวัดนครนายก” ภายใต้โครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน จังหวัดนครนายก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครนายก (หลังเก่า) โดยมี ร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพี่น้องประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

กิจกรรม “ธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชนจังหวัดนครนายก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน พร้อมเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าอุปโภค – บริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในราคาประหยัดจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ภายในงานมีการจัดจำหน่าย สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด 10 รายการ ได้แก่ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช ไข่ไก่ ผงปรุงรส น้ำปลา ซอสปรุงรส ปลากระป๋อง ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม รวมทั้งยังมีการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตลอดจนร้านเด็ด อาหารอร่อยจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมกว่า 50 บูธ ให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัด พร้อมร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการและสินค้าในท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังได้จัดรถโมบายธงฟ้า จำนวน 5 คัน ออกจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด 10 รายการ กระจายไปยังจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ 4 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 21 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง พร้อมส่งตรงสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่าไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วจังหวัดนครนายก ช้อปสินค้าดี ราคาประหยัด อุดหนุนสินค้า OTOP ที่คัดสรรไว้ให้คุณอย่างครบครันทั้งของกิน ของใช้ มาร่วมอุดหนุนวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

จ.นครนายก จัดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชน” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569

นครนายก – โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชนจังหวัดนครนายก” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชนจังหวัดนครนายก ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดนครนายก โดยมี นางจิราภรณ์ กิ่งสีดา นายอำเภอบ้านนา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอบ้านนา เหล่ากา ชาดจังหวัดนครนายก ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ฯ จำนวนมาก

โครงการ ”หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชา ชนจังหวัดนครนายก” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569 และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดนครนายก พร้อมส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนชาวตำบลศรีกะอาง พร้อมจัดหน่วยบริการของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ กว่า 55 หน่วยงาน มาร่วมออกหน่วยให้บริการประชาชนอย่างครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งมีการมอบทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดนครนายก อีกทั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ออกมาให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและทันตกรรม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครนายก ออกหน่วยบริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

นอกจากนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครนายกได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และประชาชน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงาน ที่มาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน อีกทั้งยังรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบกับปัญหา เพื่อร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาร่วมกัน ให้ประชาชนมีทุกข์น้อยลง มีสุขมากขึ้น ก่อให้เกิดการพัฒนาความก้าวหน้าของตำบลในพื้นที่ให้ยั่งยืนต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

เทศบาลอโยธยา ปรับปรุงถนนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. ร.ต.ต.ธานี โพธิ์ชีพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมือง อโยธยา พร้อมด้วย จ่าสิบเอกสมบัติ อบรมศิลป์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีฯ, นายสมพร ศิริล้วน นายธีรพงษ์ โพธิ์ชีพันธ์ สมาชิกสภาเทศบาลฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายการโยธากองช่างพร้อมเครื่องจักรกล ดำเนินการดังนี้.

  1. เร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุดทรุดตัวเป็นหลุม เป็นการชั่วคราวเพื่อให้รถสัญจรได้อย่างปลอดภัยในเบื้องต้น เตรียมพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเข้าปรับปรุงโครงสร้างถนนในช่วงที่เสียหายอย่างถาวรบริเวณ, ชุมชนต้นสะตือ
  2. ติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งานวางท่อระบายน้ำและงานบ่อพักพร้อมฝาบ่อพัก บริเวณ ร่วมใจพัฒนาซอย5
  3. ดำเนินการตัดหญ้าและตัดต้นไม้ตัดแต่งกิ่งไม้ปรับภูมิทัศน์พัฒนาพื้นที่ เก็บขยะสะสม บริเวณ, ซอยไอยรา, ชุมชนคลองปากข้าวสาร, ชุมชนต้นสะตือ, เกาะกลางถนนโรจนะ
  4. ดำเนินการเปลี่ยนโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นโคมไฟ LED บริเวณ, ชุมชนเจ้าพ่อจุ้ย และซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะบริเวณซอยศรีกรุง
  5. ดำเนินการลงหินคลุกไหล่ทางทรุดตัวต่างระดับ บริเวณซอยวัดประดู่ทรงธรรม เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก

สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

ทหารรบพิเศษ จัดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมาย

จังหวัดลพบุรี – ทหารรบพิเศษจัดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมาย

พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับ ภายในหน่วยขึ้นตรงกองพลรบพิเศษที่ 1 ประจำปี 2569 ณ สนามกองพลรบพิเศษที่ 1 ค่ายเอราวัณ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนประสบการณ์ และยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลในการนำอากาศยานไร้คนขับมาสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วย

การดำเนินการแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยแบ่งประเภทการแข่งขัน เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ FPV ซึ่งคำนึงถึงความเร็วและความแม่นยำในการทำลายเป้าหมาย ISR ย่อมาจาก Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance คือระบบการข่าวกรอง โดยใช้โดรนในการเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน ภายใต้แนวคิด “เห็นก่อน รู้ก่อน ตัดสินใจก่อน” สื่อถึงความได้เปรียบทางยุทธวิธีในการใช้เทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อเก็บข้อมูลและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วกว่าฝ่ายตรงข้าม และการใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจตามสถานการณ์ที่กำหนด ด้วยโดรนทิ้งระเบิด เป็นการใช้อากาศ ยานและอาวุธนำวิถีสมัยใหม่โจมตีเป้าหมายทางทหารเฉพาะเจาะจงจากบนท้องฟ้า เพื่อทำลายขีดความสามารถของศัตรูอย่างแม่นยำตรงจุด ซึ่งได้รับความสนใจและความร่วมมือจากหน่วยขึ้นตรงกองพลรบพิเศษที่ 1 รวม 5 ทีม จากกรมรบพิเศษที่ 1-5 เข้าร่วมทำการแข่งขัน

โดยมี พลตรี เสด็จ อาคะจักร ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 เป็นประธานปิดการแข่งขัน และประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับทางทหาร พร้อมมอบรางวัลแก่ทีมชนะการแข่งขัน ณ สนามยุทธวิธีท่าเดื่อ โดยทีมชนะเลิศ ประเภท โดรน FPV เป็นของ กรมรบพิเศษที่ 1 ประเภท ISR หรือ โดรนตรวจการ ตกเป็นของกรมรบพิเศษที่ 3 และประเภท โดรนทิ้งระเบิด ตกเป็นของ กรมรบพิเศษที่ 2

ซึ่งผลจากการแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ทราบถึงระดับขีดความสามารถของกำลังพลและหน่วยแล้ว ยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการฝึกและการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะการบูรณาการอากาศยานไร้คนขับเข้ากับการปฏิบัติการพิเศษในลักษณะของ “การปฏิบัติการหลายมิติ” หรือ “การปฏิบัติการหลายโดเมน” ภายใต้แนวคิดทางทหารสมัยใหม่ ในการบูรณาการและประสานงานกำลังรบ ตลอดจนเทคโน โลยีจากทุกสภาพแวดล้อม เพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร การเฝ้าตรวจ การลาดตระเวน และการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เชียงใหม่ ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ นักท่องเที่ยวประสบเหตุน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่สา เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในแหล่งท่องเที่ยว

เชียงใหม่ ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ นักท่องเที่ยวประสบเหตุน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่สา เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในแหล่งท่องเที่ยว

วันนี้ (19 ส.ค. 69) เวลา 13.00 น. นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอแม่ริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกต การณ์การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ กรณีนักท่องเที่ยวประสบเหตุน้ำป่าไหลหลาก บริเวณน้ำตกแม่สา ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ -ปุย

การฝึกซ้อมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงทดสอบระบบการแจ้งเตือนภัย การประสานงาน การเข้าช่วยเหลือและอพยพนักท่องเที่ยว ตลอดจนการบูรณาการกำลังและทรัพยากรของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวด เร็วและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวและประชา ชน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ และแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยพิบัติ


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 10,000,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 10,000,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

จากกรณี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 02.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ กองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 3 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าขันทอง หมู่ 3 ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ต่อมาเมื่อ เวลา 03.40 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 4 – 5 ราย ขณะกำลังลำเลียงกระสอบต้องสงสัยบรรทุกใส่ท้ายรถยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร สีขาว จธ 4647 เชียงใหม่ ซึ่งจอดอยู่บริเวณถนนริมฝั่งแม่น้ำโขง หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไป

จากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ตรวจพบกระสอบฟางสีรุ้ง ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 34 กระสอบ (กระสอบละประมาณ 300,000 เม็ด จำนวน 32 กระสอบ และกระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด จำนวน 2 กระสอบ) รวมทั้งสิ้นประมาณ 10,000,000 เม็ด

และเมื่อเวลา 17.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พลตรี สุชาติ พุ่มสุวรรณ ที่ปรึกษากองกำลังผาเมือง และคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมี พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำนำโขง เป็นประธานในการแถลงข่าว ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 491 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 473 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 290,919,143 เม็ด, เฮโรอีน 20 กิโลกรัม, ไอซ์ 7,358.3 กิโลกรัม, ฝิ่น 378 กิโลกรัม และ คีตามีน 1,129.5 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 65 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 50 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 52,164 ล้านบาท (52,164,678,391 บาท)


นที มีเดช รายงาน

ศบภ.มทบ.38 ระดมกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ จากกองพันทหารม้าที่ 10 และกรมทหารพรานที่ 32 เร่งช่วยเหลือประชาชน จากน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ระดมกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ จากกองพันทหารม้าที่ 10 และกรมทหารพรานที่ 32 เร่งช่วยเหลือประชาชน อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัว จังหวัดน่าน จากน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ลงพื้นที่ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

สืบเนื่องจากในพื้นที่จังหวัดน่านมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นตลิ่งและไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน รวมถึงเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในบางจุด

ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ได้จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเน้นการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนติดตามระดับน้ำและสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ ลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากสถานการณ์ อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน โดยกำลังพล กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอปัว และ กรมทหารพรานที่ 32 จัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ บ้านเฮี้ย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจติดตามการพัฒนาและฟื้นฟู แหล่งน้ำ “บึงสีไฟ” จ.พิจิตร

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ตรวจติดตามการพัฒนาและฟื้นฟู แหล่งน้ำ “บึงสีไฟ” จังหวัดพิจิตร

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 และคณะ ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟ ณ บริเวณด้านข้างศูนย์อำนวยการบึงสีไฟ (อาคารชุ่มน้ำบึงสีไฟ) อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาและฟื้นฟูบึงสีไฟ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของจังหวัดพิจิตร ทั้งในมิติการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดพิจิตรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยพันเอกสัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนากุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร (ฝ่ายทหาร) พันเอก ทรงสิทธิ์ รอดสการ นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โดยรับฟังการบรรยายสรุปแผนการพัฒนาแหล่งน้ำบึงสีไฟ จาก สำนักงานจังหวัดพิจิตร, สำนัก งานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิจิตร, องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร และสำนักงานชลประทานจังหวัดพิจิตร

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมคณะฯ ได้เยี่ยมชมพื้นที่โดยรอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบึงสีไฟ บริเวณอาคารชุ่มน้ำบึงสีไฟ สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข และ อุทยานบัว

และในเวลา 17.00 น. แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และชมรมคนปั่นจักรยานในพื้นที ได้ร่วมปั่นจักรยาน เยี่ยมชมทัศนียภาพพื้นที่โดยรอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบึงสีไฟ ตามเส้นทางปั่นจักรยาน 10.28 กิโลเมตร ที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเส้นทางปั่นจักรยานของคนรักสุขภาพ


นที มีเดช รายงาน