ชป. เคียงข้างพี่น้องชาวใต้ ระดมทัพเครื่องจักร-เจ้าหน้าที่ เร่งเดินหน้าฟื้นฟูอย่างเต็มกำลัง

ชป.เคียงข้างพี่น้องชาวใต้ ระดมทัพเครื่องจักร-เจ้าหน้าที่ เร่งเดินหน้าฟื้นฟูอย่างเต็มกำลัง

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด ตามนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่ในภาคใต้เริ่มลดลง โดยมุ่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ชุมชน พร้อมผลักดันน้ำลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนชาวใต้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้โดยเร็วที่สุด โดยขณะนี้ได้ติดตั้งและเดินเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ อาทิ

  • จังหวัดสงขลา : ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 2 เครื่อง บริเวณบ้านรับแพรก หมู่ 2 ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด
  • จังหวัดนราธิวาส : บริเวณท่อระบายน้ำปลายคลองลาน (เรือนแพ) หมู่ 3 บ้านใหญ่ ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่เสียหายหลังน้ำลด โดยเร่งทำความสะอาด เก็บขยะ และเคลียร์พื้นที่สาธารณะให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด

ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อช่วยดำเนินการติดตั้งและตรวจเช็คระบบไฟฟ้าภายในบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด พร้อมจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบ แม้น้ำจะลดลงแล้วก็ตาม เนื่องจากหลายครัวเรือนยังไม่สามารถปรุงอาหารเองได้และบ้านเรือนเสียหายหนัก ตลอดจนให้สำรวจข้อมูลความเสียหายด้านโครงสร้างทางการเกษตร พื้นที่เกษตรกรรม และระบบน้ำในแปลงนา เพื่อจัดทำ “โมเดลฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังอุทกภัย” ให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นที่ การฟื้นฟูคันคูน้ำ การจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม ไปจนถึงแนวทางลดความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำในอนาคต

กรมชลประทานยืนยันยืนเคียงข้างพี่น้องชาวใต้ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศอ.จอส.ภาค 3 ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลประชาชนที่เดินทางมา เฝ้ารับ- ส่ง เสด็จ ในหลวง พระราชินี ในการเสด็จฯ เปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงาน โครงการหลวงปี 2568

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 นำจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสาภาคประชาชน เยาวชน นักเรียนจิตอาสาพระราชทาน และนักศึกษาจิตอาสาพระราชทาน ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลประชาชนที่เดินทางมา เฝ้ารับ- ส่ง เสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงาน โครงการหลวงปี 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 11.30 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 มอบหมายให้ พลตรี ณรงฤทธิ์ สนองคุณ เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค3 ให้การต้อนรับ พลเรือเอก คณีพล สงเจริญ ร.น. นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ในโอกาสที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติถวายงาน ของจิตอาสา 904 พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ในการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนร่วมรับส่งเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาและเปิดงาน “โครง การหลวง 2568” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานมณฑลทหารบกที่ 38 , ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 , จิตอาสาภาคประชาชน 17 จังหวัดภาคเหนือ เยาวชน นักเรียนจิตอาสาพระราชทาน และนักศึก ษาจิตอาสาพระราชทาน ให้การสนับสนุนการจัดสถานที่ การจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และร่วมต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก ดูแลประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารับ – ส่งเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงานโครงการหลวง ปี 2568 ณ กองบิน 41 และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

และ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดแพร่ มอบหมายให้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดแพร่ อำนวยความสะดวก นำจิตอาสา 904 จังหวัดแพร่ ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ และอำนวยความสะดวกใหักับประชาชนที่ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 2568 ” และทอดพระเนตรการแสดงประกอบดนตรี วีดิทัศน์ นิทรรศการวิชาการเฉลิมพระเกียรติ โดยได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจตามที่ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 มอบหมาย ณ กองบิน 41 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 จัดกิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ด้วยการช่วยราษฎรบรรจุข้าวใส่กระสอบและขนย้ายไปเก็บไว้ในยุ้งข้าว

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ด้วยการช่วยราษฎรบรรจุข้าวใส่กระสอบและขนย้ายไปเก็บไว้ในยุ้งข้าว เพื่อเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยการจัดกิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ด้วยการช่วยบรรจุข้าวใส่กระสอบและขนย้ายไปเก็บไว้ในยุ้งข้าว เพื่อเก็บไว้สำหรับบริโภคในครอบครัวของ นายสมพร ธรรมวงศ์ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นราษฎรที่อาศัยในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยได้เมล็ดข้าวประมาณ 50 กระสอบ เพื่อเป็นการลดรายจ่ายในการจ้างค่าแรงคนงาน และเป็นลดต้นทุนในการใช้เครื่อง จักรในการเก็บเกี่ยว และเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนในพื้นที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย

ทั้งนี้ นายสมพร ธรรมวงศ์ และราษฎรที่อาศัยอยู่ในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตำบลป่า แดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวขอบคุณทหารที่นำกำลังพลมาช่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอื่นใด และทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

ที่ปรึกษา ศอ.จอส.ภาค 3ประสานหารือศอ.จอส.พระราชทานจ.เชียงใหม่ ขับเคลื่อน บูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 พร้อม เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ประสานหารือกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ ขับเคลื่อน บูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พลเอก วิทยา แก้วพรม ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) และ พลตรี ณรงคฤทธิ์ สนองคุณ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุม หารือ ประสานงานร่วมกับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อน บูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ จังหวัดเชียงใหม่ (POC) ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

“มทบ.39” จับมือ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ปันน้ำใจไทย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

“มณฑลทหารบกที่ 39 จับมือ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4” ปันน้ำใจไทย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 เดินทางไปที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์ ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เพื่อบริจาคสิ่งของให้กับ “ศูนย์ประชาสัมพันธ์และรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์” โดยมี นาย เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สำหรับใช้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้

โดย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก นำหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายในจังหวัดร่วมกิจกรรม “รวมน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม ส่งต่อความช่วยเหลือสู่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” มอบเครื่องอุป โภค-บริโภค และสิ่งของจำเป็นให้กับสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 เพื่อรวบรวมและจัดส่งต่อไปยังพื้นที่ประสบภัย

การบริจาคครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชมรมคลัสเตอร์ผลไม้แห่งขุนเขา หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานวัฒนธรรม สำนักงานอุตสาหกรรม สำนักงานสรรพากรพื้นที่พิษณุโลก มณฑลทหารบกที่ 39 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพระพุทธศาสนา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิษณุโลก และนิคมสหกรณ์บางระกำ ซึ่งร่วมกันนำข้าวสาร เครื่องดื่ม ชุดทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์กล้วยตาก สินค้าเกษตรและของใช้จำเป็นต่าง ๆ มาส่งมอบ โดยมีนางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์รับบริจาค สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับศูนย์ประชาสัมพันธ์และรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์ เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ – เอกชน และพี่น้องประชาชนร่วมแบ่งปันน้ำใจบริจาคสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพ อาทิ อาหารแห้ง, ยารักษาโรค และของใช้ที่จำเป็นต่างๆ สามารถร่วมบริจาคได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 กรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สามารถนำส่งได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 เลขที่ 119 หมู่ 4 ถนนเอกาทศรถ ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.จ.สุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย

กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พันเอก พงศธร นิพภยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ลงพื้นที่ประชา สัมพันธ์รณรงค์ แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้ประชาชนทราบถึงภัยอัน ตรายจากการเผาในที่โล่ง และภัยอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm2.5) ให้กับประชา ชนในพื้นที่ ต.วังลึก, ต.ตลิ่งชัน, ต.วังน้ำขาว และต.วังตะคร้อ อ.บ้านด่านลานหอย จว.สุโขทัย เพื่อให้ข้อมูลโดยตรงแก่ประชาชนถึงอันตรายของการเผาเศษวัสดุต่างๆ ในที่โล่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ

พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางลดมลพิษทางอากาศ เช่น การใช้วิธีไถกลบแทนการเผา การทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุ และวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน


เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมการจัดสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69

เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเตรียมความพร้อมการจัดสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 09:30 น. พลตรี เสมอแจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการเตรียมการจัดสถานที่สำหรับผู้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย การฝึก หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ตามที่ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้ประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือก หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 จึงได้กำหนดการคัดเลือกผู้สมัครประสงค์เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี, จังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดพิจิตร, จังหวัดเพชรบูรณ์, จังหวัดกำแพงเพชร, จังหวัดสุโขทัย, จังหวัดตาก, จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

ที่ปรึกษา ศอ.จอส.ภาค 3 ร่วมประชุมหารือขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง

ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 และ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุมหารือประสานการปฏิบัติกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำปาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. พลเอก วิทยา แก้วพรม ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) และ พลตรี ณรงคฤทธิ์ สนองคุณ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุม หารือ ประสานงาน ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำปาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อบูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือและให้การปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ

โดยมี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง และ พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ฝ่ายทหาร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ฯ ณ ห้องประชุมห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง


นที มีเดช รายงาน

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก เสริมความพร้อม เพื่อดูแลน้องทหารใหม่ อย่างใกล้ชิด และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก – เสริมความพร้อม เพื่อดูแลน้องทหารใหม่ อย่างใกล้ชิด และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ แผนกส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ ร่วมกับ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัว ใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในการดูแลทหารใหม่ได้อย่างทันท่วงที ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4

การฝึกครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องในการช่วยชีวิตในสถานการณ์วิกฤต เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การหมดสติ หรืออุบัติเหตุระหว่างการฝึก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยกองทัพบกให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยชีวิตอย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง ตามมาตรการกองทัพบก เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของทหารใหม่ในทุกสภาวะ

หลังการฝึก เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกและทหารใหม่มีความมั่นใจมากขึ้นในการดำเนินขั้นตอนช่วยชีวิต สามารถประยุกต์ใช้ทักษะ CPR และ AED ในสถานการณ์จริงได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับมาตรการดูแลทหารใหม่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการดูแล “น้องคนเล็กของกองทัพบก” ให้มีความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอนของการฝึก

ด้วยความมุ่งมั่นตามนโยบายของกองทัพบก กรมแพทย์ทหารบก และมณฑลทหารบกที่ 31 โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติยังคงยึดมั่นในการดูแลทหารใหม่ในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อให้มีความพร้อม มีความสุข และปลอดภัย อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังพลคุณภาพของกองทัพบกอย่างยั่งยืน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มภาคภูมิ


นที มีเดช รายงาน

ยกระดับทักษะกู้ชีพสู่มาตรฐานกองทัพ “รพ.ค่ายกาวิละ” เดินหน้าจัดอบรมปฐมพยาบาลและ CPR แก่ทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง

ยกระดับทักษะกู้ชีพสู่มาตรฐานกองทัพ รพ.ค่ายกาวิละ เดินหน้าจัดอบรมปฐม พยา บาลและ CPR แก่ทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจในการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 โดยทีมส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน ได้จัดการอบรมให้ความรู้ด้าน “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)” แก่ทหารใหม่ผลัดที่ 2/68 ณ ค่ายโสณบัณฑิตย์ กองพันทหารราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 7 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมของน้องทหารใหม่ ให้สามารถรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทีมวิทยากรได้บรรยายและสาธิตเนื้อหาครบถ้วน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การประเมินอาการของผู้บาดเจ็บอย่างเป็นระบบ, การปฐมพยาบาลในสถานการณ์ที่พบบ่อย, วิธีเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุให้ปลอดภัย, การฝึกทำ CPR ที่ถูกต้องตามมาตรฐานปัจจุบัน และการใช้งานเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED)

ทหารใหม่ทุกนายได้ลงมือปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมหน่วยหรือประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกที่มุ่งพัฒนากำลังพลให้เป็น “ที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

การให้ความช่วยเหลือที่ถูกต้องตั้งแต่นาทีแรกของเหตุฉุกเฉิน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ ลดอัตราการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ โรงพยาบาลค่ายกาวิละจึงยังคงเดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพกำลังพลให้มีทั้งทักษะ ความรู้ และจิตอาสา ตามพันธกิจของเหล่าทหารแพทย์ในการ “อนุรักษ์กำลังรบ และดูแลประชาชน” อย่างเต็มกำลังความสามารถ


นที มีเดช รายงาน