สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยใน “เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร”

สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยใน “เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร” บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ คลองหลอดวัดบุรณศิริ ถึง หน้าวัดบุรณศิริมาตยาราม เขตพระนคร..

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 10:00 น. นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” นำกำลังเจ้าหน้าที่ สนง.เขตพระนคร สายตรวจ 3 ประสาน โดยมี นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” และ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” พร้อมกำลัง จนท.เทศกิจ ชุด 512,513,514,515,516 , จนท.ฝ่ายรักษาฯ , จนท.ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ร่วมกับ จนท.ทหาร สื่อสารที่ 1 , จนท.ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยในใน “เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร” บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ คลองหลอดวัดบุรณศิริ ถึง หน้าวัดบุรณศิริมาตยาราม เขตพระนคร กทม.

ทั้งนี้ในวันนี้เจ้าหน้าที่ สายตรวจ 3 ประสาน ได้ทำการตรวจสอบ “เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร” พร้อมกับ ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนที่ได้รับมา โดยวันนี้ จนท.ได้ทำการลงพื้นที่ร่วมกันตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อย และ ได้ทำการแก้ไข ปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ใน “เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร” โดยในส่วนด้านการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในวันนี้ จนท.ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่พี่น้องประชาชนที่ขับรถสัญจรไปมา

เบื้องต้นเพื่อเน้นย้ำในผลการปฎิบัติการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” เรื่องการตรวจร่วมทั้ง 3 หน่วยงาน ใน สายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) เเละ เพื่อปฎิบัติตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )

#เขตพระนคร 
#สายตรวจ_3_ประสาน 
#ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ
#เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร 
#กรุงเทพมหานคร 
#พลตำรวจเอกอัศวิน_ขวัญเมือง 
#Now #ทำจริง #เห็นผลจริง

————
ภาพ/ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติสดุดี ถวายพรพพรชัยมงคล​ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ​ สยามบรมราชกุมารีทรงพระชนมายุ64พรรษา2เมษายน

จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติสดุดี ถวายพรพพรชัยมงคล​ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ​ สยามบรมราชกุมารีทรงพระชนมายุ64พรรษา2เมษายน

จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติสดุดี ถวายพรพพรชัยมงคล​ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ​ สยามบรมราชกุมารีทรงพระชนมายุ64พรรษา2เมษายน
วันนี้ (21 เม.ย.62) เวลา 13.00 น.นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประธานพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี​ และ ราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคล​ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ​ สยามบรมราชกุมารี​ ทรงพระ​ ชนมายุ64พรรษา2เมษายน​ มีหัวหน้าส่วนราชการ​ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น​ ภาครัฐ​ ภาคเอกชน​ ประชาชนในตำบลเจริญธรรมต่างมีความจงรักภัคดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่าละอองพระบาทอย่างหาที่สุดมิได้ประชาชนจึงพร้อมใจกันด้วยความรักความสามัคคีจัดกิจกรรมเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกฯ โดยมี พระวิสิฐคณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีการเทศน์คาถาพัน/เทศน์แหล่มหาชาติทรงเครื่อง13กัณฑ์​ โดยพระครูปลัดไพศาล​ กัมพูสิริ​ วัดพระงาม​ จังหวัดนครปฐมและพระใบฎีกานพรัตน์​ ขันติจารี วัดโบสถ์สมพรชัย​ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา​ เพื่ิอเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ​ สยามบรมรสชกุมารี​ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ​ 2เมษายน​ ในนามพสกนิกรทั้งหลายในภูมิภาคนี้ขอประกาศราชสดุดี​ เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร​ สยามบรมราชกุมารี​ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น​ ของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา​ ณ​ วัดเจริญธรรม​ ตำบลเจริญธรรม​ อำเภอวิหารแดง​ จังหวัดสระบุรี/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

กอ.รมน.ร่วมกับตำรวจมุกดาหาร บุกทลายบ้านเซียนพนันแหล่งรับจำนำดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด

กอ.รมน.ร่วมกับตำรวจมุกดาหาร บุกทลายบ้านเซียนพนันแหล่งรับจำนำดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับตำรวจภูธรมุกดาหาร นำกำลังบุกตรวจค้นบ้านเซียนพนันไฮโลแหล่งรับจำนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตและคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายกําหนดตรวจสอบพบรถยนต์กระบะ 3 คันและรถจักรยานยนต์จำนวน 7 คันไม่มีหลักฐานผู้ครอบครอง เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดรถทั้งหมดถ้าไม่มีเอกสาร และหลักฐานมาแสดงจะถูกตั้งข้อหารับซื้อของโจร และเปิดบ้านรับจำนำรถโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันที่ 19 เมษายน 2562 พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ได้รับการร้องทุกข์ จากชาวบ้านว่ามีนาย ทิวา ใจมั่น อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 3 ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหารไม่มีอาชีพหลักแต่ประกอบอาชีพเป็นเซียนพนันไฮโลจนร่ำรวยเปิดบ้านรับจำนำรถรถทุกประเภทโดยคิดดอกเบี้ยร้อยระ 20 บาทซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงสั่งการให้ พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ประสารตำรวจ สภ.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่

นำกำลังรวมจำนวน 20 นายบุกเข้าตรวจสอบภายในบ้านของเซียนพนันไฮโลดังกล่าวพบรถยนต์กระบะจำนวน 7 คัน ตรวจสอบพบรถกระบะ 3 คันไม่มีเอกสารหลักฐานครอบครองรถแต่อย่างใดยังตรวจค้นพบรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คันก็ไม่มีเอกสารหลักฐานผู้ครอบครองและเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านของน้องสาวของเซียนพนันไฮโลซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพบรถจักรยานยนต์ อีกจำนวน 4 คันก็ไม่มีเอกสารหลักฐานผู้ครอบครอง รวมรถจักรยานยนต์จำนวน 7 คัน เตรียมตรวจสอบดูว่าเป็นรถโจรกรรมมาจำนำหรือไม่ตรวจค้นภายในบ้านไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจเข้าตรวจค้นพบยาบ้าแต่ลูกชายรับเป็นผู้ครอบครองจึงถูกนำตัวไปดำเนินคดีไปแล้ว

เจ้าหน้าที่สอบถามนาย ทิวา ใจมั่น เซียนพนันไฮโลว่ามีอาชีพอะไรทำไหมมีรถหลายคันจัง นาย ทิวา ใจมั่น ก็ตอบตรงๆว่ามีอาชีพเล่นไฮโลแสดงว่าใช้ลูกไฮโลฝังรีโมทสั่งได้ นาย ทิวา ใจมั่น บอกไม่ได้เป็นเจ้ามือเป็นฝ่ายแทงก็ได้วันละ 5-6 หมื่น บางวันได้เป็นแสน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดรถของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค้อเพื่อตรวจสอบและให้นาย ทิวา ใจมั่น นำหลักฐานมาแสดงกับพนักงานสอบสวนแต่ถ้าไม่มีจะถูกตั้งข้อหารับซื้อของโจร และเปิดบ้านรับจำนำรถโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

พลโทภพอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจใน”เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร”บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

พลโทภพอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ "หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม" พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีฤทธิพันธ์  นันทศุภกร "ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร" นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจใน "เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร"

พลโทภพอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ “หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม” พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจใน “เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร” บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร..

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา เวลา 09:30 น. นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต” นำกำลังเจ้าหน้าที่ สนง.เขตพระนคร โดยมี ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ , ฝ่ายการคลังฯ และ ฝ่ายเทศกิจฯ ร่วมกับ สำนักงานกระทรงกลาโหม ลงพื้นที่ร่วมตรวจใน “เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมาคร” บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.

ทั้งนี้ในวันนี้มี พลโทภพอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ “หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม” พร้อมด้วย พันเอกประยุทธ นิรมิตรานนท์ “รอง.ผอ.กกส.สยธ.สสน.สป.” สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจร่วม และตรวจผลการปฎิบัติการดำเนินงาน

เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พลโทภพอนันต์ฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขดำเนินการจัดเก็บสายสื่อสารตามอาคาร ที่เกี่ยงโยงระหว่างเสาไฟ และ ระหว่างด้านหน้าอาคาร ที่ไม่เรียบร้อย แจ้งประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อยต่อไป..


ขอบคุณภาพข่าว >> cr.แม่มด 253 “พนักงานเทศกิจ ส.1”
เนื้อข่าว >> ธีรพล ปลื้มถนอม 254 “พนักงานเทศกิจ ส.1” รายงาน

กอ.รมน.จังหวัด สระบุรีลงตรวจสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมประชาสัมพันธ์

สำนักข่าวความมั่นคง
กอ.รมน.จังหวัดสระบุรีลงตรวจสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมประชาสัมพันธ์

สระบุรี-กอ.รมน.จังหวัด สระบุรีลงตรวจสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมประชาสัมพันธ์ร้านค้าไม่เอาสินค้าละเมิดลิตขสิทธิ์มาจำหน่าย
เมื่อ19​ เม.ย.62 โดย ส่วนประสานงาน กกล.รส.จังหวัด สระบุรี ลงพื้นที่ ตลาดโรงเกลือโบ๊เบ๊สระบุรี เพื่อร่วมการตรวจติดตามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและประชาสัมพันธ์ร้านค้า โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี,ฝ่ายปกครองจังหวัดสระบุรี,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี,ชุด ชป.พื้นที่ อ.เมืองสระบุรี
ร่วมแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ร้านค้า กิจกรรมส่วนร่วมรณรงค์”ไม่ซื้อ,ไม่ขาย,ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ได้รับความร่วมมือจากร้านค้าเป็นอย่างดี/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ 4/2562

วันที่ 19 เม.ย. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 4/2562 สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 1 – 4 เข้าร่วมประชุมบริเวณชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุม สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้
เรื่องแรก สถิติการติดตามสถานการณ์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
ศูนย์ติดตามสถานการณ์ กอ.รมน. ได้สรุปสถิติการติดตามสถานการณ์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระหว่างวันที่ 1 – 31 มี.ค.62 โดยได้กำหนดประเภทและจำนวนข้อมูลที่ กอ.รมน.(ส่วนกลาง) ได้รับรายงานผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ประกอบด้วย ประเภทข้อมูลด้านยาเสพติด 283 ครั้ง, ด้านบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 53 ครั้ง, ด้านก่อการร้าย/อาชญากรรมข้ามชาติ 1 ครั้ง, ด้านการบุกรุกป่าไม้/ทรัพยากรธรรมขาติ 44 ครั้ง, ด้านพื้นที่ จชต. 20 ครั้ง, ด้านการเมือง/กลุ่มพลังมวลชน 1,198 ครั้ง และเหตุการณ์ทั่วไป/ข่าวประชาสัมพันธ์ 1,196 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 2,795 ครั้ง
ข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก กอ.รมน.จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่มากที่สุด คือ ข้อมูลด้านการเมือง/กลุ่มพลังมวลชน คิดเป็นร้อยละ 42.86 รองลงมา ได้แก่ เหตุการณ์ทั่วไป/
ข่าวประชาสัมพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 42.79 และข้อมูลด้านยาเสพติด คิดเป็นร้อยละ 10.12
ที่มาของข้อมูล การจัดการข้อมูล และอันดับข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลด้านเหตุการณ์ทั่วไป/ข่าวประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง ข้อมูลด้านการเมือง/กลุ่มพลังมวลชน
เรื่องที่สอง การแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ได้สรุปผลการปฏิบัติงานการบูรณาการ และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติ และการบุกรุกที่ดินของรัฐ รวมทั้งการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงพิเศษอื่นๆ ในห้วง ๖ เดือนที่ผ่านมา (1 ต.ต.61 – 31 มี.ค.62)
– นำเข้าสู่ขบวนการทางกฎหมายจำนวน 76 คดี
– จับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 58 คน
– ทวงคืนผืนป่าได้รวม 111 แปลง จำนวน 12,040 ไร่
ตรวจยึดพื้นที่บุกรุก จำนวน 54 แปลง พื้นที่รวม 9,845-0-58 ไร่
ขับเคลื่อนนำไปสู่การเพิกถอนโฉนดบริเวณภูขี้ไก่ 57 แปลง จำนวน 2,195-2-11ไร่
– ตรวจยึดรีสอร์ท 4 แห่ง อาคารสิ่งปลูกสร้างรวม 22 หลัง
ตรวจยึดของกลาง ดังนี้
– ตรวจยึดไม้รวม 10,395 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 205.50 ลบ.ม., รถบรรทุกพ่วง 1 คัน, รถยนต์บรรทุกสิบล้อ 1 คัน, รถยนต์กระบะ 18 คัน, รถจักรยานยนต์ 2 คัน, รถแบคโฮ 15 คัน, รถแทรคเตอร์ล้อยาง 1 คัน, เลื่อยโซ่ยนต์ 6 เครื่อง, บาร์เลื่อยโซ่ยนต์พร้อมโซ่ 1 ชุด, เลื่อยชัก 2 ปื้น, เครื่องล้างทราย 1 เครื่อง, เครื่องตัดหญ้า 1 เครื่อง, มีด 1 เล่ม, ที่ขุดดิน 2 เล่ม
และจอบ 2 เล่ม
– ตรวจยึดอาวุธปืนยาวขนาด .22 มม. 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก, ปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) 9 กระบอก และอาวุธปืนดักสัตว์ 2 กระบอก
เรื่องที่สาม ผลการปฏิบัติงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จชต. ของ กอ.รมน.ภาค 4 สน./ศอ.บต.สน.
จากสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. การสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูลและหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ถือเป็นปัจจัยสำคัญประเภทหนึ่งที่จะทำให้สถานการณ์เกิดความสงบเรียบร้อย ลดการก่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ของคณะประสานงานระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนงานหนุนเสริมการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยการประชุมฯ ดังกล่าว ได้สะท้อนทุกปัญหาและความต้องการจนตกผลึกเป็นความคิด เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงาน และทิศทางในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อและหนุนเสริมกระบวนการพูดคุย
เพื่อสันติสุข จชต. ให้บรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ในการแสวงหาทางออกความขัดแย้งโดยสันติวิธี เพื่อนำสันติสุขคืนสู่ จชต. ต่อไป
สำหรับงานด้านการพัฒนา ทาง ศอ.บต. ได้ส่งเสริมอาชีพการเกษตรแบบผสมผสานโดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนปัญหา “สวนยาง สู่ฟาร์มเกษตร” ที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ เป็นการเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เพื่อสร้างความเข้มข้นเศรษฐกิจรากฐานมุ่งพัฒนาที่ฐานรากครัวเรือน และสร้างความเข้มแข็งที่ชุมชน โดยพัฒนาฟาร์มสวนยางพารานำร่อง ตำบลละ 1 แห่ง รวม 282 แห่ง โดยร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขยายผลให้ครอบคลุมหมู่บ้านละ 1 แห่ง ลดพื้นที่ปลูกยาง และสนับสนุนการปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน
สำหรับการปฏิบัติงานของศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. มีการบูรณาการงานเร่งด่วนในการแก้ปัญหาในพื้นที่ จชต.ที่สำคัญ ในเรื่อง การติดตามความคืบหน้าการแลกเปลี่ยน
ถังแก๊สคอมโพสิต และการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต.
จากผลสรุปในที่ประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเห็นชอบให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมกับ พลังงานจังหวัดยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส นำถังแก๊สเหล็กที่หมดอายุออกนอกพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.62 ดำเนินการแลกเปลี่ยนถังแก๊สในพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย.62 และได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานเร่งประชุมเจรจากับบริษัทผู้ค้าก๊าซทั้ง 4 บริษัท ให้เป็นไปตามผลการประชุมฯ สำหรับแนวทางการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต. ได้กำหนดมาตรการระยะสั้น กำกับดูแลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้อยู่ในพื้นที่ จชต. โดยมอบให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. รับผิดชอบดำเนินการ 4 ประเด็น ดังนี้
1. เร่งดำเนินการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทั้งหมด เพื่อยืนยันตัวตน เริ่มตั้งแต่
12 เม.ย. – 31 ธ.ค.62
2. พิจารณาจัดเพิ่มจุดบริการลงทะเบียนซิมการ์ดให้ครอบคลุมพื้นที่ จชต. โดยร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนสถานที่พร้อมอุปกรณ์ โดยใช้สถานที่ที่ว่าการอำเภอ และเทศบาล เป็นต้น
3. พิจารณายกเลิกประกาศของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศเดิมที่เกี่ยวกับการลงทะเบียนฯ ที่เคยออกไว้ก่อน และไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามที่ได้ออกประกาศไว้
4. ให้ กสทช. เร่งดำเนินการลงทะเบียน และเพิ่มจุดลงทะเบียน อำนวยความสะดวกให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามความเหมาะสม
ในส่วนมาตรการระยะยาว : จะเป็นการดำเนินการต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่นอกพื้นที่ ที่จะนำมาใช้ในพื้นที่ จชต. โดยมอบหมายให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมกับ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง หากมีความประสงค์จะใช้งานในพื้นที่ จชต. ขอให้ทุกส่วนราชการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับการปฏิบัติดังกล่าว

หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็ก904 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ จัดพิธีสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์

สระบุรี-หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็ก904 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ จัดพิธีสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำเดือน เม.ย.62
วันที่19เมษายน2562​เวลา09.09น.ได้รับเกียรติจากพันเอกอำนาจ วชิรศักดิ์โสภานะ เสนาธิการรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ เป็นผู้แทนผู้บังคับการกรมทหารม้าที่​ 4​ รักษาพระองค์ฯ เป็นประธานในพิธีฯ
มีกำลังพลนายทหาร และนายสิบจากหน่วยขึ้นตรงกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ และหน่วยในพื้นที่ได้แก่ กองพันทหารม้าที่ 17 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ฯ และกองพันทหารม้าที่ 27 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ เข้าร่วมในกิจกรรมจำนวน 209 นาย​ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กำลังพลทุกนายได้ร่วมใจกันสวดมนต์และเจริญจิตภาวนา โดยใช้บทสวดมนต์จากหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์พระราชทาน เมื่อ 28 กรกฏาคม 2560 เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและพระราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรากูร ที่ได้พระราชทานไว้ว่า “ ความสุขในตัวเริ่มจากใจและทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น ส่วนรวมและตนเอง ความสุขในการบำเพ็ญประโยชน์ให้ผู้อื่นและส่วนรวมมีสุข สุขในการเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น สุขในการให้ ทั้งกำลังกายและกำลังใจให้ผู้อื่น และส่วนรวมมีสุข สุขใจการพัฒนาร่างกาย จิตใจ และปัญญา ในทางสร้างสรรค์ความเจริญให้ตนเองและผู้อื่น การสวดมนต์และปฏิบัติธรรม ทำให้มีความสงบ มีสติ สมาธิ และปัญญา ตลอดจนเป็นกุศล สิริมงคลต่อทุกคน และจะนำมาสู่ความเจริญ และความสุขต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

“กอ.รมน.กทม.สนธิกำลังทหารตำรวจบุกตรวจค้นจับกุมคาเฟ่-คาราโอเกะเปิดเกินเวลาเย้ยกฏหมาย พบบ่อนพนัน-นักเที่ยวฉี่ม่วงเพียบ!!

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 6 เม.ย.62 โดยพล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท.)มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หน.การข่าว กอ.รมน.กทม. , พ​.อ.ศรุติ รัตโนทัย รองหน.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, พ.อ.พีระพงศ์ ไชยศรี หัวหน้าการข่าว กอ.รมน.กทม. ร่วมกับ พัน.สห.11 มทบ.11 ,ร้อย รส. ป.พัน.109 เขตบางกอกน้อย, ป.ป.ส., ตำรวจ สน.บางยี่ขัน สนธิกำลังเข้าตรวจค้นอาคารเลขที่ 135 ถนนสมเด็จเจ้าพระปิ่นเกล้า ปากซอย 13 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม.หลังมีประชาชนร้องเรียนว่าอาคารดังกล่าวเปิดเป็นสถานบริการหลายประเภทส่งเสียงดังเกิดความเดือดร้อนรำคาญทุกค่ำคืน

จากการตรวจสอบพบว่าอาคารแห่งนี้มีลักษณะเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนน หน้ากว้างอาคารประมาณ 10 เมตร บริเวณชั้นที่ 1 ประกอบกิจการเป็นคาเฟ่ชื่อร้านนิวแจ๊ส 2 ส่วนบนชั้นที่ 2 ประกอบกิจการเป็นห้องคาราโอเกะ จำนวน 6 ห้อง และมีห้องโถง จำนวน 3 ห้อง ภายใต้ชื่อเอเวอร์กรีน เรสโทวรองต์ สำหรับบนชั้นที่ 3 ประกอบกิจการโต๊ะสนุกเกอร์ ชื่อเดอะคิว สนุกเกอร์คลับ จากการตรวจสอบทั้ง 3 ชั้น พบลูกค้าทั้งชาวไทย จีน พม่า เวียดนาม และลาว ที่มาใช้บริการ ตลอดจนพนักงานภายในสถานประกอบการซึ่งอยู่ระหว่างทำงาน รวมกันประมาณ 100 คน

โดยขณะทหารและตำรวจเข้าตรวจค้นมีลูกค้าชาย 1 ราย พยายามปีนหน้าต่างห้องโถงบนชั้นที่ 2 เพื่อหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ช่วยกันควบคุมตัวเอาไว้ได้ เบื้องต้นจึงควบคุมตัวทั้งลูกค้าและพนักงานทั้งหมดมาคัดกรองตรวจสอบบัตรประจำตัว หนังสือเดินทาง และตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลการตรวจไม่พบการกระทำความผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง แต่พบผู้ต้องหาที่เป็นลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการบนชั้นที่ 2 มีผลตรวจปัสสาวะออกมาเป็นสีม่วง จำนวน 31 คน ประกอบด้วยชายไทย 8 คน หญิงไทย 9 คน ชายต่างด้าว 5 คน และหญิงต่างด้าวอีก 9 คน จึงถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

จากการตรวจค้นในสถานที่ดังกล่าวบนชั้นที่ 2 เจ้าหน้าที่ยังพบคอมพิวเตอร์พีซี 6 เครื่อง เชื่อมต่อเว็บพนันฟุตบอลออนไลน์ของต่างประเทศ ตู้พนันยิงปลาไฟฟ้า 1 ตู้ โต๊ะสำหรับเล่นไฮโลว์ 1 ตัว พร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด ตลอดจนเตาสูบบารากู่ อีก 12 ตัว วางกระจัดกระจายอยู่ตามห้องคาราโอเกะและห้องโถง จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง พร้อมถอดอุปกรณ์ควบคุมระบบกล้องวงจรปิดของอาคารทั้ง 3 ชั้น ไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับผู้ดูแล ผู้ครอบครองของกลางและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาใช้บริการทั้งหมดต่อไป

พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หัวหน้าฝ่ายข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กทม. กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นอาคารแห่งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนมายัง กอ.รมน.กทม.ว่า สถานที่ดังกล่าวมีการเปิดเป็นสถานบริการส่งเสียงดังรบกวนในเวลากลางคืน จากการตรวจค้นและตรวจปัสสาวะผู้มาใช้บริการพบว่ามีการใช้สารเสพติด ประกอบกับมีการปล่อยปละให้เล่นพนันออนไลน์ เบื้องต้นจึงประสานให้ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ซึ่งร่วมจับกุมในวันนี้เรียกตัวผู้ดูแลอาคาร และเจ้าของกิจการมาสอบปากคำ

“โดยจะดำเนินการแจ้งข้อหาในเบื้องต้นกับผู้ดูแลดังนี้ 1.เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กำหนด 2.ใบอนุญาตเปิดสถานบริการผิดประเภท 3.ปล่อยปละให้มียาเสพติดในสถานบริการ 4.ปล่อยปละให้มีการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ ไฮโลว์ และตู้ยิงปลาไฟฟ้า และ 5.จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จากนั้นจะนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดอาคารแห่งนี้ต่อไป” พ.อ.วิโรจน์ กล่าว.

” แถลงข่าว ” จับกุมผู้ต้องหาใน คดีฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาฯ สภ.ป่าไร่

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # ” แถลงข่าว ” จับกุมผู้ต้องหาใน คดีฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาฯ สภ.ป่าไร่ ภ.จว.มุกดาหาร

วันนี้ 4 เมษายน 2562 เวลา 13.30 น. ที่ สภ.ป่าไร่ อ.ดอนตาล พล.ต.ต.ภานุ บุรณศิริ รอง ผบ.ช.ภ.4 ,พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิพลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร , พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าวกอ.รมน.มุกดาหาร ,พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร, ,พ.ต.ท.นาม พานิชนอก สวญ.สภ.ป่าไร่ และเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร , ชุดสืบสวน สภ.ป่าไร่ ,พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนาล ตม.มุกดาหาร และ กองกำลังรักษาความสงบในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ได้ร่วมกันแถลงข่าว กรณี จับกุมผู้ต้องหายิงผู้อื่นตาย เหตุเกิดในท้องที่ สภ.ป่าไร่ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

กล่าวคือ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2662 เวลาประมาณ 02.25 น. ได้มีเหตุวัยรุ่นได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดยิงนายวีระยุทธ คนยืน อายุ 19 ปี อยู่บ้านป่าพะยอม ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณสะพานช้างชน บ้านป่าพะยอม ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

จากการสืบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้มีงานบุญประเพณี และมีหมอลำซิ่ง ที่ บ้านสามขัว ต.ดงเย็น อ.เมือง จ.มุกดาหาร และหลังเลิกงาน กลุ่มผู้ตายได้ไปนั่งเล่น ที่สะพานช้างชน บ้านป่าพะยอม ซึ่งห่างจากบ้านสามขัวประมาณ 7 กม. และได้มีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบ บ้าน ประมาณ 2-3 คน ขับขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ คล้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 สีดำแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และมีผู้ขับขี่รถกระบะอีก 1 คัน สีขาว ยังไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน มาจอดยังจุดที่กลุ่มผู้ตายนั่งอยู่ และถามกลุ่มผู้ตายว่ามาดักทำร้ายใคร หรือไม่ ลักษณะจะหาเรื่องกับกลุ่มผู้ตายกลุ่มเพื่อนผู้ตายบอกว่าไม่ได้มาดักทำร้ายใคร และมีการพูดโต้ตอบกันสักพัก แต่เนื่องด้วยกลุ่มผู้ตายมีมากกว่า วัยรุ่นดังกล่าวจึงขับรถฯออกไป แต่ไม่นานมีพยานเห็นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ขับขี่รถฯ เข้าไปในบ้านป่าพะยอม ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร ได้ขับขี่รถฯ ย้อนกลับมา ซึ่งขณะนั้น นายวีระยุทธฯ กับเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเพื่อนนายวีระยุทธฯ นั่งอยู่ประมาณ 50 เมตร กำลังจะเดินกลับไปที่บ้านป่าพะยอม กลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าว ได้ ขับขี่รถฯกลับมาด้วยกัน 2 คัน พบนายวีระยุทธฯ กับเพื่อน ที่จะเดินกลับบ้านฯ กลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่รถฯดังกล่าว ได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงใส่ นายวีระยุทธฯ จำนวน 1 นัด กระสุนถูกบริเวณท้ายทอย ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นกลุ่มดังกล่าวก็ได้ขับขี่รถฯหลบหนีไปทางแยกนายอฯ กลุ่มเพื่อนผู้ตายได้นำนายวีระยุทธฯ ส่ง รพ.ดอนตาล และ รพ.ดอนตาล ได้นำส่ง รพ.มุกดาหาร และต่อมานายวีระยุทธฯ ได้เสียชีวิตลง และ พนักงานสอบสวน สภ.ป่าไร่ ได้คดีไว้แล้ว และนำส่ง ร่างนายวีระยุทธฯ ไปชันสูตร พลิกศพที่ รพ.อุบลราชธานี ทราบว่า นายวีระยุทธฯ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน แบบลูกโดด น่าเชื่อว่าจะยิงมาจากปืนแบบไทยประดิษฐ์ ที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมทำมาไว้ใช้เอง

จากสืบสวน ติดตามข้อมูลโดยการประสานการปฏิบัติ ของ ชุดสืบสวน สภ.ป่าไร่ , จนท.ตร.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร และ จนท.ตร.บก.สส.ภ.4 โดยได้ข้อมูล จากกล้องวงจรปิด ใกล้ที่เกิดเหตุ ,สอบสวนปากคำพยานในที่เกิดเหตุและใกล้ที่เกิดเหตุ ข้อมูลสืบสวนของกลุ่มวัยรุ่นในท้อง สภ.ใกล้เคียง ทำให้ทราบว่ารถต้องสงสัยที่ใช้ก่อเหตุ เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งอยู่ในเมืองมุกดาหาร โดยกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้มาเที่ยวงาน และเมื่องานเลิกได้พากันขับขี่รถฯ จะกลับบ้านในเขตเมืองมุกดาหาร เมื่อพบกลุ่มผู้ตายได้พูดจาจะหาเรื่องกัน แต่เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุมีน้อยกว่า จึงย้อนกลับมาใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ซึ่งอยู่ห่างจากกลุ่มเพื่อนผู้ตาย และขับขี่รถฯหลบหนีไป โดยพยานยืนยันว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้ จะต้องเป็นกลุ่มนายกรวิทย์ฯ หรือโกโก้ ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในเขตเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร พยานจดจำตำหนิรูปพรรณนายกรวิทย์ฯ และรถจักรยานยนต์ใช้ก่อเหตุ ได้อย่างชัดเจน และมีพยานหลักฐาน ที่ได้จากโทรศัพท์กลุ่มผู้ต้องสงสัย ยืนยันว่านายกรวิทย์ฯ แต่ผู้ต้องให้การปฏิเสธ แต่จากพยานหลักฐานเชื่อว่านายกรวิทย์ฯ จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในก่อเหตุยิงนายวีระยุทธฯ ผู้ตายอย่างแนนอน 
******************************************
ภาพ/ข่าว เดวิด มุกดาหาร หน. สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จทรงเปิดงานและทรงพระกรุณาพระราชทานโล่เกียรติคุณ

วันพุธที่ 3 เม.ย. 62 เวลา18.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จทรงเปิดงานและทรงพระกรุณาพระราชทานโล่เกียรติคุณในพิธีเปิดงาน 3-5 เม.ย 62 งานเมาลิดกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ฮ.ศ. 1440 ณ.ศูนย์กลางอิสลาม เฉลิมพระเกียรติ คลองเก้า เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
โดยมีท่านจุฬาราชมนตรี อาศิส พิทักษ์คุมพล เป็นประธานอำนวยการ ท่านอนันต์ วันแอเลาะ เป็นประธานจัดงาน
ท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถวายการรับเสด็จและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมต.มหาดไทย พร้อมคณะกรรมการจัดงาน บรรดาทูตตานุทูตอิสลามทั่วโลก ท่านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่านณพช หวังอับดุลเลาะ ประธานฝ่ายหาของรางวัลและรายได้ ฮัจยีกาม้าน ซอเซวี คุณโอรส หวังอับดุลเลาะ ดร.ฤทธิ์ ฤาชา ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” ทำหน้าที่มือประสานผู้ชนะสิบทิศ และกริชสุวรรณ ดีสุข(อ๊อฟไซด์)ผอ.สำนักข่าวสมาคมตำรวจ พร้อมด้วยคณะกรรมการกลุ่มเมตตาธรรมกว่า 100 ชีวิต ด้วยบรรยากาศ ความภาคภูมิใจของทุกท่าน ที่มาร่วมงาน
เลขาแอน ถ่ายภาพ – รายงาน