สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม กาชาดปันน้ำใจ ห่วงใยผู้ต้องขัง และ โครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ ประจำปี 2562

    วันนี้ ( 25 ก.ค.62 ) ที่ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดกิจกรรมกาชาดปันน้ำใจ ห่วงใยผู้ต้องขัง และ โครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ ประจำปี 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562

     โดยนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี สมาชิกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ชมรมแม่บ้านมหาดไทย / ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดจันทบุรี สโมสรไลอ้อนเมืองจันทบุรี หน่วยงานภาครัฐ และ เอกชน ได้ร่วมกันจัดเลี้ยงอาหารผู้ต้องราชทัณฑ์ ชาย – หญิง จำนวน 2,500 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภค – บริโภค 310 ชุด มอบแว่นสายตายาวแก่ผู้ต้องขัง 328 คน โอกาสนี้ทางเรือนจำจังหวัดจันทบุรีได้นำผู้ต้องราชทัณฑ์ร่วมแสดงความสามารถ และ เปิดโอกาสให้ ญาติผู้ต้องราชทัณฑ์เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องราชทัณฑ์ และ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในเรือนจำจังหวัดจันทบุรีได้แสดงความจำนงร่วมบริจาคอวัยวะ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ จำนวน 225 คน และ บริจาคดวงตา 219 คน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดตัว “โครงการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสืบสาน รักษา ต่อยอด WISDOM FARM”

     วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00-12.00 น.  พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ       จัดแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด WISDOM FARM” เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ชูหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างโอกาสและส่งเสริมผลผลิตและผลิตภัณฑ์การเกษตร พร้อมเชิญสัมผัสเสน่ห์ วิถีเกษตรไทย กับนิทรรศการกลางแจ้ง หมู่เรือนไทย 4 ภาค

     นายสหภูมิ  ภูมิธฤติรัฐ  ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่าสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   (องค์การมหาชน) มีภารกิจหลักในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยด้านเกษตร รวมถึงการขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นหลักคิด และการน้อมนำไปปฏิบัติสู่สังคมในทุกมิติ  เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ขับเคลื่อนกิจกรรม สืบสาน รักษา ต่อยอดเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง สู่สาธารณชนในวงกว้าง ผนวกกับในปีพุทธศักราช 2562 รัฐบาลได้ให้ทุกภาคส่วนจัดทำโครงการและกิจกรรม  เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเดือนกรกฎาคม 2562 และโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเดือนสิงหาคม 2562 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ  จึงจัดทำ“โครงการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด WISDOM FARM” เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านวิถีเกษตร  พร้อมกระตุ้นการเข้าชม ศึกษาเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ตามรายศาสตร์พระราชา ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาสังคมและจิตใจ ในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ จากความมุ่งมั่น สู่ความตั้งใจ สร้างสรรค์พื้นที่ภายในพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่จัดแสดงเพื่อการเรียนรู้เกษตรในรูปแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้กลางแจ้ง สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด WISDOM FARM เพื่อสอดรับสังคมการเรียนรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่หลากหลาย และยั่งยืน พร้อมส่งเสริมและจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ด้านเกษตร สู่การพัฒนาขยายผล และนำมาซึ่งการสร้างรายได้ แก่ภาคเกษตรและเครือข่ายตลอดจนการใช้ประโยชน์พื้นที่ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เพื่อการเรียนรู้ และการสร้างแรงบันดาลใจในการทำเกษตรในรูปแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

     ทางด้านของ นางดวงใจ  สังฆโสภณ  รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ได้มีโอกาสสัมผัสกับกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ภูมิปัญญาสังคมเกษตรไทย  ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบพิพิธภัณฑ์มีชีวิตถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการเกษตร ของในหลวงรัชกาลที่ 9  สู่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ ที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข สนุก เรียนรู้ชัด และปฏิบัติได้จริง  ในพื้นที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้

     นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมการเรียนรู้ พื้นที่เกษตรพอเพียง  กิจกรรมออกร้านสินค้าแปรรูปและผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชน และกิจกรรมสาธิตและWork shop ศิลป์-วิถีเกษตร-     วิถีแห่งวัฒนธรรม พร้อมทั้งพาสื่อมวลชนสัมผัสเสน่ห์วิถีเกษตรไทย กับนิทรรศการกลางแจ้ง หมู่เรือนไทย 4ภาค ชมเรือขุดคลอง สมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมจุดชมวิว แบบ Exclusive ชมฐานการเรียนรู้สัตว์            ในวิถีเกษตร แปลงเกษตรการปลูกพืชแบบผสมผสาน และเยี่ยมชมร้าน WISDOM CAFÉ สัมผัส       ความสดชื่นบรรยากาศแปลงนา และสะพานไม้ไผ่ พร้อมจุดถ่ายภาพสุดประทับใจอีกด้วย 

     ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด WISDOM FARM พร้อมชวนทุกท่านมาสร้างความสุข สนุกกับการเรียนรู้ ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี โดยเปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.wisdomking.or.th   facebook.com/wisdomkingfan พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ โทร.0-2529-2212, 087-359-7171 094-649-2333

###ข่าวแจก-พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ ที่ปรึกษาสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้ร่วมหารือดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ในการจัดงาน “ASCN CONFERENCE & EXHIBITION”

    ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ ที่ปรึกษาสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยใด้ร่วมหารือดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ในการจัดงาน ASCN CONFERENCE & EXHIBITION โดยเชิญ 26 เมืองทั้งอาเซียนเข้าร่วมโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานตั้งแต่ 22-24 ส.ค.นี้ โดยหารือกันที่ สำนักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิตัล

เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์​ มอบรางวัลประกวดภาพ​ “Memory Si Lanna”

     กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายในโครงการประกวดภาพถ่าย ปลุกความคิด​ สำนึกรักษ์ธรรมชาติ ภายใต้หัวข้อ “Memory Si Lanna” ปีที่ 2 ซึ่งสนับสนุนโดยโครงการธรรมชาติปลอดภัย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์

     นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า โครงการประกวดภาพถ่าย ปลุกความคิด​ สำนึกรักษ์ธรรมชาติ ภายใต้หัวข้อ “Memory Si Lanna” ปีที่ 2 มีผลการดำเนินกิจกรรมเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป ร่วมส่งผลงานภาพถ่ายเข้ามาร่วมประกวดในโครงการครั้งนี้จำนวนมาก และในวันนี้เป็นการจัดงานมอบรางวัล ถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อร่วมแสดงความยินดี และมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดภาพถ่าย ทั้ง 28 ท่าน รางวัลในการประกวดมอบโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำหรับผลงานประกวดภาพถ่ายที่เข้ารอบในครั้งนี้ ผู้ส่งภาพร่วมประกวดล้วนมุ่งนำเสนอ ความงดงาม ผ่านมุมมองของแต่ละท่านถ่ายทอดเป็นภาพถ่ายที่สวยงาม

     โครงการนี้ถือได้ว่ามีส่วนช่วยในการปลุกความคิด​ สำนึกรักษ์ธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้กับประชาชนทั่วไป ได้หันมาตระหนัก และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะแหล่งต้นน้ำลำธาร ให้คงความสมบูรณ์อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป และยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ส่งผลโดยตรงในการสร้างรายได้เกิดให้กับชุมชนในพื้นที่

     นายแสนไชย เค้าภูไทย ที่ปรึกษาสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึง หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผลงานภาพถ่ายส่งเข้าประกวดว่า “ช่างภาพแต่ละท่านเลือกมุมมองภาพผ่านกล้องของแต่ละคนด้วยความตั้งใจที่จะสื่อสารความหมายของภาพออกมาได้อย่างประทับใจ ถ่ายทอดแนวคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาได้งดงาม รวมถึงองค์ประกอบความสวยงามของภาพ เทคนิคการถ่ายภาพ และความคิดสร้างสรรค์ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้ได้ภาพของอุทยานแห่งชาติศรีลานนาที่สวยงามน่าประทับใจที่ผ่านการคัดเลือกและชนะการประกวด สมวัตถุประสงค์ของผู้จัดการประกวด”

     โครงการประกวดภาพถ่ายฯ เปิดรับส่งผลงานภาพถ่ายประกวด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 30 เมษายน 2562 มีผู้สนใจส่งภาพถ่ายเข้าประกวด รวมทั้งสิ้น 397 ภาพ ได้ผู้ชนะการประกวด ทั้งสิ้น จำนวน 28 รางวัล แบ่งผลงานเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่มบุคคลทั่วไป,กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.แม่แตง, อ.เชียงดาว, อ.พร้าว โดยแบ่งรางวัลออกเป็น รางวัลที่ 1,2,3 รางวัลชมเชย 1,2,3 (ทั้ง 3 ประเภทผลงาน) และรางวัลมหาชน จำนวน 10 รางวัล ผลงานในปีที่ 2 นี้ ถือได้ว่าทำให้กรรมการตัดสินใจยากมาก เพราะแต่ละภาพมีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ และถ่ายทอดเรื่องราว และแนวคิดออกมาได้น่าสนใจแตกต่างกันไป ถือว่าเป็นผลงานคุณภาพที่ผ่านความตั้งใจอย่างมากในการส่งภาพเข้าประกวด

     นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ฯ กล่าวว่า “โครงการธรรมชาติปลอดภัย ขอขอบคุณ ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานงานในวันนี้ ขอบคุณกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จัดงาน ขอบคุณสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ขอบคุณร.ต.ท.นคร ปัญญาทิพย์ ที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติศรีลานนาและประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ทุกท่าน ขอบคุณผู้ร่วมการประกวดภาพถ่ายทุกท่าน ขอบคุณสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน โดยหวังว่าโครงการนี้​ จะช่วยสร้างการตระหนักรู้ หวงแหน และปกปักรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ในการช่วยประชาสัมพันธ์ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และคาดว่าจะมีกิจกรรมดีๆ แบบนี้ต่อไปในอนาคต โครงการธรรมชาติปลอดภัย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์อย่างนี้ต่อไป

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯปทุมธานี ทำบุญครบรอบ 110 ปี เรือนจำอำเภอธัญบุรีเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อประชาชน ชาวอำเภอธัญบุรี

          วันนี้ (25 ก.ค.62) เวลา 09.30 น. ที่ เรือนจำธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ประธานพิธีทำบุญครบรอบ 110 ปี เรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อประชาชน ชาวอำเภอธัญบุรี และเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของเรือนจำ รวมทั้งเป็นการบำเพ็ญกุศลทักษิณาอุทิศแก่ผู้วายชนม์ภายในเรือนจำ โดยมี นายบุญมี วิบูลย์จักร ผู้บัญชาการเรือนจำ นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง นายสมพล โพธิ์กิ่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี นางสาววิรมณ ยืนนาน อัยการจังหวัดธัญบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอธัญบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
เรือนจำอำเภอธัญบุรี นับตั้งแต่พุทธศักราช 2452 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 110 ปีเป็นเรือนจำเก่าที่ดำเนินการนับตั้งแต่มีการสถาปนาเมืองธัญญบูรี ในปีพุทธศักราช 2445 ซึ่งในการสร้างเมืองนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโองการให้ก่อสร้างสถานที่ราชการต่างๆ ได้แก่ ศาลาว่าการเมือง ศาลเมือง จวนผู้ว่าราชการเมือง ศาลาท่าน้ำ ถนนจากศาลาท่าน้ำไปยังศาลาท่าน้ำไปยังศาลาว่าการเมือง และหน่วยราชการต่างๆ โรงพักพลตะเวณ รวมถึงตะรางที่คุมนักโทษ ซึ่งการสร้างเมือง ใช้เวลา1 ปี 8 เดือน จึงแล้วเสร็จ แต่ในส่วนเรือนจำยังทำได้เพียงให้มีพื้นที่คุมขังได้ยังไม่เรียบร้อยดี จึงถึงปีพุทธศักราช 2450 พระยาสุรนารถเสนี เจ้าเมืองธัญญบูรี ในสมัยนั้นได้ขอพระราชทานเงินงบประมาณในการปรับปรุงเรือนจำใหม่ โดยอาศัยแรงงานนักโทษทำการเผาอิฐเอง การปรับปรุงกินเวลา 2 ปี จึงแล้วเสร็จในปี 2452 ถือว่าเป็นการปรับปรุงเรือนจำและเริ่มต้นในการบริหารตามแบบการราชทัณฑ์สมัยใหม่ที่ในหลวงรัชกาลที่5 ทรงพระราชทาน

ผบช.น. พร้อมคณะในสังกัดนครบาล​ ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง #ข่าว​ตำรวจ​นครบาล

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 25 ก.ค.62 เวลา 08.30 น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ ได้ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อมคณะ รอง ผบช.น. ผบก.ในสังกัดนครบาล​ เข้าร่วมลงนามถวายพระพรโดนพร้อมเพรียงกัน​ ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สภากาชาดไทย ถนนราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ บุกจับหนุ่มคาลานจอดรถสนามบินดอนเมือง อ้างตัวเป็นผู้การกองปราบฯ ค้นรถเบนซ์ป้ายแดง พบปืนสั้น จำนวน 5 กระบอก เงินสดอีก 4 ล้าน พร้อมยาไอซ์ ผู้ต้องหาอ้าง ทำธุรกิจขายล๊อตเตอรี่ ขนเงินเยอะเลยต้องพกปืนไว้ป้องกันตัว

     วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 24 ก.ค.62​ เวลา 15.30 น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วยพ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก. 3 บก.ป. และพ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม​ นายณัฐพงษ์ ธรรมทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/34 รัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนาว กทม. ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืน และยาเสพติด (ยาไอซ์) ซึ่งจับกุมตัวได้ที่อาคารจอดรถภายในสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ จากการตรวจค้นรถยนต์ยี่้ห้อเบนซ์ ป้ายแดงเบนซ์ รุ่น GLC 250 D ของผู้ต้องหาพบอาวุธปืนออโตเมติก ทั้งกล็อคและโค้ท จำนวน 5 กระบอก เงินสดอีก 4 ล้านบาท ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผลการจับกุม

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีผู้ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.62​ ที่๋ผ่านมา ได้มีผู้ขับรถเบนซ์ป้ายแดงเข้าไปฝากจอดที่อาคารจอดรถสนามบินดอนเมือง พร้อมอ้างตัวว่าเป็น “ผู้การกองปราบฯ” และจะมารับรถในวันที่ 22 ก.ค.62​ สงสัยว่ารถคันดังกล่าว น่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ หลังทราบเรื่องตนก็สั่งการให้ชุดสืบสวนกองปราบฯ ทำการตรวจสอบทันที โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.05 น.วันที่ 22 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา พบผู้ต้องหาขับรถคันดังกล่าว ติดแผ่นป้ายทะเบียน (ป้ายแดง) ต 9345 กทม. ออกมาจากอาคารที่จอดรถ ภายในประเทศ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบทันที ภายในรถพบนายณัฐพงษ์ฯ เป็นคนขับ ตรวจสอบแล้วไม่ได้เป็นตำรวจตามที่กล่าวอ้าง จึงเข้าตรวจค้นรถ พบปืนกล็อค 3 กระบอก โค้ลท์ 1 กระบอก .380 อีก 1 กระบอก กระสุนปืนอีก 116 นัด อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืนอีกส่วนหนึ่งอยู่บริเวณท้ายรถ เมื่อค้นอย่างละเอียดยังพบเงินสดอยู่ในกระเป๋าเดินทางอีก 2 กระเป๋า เป็นเงินประมาณ 4 ล้านบาท อุปกรณ์เสพยาเสพติด 1 ชุด และยาไอซ์อีกประมาณ 0.52 กรัม ซุกซ่อนอีกด้วย จึงควบคุมตัวนายณัฐพงษ์ฯ​ ไปตรวจหาสารเสพติด ก็พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

     พล.ต.ต.จิรภพฯ เปิดเผยต่อว่า สอบสวนนายณัฐพงษ์ฯ ยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเองและคนในครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยส่งให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่จังหวัดเลย นอกจากนี้ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สมุทรสาคร และหมอชิต-สมุทรสาคร มีรถอยู่ประมาณ 50 คัน ทำให้เวลาไปไหนมาไหนก็จำเป็นจะต้องมีอาวุธปืนไว้เพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สิน และการอ้างเป็นผู้การกองปราบฯก็เพื่อใช้เปิดทางไม่ให้ถูกตรวจค้นจนถูกจับกุม ซึ่งวันที่ถูกจับกุมก็เพิ่งไปรับเงินที่ขายสลากฯจากลูกค้ามาดังกล่าว

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันนี้ ตนจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน ขอหมายค้นศาลอาญาและศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพัก บริษัท และคอนโดมิเนียมของนายณัฐพงษ์ฯ รวม 4 จุด คือ ที่บ้านเลขที่ 9/12 ซอยรัชดาภิเษก 33 แขวง-เขตจตุจักร ซึ่งนายณัฐพงษ์ฯ เช่าไว้เป็นที่ประกอบกิจการรถตู้ขนส่งมวลชน ขสมก. พบโพยหวยใต้ดินจำนวนหนึ่ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อาวุธปืนยาว พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน กัญชาแห้งประมาณ 23.6 กรัม กระสุนปืนชนิดต่าง ๆ ประมาณ 2,759 นัด รวมถึงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน รวมทั้งสิ้น 39 รายการ

     จุดที่ 2-3 เข้าค้นบ้านเลขที่ 599/12-13 ซอยรัชดาภิเษก 29 หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา ถนนกำแพงเพชร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ซึ่งเป็นบ้านสองหลังอยู่ติดกัน พบเงินสดอีกประมาณ 3.8 ล้านบาท อาวุธปืนยาว อาวุธปืนสั้น รวม 14 กระบอก ชุดอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน 6 ชิ้น กระสุนปืนชนิดต่าง ๆ อีก 100 กว่านัด และยังพบอีกว่าอาวุธปืนบางกระบอกมีการสับเปลี่ยนลำกล้อง ท่ออุปกรณ์เก็บเสียง ซึ่งถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์ ก่อนรวบรวมนำส่งตรวจตรวจสอบ ว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

     ส่วนจุดที่ 4 เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 66/34 ตึกA ชั้น 7 คอนโดแชมเบอร์รามอินทรา แขวง-เขตคันนายาว กรุงเทพฯ พบวัตถุคล้ายเป็นพืชกัญชาตากแห้ง จำนวนหนึ่ง พร้อมกับพบมวนบุรี่ที่เอายาสูบออกแล้ว และยาสูบอยู่ในกล่องพลาสติกอีก 1 กล่อง

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวด้วยว่า หลังการตรวจค้นเสร็จสิ้น ก็ได้นำอาวุธปืน กระสุนปืน รวมทั้งสิ่งของที่ตรวจค้นพบทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อตรวจสอบว่าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดังกล่าวได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ ส่วนโพยหวยใต้ดิน และยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ก็ได้ให้มีการดำเนินเพิ่มเติม พร้อมกับนำตัวนายณัฐพงษ์ฯ ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังแล้ว

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวน ทราบด้วยว่า ผู้ต้องหานั้นเป็นลูกน้องของเสธฯทหารนอกราชการคนดัง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลอยู่ว่า เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือไม่ ส่วนภรรยาของผู้ต้องหานั้นก็มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีฉ้อโกงมาก่อน ดังนั้นตนอยากฝากเตือนประชาชนด้วยว่าหากใครไปแอบอ้างเป็นผู้การกองปราบฯ หรือเป็นตำรวจกองปราบฯ ก็ขอให้เขาแสดงบัตร หากไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจกองปราบฯ​ จริงหรือไม่ ก็ให้ถ่ายรูปบัตรแล้วส่งมาให้กองปราบฯ ตรวจสอบให้ได้ทันที เพื่อป้องกันพวกแอบอ้างหาผลประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงถูกจับกุมสิ่งผิดกฎหมาย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย บริเวณริมคลองวัดตรีทศเทพ ภายในซอยสามเสน 4 เขตพระนคร

          วันนี้​ วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เวลา 10.00 น. : นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร และ นางสาวรุจิรา อารินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ และ นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ,จนท.ฝ่ายโยธาฯ,จนท.ฝ่ายรักษาฯ สนง.เขตพระนคร ร่วมกับ จนท.ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์,จนท.ตำรวจ สน.สําราญราษฎร์,จนท.ทหาร,ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมคลองวัดตรีทศเทพ ภายในซอยสามเสน 4 แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม.

          ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้ สายตรวจ 3 ประสาน ทหาร ตำรวจ เทศกิจ เขตพระนคร ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้ง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ แก่พี่น้อง ประชาชน ในพื้นที่ให้ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด โดยกิจกรรมในวันนี้ได้มี พี่น้อง ประชาชน ในพื้นที่ต่างออกให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

          ในเบื้องต้นในกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเน้นย้ำในผลของการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการตรวจร่วม 3 หน่วยงาน ในโครงการ สายตรวจ 3 ประสาน ( ทหาร ตำรวจ กทม. ) อีกทั้ง เพื่อเน้นย้ำในการปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )

#สำนักงานเขตพระนคร

#สายตรวจ 3 ประสาน

#ทหาร#ตำรวจ#เทศกิจ

#ปรับปรุงภูมิทัศน์

#ตามนโยบาย#ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

#NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง

Cr.ภาพ-ข่าวกลุ่มงานสายตรวจ สนง.เขตพระนคร​ ธีรพล ปลื้มถนอม
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ป้าร้องกองปราบฯ ถูก 10 ตำรวจนอกเครื่องแบบอุ้มซ้อมให้บอกว่าสามีที่ก่อคดีฆ่าคนตายหลบหนีอยู่ไหน

          วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 24 ก.ค.62​ เวลา 10.00 น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา นางนี (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ผู้เสียหาย และครอบครัว เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง ศรสิรัศฐิ์ นิยมรส รอง สว.สอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อร้องขอให้ช่วยติดตามคดีที่นางนีฯ และครอบครัวถูกชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอุ้มตัวไปซ้อมเพื่อให้บอกว่าสามีที่ก่อคดีฆ่าผู้อื่นหลบหนีอยู่ไหน

          นางนีฯ กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 เม.ย.62​ ที่ผ่านมา มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 10 คนอ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาหาที่สวนปาล์ม ในพื้นที่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลาน 3 คนอยู่ด้วย จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวได้ถามหาตัวสามี โดยบอกว่าสามีไปก่อคดีฆ่าคนตายในพื้นที่ สภ.ปลายพญา จ.กระบี่ ตนจึงตอบไปว่าไม่ทราบว่าสามีอยู่ที่ไหนเพราะแยกกันอยู่ นานๆ สามีจึงจะมาหาสักครั้ง แต่ชายกลุ่มดังกล่าวไม่เชื่อเนื่องจากเห็นรถสามีจอดอยู่ จึงบังคับพวกตนทั้งหมด​ แยกกันขึ้นรถยนต์ ก่อนพาไปที่บ้านญาติของสามีในพื้นที่ อ.เวียงสระ ระหว่างทางก็ถูกข่มขู่ให้บอกที่อยู่ของสามี เมื่อบอกไปว่าไม่ทราบก็ถูกทำร้าย เมื่อไปถึงบ้านญาติสามีที่ อ.เวียงสระ ก็ไม่พบตัวสามี กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้พาตนไป สภ.ปลายพญา จ.กระบี่ โดยในระหว่างทางยังคงถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ข่มขู่และใช้กำลังทำร้ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ลูกชายตนก็ยังถูกชายกลุ่มดังกล่าวทำร้ายร่างกายอีกด้วย

          นางนีฯ กล่าวต่อว่า เมื่อไปถึงที่โรงพัก สภ.ปลายพญา กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้นำตนไปหาตำรวจนายหนึ่ง ยศ ร.ต.อ. เพื่อสอบปากคำ ก่อนจะปล่อยตัวออกมาเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 เม.ย.62​ โดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใครแต่อย่างใด เมื่อกลับมาถึงบ้านได้นอนพักรักษาตัวอยู่บ้าน จนวันที่ 14 เม.ย.62​ จึงได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระแสง ก่อนไปแจ้งความที่ สภ.เวียงสระ แต่ทางพนักงานสอบสวนแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตนจึงไปร้องเรียนที่ค่ายทหารวิภาวดี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจก็เริ่มมาตรวจสอบคดี ก่อนจะเงียบหายไป อีกทั้งระหว่างที่เกิดเรื่องขึ้นทางตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้โทรมาบอกว่า “ถ้าใครไม่ได้ทำร้ายคุณ คุณก็อย่าไปเอาเรื่องเขา เขาแค่ไปด้วยกันแค่นั่งข้างๆ เฉยๆ”

          เบื้องต้น ทางพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ได้สอบปากคำ นางนีฯ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนส่งเรื่องให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผอ.รร.บ้านนอก ร้อง “วัชระฯ” กรณีเรื่อง อย่ายุบโรงเรียนขนาดเล็ก

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 : นายวัชระ เพชรทอง อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มเพื่อน เดินทางลงพื้นที่ มอบทุนสมทบโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนมะต้องประชาสรรค์ 3,000 บาท พร้อมกับ มอบอุปกรณ์การศึกษาให้แก่ นายชอบ ดิษฐ์แก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนมะต้องประชาสรรค์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

         ทั้งนี้โรงเรียนดังกล่าวนี้ ได้มีการวัดผลประเมินการเรียนโอเน็ตชั้น ป.6 มีผลการประเมินสูงกว่าทุกกลุ่มในระดับชั้นเดียวกันของโรงเรียนในประเทศ โดยแบ่งเป็นกลุ่มสาระวิชา (ภาษาไทย-คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-ภาษาอังกฤษ) 3 ปีซ้อน โดยทาง ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงอยากขอให้กระทรวงศึกษาธิการ​ ทบทวนกรณีไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กอยู่คู่กับชุมชนในชนบทต่อไป อีกทั้ง อยากขอให้ขยายเวลาเกษียณอายุข้าราชการ จาก 30 กันยายน ไปเป็น 31 มีนาคม เพื่อให้ คุณครู ในชนบทได้สอนนักเรียนต่อเนื่องจนจบปีการศึกษา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​