สถาบันสร้างชาติจับมือ​ นสช.รุ่นที่7 จัดโครงการ “เยาวชนสร้างชาติ เร่งผลิตเยาวชน สร้างคนเก่งพัฒนาบ้านเกิด”

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 26 ก.ค.62​ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี : ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงค์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ เป็นประธานเปิดโครงการค่ายเยาวชนสร้างชาติรุ่นที่ 6 จัดโดยนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ (นสช.) รุ่นที่ 7​ ของสถาบันการสร้างชาติ ภายในงานมีเยาวชนผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 1,500 คน

          สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการนำเยาวชนระดับอุดมศึกษาจาก 347 คณะใน​ 38 มหาวิทยาลัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนสร้างชาติ เป็นเวลา​ 3 วัน​ 2 คืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.ค.62 เพื่อสร้างแนวคิดในการฝึกทักษะและส่งเสริมในการเป็นคนดีคนเก่งคนกล้าเพื่อสามารถเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต

          ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงค์ศักดิ์ ในฐานะประธานสถาบันสร้างชาติ กล่าวว่า โครงการค่ายเยาชนสร้างชาติจะฝึกให้เยาวชนมีความสำนึกในการใช้ชีวิตที่มีคุณค่าสูงสุด คำนึงถึงการทำประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ต่อส่วนตน สำหรับกิจกรรมในค่ายจะเน้นการฝึกทักษะการคิด ทักษะการเป็นผู้นำ และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มศักยภาพรวมทั้งส่งเสริมเยาวชนให้คิดวิเคราะห์วิธีการทำวิจัย เพื่อนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัว สถานศึกษาหรือแม้กระทั่งชุมชนของตนเอง

          โดยกิจกรรมในค่ายมีการบรรยายทางวิชาการในหัวข้อ ความจำเป็นในการสร้างชาติ และกิจกรรมอบรมเชิงปฎิบัติการ กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นเพื่อพัฒนาให้เยาวชนได้เรียนรู้เกิดภาวะการเป็นผู้นำการบริหารและภาวะผู้นำทำตามแนวทางของสถาบันสร้างชาติ ผู้ร่วมโครงการจะมีโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนต่างสถาบัน แลกเปลี่ยนความคิดพัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมไปในทิศทางที่เป็นเอกภาพในการพัฒนาประเทศไทย ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวมีเยาวชนที่ผ่านโครงการและกลับไปตั้งชมรมเยาวชนสร้างชาติในสถานศึกษาของตนกว่า 100,000 คนใน 1,500 สถานศึกษาทั่วประเทศ

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บก.น.1 ทำ​ MOU กับ บ.อินเตอร์สเต็ปส์ฯ ในโครงการทดลองติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อ การวิเคราะห์ตรวจตราความปลอดภัย​ และป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ในพื้นที่สาธารณะ

เมื่อ​วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ค.2562 เวลา 10.00 น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ( MOU ) กับ คุณบราลี ชุติมา กรรมการ ผจก. บ.อินเตอร์สเต็ปส์ จก. ในโครงการทดลอง “ติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อ การวิเคราะห์ตรวจตราความปลอดภัย​ และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ สาธารณะ” (Artificial Intelligent System for Surveillance and Criminal Analysis in Public Area) โดยมี พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ ผกก.ฝอ.บก.น.1 เป็นผู้กล่าวรายงาน มี รอง ผบก.น.1,ผกก.สน.ในพื้นที่ บก.น.1 คณะ กต.ตร.กทม.,คณะ กต.ตร.บก.น.1,อนุ กต.ตร.ร่วมในพิธี อาทิ พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.1,พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และ ประธานกต.ตร.กทม.บก.น.1, ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และประธานกต.ตร.บก.น.1,คุณสุพจน์ พงศ์บุญคุ้มลาภ ประธาน กต.ตร.สน.ห้วยขวาง,
นายศักดิ์ณรงค์ โลจนะรุ่งสิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม-อนุ กต.ตร. พร้อมด้วย แขกผู้มีเกียรติ ,ข้าราชการตำรวจ สน.ห้วยขวาง และข้าราชการในสังกัด บก.น.1 ร่วมในพิธี ณ
กองบัญชาการตำรวจนครบาล

Cr.ธวัช​ชัย​ เฟื่องอนันต์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

การศึกษาสาขา หลักสูตร “วิชาชีวิตและความตาย” มนุษย์เกิดมาพร้อมกับการมีชีวิต เมื่อมีชีวิตแล้วสิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือความตาย การเตรียมตัวเพื่อความตายก็เป็นสิ่งจำเป็น

วิชาชีวิตและความตาย

อ.ณัฐพงษ์ นาคถ้ำ

มนุษย์เกิดมาพร้อมกับการมีชีวิต เมื่อมีชีวิตแล้วสิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือความตาย การเตรียมตัวเพื่อความตายก็เป็นสิ่งจำเป็น

          วันก่อนข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับนิสิตหญิงท่านหนึ่ง ชื่อ วราพร อรรถสุข ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท สาขาวิชาชีวิตและความตาย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)  ต. ลำไทร อ. วังน้อย จ. พระนครศรีอยุธยา ถามเธอว่า สาขาวิชานี้มีด้วยเหรอ ชื่อสาขาวิชานี้น่ากลัวจัง เรียนไปเพื่ออะไร แล้วสิ่งที่เรียนไปมันคุ้มค่าไหม เธอได้อธิบายข้อสงสัยของข้าพเจ้าว่า สาขาวิชานี้มีจริงและได้เปิดเป็นหลักสูตรในระดับปริญญาโท เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ชื่อสาขาวิชานี้ดูเหมือนจะดูน่ากลัว เพราะมีคำว่าความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อได้เข้าศึกษาแล้ว จะพบว่า เราจะได้ศึกษากฎเกณฑ์ของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย และควรจะดำรงตนอย่างไรอย่างมีคุณค่าในขณะที่มีชีวิตอยู่ และจากไปอย่างไรให้สมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ นอกจากนั้น ผู้ที่เรียนสาขาวิชานี้ยังสามารถนำเอาความรู้ไปแนะนำช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ด้วยกันได้ การศึกษาสาขาวิชานี้ไม่ได้คุ้มค่าในแง่ของทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือความร่ำรวย แต่มันคุ้มค่าในแง่ความสงบสุขของจิตใจและคุณค่าทางสังคม เพราะเมื่อเรียนรู้แล้วทำให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ด้วยกันมากยิ่งขึ้น เธอยังได้บอกว่า ผู้ที่เรียนจบสาขาวิชานี้ยังเป็นที่ต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย เช่น ศาล โดยไปเป็นผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งสามารถอธิบายความเป็นจริงของชีวิตมากกว่าที่จะมาดำเนินคดีทางด้านกฎหมายระหว่างคู่กรณี อันเป็นลักษณะประนีประนอมยอมความ หรือโรงพยาบาลต่าง ๆ โดยไปเป็นนักจิตวิทยาพูดคุยกับผู้ป่วย เพื่อให้คลายความเครียดและความกังวลจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยใช้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งกล่าวถึงความดีงามของชีวิตเป็นแนวทางในการพูดคุย ปัจจุบันนี้ พระครูสังฆรักษ์เอกภัทร อภิฉนฺโท, ผศ.ดร., เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร เปิดการเรียนการสอนมาแล้ว ๑๑ รุ่น นิสิตที่เข้ามาสมัครเรียน ได้แก่ พระสงฆ์ แม่ชี หมอ พยาบาล ข้าราชการ นักกฎหมาย นักการเมือง ศิลปิน นักร้อง นักแสดง และประชาชนทั่วไป มีนิสิตที่เรียนจบไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ รูป/คน

เมื่อข้าพเจ้าฟังเธออธิบายจบลง ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจในเรื่องชีวิตและความตายมากยิ่งขึ้น และก็หวังว่าวิชานี้จะเป็นวิชาที่อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพื่อเปิดโอกาสผู้เข้ารับการศึกษาจะได้รู้ความเป็นจริงของชีวิต และสามารถนำเอาวิชาความรู้ไปช่วยเหลือสังคมได้ โดยยึดหลักที่ว่า “เรียนรู้ชีวิตเพื่อดำรงอย่างมีคุณค่า และจากไปอย่างสมศักดิ์ศรี”

สระบุรี-เปิดงานเทศกาล mid and Milk Festival ครั้งที่ 1

    วันที่ 26 กรกฎาคม2562 ณ​ บริเวณหน้าน้ำตกมวกเหล็ก​ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี​ นายเกียรติศักดิ์​ ตรงศิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ เป็นประธาน นายพีระพล​ ตัณฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรี​, นายพลวรรธน์​ เทียนชัยมงคล​ นายอำเภอมวกเหล็ก,​ นายกสมาคมการท่องเที่ยวสระบุรี​, นายก​ อบต.หนองย่างเสือ​และคณะจัดงานพร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอมวกเหล็ก​ ร่วมเปิดงานเทศกาล.​ mid and Milk Festival ครั้งที่ 1​ภายในงานมีการทำสเต็กที่ใหญ่ที่สุดหนักถึง 25 กิโลกรัม โดยใช้คนหลายคนช่วยพลิกเนื้อสเต็ก​ ​มีน้องๆจากโรงเรียนมวกเหล็กวิทยาคมเต้นไลน์แดนซ์คาวบอยให้ชม

         จึงขอเชิญนักเที่ยวเที่ยวงาน​ ตั้งแต่วัน​ที่26-28​กรกฎาคม​ 2561บริเวณหน้าลานน้ำตกมวกเหล็ก​ โดยมีสินค้าร้านประชารัฐ​ และสินค้าชุมชนมาจำหน่ายตลอดงาน

ดำรงค์ ชื่นจินดา​ ราย/งาน

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

         ในวันนี้ 26 ก.ค.62 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ พื้นที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย และ ชุมชนบ้านช่องแสมสาร ” ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พลเรือโทเจริญพล คุ้มราษี เสนาธิการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธี มีพลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ นาวาเอกปพน หาญไพบูลย์ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 ผู้แทนทัพเรือภาคที่ 1 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ร่วมในพิธีให้การต้อนรับ   

          พลเรือโท เจริญพล คุ้มราษี ประธานในพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งนำกำลังพลจากองทัพเรือ ข้าราชการ อบต.แสมสาร รัฐวิสากิจ บริษัท ตลอดจนประชาชน และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 900 คน ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ร่วมจัดกิจกรรมแสดงนิทรรศการ กิจกรรมเก็บขยะชุมชนบ้านช่องแสมสาร กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะบริเวณท่าเทียบเรือเขาหมาจอ กิจกรรมดำน้ำปลูกปะการังบริเวณหาดหน้าบ้าน กิจกรรมปลูกต้นโกงกาง กิจกรรมปล่อยลูกปูม้า และกิจกรรมปลูกป่า ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองทัพเรือ (อพ.สธ. – ทร.) เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
          พลเรือโทเจริญพล คุ้มราษี กล่าวว่าได้น้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทาน มาจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ เราทำความดี ด้วยหัวใจ ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพันใน 4 สถาบันหลัก ชองชาติ คือสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ประธานเตรียมทหารรุ่น11 เป็นประธานสวดพระอภิธรรมพลเรือโทจำรัส เผือกประพันธ์ คืนสุดท้าย

         เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 26 ก.ค.62 ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลอากาศเอก ภควัตณ์ รื่นพิพัฒน์ ประธานเตรียมทหารรุ่นที่ 11 เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ อดีตข้าราชการบำนาญสังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11 นักเรียนนายเรือ รุ่นที่ 68 สามี นางสุพัตรา เผือกประพันธุ์ ผู้บริหารห้างทองสุพัตราเยาวราช บิดา ดร.สะถิระ (ดร.เอ) เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 17 ก.ค.62 ที่ผ่านมา

         โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ หรืออาจารย์จ่อย เจ้าอาวาสวันสามัคคีบรรพต จ.ชลบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระเถรานุเถระในพื้นที่อำเภอสัตหีบ,พลเรือเอกวิทรูย์ คำพีระพันธ์ ประธานนักเรียนนายเรือรุ่นที่ 68 ,นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ,ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สัตหีบ ,บริษัท เอไอเอ สัตหีบ,ชมรมผู้สูงอายุพลูตาหลวง ,เทศบาลเมืองสัตหีบ, เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว, เพื่อนๆอำเภอบ่อไร่ ,เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 11 ,ตลอดจนข้าราชการทหารตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสัตหีบ นักธุรกิจ ญาติพี่น้องประชาชนชาวอำเภอสัตหีบและใกล้เคียง และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมงานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ อย่างพร้อมเพรียง

          *สำหรับ ประวัติ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่19 ธันวาคม 2492 ที่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง บิดาซื่อนายลด มารดาชื่อ นางผิว เผือกประพันธุ์ อาชีพเกษตรกร มีพี่น้องรวม 4 คน ได้แก่ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ นางอนงค์ ควงฉวี นางอรอุไร หล่อเหลี่ยม นายอนันทชัย เผือกประพันธุ์ (เสียชีวิต) สมรสกับ นางสุพัตรา เผือกประพันธ์ มีบุตรจำนวน 5 คน ได้แก่ นายชัยพร จริยธรรมานุกูล นายจีรศักดิ์ เผือกประพันธุ์ นายสุรชัย เผือกประพันธุ์ นายพงศ์พันธุ์ เผือกประพันธุ์ ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี ประวัติการศึกษาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง “จินดามณี”นักเรียนจ่าทหารเรือทหารเรือรุ่น 09 จบการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11 นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 68 เข้ารับการศึกษาหลักสูตรชั้นนายเรือนาวิกโยธิน พ.ศ.2519 หลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ หลักสูตรวิทยาลัยเสนาธิการทหาร สำเร็จการฝึก หลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน ,หลักสูตรรบพิเศษแขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกและจู่โจมนาวิกโยธิน

****ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศแปดเหลี่ยม พร้อมฉัตรเบญจาตั้งประดับ ปี่ กลองชนะประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และทรงรับศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม กำหนด 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 19-21 ก.ค.62 ในเวลา 19.30 น. วันที่ 22-26 พิธีสวดพระอภิธรรมศพ เวลา 19.30 น.ทุกคืน และวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2562 เวลา 16.00 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ ภรรยา บุตร ญาติ สกุล “เผือกประพันธ์” ขอกราบเรียนและเรียนเชิญมาด้วยความเคารพ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)นำนวัตกรรมจัดการวัชพืชและผักตบชวาร่วมโครงการจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ ณ จังหวัดลพบุรี

         คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติได้มอบหมายให้ วช. ดำเนินการ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” และวช.ได้จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ครั้งที่ 4 ขึ้น เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนต.บางพึ่ง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยมี พลตรี สุรเดช ประเคนรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงความสำคัญและเป้าประสงค์ของกิจกรรมฯ พร้อมด้วยนายผดุงศักดิ์ หาญปรีชาสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัลพบุรี กล่าวต้อนรับ ในการนี้ภาคพื้นที่ นายอนุชิต สังฆสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และพันเอก ณรงค์ จันทร์สืบสาย รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 13 ร่วมเป็นเกียรติ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ร่วม 150 คน

           วช. ได้สนับสนุนงบประมาณในการขยายผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนโดยการนำ “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ที่พัฒนาโดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มาใช้ในพื้นที่ชุมชนต้นแบบและถ่ายทอดความรู้วิธีการใช้เครื่อง การทำปุ๋ยหมักและดินปลูกจากวัชพืชและผักตบชวา ให้แก่ชุมชน เพื่อนำไปใช้ในการเกษตร การจำหน่ายเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน พร้อมกับเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่ลำน้ำด้วยนวัตกรรม ให้ชุมชนดำเนินชีวิตภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดย วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการของภาคพื้นที่และจังหวัด

คุภเดช ธนูศร / ข่าว/ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย /สภท.54ปี

โรงเรียนนายเรือ เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

          เมื่อ 25 ก.ค.62 พล.ร.ท.สุชา เคี่ยมทองคำ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ (ผบ.รร.นร.) เป็นประธานในพิธี เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดย
ผบ.รร.นร. เปิดกรวย ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งนำกำลังพล รร.นร. จำนวน 120 นาย นนร. 200 นาย จนท.เทศ
บาลนครสมุทรปราการ 30 นาย และประชาชน ชุมชนนาวีปากน้ำ 30 นาย รวม 380 นาย ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดกำแพงรั้วโรงเรียนนายเรือ ฝั่งถนนสุขุมวิท ระยะทางประมาณ 800 เมตร ทำความสะอาดขุดลอกทางระบายน้ำ ระยะทาง 150 เมตร และตัดแต่งกิ่งไม้ ภายในบริเวณชุมชนนาวีปากน้ำ

          ทั้งนี้ ผบ.รร.นร. ได้น้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานนี้ มาจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ” และเป็นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสร้างจิตสำนึกในการดูแลทำนุบำรุงรักษาสิ่งสาธาร
ณะประโยชน์ ให้มีความสวยงามคงอยู่สืบต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว ประชาสัมพันธ์ รร.นร.

สุดเวทนาไอ้จ๋อตัวเดียว ทำไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน ร่างกระเด็นตกกระแทกพื้น ชาวบ้านแห่จับใส่กรง ส่งปศุสัตว์ไปรักษาอาการบาดเจ็บ

          เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บริเวณหน้าวัดเขาน้ำซับ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่ามีลิงแสม ถูกไฟฟ้าช็อต จนได้รับบาดเจ็บ ร่างกระเด็นตกลงมาจากเสาไฟฟ้า กระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ ส่วนไฟฟ้าในบริเวณชุมชนดังกล่าว ถูกตัดไฟฟ้ากันหมด เนื่องจากสายไฟฟ้าช็อต ส่งผลให้หม้อแปลงระเบิด
          ที่เกิดเหตุพบนางบุญทรง จิตติ อายุ 62 ปี แม่ค้าขายมะพร้าว อยู่บริเวณหน้าวัดเขาน้ำซับ ได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบสภาพเจ้าลิงแสม ตัวดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อตที่บริเวณมือทั้งสองข้าง ตกลงมาจากเสาไฟฟ้า ชาวบ้านได้จับเจ้าลิงตัวดังกล่าว ใส่กรงไว้ พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อ.ศรีราชา เพื่อเข้ามานำเจ้าลิง ไปรักษาอาการบาดเจ็บ
          สอบถามนางบุญทรง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะนั้นตนกำลังขายมะพร้าวอยู่ ระหว่างนั้นก็ได้มีเจ้าลิงตัวดังกล่าว เดินเกาะตามสายไฟฟ้ามา จนกระทั่งมาถึงบริเวณเสาไฟฟ้า ปรากฏว่าเจ้าลิง ถูกไฟฟ้าช็อตที่บริเวณมือทั้งสองข้าง ส่งผลให้ร่างของเจ้าลิง ตกลงมากระแทกพื้น ส่วนไฟฟ้าบริเวณดังกล่าว ต่างพากันดับกันไปหมด โชคดีที่อาการของเจ้าลิง ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ตนจึงได้นำจับใส่กรงไว้
          อย่างไรก็ตามล่าสุดไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าว สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้ว นอกจากนี้ตนก็ขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยนำอุปกรณ์กันลิงขึ้นไฟฟ้า มาติดตั้งให้ด้วย เนื่องจากในบริเวณดังกล่าว มีลิงแสมจำนวนมาก หากปล่อยไว้ ก่อนอาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สลดพ่อฆ่าแม่ ผูกคอตายตาม ทิ้งลูก 11 ขวบเป็นกำพร้า

        วันที่ 26 กค 62 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น.เช้าวันนี้ ร.ต.อ.วีรวิทย์ บัวสันเที๊ยะ ร้อยเวร สภ.คลองใหญ่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุ ฆ่ากันตายมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่บ้านคลองมะขาม ม.1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมอาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขต 2 คลองใหญ่

        เมื่อไปถึงที่เกิดเห’.’.ม.1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ภายในบ้านพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ถูกที่นอนทับไว้ภายในบ้านทราบชื่อว่า น.ส.น้ำผึ้ง สุขสวัสดิ์ อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน ในสภาพใบหน้ามีรอยฟกช้ำดำเขียว ที่ลำคอมีรอยถูกบีบจนเขียวคล้ำ ยังไม่ทราบเสียชีวิตมานานเท่าไร จากนั้นแพทย์มาทำการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตขาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ชม. ส่วนด้านหลังบ้านพบศพผู้เสียชีวิตอีก 1 รายเป็นชาย ใช้เชือกผูกคอกับหลังคาบ้านด้านประตูหลังบ้าน ทราบชื่อคือ นายอุทัย หินขาว อายุ 43 ปี เป็นคนไม่มีสัญชาติ และเป็นสามีของนางสาวน้ำผึ้ง
        สอบถาม ด.ช.วินเนอร์ สุขสวัสดิ์ อายุ 11 ขวบ บุตรชายของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ช.วินเนอร์ เข้านอนในห้องพักเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน นอนกันอยู่ในที่เกิดเหตุ ตื่นเช้ามา ด.ช.วินเนอร์ พบว่า มารดาและบิดาเสียชีวิตไปแล้ว จึงเรียกญาติให้มาตรวจสอบ และญาติโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว ขณะญาติของนางสาวน้ำผึ้ง เล่าให้ฟังถึงปมเหตุของการฆ่ากันตาย คือนายอุทัย ผู้เป็นสามี จะเอาน้องชายมาพักอาศัยในบ้านด้วย แต่นางสาวน้ำผึ้งไม่ยินยอม ทั้งคู่เกิดปากเสียงทะเลาะตบตีกัน โดยคาดว่านายอุทัยน่าจะตบตีจนนางสาวน้ำผึ้งใบหน้าฟกช้ำดำเขียว และบีบคอซ้ำจนเสียชีวิต ก่อนจะใช้ที่นอนปิดทับศพไว้ หลังจากนั้นจึงตัดสินใจผูกคอตายหนีความผิดที่หลังบ้านดังกล่าว ทิ้งให้ ด.ช.วินเนอร์ อายุ 11 ขวบ บุตรชายคนเดียว ต้องเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเล็กๆ ดังกล่าว จากนั้นทางญาติไม่ติดใจอะไรทางเจ้าที่ตํารวจจึงมอบศพให้ญาตไปบําเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก