ประชาชนนับพันคน ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลเรือโทจำรัส เผือกประพันธ์ บิดา ดร.เอ สส.สัตหีบ

         เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 27 ก.ค.62 ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพพลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ อดีตข้าราชการบำนาญสังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11 นักเรียนนายเรือ รุ่นที่ 68 สามี นางสุพัตรา เผือกประพันธุ์ ผู้บริหารห้างทองสุพัตราเยาวราช บิดา ดร.สะถิระ (ดร.เอ) เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 17 ก.ค.62 ที่ผ่านมา ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศแปดเหลี่ยม พร้อมฉัตรเบญจาตั้งประดับ ปี่ กลองชนะประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และทรงรับศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม กำหนด 3 คืน และพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันนี้

          โดยมี ท่านเจ้าคุณพระปัญญารัตนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระเถรานุเถระในพื้นที่อำเภอสัตหีบ,พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ,พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันท์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน,นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ตลอดจนข้าราชการทหารตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสัตหีบ นักธุรกิจ ญาติพี่น้องประชาชนชาวอำเภอสัตหีบและใกล้เคียง และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ กว่า 1,000 คน อย่างพร้อมเพรียง

         สำหรับ ประวัติ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่19 ธันวาคม 2492 ที่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง บิดาซื่อนายลด มารดาชื่อ นางผิว เผือกประพันธุ์ อาชีพเกษตรกร มีพี่น้องรวม 4 คน ได้แก่ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ นางอนงค์ ควงฉวี นางอรอุไร หล่อเหลี่ยม นายอนันทชัย เผือกประพันธุ์ (เสียชีวิต) สมรสกับ นางสุพัตรา เผือกประพันธ์ มีบุตรจำนวน 5 คน ได้แก่ นายชัยพร จริยธรรมานุกูล นายจีรศักดิ์ เผือกประพันธุ์ นายสุรชัย เผือกประพันธุ์ นายพงศ์พันธุ์ เผือกประพันธุ์ ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี ประวัติการศึกษาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง “จินดามณี”นักเรียนจ่าทหารเรือทหารเรือรุ่น 09 จบการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11 นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 68 เข้ารับการศึกษาหลักสูตรชั้นนายเรือนาวิกโยธิน พ.ศ.2519 หลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ หลักสูตรวิทยาลัยเสนาธิการทหาร สำเร็จการฝึก หลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน ,หลักสูตรรบพิเศษแขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกและจู่โจมนาวิกโยธิน อีกทั้งเป็นผู้มีนิสัยโอบอ้อมอารีย ใจบุญ ชอบบริจาคทาน รักษาศีล และชอบช่วยเหลืออนุเคราะห์ แก่ผู้ทีเดือดร้อนอยู่เป็นนิจ เป็นบุคคลตัวอย่างที่น่าเคารพนับถือ พร้อมด้วยพรหมวิหารธรรม คือความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และพร่ำสอนให้ลูกๆได้ประพฤติดี ปฎิบัติชอบตามคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาและประกอบกิจที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวมมากมายจึงเป็นที่เคารพรักของชาวสัตหีบ

          โดย ภรรยา บุตร ญาติ สกุล “เผือกประพันธ์” ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้เกียรติมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมการบำเพ็ญกุศล นำพวงหรีดมาเคารพศพ ร่วมเป็นเจ้าภาพและร่วมทำบุญตลอดจนร่วมงานในวันพระราชทานเพลิงศพ เป็นอย่างสูง ทุกสิ่งเปี่ยมล้นในใจของครอบครัวเรามิอาจจะเรียบเรียงเป็นคำพูดได้ หากดวงวิญญาณของท่านในสัมปรายภพของท่านทราบด้วยญาณวิถีใดคงจะทราบซึ้งในมิตรภาพและเกียรติที่ได้รับในวาระนี้เป็นอย่างยิ่ง เงินที่ทุกท่านได้ร่วมกันทำบุญ ทางเจ้าภาพ จะได้นำไปซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้กับทางโรงพยาบาลในพื้นที่สัตหีบ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ โดยมิได้หักค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดขอบุญกุศลที่บังเกิดจากเมตตาจิตและกุศลจิตของท่านจงเกื้อหนุนให้ทุกท่านประสบความสุขความเจริญ และความสำเร็จในสิ่งที่พึงประสงค์อันดีงามทุกประการ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รถบรรทุกสารเคมี พลิกคว่ำสารเคมีรั่วไหล ฟุ้งกระจายทั่วบริเวณหนีตายเจ้าระหวั่น

         เมื่อ วันที่ 26 กรกฎาคม 62 ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ ที่บริเวณร่องน้ำหน้าสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถนนทางหลวงระยองสาย 3191 แยกมาบข่า ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ารถบรรทุกสารเคมีพลิกค่ำอยู่ในร่องคูข้างทาง สารเคมีรั่วใหลส่งกบิ่นฝุ้งกะจาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดวาวจากนั้นพ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผกก.นิคมพัฒนา พร้อมด้วย นายกฤตชัย โก่งกระโทก นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กรมควบคุมมลพิษ เข้าตรวจสอบในพื้นที่

          เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 10 ล้อ ยี่ห้อ อีซุซุ สีเขียวทะเบียน 710789 ชลบุรี ของบริษัทเครือซีแอล พลิกตะแคง มีสารเคมีรั่วไหล กลิ่นเหม็นแสบจมูก คละคลุ้งฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานรถเทศบาลเมืองมาบตาพุด นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตร.จราจรได้เร่งระบายรถที่ติดขัดออกนอกบริเวณ พร้อมนำรถบรรทุกมาถ่ายสารเคมีออกและนำรถเครนมายกเก็บกู้รถบรรทุกด้วยความปลอดภัย ส่วนคนขับรถบรรทุกทราบชื่อนายสุระ ใจซื่อ อายุ 52ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากการสอบสวนทราบว่า นายสุระ ใจซื่อ ได้ขับรถบรรทุกสารเคมีชื่อสารโซเดียมไฮดรอกไซด์ มาจากบริษัท อดิตยา เบอร์ล่าคลออัลคารี ดีวิชั่นจำนวน 15 ตัน เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าได้ขับรถบรรทุกออกจากแยกไฟแดงในเลนซ้าย และได้มีรถบันทุกวิ่งคู่กับมาอยู่ด้านขวา จู่ๆรถเทรลเลอร์ได้หักหลบหลุมเขามาในเลนท์ซ้ายตนจึงหักหลบรถในขณะที่ล้อทางด้านซ้ายได้ตกลงใหบ่ทางไปแล้วจึงไม่สามารถดึกกลับขึ้นมาได้ จึงพลิกคว่ำตะแคงดังกล่าวทาง บ.จึงได้ประสานงานไปยังรถเครนเพื่อมาทำการกู้คืน

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนนายสุระ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป ..

ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวัน
ออก

อำเภอวังโป่ง จัดอบรมโครงการ”พัฒนาศักยภาพของสตรี”

         ที่หอประชุม อบต.วังโป่งนายวรวุฒิ อินตามะ นายอำเภอวังโป่ง เป็นประธานเปิดโครงการ “พัฒนาศักยภาพสตรี” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการพัฒนาทางด้านทักษะภูมิปัญญา องค์ความรู้ด้านฝีมือจับจีบผ้า การตกแต่งสถานที่ในงานพิธีต่างๆรวมถึงการจัดทำบายศรีเพื่อใช้ในงานมงคลซึ่งโครงการดังกล่าว คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอวังโป่ง นำโดยนางสาวอำภาพ โสมาลี ประธานกรรมการพร้อมด้วย คณะกรรมการสตรีของอำเภอทั้ง 5 ตำบล นำสมาชิกเข้าร่วมจำนวน 80 คน โดยมีวิทยากร อาจารย์วรายุ อินทราลักษ์จากโรงเรียนวังโป่งศึกษา และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอวังโป่ง

ยุทธ ศรีทองสุข/มนสิชา คล้ายแก้ว

รวมใจแท็กซี่ “จิตอาสา”บริการประชาชนฟรีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่10ในวันเสาร์ที่ 27 ก.ค 62

รวมใจแท็กซี่ “จิตอาสา”ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่10 ในวันเสาร์ที่ 27ก.คเวลา 08.00 น.จะมีการปล่อยแถวแท็กซี่จิตอาสาพร้อมรับสติกเกอร์ติดหน้ารถและรับประทานอาหารฟรีให้แก่แท็กซี่ที่ร่วมโครงการ ณ ร้านชาติข้าวแกง100หม้อ ถนนวิภาวดีขาเข้า ก่อนถึงแยกหลักสี่ โดย พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้

ภาพ/ข่าว:ฮอตนิวส์ไทยเเลนด์
-สำนักข่าวความมั่นคง- จ.ภูเก็ต

กองบัญชาการตำรวจนครบาล แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 28 ก.ค.62

          กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 28 ก.ค.62 บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง รายละเอียด ตามเอกสาร ดังนี้

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ รวบสาวใหญ่นักต้มตุ๋น หลอกแม่เฒ่า ตั้งใจทำกับข้าวสุดฝีมือ อ้างหิวโซกิน ก่อนถูกขโมยเงิน-ทองเกลี้ยง​

         เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 18.00 น.: พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย  รองผบก.ป.,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ  ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.อ. ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.กก.สส.ภจว.อุทัยธานี พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม, พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป ,พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภาสกุล,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก กก. 3 บก.ป.,พ.ต.ท.เรืองยศ เกสรบัว รอง ผกก.สส. กก.สส.ภจว.อุทัยธานี  พ.ต.ท.วันรบ สมศักดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.นาโพธิ์,พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์, พ.ต.ต.เอนก  บุญตา สว.กก.3 บก.ป.,ร.ต.อ.ชุมพร เพชรเลิศ,ร.ต.อ.สันติชัย ศรีสวัสดิ์,ร.ต.อ.กรพงศ์ วงษาลังการ รอง สว.กก.3 บก.ป.,ร.ต.ท.วิรัช เกิดผลรองสว.(ป)ฯ,ด.ต.บำเหน็จ สีลาแยง,ด.ต.ชลอ วัฒสืบแถว ,ด.ต.สุริยา โพธิ์ศรี, ด.ต.อมรรัตน์ อนุทัย, ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป.​ ชุดจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภจว.อุทัยธานี ประกอบด้วย พ.ต.ต.สิทธินันท์ วิสุทธิ์ สว.ฯ ร.ต.อ.ธงชัย รักกสิกร รองสว.ฯ ร.ต.อ.ณวพล ทรัพย์ประเสริฐ รองสว.ฯ ด.ต.ศักรินทร์ เกตุกิจ ด.ต.อนุ วันฟู ด.ต.สมพร เนินพลับ ด.ต.ศรรัฐ อ่างคำ ด.ต.วิรัตน์ พุกนิล ผบ.หมู่ฯ ร่วมแถลงข่าว​ผลการจับกุม น.ส.ธวัลกร แคฝอย อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ  ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 179/2562  ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562            

          โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” พฤติกรรม​ในการจับกุมกล่าวคือ
          เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 สภ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ได้รับการร้องทุกข์จาก แม่เฒ่าวัย 80 ปี ชื่อนางนวลศรี สิงห์ไธสง อายุ 80 ปี และ นายลี สิงห์ไธสง อายุ 80 ปี สองสามีภรรยาซึ่งปกติจะอยู่บ้านตามลำพัง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น. ตั้งใจตำส้มตำให้หญิงอ้างเป็นเพื่อนลูกสาว หลังบอกหิวโซ สุดท้ายขโมยเงิน กว่า 10,000 บาท ทองอีก 1 บาท ตอนนั้นตนนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านคนเดียว ได้มีหญิงอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม ผมประบ่า ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดหน้าบ้าน ตนจึงถามว่า “มาหาใคร” หญิงคนนั้นก็ถามว่า “ลูกสาวยายชื่ออะไร” ตนจึงตอบไปว่า “ทองคำ” จากนั้นหญิงดังกล่าวก็บอกว่า “ลูกสาวยายสั่งซื้อน้ำผึ้ง 1 ขวด ราคา 150 บาท จะมาขอเก็บเงิน” ตนจึงเดินไปหยิบเงินที่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อในมาให้ 150 บาท​

          จากนั้น หญิงดังกล่าวก็มาตีสนิทอ้างเป็นเพื่อนกับลูกสาว บอกหิวข้าว ยายจึงเห็นใจจะตำส้มตำมาให้กิน และเข้าไปเตรียมเครื่องปรุงในห้องครัวในบ้าน เมื่อหญิงคนนั้นเห็นก็บอกให้ยายมาตำส้มตำข้างนอก โดยยกครก ยกสาก และเครื่องปรุงขนออกมานอกบ้าน ก่อนจะอ้างว่า ปวดท้องขอเข้าห้องน้ำ ยายจึงชี้ให้ไปเข้าห้องน้ำในบ้านโดยไม่ได้เอะใจอะไร ไม่นานก็ขอเข้าอีก 2 ครั้ง ยายเห็นลูกสาวหน้าตาเพลีย ๆ คิดว่าคงจะหิว จึงบอกให้สามีออกไปซื้อไก่ย่างมาเพิ่มอีก เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนลูกสาว ระหว่างที่ตนไปหาแก้วหาจานภายในบ้านออกมา ก็ไม่เห็นหญิงสาว จนกระทั่งสามีซื้อไก่ย่างเข้ามา ก็ไม่พบหญิงคนนั้นแล้ว จึงเริ่มเอะใจเข้าไปดูที่เก็บเงิน ปรากฏว่าเงินที่ลูกสาวเอามาให้เมื่ออาทิตย์ก่อน 10,000 บาท กับทองรูปพรรณอีก 1 บาทรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท ที่ใส่ในกระเป๋าเสื้อในได้หายไปทั้งหมด จึงรู้ว่าถูกหลอกด้าน นายพรชัย โนไธสง อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ซึ่งเป็นลูกเขยยาย ขับรถผ่านมาเห็นคนแปลกหน้าจึงถ่ายภาพหญิงสาวและรถที่ขับมาเอาไว้เป็นหลักฐาน เผื่อเป็นคนไม่ดี สุดท้ายก็เป็นนักต้มตุ๋นตามที่เป็นข่าวมาหลายครั้ง สำหรับเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในจ.บุรีรัมย์ ด้วยวิธีเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ครั้งนี้มีภาพถ่ายชัดเจน

          ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพเป็นหญิง หลอกมาตีสนิทแล้วขโมยเงินสดและทองรูปพรรณของ คนชราที่อยู่บ้านตามลำพัง พร้อมภาพถ่ายรถจักรยานยนต์และภาพหญิงที่มาหลอกเอาไว้ได้ จากการรวบร่วมพยานหลักฐาน โดยชุดสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนเพื่อจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว หลังก่อเหตุได้หลบออกนอกพื้นที่ และเข้ามาอาศัยในพื้นที่ จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ประสานการปฏิบัติเข้าทำการสืบสวนเพื่อจับกุม ต่อมาได้รับแจ้งจาก น.ส.ธวัลกร แคฝอย อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 179/2562  ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ได้ติดต่อจะขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ กก.สส.ภจว.อุทัยธานี กระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ นางสาวธวัลกร แคฝอย (ทราบชื่อภายหลัง) ได้เดินทางมาที่ กก.สส.ภจว.อุทัยธานี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับจึงได้ขอตรวจบัตรประชาชนพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 179/2562 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า“ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ” จริงและไม่เคยถูกจับคดีนี้มาก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ทราบว่าเขาต้องถูกจับพร้อมแจ้งข้อหาและแจ้งสิทธิ์ให้ทราบในสถานที่จับกุม และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำตัวส่ง พงส.สภ.นาโพธิ์ จว.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
ตรวจสอบพฤติกรรมการก่อเหตุ 

  • ผู้ก่อเหตุ มีความสามารถ ใช้วาจา หลอกล่อ พูดจาโน้มน้าวให้เหยื่อ หลงเชื่อ น่าจะมีลักษณะการก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
  • ผู้ก่อเหตุ จะเลือกเหยื่อที่อยู่บ้านลำพัง และเป็นผู้สูงอายุ และอ้างตนเป็นคนรู้จักหรือญาติ
  • มีที่อยู่อาศัย ไม่เป็นหลักแหล่ง มีการแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นแบบขบวนการ
  • หลอกขายสินค้าปลอม หรืออ้างมาเรียกเก็บเงินค้าสินค้า
  • กองปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน อย่าได้หลงเชื่อกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ
    ที่แอบอ้างตนเป็นญาติ หรือเป็นเพื่อนของคนในบ้าน จะแสดงความสนิทสนม และขอเข้าบ้าน  และแอบขโมยทรัพย์สินเงินทอง หากพบการกระทำความผิดโปรดแจ้ง กองบังคับการปราบปราม

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหลวงตาวัย 81 มอมเบียร์ ข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี เจ้าตัวปฏิเสธลั่นเด็กมาชอบพอเอง​ และไม่ได้ลงมือข่มขืนแต่อย่างใด

         วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 27 ก.ค. 62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ (บก.ป.)​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. แล​ พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมจับกุมตัว นายละ วรรณพิรุณ อายุ 81 ปี อดีตพระวัดโคกหัวข้าว หมู่ 3 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.99/2550 ลงวันที่ 24 ม.ค.2550 ข้อหา “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร,กระทำชำเราเด็กหญิงยังไม่ถึงสิบห้าปีซึ่งมิใช้ภรรยาตน,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ภายในวัดโคกหัวข้าว หมู่ที่ 3 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

          พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.44 นายละฯ​ ผู้ต้องหาซึ่งขณะนั้นยังเป็นพระภิกษุอยู่ ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ขณะนั้นอายุ 13 ปี ขึ้นรถโดยสารไปที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนพาไปบ้านญาติของ นายละฯ และในคืนดังกล่าวมีการเลี้ยงฉลองกัน จากนั้น นายละฯ ได้ให้ ด.ญ.เอฯ ดื่มเบียร์ 2 แก้วจนมึนเมาแล้วลงมือข่มขืนกระทำชำเรา ต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น ด.ญ.เอฯ ตื่นมาก็รู้สึกเจ็บที่อวัยวะเพศ แต่ นายละฯ ได้เข้าไปกอดและหอมแก้มพร้อมกับพูดปลอบใจว่า หาก ด.ญ.เอฯ ท้องก็จะรับผิดชอบเอง

          พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อวันที่ 9 ต.ค.44 นายละฯ ได้พา ด.ญ.เอฯ กลับมาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนมารดา ของด.ญ.เอฯ ได้พบด.ญ.เอฯ อยู่กับ นายละฯ สองต่อสอง จึงสอบถามจนทราบว่าถูกนายละฯ​ ข่มขืนกระทำชำเรา มารดาจึงได้พา ด.ญ.เอฯ ไปให้แพทย์ตรวจแล้วพาเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายละฯ ได้หลบหนีมาบวชอยู่ที่วัดโคกหัวข้าว ใน จ.ฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังจับกุมตัวได้ดังกล่าว

          จากการสอบสวน นายละฯ ให้การปฏิเสธ ว่าได้บวชเป็นพระตั้งแต่อายุ 35 ปี ต่อมารู้จักกับ ด.ญ.เอฯ ตอนตนอายุประมาณ 60 กว่าปี โดย ด.ญ.เอฯ กับบิดาและมารดา มักจะมาทำบุญกับตนเป็นประจำที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยตอนนั้น ด.ญ.เอฯ ได้มาชอบพอตน ในวันเกิดเหตุขณะกำลังจะเดินทางไปบ้านญาติ ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ด.ญ.เอฯ ได้วิ่งขึ้นรถโดยสารขอตามไปด้วย ทั้งที่ตนเองได้ห้ามไว้แล้ว แต่ด.ญ.เอฯ ไม่เชื่อฟัง เมื่อถึงบ้านญาติของตน ด.ญ.เอฯ ได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว 2 วัน โดยไม่ได้กระทำอนาจารเด็กแต่อย่างใด จากนั้นได้พาเด็กหญิงมาส่ง และตนเองได้ลาสิกขาแล้วเดินทางมาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และพบกับ มารดาของ ด.ญ.เอฯ หลังจากนั้นอีก 2 เดือน ตนก็ได้บวช และได้จำพรรษาอยู่หลายที่และมาจำพรรษาอยู่วัดโคกหัวข้าวเป็นเวลา 8 ปี โดยไม่ทราบว่ามีหมายจับ ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความอีก 2 ปี เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายงานอำนวยการสนับสนุนและเทคนิค (กอน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

         เมื่อวันศุก​ร์ที่ 26 ก.ค.62 เวลา 10.00 น.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.สมบัติ ชูชัยยะ รรท.ผบก.ศฝร.ตม. ร่วมพิธีปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรข้าราชการตำรวจชั้นประทวนผู้มีวุฒิปริญญาตรี เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายงานอำนวยการสนับสนุนและเทคนิค (กอน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 102 นาย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มีนาคม – 26 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6 จ.นครสวรรค์

          โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับข้าราชการตำรวจในสังกัดที่สำเร็จการฝึกอบรมทุกนาย พร้อมเน้นย้ำให้ปฎิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เพื่อสนองนโยบายที่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชุ่มฉ่ำกลางสายฝน ปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562

        ชุ่มฉ่ำกลางสายฝน ปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 พรรษา ปี 2558 ประจำปี 2562

       เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ บริเวณที่สาธารณประโยชน์วัดป่าเสนานุช หมู่ 11 ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง พร้อมด้วย นายมานิตย์ อูบแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน และนายดุลยพัฒน พรมภักดี กำนันตำบลวังหิน ได้ร่วมนำ ส่วนราชการ ,ผู้นำท้องถิ่น ,ประชาชนจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ,เยาวชน ครู นักเรียนโรงเรียนบ้านวังหิน และพระสงฆ์ กว่า 400 คน ช่วยกันนำกล้าพันธ์ไม้ เช่น ต้นฉัตร หว้า มะฮอกกานี ตะแบก ตะเคียน ฯลฯ จำนวน 1,200 ต้น ดำเนินการปลูกป่า ในพื้นที่ ราว 5 ไร่เศษ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 พรรษา ปี 2558 ประจำปี 2562 นี้ และเพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทย ได้ร่วมตั้งปณิธานทำความดี และกระทำความดีเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว องค์กร ประเทศชาติ รวมทั้งเพื่อสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ให้เกิดการรัก หวงแหน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน สืบต่อไป
        ทั้งนี้ นายมานิตย์ อูบแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน กล่าวว่า แม้ในวันนี้จะมีฝนตกลงมาโปรยปรายตลอดเวลา แต่ทุกคนก็ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันปลูกต้นไม้ กว่า 1,200 ต้น จนแล้วเสร็จท่ามกลางสายฝนที่เย็นฉ่ำ หลังจากต้องประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงมานานนับเดือน

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

นักธุรกิจรับออกแบบจัดตกแต่งสวน พร้อมทนายความ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ หลังถูกคนร้ายหลอกลวงให้โอนเงินมูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 26 ก.ค.62​ เวลา 10.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)​ : นายรัฐนันท์ หรือ “ตั้ม” ธนทรัพย์ปรีชา อายุ 35 ปี นักธุรกิจรับออกแบบจัดตกแต่งสวน พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง พรพิมล ดอกไม้ รอง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ หลังถูกคนร้ายหลอกลวงให้โอนเงินตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2562 รวมเป็นเวลากว่า 4 ปี มูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท

          นายรัฐนันท์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากราวปี​ 2558 ตนได้รู้จักหญิงสาวคนหนึ่งผ่านเฟสบุ๊ก โดยอ้างตัวว่าเป็นนางแบบชื่อขิม พร้อมทั้งส่งรูปภาพมาให้ดู จากนั้นผู้เสียหายก็ติดต่อกับนางสาวขิมมาโดยตลอดเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ซึ่งระหว่างนั้นที่พูดคุยก็อ้างว่าต้องใช้เงินใช้จ่ายหลายอย่าง เนื่องจากไม่ได้ทำงาน ประกอบกับป่วยเป็นมะเร็งต้องเข้ารับการรักษา ด้วยความสงสารประกอบกับรักจึงโอนเงินให้

         ต่อมา น.ส.ขิมฯ ได้ติดต่อมาเพื่อขอเงินดาวน์บ้านโดยอ้างว่าบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอ กระทั่งต้นปีที่ผ่านมาตนพบความพิรุธคิดว่าน่าจะถูกหลอกจึงได้นำเลขบัญชีที่โอนเป็นประจำไปตรวจสอบพบรายชื่อบุคคลอื่น ทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวไม่พอใจพร้อมข่มขู่ ทั้งกับตนเองและครอบครัว และจะจ้างมือปืนมาฆ่า โดยอ้างว่ารู้จักกับนักการเมือง รวมทั้งผู้มีอิทธิพล

          ทั้งนี้ยอมรับว่าที่โอนเงินไปให้เพราะความสงสาร และความรักแม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงก็ตามโอนไปมากกว่า 262 ครั้ง แต่ละครั้งจะโอนตั้งแต่ หลัก 1พันจนถึงหลักแสน และในบางช่วงที่ตนเองหมุนเงินไม่ทันก็ได้ขอยืมเงินหญิงสาวกลับประมาณ 1 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ซึ่งก็ได้โอนคืนไปแล้ว และเชื่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวก็เป็นเงินที่ตนเองโอนให้ตลอด อย่างไรก็ตามต่อไปนี้จะเอาคืนทั้งหมด และทุกอย่าง เพราะคุณทำให้ผมเสียเวลา และหลายๆอย่าง รวมทั้งตนรู้สึกผิดหวังมาก เพราะตนไม่ได้คุยกับคุณเพราะหน้าตา แต่เพราะนิสัย และอะไรหลายๆอย่างในตัวคุณ

          เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แนะนำให้ไปแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​