ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # กอ.รมน.ร่วมคณะประสานงานการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ด้านป่าไม้)

     วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.30 น. พลตรี วิชัย มารศรี หัวหน้าคณะประสานงานการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ด้านป่าไม้) ได้ลงพื้นที่รับทราบและแก้ไขปัญหากรณีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ปลูกสร้างรุกล้ำเขตพื้นที่อุทยาน จังหวัดมุกดาหาร และประชุมร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร ชั้น 3 ประกอบด้วย นายสุรเดช อัคราช ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร , พล อ.ต.สมราญ ชมโท (ผู้แทนวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์), หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ,เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด, หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอเมืองมุกดาหาร, นายกเทศมนตรีตำบลนาสีนวน

     เพื่อรับทราบ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามการแก้ไขปัญหา กรณีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ปลูกสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ หลังจากชุด พญาเสือกรมอุทยาน โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และได้ประชุมหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้แทนของวัด ในการหาทางออกร่วมกัน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุมดอกช้างน้าว ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้รับมอบหมายจาก นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมได้มีมติร่วมกัน ให้วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ยื่นหนังสือต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด ให้ดำเนินการตรวจสอบแนวเขตวัดใหม่ทั้งแปลง ตามเอกสารสิทธิ์ที่ดิน (น.ส.4 จ.) ซึ่งออกโดยกรมที่ดินเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 พื้นที่ประมาณ 66 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 และให้มีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้แทนจากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ลงพื้นที่ดูการรังวัดด้วย เพื่อให้เกิดความถูกต้องทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

     ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ได้มีการร้องเรียนว่าวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ได้ปลูกสิ่งก่อสร้างพญานาครุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทางระบบ จีพีเอส และแนวเขตเดิม ซึ่งมีต้นไม้ขนาดปานกลางเป็นแนวแบ่งเขต ปรากฏว่ามีการเคลื่อนย้ายออกไป และมีการขยับแนวเขตวัดจากเดิมออกไป 16 เมตร ซึ่งเป็นส่วนของหางพญานาค และก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาเรื่องการก่อสร้างพระใหญ่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ โดยฐานองค์พระกินพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบไปประมาณ 6 ไร่ ซึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว ได้มีการประกาศให้เป็นเขตพุทธอุทยาน โดยให้วัดและจังหวัดมุกดาหารปลูกต้นไม้ทดแทนที่ถูกทำลายไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สุโขทัย-วัยรุ่นซิ่งแข่งรถจยย.ก่อนเสียหลักแหกโค้งชนเสาหินอ่อนดับคาที่

https://youtu.be/28k6hzG1LU8

          วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ศูนย์วิทยุ191 สุโขทัย รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันเกิดอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาหินอ่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงออกเดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสุโขทัยร่วมชันสูตรในเบื้องต้น

     ในจุดเกิดเหตุบริเวณ วงเวียนหอนาฬิกากลางใจเมืองสุโขทัย พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อต่อมาคือนายพรพรหม พยัคฆ์ นอนเสียชีวิตอยู่ติดเสาหินอ่อนป้ายชื่อถนนขนาดใหญ่ ห่างจากร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 2 เมตร พบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ทราบชื่อต่อมานายมานพ ขลัง กู้ภัยบางแก้วจึงประสานรถกู้ชีพโรงบาลสุโขทัยนำส่งโรงพยาบาลสุโขทัย และพบรถจักยานยนต์ยี้ห้อฮอนด้าเวฟสีแดง ทะเบียนกวพ 393 สุโขทัยเป็นของผู้เสียชีวิตกระเด็นอยู่กลางถนนและรถจักยานยนต์ยีห้อฮอนด้า Pcx สีน้ำเงิน ทะเบียน1กฐ 11     87 สุโขทัยกระเด็นอยู่บนฟุตบาท

          ในที่เกิดเหตุได้สอบถามผู้เห็นการณ์เล่าว่าเห็นรถจักยานยนต์ 2 คนนี้ ขับแข่งกันมาด้วยความเร็วผ่าน วงเวียนหอนาฬิกา กลางเมืองสุโขทัย แล้วหลุดโค้งชนฟุตบาทและเสาป้ายหินอ่อนชื่อถนน

          จากนั้นพนักงานสอบสวน พร้อมแพทย์เวรโรงบาลสุโขทัย ชันสูตรศพผู้เสียชีวิตในเบื้องคนแล้วจึงมอบศพให้โรงบาลสุโขทัย เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดสุโขทัย

          วันนี้ 1 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ 2562 จังหวัดสุโขทัย ณ โรงแรมไพลิน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับดังหวัด 8 จังหวัด แกนนำหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในพื้นที่ จำนวน 231 แห่งและผู้แทนจากหน่วยงานภาคี รวมจำนวน กว่า 1,000 คน เข้าร่วม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีการป้องกัน แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน ด้วยการน้อมนำพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดโยงเพื่อเป็นศูนย์รวมใจให้เกิดพลังความรักความสามัคคีในหมู่บ้าน/ชุมชน

          จากนั้น ในเวลา 11.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพร้อมคณะ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม 2 พื้นที่ คือ บ้านใหม่บางกระบาน หมู่ 7 ตำบลยางซ้าย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย และ บ้านซ่าน หมู่ 1 อำเภอศรสำโรง จังหวัดสุโขทัย การดำเนินงานทั้ง 2 หมู่บ้านมีความโดดเด่น โดยเฉพาะบ้านใหม่บางกระบาน ซึ่งมีกำนัน คือ นางนุศรา บุญผล เป็นผู้นำที่มีจิตใจที่เข็มแข็ง ไม่ย่อท้อกับอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ สามารถลดความรุนแรงเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านที่มีความเข็มแข็ง และยังต่อยอดเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สามารถให้พื้นที่อื่นๆเ ข้ามาศึกษาดูงานและนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่นได้ และอีกหมู่บ้าน คือ บ้านซ่าน หมู่ 1 อำเภอศรสำโรง มีนายชัยรัตน์ บัวนาค เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ใช้พลังศรัทธาจากกองทุนหมู่บ้านของแผ่นดิน มีการดำเนินงานในหลากหลายรูปแบบ อาทิ กองทุนขยะเปลี่ยนเป็นเงิน การเยี่ยมบ้านให้กำลังใจ และยังช่วยเหลือผู้ผ่านบำบัดให้มีอาชีพและได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ทำให้ทั้ง 2 หมู่บ้านประสบความสำเร็จตั้งอยู่บนรากฐานการให้โอกาส ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้เป็นพลังที่มีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงในการเอาชนะปัญหาต่างๆ ได้เป็นผลสำเร็จ หากทุกหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ได้ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวทางกองทุนแม่ของแผ่นดิน ย่อมเชื่อมั่นได้ว่าเราจะสามารถเอาชนะยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

          โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหานี้ โดยกำหนดนโยบายให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างครบวงจร สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการป้องกันในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งการดำเนินงานของหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในภาพรวมประเทศ มีหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินตั้งแต่ปี 2547-2561 จำนวน 22,206 หมู่บ้าน/ชุมชน และมีหมู่บ้านต้นกล้าที่เตรียมพร้อมเข้ารับพระราชทานเงินขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดินในวันที่ 13 สิงหาคม 2562 จำนวน 1,193 หมู่บ้าน/ชุมชน ที่ก่อให้เกิดการรวมพลังของชุมชน จากพลังศักดิ์สิทธิ์ พลังศรัทธา พลังปัญญา นำไปสู่พลังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับหมู่บ้าน/ชุมชนต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ปฏิบัติการล้างบ่อนโดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จับกุมบ่อนใหญ่เย้ยกฎหมาย กลางเมืองบางบ่อ จ.สมุทรปราการ

เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 1 ส.ค 62 นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยนายเอก โสภิษฐานน นายอำเภอบางบ่อ จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ. สรวิศ สุขแพทย์ ผกก.สภ.บางบ่อ ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารชั้นเดียวไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในซอยรัตนราช 1 ถนนรัตนราช ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ หลังได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน มีผู้เล่นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นรู้ว่าบ่อนการพนันแห่งนี้เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางห่างจาก รพ.บางบ่อเพียง1กม.เท่านั้น ทั้งนี้บ่อนดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 1ไร่ ลักษณะเป็นบ่อนขนาดใหญ่มีกำแพงรั้วรอบขอบชิด มีพนักงาน2-3 คนเผ้าระวังที่ประตูตลอดเวลา

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากทางกรมการปกครอง ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีบ่อนการพนัน ตู้ม้า เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมบริเวณอาคารชั้นเดียวและแสดงตัวเข้าจับกุม โดยพบว่าด้านในมีการเล่นพนันไฮโลและเสือมังกร

รายละเอียดการจับกุม

  • โต๊ะพนันไฮโล 1 โต้ะ และโต๊ะพนันเสือมังกร 3 โต้ะ รวม 4 โต้ะ
  • พบรถยนต์ จำนวน 40 คัน และจักรยานยนต์เกือบ 50 คัน
  • ผู้ถูกจับกุม 116 คน เป็นฝ่ายเจ้ามือ จำนวน 15 คน และนักพนัน จำนวน 101 คน
  • ของกลางเงินสดประมาณ 5 แสนบาท เงินหมุนเวียนในบ่อน เฉพาะวันนี้ 1.2 ล้านบาท

จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปเขียนบันทึกการจับกุมและสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อดำเนินคดีต่อไป

Cr.จักรรินทร์/รายงาน

ตราด/ กอ.รมน.ตราด จัดโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียวสร้างความสามัคคีปรองดอง (สานเสวนา) เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด

          วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา ของอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด น.อ.ไพฑูรย์ เพ็ญต่าย รอง ผอ.รมน.จังหวัดตราด เป็นประธานเปิดโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียวสร้างความสามัคคีปรองดอง (สานเสวนา) เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พื้นที่อําเภอคลองใหญ่

          โดยมี น.อ.พัฒนพงษ์ นุชนารถ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.ตราด กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการในครั้งนี้ มีประชาชนอําเภอคลองใหญ่ 20 หมู่บ้าน จํานวน 120 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ นายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่นให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการฯ น.อ.ไพฑูรย์ รองผู้อํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด กล่าว ตามที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ในศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด จัดกิจกรรมการอบรม (สานเสวนา) ตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคีปรองดองในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นําชุมชนและประชาชนในพื้นที่ จํานวน 120 คน มีวัตุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักสามัคคีปรองดอง และเพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอันเป็นหนทางนําไปสู่ความมั่นคงของชาติ

          สําหรับการจัดอบรมในครั้งนี้ นอกจากจะมีวิทยากรจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด แล้วยังได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ซึ่งผ่านการอบรมวิทยากรขุนด่านจาก ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ประจําปีปิดงบประมาณ 2562 ครั้งสุดท้ายอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ประสบไฟป่า นำหน้ากากอนามัยแจก จนท.และประชาชนจิตอาสา

         วันนี้ (1 ส.ค.62) ที่สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ นครฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยพร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเป็นกำลังใจแก่ จนท.และประชาชนจิตอาสาในการปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง โดยมีการมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 2 พันชุดให้กับ จนท.และจิตอาสาที่มาร่วมดับไฟในครั้งนี้
พร้อมกำชับสาธารณสุขให้การดูแลประชาชนหลังควันไฟปกคลุมพื้นที่จำนวนมาก ด้านกองทัพภาคที่ 4 นำรถตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 คัน พร้อมนำอุปกรณ์พร้อมดับไฟ จากนั้นก็ได้รับฟังการรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ในการดับไฟโดยประมาณ 20 นาที

          จากนั้นนายนิพนธ์ฯ ได้เปิดเผยผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าที่ผ่านมาเหตุการณ์ไฟป่าไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากถึง 3 ปีแล้ว เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยรอบนี้ได้เกิดไฟไหม้เมื่อวันที่ 29 กค.ที่ผ่านมาใน หมู่ 4,8 ต.การะเกด และหมู่ 8,9 ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ พบว่ามีพื้นที่ป่าเสม็ดและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 2 พันไร่ ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 1,400 ครัวเรือน และมีผู้เจ็บป่วยจากการสูดดมควันไฟ 63 คนในจำนวนนี้มีอาการค่อนข้างหนัก 23 คน

          และสถานการณ์ไฟไหม้ป่าควนเคร็งในครั้งนี้ได้ลุกลามออกไปกินเนื้อที่ใน 4 อำเภอคือ อ.เชียรใหญ่,หัวไทร,เฉลิมพระเกียรติ และร่อนพิบูลย์ โดยเฉพาะผลกระทบจากควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่บริเวณกว้างโดยตอนนี้ จนท.สามารถที่จะสกัดไฟไม่ให้ลุกลามเพิ่มขึ้นได้แล้วจากการระดมสรรพกำลังจากหน่วยต่างๆทั้งภาคใต้และภาคอื่นๆเข้ามา โดยเบื้องต้นนั้นก็พยายามสกัดพื้นที่ของไฟไม่ให้ขยายวงออกไป และเรื่องที่ 2 คือการรักษาชีวิตราษฎรหากพื้นที่ใดเสี่ยงมากก็จะต้องอพยพออกจากพื้นที่ไว้ก่อนและผลกระทบจากควันไฟ โดยทางสาธารณสุขได้เตรียมแพทย์พยาบาลในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนไว้แล้ว

          ตอนนี้ในส่วนของพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วคิดว่าเบื้องต้นไม่น่าจะมีปัญหา และได้มีการประสานกับกระทรวงเกษตรฯโดยมอบหมายให้กรมชลประทานในการขนส่งเครื่องสูบน้ำเข้ามาในพื้นที่โดยจะมีการวางจุดสูบน้ำ ทางปภ.ก็ได้ส่งรถฉีดน้ำทางไกลในระยะ3กม.โดยได้มีการเคลื่อนย้ายเข้ามาที่นี้แล้วในส่วนของอัตรากำลังทางกองทัพภาคที่4ก็ได้ส่งจนท.กว่า200คนเข้ามาประจำในพื้นที่แล้ว ซึ่งตนมองว่าความพร้อมของจนท.ทุกฝ่ายก็พร้อมเต็มที่ในการช่วยกันดับไฟป่า ส่วนระยะยาวนั้นก็ทราบว่าทางกรมอุทยานฯได้มีการมอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษาเรื่องการป้องกันไฟ

          ต่อข้อถามที่มีการระบุว่า ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งครั้งนี้มาจากฝีมือของมนุษย์นั้น นายนิพนธ์ฯระบุว่า ในส่วนของการทำผิดกฏหมายในการจุดไฟนั้นทางจังหวัดเองก็ได้สั่งการให้ทางอำเภอดูและสร้างความตระหนักแก่ประชาชนเพราะมันก่อให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยพยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มนี้ส่วนการเผาเพื่อบุกรุกที่นั้น ทางอุทธยานก็ดูแลอยู่แล้วส่วนใหนที่เป็นการบุกรุกก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย สิ่งที่จะต้องดูแลก็คือทำอย่างไรอย่าให้คนบุกรุกพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

          จากนั้น รมช.มหาดไทยได้เดินทางเข้าพื้นที่ หมู่ 4 ต.การะเกด เพื่อดูพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุโดยไปที่บ้านของตาไข่ สดศรี คุณตาวัย 87 ปีที่อาศัยอยู่เพียงลำพังในทุ่งนากับวัวอีก 10 ตัว โดยพบว่าพื้นที่รอบบ้านตาไข่ฯ ได้ถูกไฟลุกลามเข้ามาเกือบถึงตัวบ้านตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ และ รมช.มหาดทไยพยายามที่จะพูดคุยเพื่อให้ตาไข่ฯ ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยเนื่องจาอยู่เพียงลำพัง แต่ตาไข่ฯ ก็ยืนกรานว่าจะขออยู่ที่บ้านขอตายที่บ้าน

          ทางด้านของกองทัพภาคที่ 4 ได้มีการจัดกำลังพลทหารร่วม 100 คน ในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากส่วนต่างๆ พร้อมประเมินสถานการณ์ทุกชั่วโมงและมีการนำรถครัวสนามพระราชทานจำนวน 2 คันเข้าไปประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทีมาช่วยกันดับไฟ โดยทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการสั่งเตรียมพร้อมทั้งด้านเครื่องจักรกลขนาดใหญ่และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงน้ำช่วยดับไฟโดยพร้อมสนับสนุนได้ทันที

          ด้านนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศให้พื้นที่ประสบไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง 3 อำเภอ คือ อ.เชียรใหญ่ , หัวไทร และเฉลิมพระเกียรติ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากไฟป่าแล้ว และจะเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

          สำหรับป่าพรุควนเคร็ง เป็นป่าพรุที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส โดยพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 250,883 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวของ 3 จังหวัด ตั้งแต่ลุ่มน้ำปากพนังในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ, เชียรใหญ่, หัวไทร, ชะอวด และร่อนพิบูลย์ จ. นครศรีธรรมราช อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จนถึงพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ประกอบด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 2 แห่ง ป่าสเงวนแห่งชาติพื้นที่ของโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เขตพื้นที่เพื่อการปฏิรูปที่ดิน (สปก) เขตพื้นที่เอกชนซึ่งรอบๆ พื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหลายหมื่นคนที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2562 เกิดไฟป่าไหม้ป่าพรุไปแล้ว 88 ครั้ง เนื้อที่ความเสียหายรวม 4,968 ไร่.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

กองปราบฯ​ สนธิกำลัง​ ตร.ทางหลวงอุบลฯ​ ย้อนรอยเซลล์ขายรถสุดแสบ​ หลอกลูกค้าให้นำรถมาเทิร์น ก่อนเชิดทั้งเงินทั้งรถหายเงียบ

          วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 1 ส.ค.62 เวลาประมาณ 14.15 น. : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล พร้อมกำลังตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง​ เข้าทำการจับกุม นายนพรุจ คชโคตร อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 141/2562 ลง 5 ก.ค.62 กระทำผิดฐาน “ลักทรัพย์ผู้อื่น” บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 หน้าร้านแม็คโดนัลสาขาบิ๊กซี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

          ในการจับกุมผู้ต้องหา​ครั้งนี้​ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้นายนพรุจฯ ซึ่งมีอาชีพเป็นเซลล์ขายรถฟรีแลนซ์ ได้ก่อเหตุขโมยรถยนต์ของผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยทำทีเข้าไปติดต่อเสนอขายรถยนต์กระบะป้ายแดงยี่ห้อหนึ่งให้กับผู้เสียหาย พร้อมกับเสนอโปรโมชั่นลดราคาต่างๆ หากมาทำการซื้อรถผ่านตนเอง เมื่อผู้เสียหายสนใจอยากซื้อรถ นายนพรุจฯ​ ก็จะทำทีเสนอแนะให้ผู้เสียหายนำรถยนต์คันเก่าที่ใช้งานอยู่ไปขายเพื่อนำเงินมาสมทบซื้อคันใหม่ และตนเองจะอาสาเป็นผู้นำรถไปขายให้ โดยอ้างว่ามีเต็นท์รถมือสองที่รู้จักกันให้ราคาดีกว่าเต็นท์รถมือสองทั่วไป โดยจะตีมูลค่าราคารถของผู้เสียหายให้ประมาณเกือบ 2 แสนบาท ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อมอบรถยนต์ให้กับนายนพรุจฯ​ เพื่อนำไปขายต่อให้ แต่เมื่อนายนพรุจฯ​ ได้รถยนต์จากผู้เสียหายไปแล้วกลับเชิดรถแล้วหลบหนีขาดหายการติดต่อไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางพลี กระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าว

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้ทำการสืบสวนติดตามตัวนายนพรุจฯ โดยใช้วิธีการทักแชทไปหานายนพรุจฯ และทำทีว่าต้องการที่จะขายรถ เพื่อนำเงินไปออกรถคันใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อพูดคุยกับ นายนพรุจฯ​ จนกระทั่งทราบว่า นายนพรุจฯ​ ได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี จึงได้ประสานไปยัง ตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง​ ให้นำกำลังเข้าทำการร่วมจับกุมตัวผู้ต้องหา​

          จากการสอบสวนนายนพรุจฯ ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาจะขโมยรถยนต์ของผู้เสียหาย แต่ยอมรับว่าได้นำรถยนต์ของผู้เสียหายไปขายให้เต็นท์รถแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้เงินมาประมาณ 1.7 แสนบาท และตั้งใจจะนำเงินดังกล่าวไปให้กับผู้เสียหายใช้เป็นทุนซื้อรถคันใหม่ แต่ระหว่างนั้นได้มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งมาขอยืมเงินกับตนโดยตนเกิดความจำเป็นต้องใช้เงินพอดีจึงได้นำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายธุระของตัวเองจนหมด จึงทำให้ต้องหลบหนีเพื่อไปทำงานหาเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหาย จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา​ ก่อนส่งตัวให้พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางพลี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กก.สส.บก.น.8 แถลงผลจับกุมยาบ้า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 83 กก.และยาเค 25 กก.

          วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.62 เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช,พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8,พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์,พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ รอง ผบก.น.8​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ประกอบด้วย พ.ต.อ.คมกฤช สุขไทย ผกก.สส.บก.น.8,พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล,พ.ต.ท.ชยุต เดชะศิริพงษ์,พ.ต.ท.นิคม ศรเหล็ก,พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี รอง ผกก.สส.บก.น.8,พ.ต.ท.โด่งดัง โกกะพันธ์,พ.ต.ต.นัทธพงศ์ แก้วอยู่ สว.กก.สส.บก.น.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม​ ร่วมทำการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา จำนวน 1 คน​ คือน.ส.แฮ็ค หรือซี ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง​ โดยร่วมแถลงข่าวผลงานของ กก.สส.บก.น.8 จับกุมยาบ้า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 83 กก. และยาเค 25 กก.

          พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ฯ​ กล่าวว่า​ จากการรับแจ้งจากสายลับ​ และทำการสืบสวนทราบว่ามี น.ส.แฮ็ค หรือซี ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดคือการนำยาเสพติดไปวางไว้บริเวณใกล้เคียงบ้านพัก​ และนัดหมายให้ลูกค้ามารับและเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 ก.ค.62​ เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาจะนำยาไอซ์ จำนวน 2 กิโลกรัม มาวางให้กับลูกค้าที่ริมถนนใกล้กับบ้านพักของผู้ต้องหาเลขที่ 999/827 หมู่บ้านสินวงศ์ การ์เด้นฯ โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น อัลเมร่า สีขาว เลขทะเบียน 2​ กอ​ 2150 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะในการขนส่งยาเสพติดเจ้าหน้าที่​ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ​ และซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งผู้ต้องหาขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดแล้วนำถุงพลาสติกสีแดงมาวางไว้บริเวณพงหญ้าริมถนนภายในหมู่บ้านสินวงศ์การ์เด้นฯ เจ้าหน้าที่​ตำรวจชุดจับกุม​ จึงได้แสดงตัวตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในถุงพลาสติกดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบเป็นยาไอซ์ จำนวน 2 กิโลกรัม จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง​

          พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ฯ​ กล่าวต่อว่า​ วลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ชุดจับกุม​ได้พาตัวผู้ต้องหา​ไปตรวจค้นเพื่อขยายผล​ ที่บ้านเลขที่​ 2 ซอยอัสสัมชัญ 13 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องกันพร้อมด้วยพบของกลาง ยาบ้ารวมประมาณ 2,158,000 เม็ด,ยาไอซ์ ประมาณ 83 กิโลกรัม,ยาเค (คีตามีน) ประมาณ 25​ กิโลกรัม,โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง​ โดยยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ​ คือรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น อัลเมร่า สีขาว เลขทะเบียน 2กอ2150 กรุงเทพมหานคร​ จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง​ นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เสิร์ฟความยั่งยืนผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพ จาก โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สู่กาแฟสดแสนอร่อยในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 1 สิงหาคม 2562 : มร. เจมส์ พาโดแวน กรรมการผู้จัดการ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการรับซื้อเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงจาก โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อนำมาชงกาแฟสดหลากหลายเมนูอร่อยจำหน่ายให้กับลูกค้าภายในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ทั้งในด้านคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน พร้อมเสิร์ฟแล้วในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส โฉมใหม่ 44 สาขา และมีแผนขยายไปสู่ 1,000 สาขาในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และเทรนด์การดื่มกาแฟในไทย

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร. 02-252-7114 #332
จริญญา อัครภาณุวิทยา (จอย) โทร. 081-822-9596, Email: jarinya@doitung.org
แผนกสื่อสารองค์กร เทสโก้ โลตัส
ดร. ปัณฑิพาณ์. ธาราภิบาล (อ้อย) 081-753-6844, คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823 E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบก.อก.บช.น. มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกาย และทรงผม

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.62 เวลา 08.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ บช.น. : ข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการ บช.น.,บก.น.1 และ บก.น.5 ร่วมเคารพธงชาติ ทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยมี พ.ต.อ.อภิสัณห์ หว้าจีน รองผบก.อก.บช.น. มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกาย และทรงผม

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​