5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จับมือผลักดันกล้วยไทยสู่สากล เตรียมจัดงานเอ็กซ์โปใหญ่ที่พิษณุโลก

          5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จับมือผลักดันกล้วยไทยส่งออกสู่ตลาดสากล เตรียมจัดงานเอ็กซ์โปอย่างยิ่งใหญ่ “Thailand banana World & OTOP Indo-China Expo 2019 ” ระดมกิจกรรมหลากหลายเพื่อ โปรโมทกล้วยและสินค้าโอทอป ที่ จ.พิษณุโลก 26-30 ส.ค. นี้

         วันนี้ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 14.00 น. นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายอนันต์ ตั่วฉ้วน เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายธนโชค พงษ์ชวลิต เกษตรจังหวัดตาก ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “Thailand banana World & OTOP Indo-China Expo 2019 โดยมีสื่อมวลชนจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 เข้าร่วม ณ โรงแรมภัทธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดพิษณุโลก

         ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์และตาก) ได้จัดโครงการสร้างสรรค์การท่องเที่ยวและบริการมูลค่าสูงบนฐานนิเวศและประวัติศาสตร์ โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการจัดงาน “Thailand banana World & OTOP Indo-China Expo 2019 ” ขึ้น เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้สินค้ากล้วย ผลิตภัณฑ์กล้วยและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ให้เป็นที่รู้จัก ได้รับการส่งเสริมในเชิงการค้า มีช่องทางการตลาดทั้งในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และนอกกลุ่มจังหวัดรวมทั้งต่างประเทศด้วย

          งานดังกล่าว มีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 30 สิงหาคม 2562 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก โดยมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การจำหน่ายสินค้ากล้วย ผลิตภัณฑ์กล้วยและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 มากกว่า 100 คูหา การแสดงวัฒนธรรมวิถีชีวิต “คนกับกล้วย” การจัดแสดงเทคโนโลยีนวัตกรรมพร้อมทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับกล้วย การแสดงสายพันธุ์กล้วย การเจรจาจับคู่ธุรกิจและการแสดงฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดังอีกมากมายด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สุโขทัยแถลงข่าว การจัดงานวันของดีศรีสัชนาลัยและเทศกาลอาหาร ประจำปี 2562

          วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 10.30 น.นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวตำบลบ้านตึก ได้ร่วมแถลงข่าวการจัดงานวันของดีศรีสัชนาลัยและเทศกาลอาหาร ประจำปี 2562 บริเวณไร่สานฝัน หมู่12 ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

          อำเภอศรีสัชนาลัยนอกจากจะได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว ยังเป็นอำเภอที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้ชั้นดี ได้แก่ทุเรียน ลางสาด ลองกอง ส้มเขียวหวาน เงาะ มะละกอ กล้วย และมีหัตถกรรมพื้นเมืองเป็นที่นิยมซึ่งของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อันได้แก่เครื่องเงิน ทองลายโบราณ เครื่องปั้นดินเผา ผลิตภัณฑ์จากตอไม้ ผ้าทอหาดเสี้ยว ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น ซึ่งหัตถกรรมพื้นเมืองของอำเภอศรีสัชนาลัย ทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย

         เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่นอำเภอศรีสัชนาลัย ทางจังหวัดสุโขทัยโดยทางนายกองโทพยุงศักดิ์ สุวรรณโณ นายอำเภอศรีสัชนาลัย ได้ร่วมกับทางนายวินนท์ รุ่งโรจน์ นายกอบต.บ้านตึก และชาวอ.ศรีสัชนาลัยได้กำหนดจัดงานวัน วันของดีศรีสัชนาลัยและเทศกาลอาหาร ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2562 บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

          สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วยขบวนแห่วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น การประกวดธิดาศรีสัชนาลัย การประกวดส้มตำลีลา การประกวดผลไม้ที่ขั้นชื่อของอำเภอศรีสัชนาลัย โดยเฉพาะ ทุเรียน ซึ่งชาวบ้านจะปลูกต้นทุเรียนเป็นสวนบนภูเขาสูง ปลูกแบบธรรมชาติ โดยเรียกว่าเป็น “ทุเรียนเทวดาเลี้ยง” เพราะสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง ต้นทุเรียนจึงเป็นการปลุกแบบธรรมชาติ เติบโตโดยอาศัยน้ำฝนที่ตกลงมา ไม่มีการรดน้ำและใช้สารเคมี ใส่เพียงปุ๋ยขี้วัวที่หาได้ในพื้นที่ ทุเรียนที่นี่มีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งหมอนทอง หลง หลิน พวงมณี จระเข้ และพันธุ์พื้นเมือง โดยเฉพาะหมอนทองนั้นจะมีรสชาติ หวาน มัน กลมกล่อม อร่อย หอม ละมุนลิ้น

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน
ภาพ:วิชัย สิทธิพันธ์

ประชาชนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. มุกดาหาร ร่วมทำกิจกรรมก่อสร้างฝายมีชีวิต พัฒนา ลำน้ำ ลำคลอง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประจำปีพุทธศักราช 2562

          เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน นำส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษาหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันทำกิจกรรม ” จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ” กิจกรรมก่อสร้างฝายมีชีวิต พัฒนา ฟื้นฟู ลำน้ำ ลำคลอง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประจำปีพุทธศักราช 2562 ณ บริเวณลำห้วยคำฮี บ้านหนองหอย หมู่ที่ 11 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

          กิจกรรมจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ” ก่อสร้างฝายมีชีวิต พัฒนาและฟื้นฟูลำน้ำ ลำคลอง ” เป็นกิจกรรมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านแหล่งน้ำ ที่เกิดจากปัญหาภัยแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกร ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาและพัฒนา เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ในห้วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า แหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร บางแห่งยังขาดการพัฒนาอยู่มาก ส่งผลให้ในฤดูแล้งไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้สำหรับทำการเกษตรกรรมได้

          สำหรับพื้นที่บริเวณห้วยคำฮี บ้านหนองหอย หมู่ที่ 11 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นลำห้วยธรรมชาติที่ไหลผ่านพื้นที่การเกษตรในหลายตำบล ปัจจุบันพบว่าลำห้วยแห่งนี้มีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ ประกอบกับปัจจุบันได้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้ไม่มีน้ำใช้ในการทำการเกษตร เกษตรกรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีน้ำทำการเกษตร ทุกภาคส่วนจึงร่วมกันแก้ไขและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ โดยการจัดทำฝายมีชีวิตขึ้น เพื่อรักษาระบบนิเวศและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ บริเวณห้วยคำฮีให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยฝายมีชีวิตจะใช้วัสดุที่หาได้จากธรรมชาติ โดยเริ่มจากการตีไม้และ เสาระบุตำแหน่งเสียก่อน บริเวณที่เป็นพื้นดินพื้นทราย จะใช้กระสอบทรายวางเรียงเป็นสาย หรือบริเวณที่มีหินมากจะใช้หินวางเรียงตัวกันเป็นแนวฝาย ทั้งนี้ฝายมีชีวิตจะช่วยลดความรุนแรงจากสายน้ำ-ลำธาร ป้องกันหน้าดินให้แข็งแรงและไม่พังทลาย ช่วยกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี มีน้ำในลำห้วยเยอะขึ้นกว่าไม่มีฝายชะลอน้ำ และยังสามารถนำน้ำที่ถูกกักเก็บจากฝายมีชีวิตไปใช้ในหน้าแล้งได้ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์และสร้างความหลากหลายทางระบบนิเวศ นอกจากนี้ฝายมีชีวิตจะสามารถช่วยลดตระกรต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำทำให้น้ำใสมากขึ้น


Cr.ส.ปชส.มุกดาหาร

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ปราจีนบุรี-ไข่พะโล้โรงเรียนบูดทำพิษ เด้งผอ.โรงเรียนแล้ว

https://youtu.be/VAhj9SvhU6A

          จากกรณีที่มีการโพสใน Facebook ของ มองเมืองปราจีน โพสต์ภาพไข่พะโล้พร้อมมีข้อความระบุว่า “ไม่คิดว่าที่ปราจีนบุรี จะมีเรื่องโครงการอาหารกลางวันเด็กไร้คุณภาพกับเขาด้วย – สายข่าวรายงานมาว่า มีโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี เรื่องโครงการอาหารกลางวันเด็ก ไข่พะโล้บูด แล้วนำไปล้างน้ำแล้วนำกลับมาต้มให้เด็กกินอีก เรื่องนี้ ได้ทราบต่อมาว่าได้มีการร้องเรียนผ่านไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้ว แต่ยังรอขั้นตอนการสอบสวน คาดว่า ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปราจีนบุรี คงมีเรื่องร้องเรียนอยู่เป็นจำนวนมากอยู่ในขณะนี้ จึงยังไม่ได้สรุปถึงผลการสอบ ว่าจะดำเนินการต่อไปเช่นไร” ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

          วันนี้ 5 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 (สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 ) พบว่าบรรยากาศภายในบริเวณโรงเรียนหน้าอาคารเรียน มีผู้ปกครองและนักเรียนมารวมตัวกัน ประมาณเกือบ 100 คน ถือป้ายข้อความและโห่ร้องไม่ต้องการ ผอ.โรงเรียน โดยต้องการให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไปให้พ้นจากพื้นที่ จนนายวัลลภ ประวัติวงศ์ อำเภอกบินทร์บุรี ได้มาไกล่เกลี่ยและรับปากว่าจะดูแลเรื่องนี้ ตามที่กลุ่มผู้ร้องเรียกร้องทำให้ผู้ปกครองจึงยินยอมแยกย้ายกันกลับ

          ต่อมา นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี เป็นประธานประชุมบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษา สาธารณสุขอำเภอ ศูนย์ดำรงค์ธรรม อบต.วังท่าช้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครูกรรมการอาหารกลางวันของโรงเรียน เพื่อทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งนายอำเภอได้ให้ อบต. ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันให้โรงเรียน เป็นผู้ชี้แจง โดยทาง อบต. กล่าวว่า ทาง อบต.ได้จัดสรรเงินให้โรงเรียนสำหรับ นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 งบประมาณหัวละ 20 บาท เมื่อทางโรงเรียนได้รับเงินแล้ว โรงเรียนก็จะเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างทำอาหารกลางวันให้นักเรียน จากนั้น นายอำเภอได้ให้ นายทศพล บุญวิทย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.วังท่าช้าง และเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา ได้ชี้แจงในเรื่องที่ร้องเรียน เรื่อง “พะโล้ไก่ ไข่ บูด”

          โดยผู้ใหญ่บ้านได้กล่าวว่า ที่ผมร้องผมไม่ได้ร้องเรื่องงบประมาณ ผมร้องเรื่องเอาของเสียมารีไซเคิล เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 29 ที่ผมถามแม่ครัวกับเด็กแล้วว่า รับประทานวันที่ 30 เที่ยง ตามรูปที่ผมส่งให้ว่าเอาไปล้าง แล้วปรุงใหม่ให้เด็ก ป.1 – ป.6 รับประทาน มีท้องเสีย 3-4 คน ท่านไปเอารูปนี้มาหาว่าผมเป็นคนจัดฉาก ผมไม่เคยได้รู้เพราะรูปนี้อยู่ในเพจ มองเมืองปราจีน มันไม่ใช่ผม บางครั้งท่านต้องถามผมด้วยในฐานะที่ผมเป็นกรรมการ ผมถามท่านแล้ว ท่านบอกไม่ใช่ของเรา ผมถามเด็กแล้วเด็กก็คงไม่โกหกและไม่มีใครข้างให้จัดฉากได้ วันนี้ผมขอให้ท่านออกจากพื้นที่ เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนเข้ามาสอบสวนในโรงเรียน สอบสวนเด็กเองเลย จะไม่มีใครบงการเลย แล้วท่านจะได้ข้อมูลความจริง

         นายพงศธร อร่ามวิทยานุกูล กล่าวชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เรื่องพะโล้นั้นเป็นเรื่องไม่จริง เพราะวันที่ 29 เป็นวันหยุดราชการ โรงเรียนหยุดชดเชย แม่ครัวเข้ามาทำหรือไม่ทำ ผมไม่ทราบ เพราะกุญแจอยู่กับเขา แต่วันนั้น จริงๆ แม่ครัวไม่มีสิทธิเข้ามาทำ เพราะผมไม่ได้สั่ง ที่ว่าอาหารบูดรีไซเคิล นั้น เป็นการจัดฉาก ผมมีหลักฐานถ้าเด็กกินวันที่ 30 แล้วเด็กท้องเสีย วันที่ 31 รร.เปิดผมอยู่โรงเรียนทั้งวัน ไม่เห็นมีข้อมูลส่วนนี้ วันที่ 1 ส.ค.ผมไปประชุมที่ สพป. ผราจีนบุรี เขต 2 วันที่ 2-3 ส.ค. ผมไปราชการกาญจนบุรี ทำไมวันที่ 31 ไม่มา ผมข้องใจว่า ผู้ใหญ่ทศพล ไปร้องเรียนเขียนลงเพจ และจัดฉาก เอานักข่าวมา ข้อมูลผมจะชี้ให้ดูว่าจัดฉากอย่างไร ผมก็โทรมาถามครูว่า อาหารนี้เป็นอาหารของโรงเรียนเราไหม ครูตอบว่าไม่ใช่ค่ะ ในส่วนที่เขาให้ข่าวมีทั้งจริงทั้งปลอม ผมก็ชี้แจงไลน์ผู้บังคับบัญชาว่า ไม่ใช่โรงเรียนคลองสิบสอง โรงเรียนทำอาหารไข่กับไก่พะโล้ ผมก็โทรไปบอกประธานกรรมการสถานศึกษาว่าไม่ใช่ของผม พอวันที่ 3 จัดมาใหม่เป็นพะโล้ไก่กับไข่ เห็นที่เกิดวันนี้ไม่มีอะไร มีผู้หวังดีที่ขัดแย้งส่วนตัวกับผมที่ทำงานนี้ขึ้นมา ผมมาอยู่ที่โรงเรียนนี้ตั้งแต่ปี 2558 ตั้งใจทำโรงเรียนให้ดีขึ้นมาในทุกสิ่งทุกอย่างตามที่เห็น งบประมาณผมก็ไม่ได้รับ ผมพัฒนาโรงเรียนโดยใช้เงินส่วนตัว เพราะผมตั้งใจจะทำโรงเรียนในฝัน

         นายวัลลภ ประวัติวงศ์ กล่าวสรุปว่า สำหรับเรื่องนี้ต้องนำเรียนผู้บังคับบัญชาว่า ต้องทำอย่างไรในเบื้องต้น เพื่อความชัดเจนและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ได้มอบหมายให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 อบต.วังท่าช้าง ออกตรวจให้ถี่ขึ้น และขณะนี้ก็จะให้ทางสำนักงานเขตฯ นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อหารือผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นที่จะให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนออกไปจากพื้นที่ เพื่อจะได้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงก่อน นั้น นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ตนมาวันนี้เป็นกระบวนการทางบริหาร ส่วนเรื่องการจะให้ ผอ.โรงเรียนออกจากพื้นที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปราจีนบุรี เขต 2 เป็นผู้พิจารณา

          ทางด้าน น.ส.ลูกน้ำ สันทาลุนัย แม่ครัวที่ประกอบอาหารในวันเกิดเหตุนั้น กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งให้ตนทำอาหารไข่พะโล้ ในวันจันทร์ที่ 29 ก.ค.ได้แกงไว้แล้วจะมาอุ่นตอนเช้า พะโล้มีกลิ่นตนก็มาแจ้งคุณครูณิชาภัทร พยัคฆพล ผอ.ก็มาดูแล้วสั่งให้เอาไปเทเอาน้ำออกแล้วต้มน้ำร้อนมาล้างและปรุงเครื่องใหม่ แล้วก็นำไปให้เด็กรับประทาน ต้มหม้อประมาณเบอร์ 40 ใส่ไข่ 4 แผง ทางคณะครูเป็นคนจัดซื้ออาหารส่วนตนเป็นคนปรุงอย่างเดียว เหตุผลที่ทำไว้ในวันหยุดเพราะ ผอ.สั่ง ที่ผ่านมามีการทำอาหารวันต่อวันยกเว้นพะโล้ ต้องทำเอาไว้ ล่วงหน้า รุ่งเช้ามีฟองขึ้นและมีกลิ่นบูด ตนเองก็ลองชิมมีรสเปรี้ยวและก็ไปเรียนกับครูณิชาภัทร ครูณิชาภัทร บอกให้รอ ผอ. ผอ.ก็มาสั่งด้วยตนเองว่าให้เทน้ำทิ้งและให้ต้มใหม่ เอาไข่กับไก่ไว้ เป็นพะโล้ไข่ไก่ ก็ไม่ทราบว่าใครถ่ายรูปไว้ ที่ผ่านมาก็ถ่ายไว้บ้างแต่ไม่มาก

         นายพงศธร ผู้อำนวยการโรงเรียน ยังได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า เรื่องที่ถูกร้องเรียนไม่เป็นความจริง เพราะถูกกลั่นแกล้งจากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน ลักษณะที่ผมเข้ามาทำงานผมทำเต็มที่ ผู้ใหญ่คนนี้ในอดีตเมื่อ 5-6 ปี ที่แล้วมีปัญหาส่วนตัวกันอยู่ เขาพยามครอบงำผมต่าง ๆ ผมก็ตั้งใจทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด เขาพยายามหาช่อง ก็มีวันหนึ่งเขาถามว่า ไข่บูดไหมมีรีไซเคิลไหม เขาพยายามจัดฉากทุกอย่างตั้งแต่เพจวันแรกออก ไข่พะโล้กับหมูสามชั้น พอผมชี้แจงผู้รับผิดชอบในระดับผู้บังคับบัญชา ผมก็บอกว่าไม่ใช่ โรงเรียนไม่ได้ทำส่วนนี้ ผมก็ปฏิเสธในส่วนนี้ไป วันหลังก็มีภาพพะโล้ไข่กับไก่มา ส่วนต่างๆ ที่เป็นภาพถ่ายนั้นเป็นภาพที่จัดฉากขึ้นมาทั้งนั้น ส่วนพะโล้กับหมู วัสดุต่าง ๆ ไม่ใช่ของโรงเรียน เพราะแม่ครัวอ้างว่ามาทำวันหยุด ปกติอาหารเราทำวันต่อวันจะบูดเป็นไปไม่ได้ เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความไม่ชอบมาพากล ส่วนตัว เลยจัดมวลชนมา ผมก็เอาความจริงเข้าสู้ และแจ้งผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการที่สอบสวน ในเรื่องที่ผู้ปกครองและเด็กขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนนั้น ผมก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาว่าอย่างไร ผมก็ว่าอย่างนั้น เพราะผมเป็นข้าราชการ

         ล่าสุด นายประกิจ พุ่มพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี ไปช่วยราชการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 เป็นการชั่วคราว จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวน ตม.3 ร่วมตม.ชลบุรี​ จับหนุ่มเกาหลี​หนีหมายจับ แก็งค์พนันออนไลน์

          วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่​ 5​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย​,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามนายจอง ฮัน (MR.JEONGHWAN) อายุ 29 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งถูกออกหมายจับในความผิดมีส่วนร่วมในองค์กรจัดให้มีการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย ในประเทศเกาหลีใต้ โดยผู้ต้องหามีหมายจับจากศาลเมืองกรุงโซล (SEOUL CENTRAL DISTRICT COURT) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2017 และถูกประกาศสืบจับจากตำรวจสากล เลขที่ A-1039/2-2017 โดยผู้ต้องหาและพวกได้ร่วมกันลักลอบเปิดเว็บไซต์ให้มีการเล่น การพนันออนไลน์ซึ่งเป็นความผิด เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนสืบทราบว่าหลบซ่อนพักอาศัยในจังหวัดชลบุรี ซึ่ง ผบก.ตม.3 ได้เพิกถอนการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว จึงได้ควบคุมกักตัวไว้ เพื่อเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร สืบสวนขยายผล และ พิจารณาผลักดันส่งกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ภาคเอกชนในจังหวัดจันทบุรี ร่วมบริจาคเงินสมทบการก่อสร้างโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี แห่งที่ 2 รองรับผู้ป่วย ผู้ยากไร้ เข้าถึงบริการการรักษาพยาบาล สวัสดิการแห่งรัฐ

          วันนี้ ( 5 ก.ค.62 ) ที่ห้อง 702 อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางมะเร็งโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี นางศิณีพร สวัสดิชัย อดีตนายกสโมสรโรตารีจันทบูร พร้อมด้วยครอบครัว สวัสดิชัย ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสมทบการก่อสร้างอาคารดรงพยาบาลพระปกเกล้า แห่งที่ 2 เนื่องในโอกาสเดือนสิงหาคม วันแม่แห่งชาติของปวงชนชาวไทยทุกคน

          คุณแม่ ยี่หร่า สวัสดิชัย มารดาของนางศิณีพร สวัสดิชัย ได้ทำการมอบเงินบริจาค จำนวน 500,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี โดยมีนายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เป็นผู้รับมอบ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระปกเกล้าฯในการจัดสร้างอาคารโรงพยาบาลพระปกเกล้า สาขาเมืองแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอเมืองจันทบุรี

         ซึ่งการก่อสร้างในระยะแรก จะเป็นสร้างอาคารผู้ป่วยนอก โดยมีวงเงินงบประมาณ 38 ล้านบาท และในระยะต่อไป ก็จะสร้างอาคารผู้ป่วยใน เพื่อให้บริการผู้ป่วยทุกกลุ่มวัย สามารถใช้ทุกสิทธิการรักษาได้ ซึ่งสถานที่ตั้งของอาคารดังกล่าวนี้ จะตั้งอยู่ตรงบริเวณประตู 5 เป็นประตูด้านหลังของโรงพยาบาลพระปกเกล้าฯ ดังนั้น จึงขอถือโอกาสนี้ เชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วน มาร่วมกันบริจาคเงินได้ เพื่อสมทบทุนกับมูลนิธิโรงพยาบาลพระปกเกล้า ฯ ชั้น 6 อาคารประชาธิปกศักดิเดชน์ เบอร์โทรศัพท์ 039-324799 ใน วัน และ เวลาราชการ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะ มอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติราชการ

          ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะ มอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติราชการ แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขยายผลนโยบายของรัฐบาล เน้น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่นักการเมือง แต่ เป็นผู้ปกครองท้องที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ราษฎร

         วันนี้ ( 5 ส.ค.62 ) ที่หอประชุมอำเภอแหลมสิงห์/หอประชุมอำเภอขลุง และ หอประชุมอำเภอมะขาม นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเดินทางตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและมอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำท้องที่ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ขยายผล นโยบายของรัฐบาลแนะแนวทางการปฏิบัติงาน

          รวมทั้งให้ความรู้เรื่องกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ที่กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งไม่ใช่นักการเมืองท้องถิ่น แต่คือผู้ปกครองท้องที่ ที่มีหน้าที่ในการ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ราษฎร สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน เน้นย้ำให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันลด อบายมุขในหมู่บ้านของตนเอง เพื่อการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีอย่างยั่งยืน ตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นชนบท แต่ละพื้นที่ ในรูปแบบประชารัฐ ที่มุ่งเน้นความสามัคคี การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางนโยบายของรัฐบาลตามที่ได้รับมอบหมายให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด ส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง แก่ชุมชน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นพลังของจังหวัดจันทบุรี

          ทั้งยังต้องช่วยกันส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รู้รักสามัคคี เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดย โครงการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะดำเนินโครงการครอบคลุมทั้ง 10 อำเภอ มีระยะเวลาตลอดเดือน สิงหาคม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-รมช.กระทรวงศึกษาเปิดปัจฉิมนิเทศ นศ.ระบบขนส่งทางรางและรถไฟฟ้าความเร็วสูง รุ่นที่1

         ที่โรงแรมภูเขางาม รีสอร์ท จังหวัดนครนายก ดร.ปวีนา ศุขวัฒน์ ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา,วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี และวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี ให้การต้อนรับนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษาโครงการผลิตกำลังคนระดับปฏิบัติการในด้านการบำรุงรักษาในระบบขนส่งทางรางและรถไฟฟ้าความเร็วสูง รุ่นที่1 ที่ห้องประชุมโรงแรมภูเขางามรีสอร์ท ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก

         จากนั้นได้กล่าวแสดงความยินดีกับทางคณะของผู้บริหารทั้ง 4 สถาบัน ที่ได้ส่งเสริมให้นักศึกษาจำนวน 28 คน ไปศึกษาที่วิทยาลัยเทคนิคอาชีวศึกษาทางรถไฟ หลิ่วโจวสาธารณรัฐประชาชนจีน จนสำเร็จการศึกษากลับมาด้วยความภาคภูมิใจและต้องขอขอบคุณทางวิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการนครนายกเป็นเจ้าภาพจัดเปิดโครงการปัจฉิมนิเทศฯในครั้งนี้และขอให้นักศึกษาทุกคนได้นำเอาความรู้ความสามารถที่ได้มาแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป. สมบ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวน​ สตม. รวบชาวจีน​หัวโจกปล้นบ่อนคิงส์โรมัน หลบซุกไทย และกวาดล้างคนต้องห้าม (Blacklist) จับ 5 รายรวด

          วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่​ 5​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย​,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ จำนวน 2 คดี

          จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้กำชับให้ทุก บก.ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งได้กระทำความผิดในข้อหาปล้นบ่อนคาสิโนคิงส์โรมัน แล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย และยังจับกุมคนต่างด้าวที่ขึ้นบัญชีเป็นคนต้องห้ามได้อีก 5 ราย

          รายที่ 1 รวบชาวจีนหนีคดีปล้นบ่อน คิงส์โรมัน​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ​ กก.2 บก.สส.สตม. ร่วมจับกุม Mr.Ying สัญชาติจีน เป็นตัวการวางแผนให้เพื่อนในแก๊งอีก 22 คน ปล้นบ่อน คิงส์โรมัน โดยปลอมเป็นตำรวจจีน อ้างขอเข้าไปจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับจีน หนีมาหลบซ่อนอยู่ในบ่อนหลายคนแล้วปล้นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เงินสดรวม 3 ล้านหยวน แล้วหลบหนีไป ส่วน​ Mr.Ying ได้เดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 มี.ค.62 ต่อมาทางการจีนประสานข้อมูลขอความร่วมมือมายัง สตม.​ จนท.กก.2 บก.สส.สตม.จึงร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านเช่า ย่านถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงควบคุมตัวมา​ดำเนินคดี​ และเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อส่งกลับให้ทางการจีนดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​ต่อไป

          รายที่ 2 จับกุมคนต่างด้าวที่ขึ้นบัญชีเป็นคนต้องห้าม (Blacklist) ได้อีก 5 ราย โดยเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ กก.2 บก.สส.สตม.​ กล่าวว่า เมื่อชาวต่างชาติที่กระทำความผิดในประเทศไทยแล้ว​ โดนผลักดันกลับไปประเทศของตนเอง​ และได้เปลี่ยนข้อมูลชื่อ นามสกุล (Biodata) ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่แล้วเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทย บางคนลักลอบเข้าช่องทางธรรมชาติ​ โดย​สามารถ​จับกุมผู้ต้องหา​ได้​คือ​ นาย Mahmoud สัญชาติอียิปต์ จับกุมข้อหา การอนุญาตสิ้นสุด,นาย Ahmad สัญชาติอียิปต์ เพิกถอนการอนุญาต,นาย Mina สัญชาติอียิปต์ เพิกถอนการอนุญาต,นาย เตวานานทาม สัญชาติศรีลังกา จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง​ และ​ นาย คารัท สัญชาติปากีสถาน จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง​ ทั้ง 5 คน เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนจับกุม ตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด ตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือพบว่าเป็นบุคคลที่ สตม. ขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าราชอาณาจักร

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวทิ้งท้ายว่า​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน. สมท.จัดโครงการ”อบรมกิจกรรมเยาวชนเพื่อความมั่งคง” ประจำปีงบประมาณ 2562

         วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สวนรื่นฤดี กอ.รมน. สมท.จัดโครงการ”อบรมกิจกรรมเยาวชนเพื่อความมั่งคง” ณ โรงเรียนวัดน้อย นพคุน ณ.ห้องประชุม นิลุบล เขตดุสิต กรุงเทพ ประจำปีงบประมาณ 2562

          โดยมี ท่านพลโท พิชัย เข็มทอง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน.สมท.เป็นประธานเปิดการอบรบ วิทยากรบรรยายภัยคุกคามไซเบอร์ พฤติกรรมเสพติดสื่อโซเชียลเน็ตเว๊ร์กและสร้างการความตระหนักรุ้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในยุค 4.0 และแลกเปลียนทัศนคติ บทบาทของเยาวชนต่อการมาส่วนร่วมในการแก้ใขบัญหาความมั่นคงของชาติ