สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการทหารพันธุ์ดี กรมพลาธิการทหารบก แผนกส่งกำลังเสบียง กองเกียกกาย (กก.พธ.ทบ.)

          วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 น.สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการทหารพันธุ์ดี กรมพลาธิการทหารบกแผนกส่งกำลังเสบียง กองเกียกกาย(กก.พธ.ทบ.)

          โครงการทหารพันธุ์ดี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสามารถเก็บเมล็ดปลูกต่อได้ จากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ มาใช้ในการดำเนินงานโครงการฯ โดยพลทหารกองประจำการจะได้รับการฝึกอบรมและเข้าประจำแปลงผัก เพื่อเรียนรู้การปลูกผักปลอดภัย ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย

          นอกจากนี้ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเมล็ดพันธุ์แก่ทหารเกณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้นำกลับไปปลูกที่บ้านของตนเพื่อให้มีผักปลอดภัยบริโภคกันในครัวเรือน หากมีมากก็สามารถนำไปจำหน่ายเป็นการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย และสร้างเครือข่ายการปลูกผักปลอดภัยในชุมชน

          โครงการทหารพันธุ์ดีกรมพลาธิการทหารบก เป็นโครงการเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่แผนกส่งกำลังเสบียง กองเกียกกายกรมพลาทหารบก ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาโครงการทหารพันธุ์ดีเดินตามรอยเท้าพ่อ(เกษตรอินทรีย์) กก.พธ.ทบ. ในพื้นที่แผนกส่งกำลังสะเบียง ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมนำแนวทางพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาตบพิตร มาดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในหน่วยทหาร และเป็นไปตามพระราโชบายของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบตินทรเทพยวรางกูร ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด อีกทั้งยังเป็นการน้อมนำแนวพระราชตำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆไว้สำหลับแจกจ่ายประชาชนเมื่อประสบภัยพิบัติหรือขาดแคลน 

           ในการเสด็จทอดพระเนตรโครงการทหารพันธุ์ดีกองพลาธิการ สมเด็จพระกิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารึ พระองค์ได้ทรงปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ เบอร์ ๕ Manifera indica Linn วงศ์ Anacardiaceae

Cr.กรมพลาธิการทหารบก แผนกส่งกำลังเสบียง กองเกียกกาย
ศุภเดช ธนูศร /ข่าว/นครราชสีมา

สระบุรี-ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีร่วมกับภาคเอกชนซ่อมแซ่มบ้าน​ สร้างอาชีพให้ผู้พิการ

         นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านที่ได้รับการปรับสภาพแวดล้อมสำหรับคนพิการ พร้อมอุปกรณ์สำหรับปลูกถั่วงอกเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ ใน “โครงการ Life must go on…พลังเพื่อก้าวต่อไป” ของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) แก่นาย​ วิชาญ ต่อสุวรรณ์ โดยมีนางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. โอสถสภา ให้การต้อนรับและนำชม

          เมื่อเร็วๆ นี้ โดยโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันระหว่างโอสถสภา ภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อร่วมสร้างพลังกาย พลังใจ และพลังชีวิต ให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง เกิดความมั่นใจ และเต็มไปด้วยพลังที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายต่อไป/

ดำรงค์ ชื่นจินดา /รายงาน

สระบุรี-พม.สระบุรีจัดโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันความรุนแรงต่อสตรีและผู้พิการ

          เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562​ นายอำนาจ สุขีรัตน์ ประธานชมรม​ ร่วมใจพัฒนาคนพิการ จ.สระบุรี เข้าร่วม”โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันความรุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิงพิการ จ.สระบุรี”

          โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน มีนางจีรยดา ธรรมบุษดี นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ปฎิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดสระบุรี กล่าวรายงาน มีผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรคนพิการ และองค์กรภาคี ให้ความสนใจเข้าร่วม 100 คน จัดโดย ศูนย์บริการคนพิการจ.สระบุรี(สนง.พมจ.สระบุรี) ณ ห้องประชุมศุภาลัย ป่าสัก รีสอร์ท แอนด์สปา ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี /

ดำรงค์ ชื่นจินดา /รายงาน

“กลุ่มเปิดหีบเปิดใจ” ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ให้กำลังใจในการใช้ชีวิต

         วันนี้ 5 ส.ค.62 นาย สมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 ชลบุรี นำทีมงานพร้อมด้วยผู้ใจบุญ อาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้ป่วยในเขตพื้นที่ตำบลพลูตาหลวงและตำบลช่องแสมสาร อำเภอสัตหีบ โดยได้มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค และเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ ในเบื้องต้น

         นาย สมประสงค์ วังแก้วหิรัญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงในครั้งนี้ ต้องการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้นำถุงยังชีพ สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์มามอบให้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงสอบถามสภาพชีวิตความเป็นอยู่ และสำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ประสงค์อยากเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม สร้างอาสาสมัครและพัฒนาสังคมในรูปแบบต่างๆ ในความเป็น”อาสาสมัคร” นั้น ไม่จำเป็นต้องลงแรงกายและเวลามากมายมหาศาลก็ได้ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีสถานะทางสังคมแบบไหน ประกอบอาชีพอะไร ขอแค่มีจิตใจอาสาเพื่อส่วนรวมและมีเวลาน้อยนิดในแต่ละวันเพียงพอให้ได้ลงมือหยิบจับการเป็นอาสาสมัครในวันหยุดสุดสัปดาห์สักหนึ่งวันต่อสัปดาห์ คุณก็สามารถเป็นอาสาสมัครได้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ใจบุญ หมู่บ้านมิรันดา ร่วมกับ”กลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล” ปรับปรุง รพ. สต. บ้านโค้งวันเพ็ญ เพื่อประชาชนล้านกว่าบาท

          วันนี้ 5 ส.ค.62 นายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ ผู้บริหารโครงการหมู่บ้านมิรันดา และภรรยานางฐานิศวร์ อัครบุญญาพัฒน์ พร้อมด้วย นายพนธกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ได้ร่วมกันส่งมอบอาคาร และ การปรับปรุงสถานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโค้งวันเพ็ญ รวมเป็นเงิน 1,200,000 บาท ให้กับนายกิตติ บุญรัตนเนตร สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ และนางจันทิรา ประมวลทรัพย์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านโค้งวันเพ็ญ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านโค้งวันเพ็ญ ต .บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี สมาชิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างปรับปรุง อาคารสถานที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านโค้งวันเพ็ญ และมี ดร. ศิริพร ปิ่นล่ม นายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว นายชิน แก้วสังข์ กำนันตำบลบางเสร่ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมในพิธี

          คุณยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ ผู้บริหารโครงการหมู่บ้านมิรันดา กล่าวว่าผมและภรรยา คุณฐานิศวร์ อัครบุญญาพัฒน์ ร่วมกับกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ที่ผมและภรรยาได้เป็นสมาชิกอยู่ โดยมีนายพนธกร ใคร่ครวญ เป็นประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ร่วมกันมีส่วนร่วมทำบุญ ปรับปรุงสถานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโค้งวันเพ็ญ เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือและเข้าถึงบริการตรวจรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสุขภาพที่มีคุณภาพรวดเร็ว ทันการณ์ รวมเป็นเงิน 1,200,000 บาท ซึ่งมีการปรับปรุงก่อสร้างได้แก่ ลานจอดรถผู้รับบริการ, ปรับปรุงและขยายห้องฉุกเฉิน มีการทำทางขึ้นลงห้องฉุกเฉินพร้อมวางระบบกำจัดน้ำเสีย, ห้องคลินิกพัฒนาการเด็ก, ห้องน้ำผู้พิการ, ห้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ , ห้องแยกโรคผู้ป่วยติดเชื้อ, ห้องปฎิบัติงานเจ้าหน้าที่ , ห้องธนาคารกายอุปกรณ์, โรงจอดรถยนต์ราชการ ,ลานออกกำลังกายชมรมผู้สูงอายุ ,สวนสมุนไพร , ปรับปรุงโรงขยะติดเชื้อและสถานที่คัดแยกขยะ เพื่อให้ผู้รับบริการและเจ้าหน้าทีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโค้งวันเพ็ญ อุ่นใจ มีความเชื่อมั่น ทั้งความสะอาด ความปลอดภัย รวดเร็ว และผู้มาใช้บริการมีความสุข มีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

          นายกิตติ บุญรัตนเนตร สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ กล่าวว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่ละพื้นที่ เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และดูแลประชาชนเป็นองค์รวมแบบผสมผสาน ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ ควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ รวมทั้งการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เน้นการสร้างเสริมสุขภาพในระดับครอบครัว รู้จักประชาชนในความรับผิดชอบสามารถแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน และต้องขอขอบพระคุณ คุณยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ ผู้บริหารโครงการหมู่บ้านมิรันดา และภรรยา คุณฐานิศวร์ อัครบุญญาพัฒน์ และกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล โดยนายพนธกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล และสมาชิก ที่ร่วมทำบุญปรับปรุงอาคาร สถานที่และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านโค้งวันเพ็ญ ให้กับชุมชนและประชาชน ในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบปิดฉากสนุกเกอร์ Connors 6 แดง เฉพาะกิจสร้างมิตรภาพสร้างสามัคคี

         วันนี้ 5 ส.ค.62 นาย สมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 ชลบุรี มาเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน สนุกเกอร์ Connors 6แดง เฉพาะกิจ พร้อมมอบถ้วยรางวัล เงินรางวัลให้กับผู้ที่ชนะเลิศและที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ณ Connors สนุกเกอร์ คลับ ถนนสุขุมวิท อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนาย เทิดศักดิ์ ครุฑน้อย เจ้าของโต๊ะ Connorsสนุกเกอร์ คลับ ประชาชน ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน เข้าร่วมในพิธีปิด

          นายเทิดศักดิ์ ครุฑน้อย กล่าวว่า สำหรับการแข่งขัน สนุกเกอร์ Connors 6 แดง เฉพาะกิจ ทำการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.62 โดยเปิดให้ประชาชนทั้งในพื้นที่สัตหีบและในต่างจังหวัด มาร่วมทำการแข่งขัน ซึ่งในวันนี้การแข่งขันสนุกเกอร์ Connors 6 แดง ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีผู้ที่ชนะเลิศในรายการนี้ ได้แก่ บอย คอนเนอร์ส รองชนะเลิศอันดับ1ได้แก่ โอ๊ด ไฮเบรก รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เอิร์ท บ้านอำเภอ และอันดับ4 ได้แก่ ตูน ไฮเบรก ซึ่งในรายการนี้ มีผู้ที่ทำเบรกสูงสุด ได้แก่ เอิร์ท บ้านอำเภอ และต้องขอขอบคุณผู้ที่สนับสนุนการแข่งขัน สนุกเกอร์ Connors 6 แดง เฉพาะกิจ เป็นอย่างยิ่ง

          นาย สมประสงค์ วังแก้วหิรัญ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รางวัลในวันนี้และสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับรางวัลก็ไม่เป็นไร ถือว่าทุกคนได้ทำหน้าที่ของตนเองในการแข่งขันได้อย่างเต็มความสามาร และวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการแข่งขันกีฬาคือ การมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน คำว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย นั้นคือสิ่งที่นักกีฬาทุกคนจะได้จากการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดใดก็ตาม

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สวนนงนุช เตรียมส่งคืนพังฟ้าแจ่ม ถูกกับดักจนขาขาด ดูแลรักษานานกว่า 2 ปี ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ

         วันนี้ 5 ส.ค.62 ที่สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้เตรียมส่ง พังฟ้าแจ่ม ปัจจุบันอายุ 2 ปี 9 เดือน ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยมีนายสมศักดิ์ กองสมบัติสุข หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน หลังจากเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ช้างพัง ได้เข้ามาอยู่ กับทางปางช้างสวนนงนุชพัทยา ได้ตอนอายุประมาณ 3 เดือน เพราะได้รับบาดเจ็บถูกบวงนายพรานรัดที่ขาหน้าด้านซ้ายบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ กิ่งอำเภอหางแมว จังหวัดจันทบุรี ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงได้ติดต่อประสานมายัง สวนนงนุชพัทยา ขอนำลูกช้างป่ามาให้ดูแลรักษาพยาบาล ซึ่งสวนนงนุชพัทยา ยินดีรับมาอยู่ในความดูแล ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน โดยมีสัตว์แพทย์ประจำปางช้างของสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้ควบคุมดูแลรักษา พร้อมกับตั้งชื่อข้างตัวนี้ว่า พังฟ้าแจ่ม มาจนถึงปัจจุบัน
ทางด้าน นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าเป็นระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน ที่ทางสวนนงนุชพัทยารับพังฟ้าแจ่มเข้ามาดูแลรักษา โดยมีสัตว์แพทย์ประจำปางช้างของสวนนงนุชพัทยา เป็นผู้ควบคุมดูแลรักษา ทางเราได้ดูแลเป็นอย่างดีที่สุด ด้วยการเลี้ยงเหมือนเด็กคนหนึ่ง มีพี่เลี้ยงประจำและ มีแม่นมที่เป็นช้างของสวนนงนุชพัทยา จำนวน 14 เชือก ซึ่งในปีนั้นช้างสวนนงนุพัทยาได้คลอดลูกติดต่อกันเป็นจำนวนมาก ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมจากแม่ช้าง รวมถึงนมเด็ก ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงจน ถึงทุกวันนี้

          นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวถึงฟ้าแจ่ม เปรียบเหมือนเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่งท่านมีความรัก และห่วงใย ด้วยการเลี้ยงดูมาอย่างดี จึงเป็นห่วงมาก ก่อนที่จะนำช้างไปดูแลต่อ ได้เสนอแนะให้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่งคนมาอยู่ด้วย เพื่อทำความคุ้นเคยและเรียนรู้นิสัยของพังฟ้าแจ่ม เป็นระยะเวลา 1 เดือน ก่อนที่จะนำไปเลี้ยงดูต่อที่ สถานคชบาล แห่งชาติในพระอุปถัมภ์ จังหวัดลำปาง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ขบวนรถแรลลี่ออฟโรด จากมาเลเซียกว่า 300 ชีวิต ลงพื้นที่ท่องเที่ยว ศึกษาประวัติศาสตร์ ในพื้นที่ 3 จชต. เพื่อสร้างความรักความสามัคคี ในพื้นที่พหุวัฒนธรรม

          วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค4 สน. พร้อมกับชมรมสื่อมวลชนสร้างสรรค์สันติสุข ชายแดนใต้ (SPMCnews) ได้ลงพื้นที่สำรวจสะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และฝายมีชีวิต กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งการลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมระดับชาติ จะจัดขึ้นระหว่าง 16 – 18 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ และเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ที่จะมีการปล่อยขบวนรถออฟโรด ที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จำนวน 60 คัน กว่า 300 ชีวิต เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

          การจัดงานดังกล่าวนี้ จัดขึ้นเพื่อสนองนโยบายแม่ทัพภาค 4 ชุมชนปลอดเหตุคนปลอดภัย ประชาชนห่างไกลยาเสพติด ร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มธงไตรรงค์ อยู่แบบกลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุขตลอดไป

ซึ่งจุดแรกที่จะปล่อยขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียนั้น จะเริ่มปล่อยจากด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ในวันที่ 16 สิงหาคม 2562

หลังจากนั้นขบวนรถแรลลี่ออฟโรดจะมุ่งหน้าไปที่วัดพรหมนิวาส ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส และไปที่กูโบร์ (สุสาน) บ้านโคกเคียน จ.นราธิวาส เพื่อไปร่วมพัฒนาปรับปรุงวัดและกูโบร์ร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่ และได้พบปะกับเจ้าโอวาสอีกทั้งยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ด้วย

จากนั้นทางขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย จะมุ่งหน้าเข้าไปที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ พร้อมทั้งศึกษาประเพณี พหุวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เราอยู่ร่วมกันแบบสันติสุขมาอย่างช้านาน

หลังจากทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียจะเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อจะไปร่วมพิธีเปิดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และได้ร่วมร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้มีจิตสำนึกในการรักชาติ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของคนไทยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงประเพณีสิ่งที่ดีงามของคนไทยอีกด้วย

          หลังจากเปิดพิธีงานดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เบตง. จ.ยะลา เพื่อไปร่วมทำฝ่ายมีชีวิต ณ กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นภายใต้แนวคิด โดยพันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่คิดสร้างฝ่ายมีชีวิตขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ในการเกษตร นั้นเอง

          สำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถร่วมต้อนรับและให้กำลังใจกับขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียตลอดเส้นทางสายเอเชีย ประกอบด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 42 นราธิวาส – ปัตตานี, เส้นทางหลวงหมายเลข 418 ปัตตานี – ยะลา, และเส้นทางหลวงหมายเลข 410 ยะลา–เบตง พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และต่างพื้นที่ สามารถเข้าร่วมพิธีเปิดภายในงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ ยะลา

“รมช.กนกวรรณ” เปิดงานชุมนุมลูกเสือสำรองแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ในโอกาสครบรอบ 61 ปี ลูกเสือสำรองแห่งประเทศไทย

https://youtu.be/WaQ65yg3t_Q

          วันที่ 5 ส.ค.62 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ตำบลบ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือสำรองแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ในโอกาสครบรอบ 61 ปี ลูกเสือสำรองแห่งประเทศไทย ซึ่งมีผู้ร่วมงานชุมนุมทั้งสิ้น 1,100 คน ได้แก่ผู้กำกับลูกเสือและลูกเสือสำรองจำนวน 900 คน พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่จำนวน 200 คน โดยเริ่มจากการประกอบพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ การประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นจึงกล่าวให้โอวาทและกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

          ทั้งนี้ งานชุมนุมลูกเสือสำรองแห่งชาติ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคมนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และส่งเสริมลูกเสือสำรองให้รักและศรัทธาในกระบวนการลูกเสือ และให้ลูกเสือทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ตลอดจนเสริมสร้างความรักความสามัคคี และได้แสดงออกถึงความสามารถทักษะทางการลูกเสือ

          โดยจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมทักษะทางลูกเสือ, กิจกรรมป่าดงพงพี , กิจกรรมงานศิลปะ, กิจกรรมการสำรวจ, กิจกรรมการลูกเสือสำรอง และกิจกรรมงานฝีมือ ซึ่งจะช่วยให้ลูกเสือและผู้บังคับบัญชาลูกเสือได้ประสบการณ์ เรียนรู้ทักษะลูกเสือวิทยาการใหม่ๆ เป็นการพัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมทางการลูกเสือที่ทันสมัย

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จัดค่ายภาษาจีน ประจําปีการศึกษา 2562

          ที่หอประชุมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เมื่อวานที่ผ่านมา นายสําเนา บุญมาก ผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เป็นประธานในพิธีเปิดจัดกิจกรรมค่ายภาษาจีน ประจําปีการศึกษา 2562 พร้อมด้วยคณะครูอาจารย์และนักเรียน จํานวน 50 คน โดยมีวัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมค่ายภาษาจีน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจประเพณีวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เพื่อให้นักเรียนเกิดการพัฒนาการใช้ทักษาทางภาษาจึนและเป็นการส่งเสริมการฝึกทักษะทางภาษา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน อีกทั้งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน

          โครงการนี้นับว่าเป็นประโยชน์สําหรับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และหวังว่าผู้เข้าร่วมจะนําความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากกิจกรรมนําไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชนืในชีวิตประจําวันต่อไป ในการอบรมจัดกิจกรรมค่ายภาษาจีนในครั้งนี้ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ภาษาให้ถูกต้อง และมีทักษะที่เข้าใจในการใช้ภาษาจีนในอนาคตต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศู