ปตท.โออาร์ จัดกิจกรรมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำกว่า 1ล้าน ตัว คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ท้องทะเลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ

          วันนี้ ( 8 สิงหาคม 2562) นายธานี เกียรติพิพัฒนกุล รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ร่วมกับนายชัยยศ หงษ์ขจร ผู้จัดการฝ่ายคลังปิโตเลียมภาคตะวันออก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด(มหาชน) เป็นประธานพิธีปล่อยพันธ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณชายหาดหน้าวัดแหลมฉบังเก่า อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

          นายชัยยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปตท. นอกจากจะร่วมกับชุมชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังแล้ว ยังมีหน่วยงานราชการและเครือข่ายในจังหวัดชลบุรีให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย อาทิ กลุ่มประมง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5 ชลบุรี ประมงจังหวัดชลบุรี ประมงอำเภอศรีราชา อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง การท่าเรือแหลมฉบัง ชมรมอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนวัดแหลมฉบัง และภาคเอกชนในพื้นที่ โดยจะปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ รวมจำนวน 2,010,000 ตัว แบ่งเป็น ลูกปลากระพงขาว 10,000 ตัว ลูกกุ้งแชบ๋วย 1,000,000 ตัว และลูกปู 1,000,000 ตัว ทั้งนี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ปล่อยลงทั้งบริเวณชายหาดและกลางทะเล เพื่อให้สัตว์น้ำสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามธรรมชาติ

         นอกจากกิจกรรมปล่อยปลาแล้ว ปตท. โออาร์ ยังสนับสนุนกิจกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีก ตามนโยบายของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ มอบทุน การศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 5ส โรงเรียน ตรวจถังก๊าชเพื่อความปลอดภัยของครัวเรือน หน่วยแพทย์เคลื่อนเพื่อสุขอนามัยที่ดีของชุมชน สัมมนาผู้นำชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาชุมชนร่วมกัน การแห่เทียนพรรษา และการประกวดลอยกระทงเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม ร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเกิดประโยชน์สูงสุดของชาวจังหวัดชลบุรี ต่อไป

***************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-นำเยาวชนเรียนรู้และศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทย !!

ชลบุรี-นำเยาวชนเรียนรู้และศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทย !! นาง จินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง คณะผู้บริหาร มีนโยบายส่งเสริมการทำนาในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ปลูกฝังทัศนคติ วิธีการ และวัฒนธรรมเกี่ยวกับการทำนาให้แก่เยาวชน
จึงให้กองสวัสดิการสังคม จัดโครงการวันสาธิตชวนเด็กไทย ปลูกข้าว ปลูกใจ สืบสานอาชีพทำนาให้ยั่งยืน

          วันนี้(๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ) ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เทศบาลนครแหลมฉบัง ชุมชนบ้านหนองคล้าเก่า โดยได้รับเกียรติจาก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ท่านนายกฯ วิทยา คุณปลื้ม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ท่านนายกฯ จินดา ถนอมรอด รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ท่านรองนายกฯ สันติ ศิริตันหยง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ท่านสจ. อัมพล บุญชอบ ปลัดอำเภอศรีราชา ท่านปลัดฯ พุฒิสิทธิ์ โชติสิริวโรทัย สมาชิกสภาเทศบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักเรียนนักศึกษา ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังซึ่งมีลักษณะเป็นเขตเมืองที่ห่างไกลจากวิถีชีวิตและสังคมชาวนาได้รับรู้ขั้นตอนวิธีการในการปลูกข้าว ทำให้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของชาวนา และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการปลูกข้าวของไทย พร้อมทั้งเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง

*******************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # มุกดาหาร โครงการศึกษาศักยภาพด้านการค้า การลงทุนบนเส้นทาง EWEC ณ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ สะหวันเซ-โน สปป.ลาว และดานัง สส.เวียดนาม

          สำนักงานกระทรวงพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและสำรวจเส้นทางการค้าบนเส้นทาง EWEC เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร แก้ไขปัญหาและอุปสรรค และแสวงหาโอกาสความร่วมมือระหว่างกัน ร่วมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดมุกดาหาร

          ด้วยจังหวัดมุกดาหารมีที่ตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก (East-West Economic Corridors) ( ดานัง-เมาะละแมง ) โดยมีด่านพรมแดนที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีพื้นที่เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) มีมติเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 รวมทั้งได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่า ด้วยการสถาปนาเมืองคู่แฝด กับแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2547 ลงนามในบันทึกความเข้าใจด้วยการสถาปนาความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันกับจังหวัดกวางตรี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2548 ด้วยเหตุนี้การพัฒนาการค้า การลงทุนธุรกิจภาคบริการ การขนส่ง การท่องเที่ยว และความร่วมมือเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีความสำคัญในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร

          โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อสำรวจเส้นทางทางการค้าและเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเส้นทาง EWEC เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการค้า และความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐาน( ถนน )ตามเส้นทาง EWEC เพื่อให้จังหวัดมุกดาหารและเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร มีข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการ และเผยแพร่ข้อมูล ประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการ ในการทำธุรกิจการค้าการลงทุน ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนของจังหวัดมุกดาหาร

          ผลที่คาดว่าจะได้รับ สามารถวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลศักยภาพทางการค้าบนเส้นทาง EWEC ให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่สนใจลงทุนทราบได้ มีข้อมูลด้านการค้า การลงทุน/ศักยภาพของพื้นที่ เพื่อใช้ในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหารให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านได้.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรมร่วมบริจาคโลหิต

https://youtu.be/KHmms8SM9_s

         สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรม ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา โดยมีพนักงานและลูกจ้างสวนสัตว์เปิดเขาเขียว กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 12 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 กรมทหารปืนใหญ่ ที่ 2 รักษาพระองค์ฯ, ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมทำความดี ดังกล่าว จำนวนกว่า 150 คน

          ซึ่งกิจกรรมการรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทำความดีที่ประชาชนจะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบรมราชชนนีพระพันปีหลวงของปวงชนชาวไทย.

****************************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-เมืองพัทยาเตรียมสั่งรื้อถอนสะพานข้ามและอาคารริมคลองพัทยาใต้ภายใน 7 วัน หลังพบก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต

          รองนายกพัทยาเผยรื้อแน่สะพานข้ามคลอง และอาคารริมคลองพัทยาใต้ หลังพบก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมเสนอนายกพัทยาลงนามปิดประกาศหมายรื้อถอนหลังครบกำหนดดีเดย์ 35 วันในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ระบุให้เวลา 7 วัน รื้อถอนเอง หากยังไม่ดำเนินการพร้อมลุยรื้อถอนตามขั้นตอนของกฎหมาย

         จากกรณีที่มีการร้องเรียนจากประชาชนว่าแนวคลองพัทยาใต้ จ.ชลบุรี ที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำตลอดแนวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งในส่วนของอาคาร สะพาน และการระงับการก่อสร้างอาคารต่างๆเนื่องจากขัดต่อกฎหมายต้องแนวระวางเขตที่กำหนดไว้ ก่อนจะจัดสรรงบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาทั้งระบบการระบายน้ำและทางเดินเท้าสาธารณะใหม่นั้น แต่พบว่ามีผู้ประกอบการบางแห่งนำโครง สร้างสะพานเหล็กมาจัดตั้งคร่อมคลองไว้เพื่อใช้ในการสัญจร ซึ่งสะพานนี้มีลักษณะเป็นเหล็กพร้อมราวสะพานอย่างแน่นหนาเพื่อเชื่อมต่อเข้าไปยังที่ดินริมฝั่งคลองอีกด้าน โดยหลายฝ่ายมองว่าโครงสร้างสะพานดังกล่าวมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องและสามารถกระทำการได้หรือไม่

          ต่อมาเมืองพัทยาได้ทำการปิดหมายประกาศ แบบ ค.3 แจ้งความไปยังเจ้าของอาคารว่าให้ระงับการสร้างสะพานเหล็กขนาด 2.5 x 20 เมตรดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 วรรค 1 และมาตรา 41 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคารจนกว่าจะได้รับอนุญาต รวมทั้งการห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆของอาคารหรือบริเวณที่มีการกระทำดังกล่าว และหมายคำสั่งรื้อถอน ค.7 ตามมาตรา 42 กรณีก่อสร้างดัดแปลงเคลื่อนย้ายอาคารกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ โดยให้รื้อถอนสะพานเหล็กออกทั้งหมด ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ให้แล้วเสร็จภายใน 35 วัน หลังได้รับคำประกาศ โดยหากพ้นกำหนดเมืองพัทยาจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ลงชื่อ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ลงนามวันที่ 5 ก.ค.2562 นั้น

          ล่าสุดวันนี้ (7 ส.ค.) นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา ตรวจสอบความคืบหน้าของปัญหาสะพานข้ามคลอง และอาคารที่เมืองพัทยาได้ปิดหมายให้ระงับการใช้ และรื้อถอนไปก่อนหน้านี้ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร โดยผลจากการตรวจสอบยังคงพบ ว่าสะพานดังกล่าวยังคงมีการใช้งานตามปกติ ขณะที่อาคารริมคลองก็ยังคงมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

          โดยกรณีดังกล่าวนายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่าสำหรับสะพานข้ามคลองนี้มีการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีรูปแบบไม่ตรงตามมาตรฐานของกฎหมายอยู่แล้ว เมืองพัทยาจึงได้ออกคำสั่งตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เพื่อให้ระงับจนกว่าจะได้อนุญาต ห้ามใช้ และรื้อถอนออก รวมทั้งอาคารฝั่งตรงข้ามที่มีการปิดหมายพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้ระยะเวลาดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จใน 35 วัน แต่ปรากฏว่าจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขแต่อย่างใด ดังนั้นในวันที่ 11 สิงหาคมนี้จะครบกำหนดตามหมายประกาศของเมืองพัทยาแล้ว จากนั้นในวันที่ 13 สิงหาคม จะได้นำเรื่องเสนอต่อนายกเมืองพัทยาเพื่ออนุมัติคำสั่งให้รื้อถอนตามกฎหมาย ก่อนจะนำหมายมาปิดประกาศซึ่งจะให้เวลาผู้ประกอบการ 7 วันในการดำเนินการ หากยังคงนิ่งเฉยเมืองพัทยาก็จะเข้ามาดำเนินการรื้อถอนเองและจะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบการอีกครั้ง โดยจะเริ่มที่สะพานก่อนเป็นอันดับแรกจากนั้นจึงจะขยายไปยังอาคารด้านใจต่อไป ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน

          นายพัฒนา กล่าวต่อไปว่าขณะที่ยังมีอาคารข้างเคียงที่เคยถูกคำสั่งรื้อถอนตามระวางแนวเขตริมคลองไปในอดีต ช่วงที่ผ่านมาเคยเข้ามาตรวจสอบแล้วโดยทางเจ้าของแจ้งให้ทราบว่าการเข้ามาดำเนินครั้งนี้เป็นเพียงการรื้อถอนซากของอาคาเดิมเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และเป็นการดำเนินการในที่ดินเอกสารสิทธิ์ส่วนตัวอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การรื้อถอนโครง สร้างเดิม แต่เป็นการก่อสร้างใหม่ โดยมีการทำโครงเหล็กตั้งเป็นเสาและทำโครงเพื่อปูหลังคาแมททัลชีส ซึ่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ในเบื้องต้น จึงได้มอบหมายให้นายตรวจเขตสำนักการช่างทำการเสนอเรื่องต่อนายกเมืองพัทยาเพื่อออกหมายให้ทำการระงับ ดัดแปลงและรื้อถอนต่อไป จนกว่าจะมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการรับรองจากวิศวกรและเมืองพัทยาเช่นกัน

*********************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจ​ไทยร่วม​ “มหกรรมกีฬาตำรวจ​ และนักดับเพลิงโลก” ครั้งที่ 18 ณ เมืองเฉินตู

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 7 ส.ค.62 เวลา 13.00 น. : พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย คุณลิลลี่ ศรีภิรมย์รักษ์ ประธาน กต.ตร.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี​ และ ดร.สิทธิศักดิ์ เจียวพิพัฒน์พงศ์ อดีต ประธาน กต.ตร.จ.นนทบุรี ได้ให้โอวาท อวยพรพร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ แก่นักกีฬามวย ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องเดินทางไปแข่งขันรายการ “มหกรรมกีฬาตำรวจและนักดับเพลิงโลก” ครั้งที่ 18 ประจำ​ปี 2562 ณ เมืองเฉินตู ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 8-18 ส.ค.2562 นี้ ณ ห้องประชุมฝ่ายอำนวยการ​ 5 กองบัญชาการตำรวจนครบาล

    โดยมี พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกีฬาประเภทมวย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ/ผู้คุมทีม โดยมี พ.ต.ท.สุรวิทย์ โยนจอหอ รอง ผกก.สภ.บางใหญ่ /หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ ดต.นิธิสิทธิ์ ตั้งศิริสกุลไทย ผบ.หมู่ ป.กอง​ปราบปราม​/ผู้ฝึกสอน ,นักกีฬามวยชาย 6 รุ่น/นาย,นักมวยหญิง 2 รุ่น/นาย,โค้ช 4 คน เดินทางไป เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สาธารณสุขสุโขทัย แถลงข่าว สุโขทัย เมืองสุขภาพดีบนวิถีไทย

          วันนี้ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 น. ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการอบรมสร้างความรอบรู้ด้วยศาสตาร์การแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมการขับเคลื่อนสุโขทัย เมืองสุขภาพ บนวิถีไทย ภายใต้โครงการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ณ ห้องประชุมวรรณกลาง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย ซึ่งการอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นเฉพาะในเขตพื้นที่ของอำเภอเมือง โดยมีตัวแทนครัวเรือเข้าร่วมจำนวน 300 ครัวเรือน โดยเป็นการอบรมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองเบื้องต้น ด้วยสมุนไพรไทย ผักสวนครัว ด้วยแนวคิด ปลูกหลังบ้าน กินในบ้าน ขายหน้าบ้าน

         จากนั้น ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนางชุติมา เพชรรี่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ด้านวิชาการ ได้เปิดแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนในกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การสร้างความรู้ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ภายใต้โครงการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1

          โดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัยกล่าว่า จังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งสมุนไพรที่มีสมุนไพรมากที่สุดในประเทศไทย และเป็นแหล่งสมุนไพรที่เกิดขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ชื่อเรียกในศิลาจารึกว่า “เขาสรรพยา” ปัจจุบันคืออุทยานแห่งชาติรามคำแหง หรือเขาหลวง แนวคิดการพัฒนาจังหวัดสุโขทัยให้เป็นเมืองสุขภาพดี บนวิถีไทย จึงเกิดขึ้น โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนสุโขทัย เมืองสุขภาพดี บนวิถีไทย มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาสวนสมุนไพรหรือปลูกสมุนไพรให้กับประชาชนในการนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ การตลาด การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตลอดจนการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพื่อยกระดับมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย

*****************************

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สุโขทัยมอบเงินทุนประกอบอาชีพให้ผู้พิการ และผู้ดูแลคนพิการ

         วันนี้ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 11.00 น. นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีมอบเงินทุนกู้ยืมประกอบอาชีพให้กับคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ ณ ห้องประชุม TO BE NUMBER ONE (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อให้ผู้พิการ และผู้ดูแลคนพิการ นำไปเริ่มต้นประกอบอาชีพ หรือนำไปขยายกิจการที่ดำเนินการอยู่แล้วรายละ 60,000 บ. โดยไม่คิดอัตราดอกเบี้ย ในระยะเวลา 5 ปี

          โดยการจ่ายเงินกูยืมในครั้งนี้ เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประจำจังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 5/2562 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ได้อนุมัติให้คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุน ฯ จำนวน 56 ราย เป็นเงิน 2,860,000 บาท และอนุมัติเงินสนับสนุนโครงการขององค์กรคนพิการจำนวน 2 องค์กร เป็นเงิน 291,670 บาท ด้วยกัน

*******************************

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

เพชรบูรณ์ : วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562

https://drive.google.com/file/d/1lgDj71qSBWsyLUwcAkiRAtMDtk5YBn6x/view?usp=sharing

          ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย คณาจารย์ ได้จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562 โดยมีนางศานิต ชาติกรณ์ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.เพชรบูรณ์ ,เจ้าของกิจการ อู่น้องใหม่เจริญทรัพย์ เดินทางมาประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในงานมหามงคลเฉลิมพระชมพรรษา

          ซึ่งทางคณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ รับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ ทางราชการได้กำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเป็นโอกาสพิเศษที่ลูก ๆ ทุกคนจะแสดงความรู้สึกที่มีต่อแม่ บอกรักแม่ ให้แม่ได้ชื่นใจ  นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่ บางคนได้แต่งบทกลอนวันแม่ เขียนใส่การ์ดมอบให้แม่เพื่อเป็นของขวัญแด่ท่าน

         โดยกิจกรรมมีดังนี้ การประกวดเรียงความแม่บุคคลผู้เสียสละอ่านเรียงความของตนเอง, การประกวดเรียงความ ภาพถ่ายคู่กับแม่ Live&Love บอกรักแม่), มอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่น ลูกดีเด่น, มอบทุนการศึกษา”ทุนเรียนดี” ให้แก่นักเรียนนักศึกษา, พิธีล้างเท้าแม่ เพื่อให้ลูกรำลึกถึงพระคุณของแม่ และการแสดง “ระบำนางกอย” ซึ่งเป็นระบำชุดหนึ่งที่อยู่ในละครเรื่อง “เงาะป่า” บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว โดยมีเนื้อเรื่องย่อว่า ฮเนาได้จัดขบวนขันหมากมาสู่ขอนางลำหับ บรรดาเพื่อนของลำหับก็มาช่วยกันจัดเตรียมงานมีสาวเงาะเข้ามาร่วมพิธีของฮเนากับนางลำหับ

          ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี เป็นผู้คิดประดิษฐ์ท่ารำ เหตุผลที่เลือกชุดการเเสดงนี้ เพราะเป็นการเเสดงที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ทั้งท่าทางการร่ายรำ เเละการเเต่งการที่มีความน่าสนใจ มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักเเละไม่เคยพบเห็น จึงอยากนำเสนอให้ได้รับชมเพื่อเป็นการเผยเเพร่วัฒนธรรมอันดีงามเเละอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยต่อไป

***************************

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) ชี้แจงกรณี“ลูกเรือไทย ถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลีย”

         วันนี้ (7 สิงหาคม 2562) เวลา 15.00 น. พลเรือโทรณภพ กาญจนพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุทธการ ศรชล.ชี้แจ้งกรณี “ลูกเรือไทยถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลีย” ว่า

         ตามรายงานข่าวกรณีลูกเรือไทย ถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลียนั้น สรุปได้ดังนี้ เรือที่อยู่ในข่าว ชื่อ WADANI 1 ซึ่งกรมเจ้าท่าตรวจสอบแล้วว่า เจ้าของเรือได้ขายเรือดังกล่าวให้กับเจ้าของเรือชาวอิหร่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 และกรมเจ้าท่าได้เพิกถอนทะเบียนเรือไทยเรียบร้อยแล้ว และกรมประมงได้ตรวจสอบฐานข้อมูลเรือประมงแล้ว ไม่อยู่
ในบัญชีรายชื่อเรือประมงนอกน่านน้ำไทย ดังนั้น โดยสถานะทางกฎหมายเรือดังกล่าวไม่ใช่เรือไทย ขณะนี้จอดเทียบท่าอยู่ที่เมืองโบซาโซ (Bosasso) อย่างไรก็ดี เรือลำดังกล่าว อยู่ในกิจการทำประมงในน่านน้ำโซมาเลีย และส่งสินค้ากลับมายังประเทศไทย ซึ่งการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำดังกล่าว กรมประมงมีอำนาจและกลไกการตรวจสอบไม่ให้เป็นสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย แม้โดยสถานะทางกฎหมายเรือลำดังกล่าวไม่ใช่เรือไทย แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย  เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยที่ทำงานบนเรือขณะอยู่ในทะเล
   

         เมื่อทราบเหตุ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ได้แจ้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ซึ่งได้มอบหมายให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือประจำกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 มีที่ตั้งอยู่ ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ทราบว่า CTF-151 มีเครื่องบินตรวจการณ์แบบ JN41 ของ กองทัพเรือญี่ปุ่น ขึ้นทำการบินลาดตระเวน โดยมีเส้นทางบินห่างประมาณ 30 – 40 ไมล์ จากเมือง Bosaso และนายทหารประสานงานฯ ได้ร้องขอกองกำลังทางเรือสหภาพยุโรป (EUNAVFOR) ใช้เครื่องมือดักรับสัญญาณช่วยเหลือทางทะเล หรือสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือ ซึ่งอาจเข้าไปทำการช่วยเหลือโดยทันที แต่จากการตรวจสอบทราบว่าเรือประมง WADANI 1 จอดเทียบท่าเรือของโซมาเลีย ในเบื้องต้นจึงคาดว่ายังไม่มีสถานการณ์ที่เป็นภัยอันตรายร้ายแรง
     

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของ ศรชล. ได้สนทนากับลูกเรือ WADANI 1 กลุ่มที่ขอกลับบ้าน 17 คน ในการให้ความช่วยเหลือ และประเมินว่าขณะนี้ยังไม่มีอันตรายร้ายแรงที่จำเป็นต้องแทรก
แซงโดยทันที การปฏิบัติโดยทั่วไปจึงยังต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์ทราบว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า (นายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูต) ได้ประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือประมงดังกล่าว และได้รับการตอบรับจากบุคคลระดับผู้นำของรัฐในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว และจากการเฝ้าฟังอย่างใกล้ชิดทราบว่า ลูกเรือได้รับเสบียงและน้ำเพิ่มเติมแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงการต่างประเทศ กำลังเตรียมการเพื่อดูแลการเดินทางกลับของลูกเรือ โดยประสานงานกับองค์การเพื่อการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ (International Organization for Migration) ทั้งนี้ คาดว่าลูกเรือดังกล่าวจะสามารถเดินทางกลับได้ภายในปลายสัปดาห์นี้    
     

          สำหรับกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 นั้น ไทยได้เคยส่งเรือ อากาศยาน และกำลังพลเข้าร่วมปราบปรามโจรสลัด และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย ถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554 และยังปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 ในกองกำลังผสมทางทะเลของนานาชาติ” (Combined Maritime Force : CMF) เมื่อปีพ.ศ.2555 อีกด้วย
      

         ซึ่งการส่งกำลังเข้าร่วมในระดับนานาชาติเช่นนี้ มีผลทำให้ไทยสามารถประสานการขอความช่วยเหลือได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จะร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้าย จะได้แจ้งให้นายทหารประสานงาน ติดตามความเคลื่อนไหวของเรือต่อไป

*********************************

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว : ประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)