ผู้ใหญ่บ้าน! กอดคอไปกับลูกบ้าน ถอดใจ ปล่อยทิ้งที่นาร้างเป็นพันไร่ อาชีพรับจ้างตกงานระนาว เซ่นพิษน้ำมัน-ปุ๋ยแพง แต่ราคาข้าวถูก

อุทัยธานี – ผู้ใหญ่บ้านกอดคอไปกับลูกบ้าน ถอดใจ ปล่อยทิ้งที่นาร้างเป็นพันไร่ อาชีพรับจ้างตกงานระนาว เซ่นพิษน้ำมัน-ปุ๋ยแพง แต่ราคาข้าวถูก

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย นายรพีรัฐ ถิระการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เผยวิกฤตการณ์นำมันขึ้นราคาไม่หยุด ส่งผลชาวนาต้องเผชิญต้นทุนเพิ่มทุกด้านอย่างหนัก จนล่าสุด เกือบทั้งหมู่บ้านหยุดทำนาซึ่งมีกว่า 3,000 ไร่ จากทั้งหมด 3,116 ไร่ ทิ้งผืนนาให้กลายเป็นที่นาร้างในฤดูกาลนี้ เนื่องจากแบกรับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงไม่ไหว ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูง

เกษตรกรระบุว่า น้ำมันเป็นปัจจัยหลัก เงิน 100 บาท ซื้อน้ำมันได้ไม่ถึง 2 ลิตร ทำให้การสูบน้ำและใช้เครื่องจักรทางการเกษตรมีต้นทุนขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ปัจจัยการผลิตขยับตัว ราคาปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชในท้องถิ่นปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับราคาข้าว ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกอย่าง แต่ราคาข้าวกลับตกต่ำ อยู่ที่เพียง 6,000 กว่าบาทต่อตัน ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ผลกระทบเป็นลูกโซ่จนต้องการหยุดทำนา ปัญหาไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เจ้าของนา แต่ยังลามไปถึงแรงงานรับจ้างในพื้นที่ เช่น กลุ่มรับจ้างตัดข้าวดีด ที่ต้องขาดรายได้ตามไปด้วย เนื่องจากไม่มีการจ้างงาน

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวทิ้งท้ายอย่างสิ้นหวังว่า แม้พื้นที่จะยังมีน้ำและดูเขียวขจี แต่ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยงลงทุนทำนาต่อ เพราะมองไม่เห็นกำไร มีแต่จะจมทุนและแบกภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจปล่อยนาให้รกร้างเพื่อหยุดการขาดทุน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

รวดเร็วราวสายฟ้าฟาด “ตำรวจพัทยา” บุกรวบเครือข่าย “บัญชีม้า” สกัดเงิน 9.85 แสนบาท พร้อมกับล็อก 4 บัญชีม้าบนห้างดังกลางเมืองพัทยา

รวดเร็วราวสายฟ้าฟาด “ตำรวจพัทยา” บุกรวบเครือข่าย “บัญชีม้า” คอยเป็นมือเป็นตีน ข้ารับใช้ขบวนการโฉดชั่วแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สกัดเงิน 9.85 แสนบาท พร้อมกับล็อก 4 บัญชีม้าบนห้างดังกลางเมืองพัทยา ขณะกำลังเบิกถอนเงิน เปลี่ยนถ่ายไปเข้ากระเป๋ามหาโจรออนไลน์
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สภ. เมืองพัทยา (ศปชก.สภ.เมืองพัทยา) จังหวัดชลบุรี ร่วมกับศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ ศูนย์ War Room สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.สุรเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท. ธเนศน์ แสงหิรัญ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา สั่งการให้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปซุ่มดูความเคลื่อนไหว ของขบวนการบัญชีม้า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.20 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์ War Room ว่ามีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยถอนเงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายในธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลบีชพัทยา

จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้ จำนวน 4 คน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายธนา สุทธิรักษ์, นางสาวอนามิกา สวัสดี, นางสาวณัฐวริณฐ์ วงศ์สังข์ และนายพิสิษฐ์ อินทรเทวา โดยแก๊งบัญชีม้าดังกล่าว มีพฤติการณ์ชัดเจนว่าเป็นเครือข่าย รับใช้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โดยพบว่า นายธนา สุทธิรักษ์ ได้ถอนเงินสด จำนวน 985,000 บาท จากธนาคารกสิกรไทยก่อนนำส่งให้ผู้ร่วมขบวนการ เพื่อนำไปฝากต่อยังธนาคารอีกแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานธนาคาร เพื่อระงับธุรกรรมไว้ได้ทันท่วงที และสามารถเข้าควบคุมตัวทั้งหมดไว้ พร้อมของกลางเงินสดจำนวนดังกล่าว

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา นายธนา สุทธิรักษ์ และนายพิสิษฐ์ อินทรเทวิ ในฐาน “ความผิดเกี่ยวกับการยินยอมให้ใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิดทางเทคโน โลยี และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ส่วนอีก 2 คนคือ นางสาวอนามิกา สวัสดี และนางสาวณัฐวริณฐ์ วงศ์สังข์ แจ้งข้อกล่าวหา “ความผิดเกี่ยวกับการจัดหา สนับสนุนบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำความผิด และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ยังเดินหน้าต่อ ด้วยการขยายผลไปยังเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง และเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พร้อมทั้งยังขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อหรือรับจ้างเปิดบัญชี (บัญชีม้า) เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมายและจะถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาที่มีอัตราโทษรุนแรง


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

เชิญเที่ยวงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี” โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี, นายเธียรินทร์ ปัทมนิรันดร์กุล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุวรรณบุรี, นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี, นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี, ผศ.ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี, นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี, นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี, คุณจงกลนี ไชยองค์การ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารศูนย์การค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมงานจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี” เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เทศบาลตำบลท่าระหัด ส่วนราชการทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี และภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ซึ่งปีนี้จัดวันไหลสงกรานต์ วันที่ 16 เมษายน 2569 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้รับรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย

วันที่ 13 เมษายน 2569 พิธีสรงน้ำพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้าวัดไชนาวาส มีขบวนแห่สงกรานต์ ขบวนแห่รถบุปผชาติของส่วนราชการ ทั้ง 10 อำเภอ อย่างสวยงาม ขบวนแห่หลวงพ่อโตทองคำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ วัดป่าเลไลยก์ ขนาดความสูง 23 นิ้ว ปางป่าเลไลย์ โครงสร้างภายในเป็นทองเหลืองหนัก 36 กิโลกรัม หุ้มด้วยทองคำแท้ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ขึ้นประดิษฐ์สถานบนรถที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้สรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ และกราบไหว้สักการะขอพร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

ขบวนแห่รถบุปผชาติเริ่มจากหน้าวัดไชนาวาส บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคลื่อนไปตามเส้นทางถนนพระพันวษา ผ่านสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณ บุรี ที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี แยกนางพิม ไปจนถึงจุดชมขบวนบริเวณสี่แยกหน้าเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ตลอดเส้นทางให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ขอพรและสรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ เพื่อความเป็นสิริมงคลเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ซึ่งจัดให้มีถนนเล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณถนนเณรแก้ว ถนนอาทิวราห์ ถนนนางแว่นฟ้า และถนนรักท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. – 22.00 น. ส่วนวันที่ 13 เมษายน ตั้งแต่เวลา 19.30 น. มีการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ ชิงเงินรางวัลรวม 73,000 บาท พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ ส่วนวันที่ 14-16 เมษายน ที่เวทีกลางมีดนตรีมาแสดงให้ได้ชมกัน เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

เดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก ร้อยใจรักษ์ภูษาศิลป์ถิ่นสามชุก

สุพรรณบุรี – เดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกร้อยใจรักษ์ภูษาศิลป์ถิ่นสามชุก

นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก “ร้อยใจรักษ์ ภูษาศิลป์ ถิ่นสามชุก” ในงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก” ณ เวทีการแสดงสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีนางพรพรรณ ปานเพ็ชร รองนายกเทศมนตรีตำบลสามชุก และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสามชุก กล่าวรายงาน มีนายสุวัฒน์ ปานเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลสาม ชุก, นายจิรศักดิ์ ติณสุวรรณ ปลัดอาวุโสอำเภอสามชุก, นางสาวจิราภรณ์ จันทร์ลอย ปลัดอำเภอสามชุก, นายณพลพงศ์ พันธุ์พฤกษ์ พัฒนาการอำเภอสามชุก, นายสรายุทธ หอมจันทร์ กำนันตำบลหนองผักนาก ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสามชุกและสมาชิกสตรีอำเภอสามชุก ร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

การจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ที่ร่วมอนุรักษ์ศิลปะประเพณี ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน รวมถึงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของอำเภอสามชุกให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอสามชุก และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสามชุกอีกด้วย

สำหรับงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก” จัดไปจนถึงวันที่ 11 เมษายน 2569 ณ บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หน้าโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ภายในงานมีอาหารอร่อยมากมายมาจำหน่าย พร้อมช็อปสินค้า OTOP ของสามชุก แชะ แชท แชร์ เช็คอิน จุดถ่ายรูปภายในงานหลากหลายสไตล์ ซึ่งทุกค่ำคืนจะได้ชมคอนเสิร์ตจัดเต็มทุกวัน ณ เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ตร.สภ.ทองผาภูมิ เร่งขยายผล ใช้รถติดตราราชการขนสแกรมเมอร์จีนเทาส่งพม่า

ล่าสุด ตร.สภ.ทองผาภูมิเร่งขยายผล จนท.ใช้รถติดตราหน่วยราชการ ขนสแกรมเมอร์ชาวจีน ส่งพม่า พร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯเต้น สั่งไล่จนท.ทีโออาร์ ออกทันที พร้อมตั้งกรรมการสอบ ใครเกี่ยวข้องไม่มีละเว้น

จากกรณี จนท.ทหาร ตำรวจ ปกครอง ตั้งด่านร่วมบริเวณ 3 แยกทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้จับกุมนายสาธิต (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะโตโยต้าสีดำ ติดตราโลโก้หน่วยราชการ และมีชาวจีนโดยสารมาภายในรถจำนวน1คน แต่ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน และไม่สามารถสื่อสารภาษาไทย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ โดยนายสาธิตให้ การว่า ได้รับคำสั่งจากบุคคลหนึ่ง ให้ไปรับชาวจีนจากปั๊มน้ำมันในพื้นที่ เพื่อนำส่งต่อไปยังชายแดนด้านบ้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี ข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 เม.ย. 2569 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สั่งการเร่งด่วน ให้ พ.ต.อ.ปริญญา ใคร่ครวญ ผกก.สภ.ทองผา ภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาไปแล้ว ส่วนด้านสำนวนการสอบสวน ก็ต้องขอไม่เปิดเผย จะเสียรูปคดี และได้ทำ การขยายผล สืบสวนว่ามีใครเกี่ยวข้อง เป็นขบวนการหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคง ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ทั้งชาวไทยและชาวจีน ก็ยังควบคุมตัวอยู่ ที่ สภ.ฯ ยังไม่มีญาติหรือใครมาเยี่ยม หรือติดต่อขอประกันตัว และหากมีทางตำรวจก็จะคัดค้านการประตัวอย่างแน่นอน

ส่วน พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี เผยถึงเรื่องนี้ว่า ในส่วนของตน คงต้องรอให้ศาลพิจารณาคดีและพิพากษาก่อน จากนั้นทาง สภ.ทองผาภูมิ จะนำตัวผู้ต้องหาชาวจีน มาส่งให้ตม.กาญจนบุรี เพื่อส่งต่อไปยังส่วนกลางที่ กทม.ดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

ทางด้าน นายราชันย์ บัวตรี ผอ.สบอ.3 บ้านโป่ง เปิดเผยว่าจากกรณี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายสาธิต (สงวนนามสกุล) บุคคลภายนอกหรือทีโออาร์ ที่ปฏิบัติงานให้กับ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ขณะลักลอบนำพาชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง บริเวณจุดตรวจร่วมสามแยกอำเภอทองผาภูมิ พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ซึ่งมีลักษณะติดตราสัญลักษณ์คล้ายหน่วยงานราชการนั้น

จากการตรวจสอบ ขอยืนยันว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่ใช่ของทางราชการ แต่มีการปลอมแปลงติดตราสัญลักษณ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงตรากระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการลำเลียงบุคคลต่างด้าว โดยภายหลังการจับกุม อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหา ปลอมหรือเลียนแบบเครื่องหมายราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกหรือไม่

สำหรับนายสาธิต ผู้ต้องหา เป็นลูกจ้างชั่วคราวทีโออาร์ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมให้ออกจากการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 แล้ว ส่วนที่มีการกล่าวซัดทอดถึงหัวหน้าหน่วยแห่งหนึ่งนั้น เป็นเพียงหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเท่านั้น ซึ่งทางพนักงานสอบสวน จะเรียกไปสอบสวน หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการ กระทำความผิด ก็จะดำเนินคดีตามระเบียบโดยเด็ดขาดต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับในเรื่องนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก สั่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ให้ตั้งกรรมการสอบสวน ในเรื่องนี้ในทันที หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการทั้งวินัยและอาญาอย่างเฉียบขาดโดยไม่มีละเว้น


///////#กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

ตำรวจทางหลวงด่านช้าง จับสิงห์รถบรรทุกพกยาบ้า

สุพรรณบุรี – ตำรวจทางหลวงด่านช้างจับสิงห์รถบรรทุกพกยาบ้า

ร.ต.อ.ณัฐ ปิ่นกระจัน หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงด่านช้าง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ปณิธาน ใจชื้น, ด.ต.ชัยมงคล คล้ายทอง, ด.ต.ธงชัย ศรีเรือน ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ไปตามถนนทางหลวงชนบท สาย สพ.4016 หมู่ 9 ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง พบรถบรรทุก ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 83-7276 สุพรรณบุรี ขับขี่มาโดยรถบรรทุกสิ่งของโดยไม่มีสิ่งปกคลุม และผู้ขับขี่มีลักษณะท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย จึงได้ให้สัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุด เมื่อรถคันดังกล่าวเห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้หยุดรถ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบนายสมพงษ์ อายุ 45 ปีอยู่ ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง เป็นเป็นคนขับ แสดงอาการมีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 9 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกใส ซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษสีขาววางอยู่ตรงกลางเบาะนั่ง ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตุอาการของนายสมพงษ์ฯ มีลักษณะตา ลอย ไม่มีสมาธิเหมือนคนเสพยาเสพติดมา จึงได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของนายสมพงษ์ ผลตรวจพบมีสารเสพติดให้ประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายของนายสมพงษ์ฯ จริง และได้ยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาจริง เพราะตนเสพเพื่อช่วยกระตุ้นให้มีแรง ไม่เช่นนั้นตนขับรถไม่ไหว โดยยาเสพติดดังกล่าวซื้อมาจากเพื่อน ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งขับรถบรรทุกด้วยกัน โดยซื้อยาบ้ามาในราคาเม็ดละ 30 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา 1.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.เป็นผู้ประจำรถ ขับรถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่ง ขณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ดกลมแบน สีส้ม มีอักษรภาษาอังกฤษ wy จำนวน 9 เม็ด จากนั้นได้ทำการควบคุมตัวนายสมพงษ์ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ปฏิบัติการร่วม รวบต่างด้าวชาวจีน ลักลอบเข้าเมือง ใช้รถติดตราสัญลักษณ์ราชการ หวังตบตาเจ้าหน้าที่

กาญจนบุรี – ปฏิบัติการร่วม รวบต่างด้าวชาวจีน ลักลอบเข้าเมือง ใช้รถติดตราสัญ ลักษณ์ราชการหวังตบตาเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งกวาดล้างขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ หรือ “จีนเทา” ที่ลักลอบใช้พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นทางผ่าน มุ่งหน้าไปยังชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังฝั่งเมียนมา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอทองผา ภูมิ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ ผ่านเส้นทางถนนสาย 323 มุ่งหน้าชายแดน จึงตั้งจุดตรวจความมั่นคง กระทั่งพบรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ติดตราสัญลักษณ์คล้ายหน่วยงานราชการ

จากการตรวจสอบ พบชายอายุประมาณ 30 ปี เป็นผู้ขับขี่ และมีชาวจีนโดยสารมาภายในรถจำนวน1คน แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารแสดงตัวตนได้ และไม่สามารถสื่อสารภาษาไทย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ โดยผู้ขับขี่รับสารภาพว่าได้รับคำสั่งให้ไปรับชาวจีนจากปั๊มน้ำ มันในพื้นที่ เพื่อนำส่งต่อไปยังชายแดน

นายศิริวัฒน์ แสงฉวี หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติเขาแหลม เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายสาธิต (สงวนนามสกุล) บุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กับอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ขณะลักลอบนำพาชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง บริเวณจุดตรวจร่วมสามแยกอำเภอทองผาภูมิ พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ซึ่งมีลักษณะติดตราสัญลักษณ์คล้ายหน่วยงานราชการ

จากการตรวจสอบของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ยืนยันว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่ใช่ของทางราชการ แต่มีการปลอมแปลงติดตราสัญลักษณ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงตรากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการลำเลียงบุคคลต่างด้าว

ภายหลังการจับกุม อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหาปลอมหรือเลียนแบบเครื่องหมายราชการ พร้อมมีคำสั่งให้นายสาธิต ออกจากการปฏิบัติงานทันที ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับคำสั่งจากหัวหน้าหน่วยของตนให้ไปรับบุคคลดังกล่าวจากปั๊มน้ำมันในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่และผู้เกี่ยวข้องในความผิดฐานช่วยเหลือซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พร้อมเร่งตรวจสอบเครือข่ายขบวนการทั้งหมด และที่มาของการแอบอ้างใช้สัญลักษณ์หน่วยงานราชการอย่างเข้มงวดต่อไป.


///////#กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

จัดใหญ่รับลมร้อน “Phetchaburi Food & Music Festival” ระหว่างวันที่ 7–9 เมษายน 2569 ณ ลานสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

เพชรบุรี – จัดใหญ่รับลมร้อน “Phetchaburi Food & Music Festival” ระหว่างวันที่ 7–9 เมษายน 2569 ณ ลานสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด ตำบลบ้านลาด อำเภอบ้าน ลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฟรีตลอดทั้ง 3 วัน

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 เมษายน 2569 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลอาหาร ดนตรี เพชรบุรี ( ทรงเพชร PHETCHABURI FOOD & MUSIC FESTIVAL วันที่ 7-9 เมษายน 2569 จัดโดย อำเภอบ้านลาด ณ ลานสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงาน จ.อ. อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต เพชรบุรี เขต 3, นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 1, นางอาภัสสยา แก้วโกศล นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านลาด แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ร่วมในพิธีเปิด

ภายในงานจัดเต็มทั้งกิจกรรมด้านอาหารและดนตรี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะการนำเสนออัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี ที่ยกขบวนร้านดังและของดีของเด็ดมาให้เลือกชิมอย่างหลากหลาย

ขณะเดียวกัน ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่เวทีคอนเสิร์ต ซึ่งรวบรวมศิลปินชื่อดังมาสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน ได้แก่

  • วันที่ 7 เมษายน พบกับ มาลีฮวนน่า, วงไม้ซุง และ Monica
  • วันที่ 8 เมษายน พบกับ บ่าววี, วงฮอลิเดย์ และ YourMood และ
  • วันที่ 9 เมษายน พบกับ คาราบาว, วงแชมเปญ และ หนิง โรวินทร์

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างสีสันและความคึกคักให้กับพื้นที่อำเภอบ้านลาด รวมถึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนเมษายนของจังหวัดเพชรบุรีได้เป็นอย่างดี

ทรงเพชรบุรี #รับลมร้อน #PhetchaburiFoodMusicFestival


/////บรรณรต เพชรบุรี

พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ตรวจเยี่ยม สภ.สรรพยา

วันนี้ 30 มีนาคม 2569 เวลา11.30 น. พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผบก.ภ.จว.ชัยนาทพ.ต.อ.ชูชาติ โสภา รอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ตรวจเยี่ยม สภ.สรรพยา พบพ.ต.ท.ไพฑูรย์ หยวกทอง รอง ผกก.สอบสวน สภ.สรรพยา พงส.เวร, สิบเวร, เสมียนประจำวัน, วิทยุ อยู่ปฏิบัติหน้า ที่ รายงานเหตุการณ์ทั่วไปปกติ

โดยมีข้อสั่งการ ดังนี้

  1. กำชับ ติดตาม เหตุ ว.40 มีผู้เสียชีวิต ภายในพื้นที่ สภ.สรรพยา
  2. กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัด
  3. กำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า อบายมุข และเฝ้าระวังเหตุร้านทอง
  4. ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส สร้างภาพลักษณ์ของตำรวจที่ดี
  5. กำชับ ให้สำรวจ เรื่อง อาคารที่พัก , เบี้ยเลี้ยง,น้ำมัน,สิทธิประโยชน์ต่างๆของผู้ใต้บังคับบัญชา
  6. กำชับ กวดขัน สอดส่อง ความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชา ตามคำสั่ง ตร. 1212/37
  7. กำชับให้สถานีตำรวจ มีความสะอาด สะดวก พร้อมให้บริการประชาชน และพร้อมรอรับการตรวจของผู้บังคับบัญชา ตลอดเวลา

#ภ.จว.ชัยนาท


“จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งฯ” จับมือ CEMCO ลงนาม MOU ดัน Solar Rooftop บ้านเอื้ออาทร ปั้นต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดแห่งอนาคต

“จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งฯ” จับมือ CEMCO ลงนาม MOU ดัน Solar Rooftop บ้านเอื้ออาทร ปั้นต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดแห่งอนาคต

บริษัท จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์เอนเนอร์จี จำกัด ผนึกกำลัง บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด (CEMCO) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และในพื้นที่บริ้เวณบ่อหน่วงน้ำทิ้งซึ่งเป็นพื้นที่ว่างที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ในโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นกลุ่มบ้านเอื้ออาทร ยกระดับสู่ “ชุมชนพลังงานสะอาด” อย่างเป็นรูปธรรม

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กรร่วมลงนามอย่างเป็นทางการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาด และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในระดับชุมชน ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ อาทิ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ปั๊มน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น เบื้องต้นจะเริ่มดำเนินโครงการนำร่องที่ “บ้านเอื้ออาทร ร่มเกล้า” เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบ Green Community ก่อนขยายผลไปยังโครงการอื่นในอนาคต

ภายใต้กรอบความร่วมมือ บริษัท จิตร วิไลย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์เอนเนอร์จี จำกัด จะเป็นผู้ลงทุน ออกแบบ ติดตั้ง และบริหารจัดการระบบ Solar Rooftop แบบครบวงจร ขณะที่นิติบุคคลของโครงการจะได้รับประโยชน์จากการใช้พลังงานสะอาด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน และสร้างความมั่นคงด้านค่าใช้จ่ายส่วนกลางในระยะยาวนอก จากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอนาคต โดยเตรียมติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ภายในโครงการ ใช้พลังงานจาก Solar Rooftop เป็นแหล่งจ่ายหลัก รองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ พร้อมเพิ่มความคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อีกทั้ง โครงการยังนำเทคโนโลยี Digital Twin มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงานแบบอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและกระจายการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะการบริหารพลังงานส่วนเกิน (Energy Sharing) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น รองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของผู้อยู่อาศัย ช่วยแก้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และยกระดับความสะดวกสบายในชุมชน

ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันโครงการบ้านเอื้ออาทรสู่การเป็น “ชุม ชนพลังงานสะอาด” อย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว โดยทั้งสองฝ่ายมีแผนขยายผลโครงการไปยังพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่องในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน