
รวดเร็วราวสายฟ้าฟาด “ตำรวจพัทยา” บุกรวบเครือข่าย “บัญชีม้า” คอยเป็นมือเป็นตีน ข้ารับใช้ขบวนการโฉดชั่วแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สกัดเงิน 9.85 แสนบาท พร้อมกับล็อก 4 บัญชีม้าบนห้างดังกลางเมืองพัทยา ขณะกำลังเบิกถอนเงิน เปลี่ยนถ่ายไปเข้ากระเป๋ามหาโจรออนไลน์
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สภ. เมืองพัทยา (ศปชก.สภ.เมืองพัทยา) จังหวัดชลบุรี ร่วมกับศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ ศูนย์ War Room สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.สุรเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท. ธเนศน์ แสงหิรัญ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา สั่งการให้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปซุ่มดูความเคลื่อนไหว ของขบวนการบัญชีม้า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.20 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์ War Room ว่ามีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยถอนเงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายในธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลบีชพัทยา
จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้ จำนวน 4 คน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายธนา สุทธิรักษ์, นางสาวอนามิกา สวัสดี, นางสาวณัฐวริณฐ์ วงศ์สังข์ และนายพิสิษฐ์ อินทรเทวา โดยแก๊งบัญชีม้าดังกล่าว มีพฤติการณ์ชัดเจนว่าเป็นเครือข่าย รับใช้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โดยพบว่า นายธนา สุทธิรักษ์ ได้ถอนเงินสด จำนวน 985,000 บาท จากธนาคารกสิกรไทยก่อนนำส่งให้ผู้ร่วมขบวนการ เพื่อนำไปฝากต่อยังธนาคารอีกแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานธนาคาร เพื่อระงับธุรกรรมไว้ได้ทันท่วงที และสามารถเข้าควบคุมตัวทั้งหมดไว้ พร้อมของกลางเงินสดจำนวนดังกล่าว
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา นายธนา สุทธิรักษ์ และนายพิสิษฐ์ อินทรเทวิ ในฐาน “ความผิดเกี่ยวกับการยินยอมให้ใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิดทางเทคโน โลยี และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ส่วนอีก 2 คนคือ นางสาวอนามิกา สวัสดี และนางสาวณัฐวริณฐ์ วงศ์สังข์ แจ้งข้อกล่าวหา “ความผิดเกี่ยวกับการจัดหา สนับสนุนบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำความผิด และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ยังเดินหน้าต่อ ด้วยการขยายผลไปยังเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง และเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พร้อมทั้งยังขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อหรือรับจ้างเปิดบัญชี (บัญชีม้า) เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมายและจะถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาที่มีอัตราโทษรุนแรง
ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน
