“รวบโจ๋ ซิ่งเก๋ง พกปืน กระสุนอื้อ”

      วันนี้ 11 กค.2562 เวลาประมาณ 15.00 น. พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.สน.บุคคโล สั่งการให้ฝ่ายจราจร นำโดย พ.ต.ท.ชยันต์ เบ็ญจาธิกุล รอง ผกก.จร.ฯ พ.ต.ต.อัครพล ถิรพงศานุรักษ์ สว.จร.ฯ พร้อมทีม จร.ร่วมกันกวดขันป้องกันอาชญากรรม และสามารถจับกุมตัวนาย ธานิน ธเนศว์พร อายุ 33ปี พร้อม อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด9 มม.1กระบอก แมกกาซีน 2 อัน กระสุน34 นัด จับกุมที่บริเวณถนนมไหสวรรย์ ใกล้แยกบุคคโล จึงนำตัวผตห.พร้อมของกลางส่ง พนง.สอบสวนดำเนินคดีต่อไป…


ขอบคุณ​ข้อมูล​ข่าวสาร​

cr.ป๋าหรั่ง/ฝั่งธน​ “ผู้​สื่อข่าว​หนังสือ​พิมพ์​พิมพ์​ไทย”
ธีรพล​ ปลื้มถนอม​ รายงาน

ปคม.รวบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังในเชียงใหม่ หนีคดีตุ๋ยเด็ก

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 11 ก.ค.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้า​มนุษย์​ (บก.ปคม.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผบก.ปคม.)​ และพัน​ตำรวจ​เอก​ มานะ กลีบสัตบุศย์,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (รอง​ผบก.ปคม.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ มารุต กาญจนขันธกุล ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผกก.1 บก.ปคม.) และพัน​ตำรวจ​ตรี​ ต่อสกุล แสนสุรีย์รังสิกุล สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (สว.กก.1 บก.ปคม.)​

      ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมพระครูสีลธาดาธีรเดช ขจรสุข หรือนายธีรเดช ขจรสุข อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 716/2559 ลงวันที่ 5 ต.ค.59 ในฐานความผิด “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำชำเราเด็กอายุเกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน,กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยจับกุมได้ที่ วัดสายวารี ต.เสด็จ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี

      พ.ต.ต.ต่อสกุลฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อราวเดือนพ.ย.56 ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 14 ปี จำนวน 8 ราย เข้าแจ้งความและขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก สตรี และเยาวชน และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ตำรวจภูธรภาค 5 ว่าถูก ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งขณะนั้นได้ใช้ชื่อว่าพระธีรเดช สีลธโร เจ้าอาวาสวัดสันป่าสัก จ.เชียงใหม่ พร้อมพวกซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดชื่อดังทางภาคเหนือ ประกอบไปด้วยอดีตพระครูปลัดเปี๊ยก โอกาโส อายุ 54 ปี เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่, อดีตพระครูประภัสร์วรการ อายุ 60 ปี เจ้าอาวาสวัดกู่ป่าลาน จ.ลำพูน, อดีตพระครูวิทิตรัตนคุณ หรือเสาร์แก้ว เกี๋ยงหล้า อายุ 49 ปี เจ้าอาวาสวัดบุปผาราม จ.เชียงใหม่,, อดีตพระจำรัส อธิมุตโต หรือ จำรัส วิรัญชัย อายุ 59 ปี เจ้าอาวาสวัดท่าผา จ.เชียงใหม่ และอดีตพระดำ หรือ นายธวัชชัย มูลปานันท์ อายุ 45 ปี อดีตพระลูกวัดบุปผาราม จ.เชียงใหม่ ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายทางทวารหนัก ผ่านการออกอุบายจากพระดำ หรือพระชัย หรือนายธวัชชัย มูลปานันท์ หนึ่งในผู้ต้องหาในคดีนี้ว่า จะพาไปอยู่ด้วยมีเงินมีทองให้ใช้ แต่แท้จริงแล้ว กลับพาไปให้ กลุ่มของผู้ต้องหาบังคับข่มขืนกระทำชำเรา โดยสนนราคาที่ 300​ บาท เหตุเกิดระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย. ปีเดียวกัน

      ต่อมาตำรวจบช.ภ.5 ได้ทำการจับกุมได้ทั้งขบวนการ ซึ่งภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล พบผู้เสียหายเพิ่มอีกหลายราย จึงขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นลักษณะต่างกรรมต่างวาระ และทราบว่าได้หลบหนีออกจากพื้นที่ภาคเหนือ ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคม. สืบทราบว่า กลับมาบวชใหม่อีกครั้งที่วัดดังกล่าว โดยใช้ชื่อพระครูสีลธาดาธีรเดช ขจรสุข จึงนำกำลังเข้าจับกุม ทั้งนี้จากการสอบปากคำได้ให้การปฎิเสธ จึงเชิญตัวให้พระสังฆาธิการ จับศึก และนำตัวส่งดำเนินคดี ที่ สภ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบตำรวจ​นอกแถวร่วมกันจ้างวานฆ่า

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 11 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)​ มีรายงานจากกกองปราบปราม เมื่อวานนี้ว่า พลตำรวจ​โท​ สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​สอบสวน​กลาง​ (ผบช.ก.)​ ได้สั่งการให้ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​พร้อมด้วย​ พันตำรวจ​เอก​ สันติ ชัยนิรามัย,พัน​ตำรวจ​เอก​ สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์,พัน​ตำรวจ​เอก​ สุวัฒน์ แสงนุ่ม,พัน​ตำรวจ​เอก​ เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (รองผบก.ป.) และ​ พันตำรวจ​เอก​ เนติ​ วงษ์กุหลาบ​ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5​ บก.ป.)​

      ร่วมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.5.บก.ป. จับกุมตัว ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ ภาคภูมิ หรือ หยอง ทองแจ้ง อายุ 48 ปี รองสวป.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี​ และน.ส.เพชรรัตน์ ตั้งสิริเมธาพร 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 973-974 /2562 ในข้อหาร่วมกันจ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยสามารถจับกุม​ ร.ต.อ.ภาคภุมิฯ ได้ที่ กองบังคับการ​ตำรวจ​ภูธร​จังหวัด​ราชบุรี​ (บก.ภ.จว.ราชบุรี)​ ส่วน น.ส.เพชรรัตน์ฯ จับ​กุมได้ที่ร้านทองบิ๊กเซ่งเฮง ถนน ประชานิยม ต.บ้าโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  

     โดยคดีนี้สืบเนื่องจากมาเมื่อวันที่ 2 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา ได้มีนายอนุพันธ์ ทวีสิทธิศักดิ์ เจ้าของร้านทองแสงเจริญ ในอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้เข้ามาร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.จิรภพฯ ว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 เมษายน​ 2562​ ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 3 คน ใช้เหล็กฝังน็อตรุมตี ที่ลานจอดรถห้างโลตัส สาขาบ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยมีคนร้ายอีกคนทำหน้าที่คุมเชิงใช้ปืนจี้ ข่มขู่ลูกน้องในร้านทองที่มาด้วย​ และพยายามจะเข้าช่วยเหลือ กระทั่งมีคนในห้างโลตัส ออกมาดูจำนวนมากคนร้ายจึงพากันหลบหนีไป หลังเกิดเหตุลูกน้องได้พาไปรักษาตัว เบื้องต้นพบว่าสมองบวม มีอาการตับฉีก ม้ามฉีก กระดูกซี่โครงหัก แขนหัก รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล​หลายเดือนจนกระทั่ง​อาการเริ่มดีขึ้น
      หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี​ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ที่ก่อเหตุได้ทั้ง 4 คน จากนั้นได้ขยายผลไปถึงผู้จ้างวาน โดยคนร้าย ได้ชี้รูปไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งของสภ.บ้านโป่ง หลังจากนั้นเรื่องได้เงียบหายไป​ โดยไม่มีการออกหมายจับเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งที่ผู้ต้องหาให้การซัดทอดยืนยัน เวลาผ่านมา​ 2 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าจึงได้มาร้องขอให้เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​กองปราบปราม​ ช่วยเหลือทำคดีนี้แทนตำรวจ​ท้องที่​ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความป็นธรรมเนื่องจากผู้จ้างวานเป็นคนมีสี รับราชการอยู่ในพื้นที่  

      สำหรับสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก​ นายอนุพันธุ์ฯ ได้หย่าร้าง​ กับน.ส.เพชรรัตน์ฯ ที่อยู่กินกันมาเกือบ 20 ปี มีบุตรด้วนกัน 2 คน โดยนายอนุพันธ์ฯ ได้ยกร้านทองให้กับภรรยาไปใช้ทำมาหากิน หลังจากแยกกันอยู่​ ได้ 3 ปี ได้มีร.ต.อ.ภาคภูมิฯ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายอนุพันธ์ฯ เข้าไปคอยช่วยเหลือดูแล​ น.ส.เพชรรัตน์ฯ จนกระทั่ง​ต่อมาภรรยาเก่าได้ยื่นฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินกันเรื่อยมา แต่ตนไม่ยอมยกให้ ต่อมาได้เกิดเรื่องกับนายโกมลรัตน์ รุ่งเรือง น้องชายผู้เสียหาย ได้ถูกคนร้าย 2 คน ลอบตีได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคม 2562​ ที่ผ่านมา​ เนื่องจากเอารถของนายอนุพันธ์ฯ​ ไปใช้อีกด้วย

      จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ได้ให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวไปผลัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาฯ พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นข้าราชการในพื้นที่ เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยาน เบื้องต้นศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ผู้ต้องต้องหาเป็นข้าราชการในพื้นที่ จึงเห็นตามคำร้องของพนักงานสอบสวน

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โฆษกนครบาลพบปะสื่อมวลชน​ ร่วมสัมนาแลกเปลี่ยนความเห็น​ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจทักษะด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 11​ ก.ค.62​ เวลา​ื11.30​ น.​ ณ ห้องบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ​ : กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พลตำรวจ​ตรี​ จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.)​ ในฐานะโฆษก กองบัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ ได้จัดให้มีการสัมมนาตามโครงการอบรมด้านการประชาสัมพันธ์ แก่ทีมโฆษก รองโฆษก ผู้ช่วยโฆษกและคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ ในสังกัดกอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล (บช.น.)​ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจทักษะด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์และประสบการณ์เกี่ยวกับการทำหน้าที่โฆษก​ และการเป็นผู้แทนหน่วยงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จำนวน 241 นาย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 ก.ค.62 เวลา 09.00-16.00 น.

      ในการนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมเสวนากับสื่อมวลชน สัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “สื่อมวลชนกับการประชาสัมพันธ์ของ กองบัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​” โดยมีสื่อมวลชนหลายแขนงเข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้​ กว่า​ 50​ คน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กรมทหารม้าที่4รักษาพระองค์ฯ อบรมศิลธรรมวัฒนธรรมทหารฝังธรรมะ​ บรรยายธรรมประจำเดือน

วันที่ 10​ กรกฎาคม 2562 เวลา 13.00 น. พันเอกศรัณย์ รอดบุญธรรม ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ เป็นประธานในพิธีอบรมศีลธรรมวัฒนธรรมทหาร ประจำเดือน โดยรับฟังธรรมะบรรยายจากพระอาจารย์ ดร.พิภพ พลวฑฒโน วัดเขาแก้วธรรมมาราม อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี มีผู้บังคับกองพัน นายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน หน่วยขึ้นตรงกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ กองพันทหารม้าที่ 17 กรมทหารม้าที่ 1​ รักษาพระองค์ฯ และกองพันทหารม้าที่ 27 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ เข้าร่วมในพิธีฯ จำนวน 200 นาย
      การอบรมศีลธรรมฯ ในครั้งนี้ นอกจากเป็นการปฏิบัติตามระเบียบของการอบรมศีลธรรมวัฒนธรรมทหาร (ยามปกติ) ของกองทัพบกที่กำหนดให้มีการอบรมด้านศีลธรรมแก่กำลังภายในหน่วยอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งแล้ว ยังเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ ที่มุ่งมั่นส่งเสริมสนับสนุนการปลูกฝังเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกำลังพลให้มีพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม อันจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของกองทัพบกต่อไป
กิจกรรมในครั้งนี้ ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4​ รักษาพระองค์ฯ ได้เป็นผู้นำและเชิญชวนกำลังพลทุกนายร่วมกันบริจาคปัจจัยร่วมทำบุญบูชากัณฑ์เทศน์ตามกำลังศรัทธา เพื่อเป็นการสร้างกุศลความดีร่วมกัน และฝึกให้กำลังพลรู้จักเสียสละแบ่งปันตามหลักศาสนา​
      จากนั้น พ.อ.ศรัณย์ รอดบุญธรรม ผบ.ม.4 รอ. และคุณอมรรัตน์ รอดบุญธรรม ประธานสมาคมแม่บ้าน พล.ม.2 รอ. สาขา ม.4 รอ. พร้อมด้วย ผบ.นขต.ม.4 รอ.​ ร่วมเดินรณรงค์ต้านยาเสพติดในพื้นที่เขตรับผิดชอบ​ มีนักเรียน​ร่วมเดินรณรงค์ตลอดที่พักร่วมเปิดงานตลาด”ร่วมใจ ของใช้แบ่งปัน” โดย ม.4 รอ. ทำการเปิดร้านขายของราคาต่ำกว่าราคาปกติตามท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือรายจ่ายของกำลังพลของหน่วย ณ สนามเด็กเล่น ท่านผู้หญิงประภาศรี กำลังเอก ม.4 พัน.5 รอ. อีกด้วย

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

กองทัพเรือ ขับเคลื่อนสืบสานต่อยอดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อ 10 ก.ค.62 กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ดำเนินการติดตามตามนโยบายของผู้บัญชา​การทหาร​เรือ ด้านการส่งเสริมความจงรักภักดี ปกป้องสถาบัน สิ่งที่เป็นพระราโชบาย หรือสิ่งที่มีพระราชดำริ ต้องแปลงไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ และไม่มีข้อบกพร่อง ในการขับเคลื่อนสืบสานต่อยอดในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการจัดการ ดิน น้ำ ป่า ภายใต้แนวคิดการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของ หน่วยบัญชาการ​นาวิกโยธิน​ กองทัพเรือ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จังหวัดจันทบุรี โดยมี นาวาเอก พลวัต ดารานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ผู้แทนเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ พร้อมทั้ง คุณสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์ ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ/รองหัวหน้าคณะทำงานเผยแพร่องค์ความรู้อินทรีย์​วิถีไทยของกองทัพเรือ และคณะฯ บรรยายชี้แนะแนวทาง เพื่อดำเนินการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่กองทัพเรือ ให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี รายงาน
ภาพ/ข่าว กองกิจการ​พลเรือน​ สำนัก​กิจการ​พลเรือน​ กรม​กิจการ​พลเรือน​ทหารเรือ​

สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร ร่วมกับจังหวัดมุกดาหาร จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และรับบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ

      จังหวัดมุกดาหาร จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และรับบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชภิเษก โดยมีสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร กาชาดมุกดาหาร ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

      ที่หอประชุมอําเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร นายสันธาน สร้อยสำโรง ปลัดจังหวัดมุกดาหาร ได้เป็นประธาน เปิดโครงการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และรับบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องใน โอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีนายจักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงานและนำบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม

      เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงมีต่อการแพทย์ การสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องสุขภาพอนามัย พระองค์ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริต่างๆครอบคลุมทั้งงานด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาโรค การฟื้นฟู เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยเหลือสนับสนุนการบริหารงานโรงพยาบาล ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร ให้มีความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติส่วนรวม และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธี บรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

      โดยในโครงการฯ ในครั้งนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมใบริการประชาชน 2 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย 1กิจกรรมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ที่มีการให้บริการการแพทย์ทั่วไป บริการทันตกรรม บริการตรวจตา บริการปรึกษาสุขภาพจิต และ 2 กิจกรรมรับบริจาคโลหิต ซึ่งมีการรับบริจาคโลหิต รับบริจาคอวัยวะและรับบริจาคดวงตา โดยทั้ง 2 กิจกรรมนี้ มีนักเรียน นักศึกษาประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก.


เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

วช.ร่วมจังหวัดนครสวรรค์ เสริมสร้างความเข้มแข็งวิสาหกิจชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรมเครื่องอบแห้งเมล็ดพันธุ์พืช

      สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)มุ่งสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับจังหวัดนครสวรรค์และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่มอบ “เครื่องอบแห้งแบบถังทรงกระบอกหมุนด้วยรังสีอินฟราเรด” แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวฟ่างหางกระรอก ตำบบลำพยนต์ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นางวัชราภรณ์ แตงหมี นายอำเภอตากฟ้า ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับและเป็นผู้รับมอบ และผศ.ดร.จักรมาส เลาหวาณิช นักวิจัยกล่าวรายงานถึงการพัฒนานวัตกรรมโดยการสนับสนุนของ วช. ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ณ พื้นที่ทำการเกษตรของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวฟ่างหางกระรอก ตำบลลำพยนต์ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เครื่องอบแห้งเมล็ดพันธุ์พืช ช่วยลดระยะเวลาในการลดความชื้นลง1ใน3 และเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการอบมีคุณภาพดี สามารถเพิ่มมูลค่าทางการตลาด สามารถรองรับปริมาณผลผลิตในปริมาณมากถึง 12 ตันต่อวัน นวัตกรรมเครื่องอบเมล็ดพันธุ์ ได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ผลงานประดิษฐ์คิดค้นสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา และรางวัลเวทีนานาชาติจากเจนีวา

# ศุภเดช ธนูศร/ ข่าว/สภท.54ปี

ประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน คลองใหญ่ – เกาะกง

       วันที่ 10 ก.ค. 62 นายศุภมิตร ชิณศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยนายไพฑูรย์ พราหมเกษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง ร่วมกันเปิดประชุมโครงการประสานงานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน คลองใหญ่ – เกาะกง (BLO : Border Liaison Office Klong Yai – Koh Kong) ประจำปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจังหวัดตราด โดยอำเภอคลองใหญ่ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีนายพีระ การุณ นายอําเภอคลองใหญ่ เจ้าหน้าที่มีฝ่ายไทย นายฮะ เลง นายอําเภอมลฑลสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่กัมพูชา กว่า 30 คนเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมโรงแรมพบทะเลรีสอร์ท ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
      สำหรับการประชุมการประสานงานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน ไทย – กัมพูชา (สป.ชด.คลองใหญ่ – เกาะกง) ในครั้งนี้ เป็นการพบปะ และประสานความร่วมมือ ในการนำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติด รวมทั้งการประสานการปฏิบัติของทั้งสองประเทศ ให้สามารถปฏิบัติงาน เรียนรู้ทักษะ หรือเทคนิคการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ BLO ให้สามารถเชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในการร่วมกันปราบปรามปัญหายาเสพติด ที่จะมีการจัดชุดเฝ้าระวังและปราบปรามยาเสพติดร่วมกัน อย่างไรก็ตามนอกจากการประชุมโครงการประสานงานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน คลองใหญ่ – เกาะกง ในครั้งนี้ทางจังหวัดตราด ยังได้มอบชุดอุปกรณ์ตรวจสารเสพติดให้กับจังหวัดเกาะกง อีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พนักงานโรงงานจ่อยิงรองผู้จัดการในโรงงานหลังมีเรื่องบาดหมางกัน

      เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 10 กรกฎาคม 62 พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธวัชชัย ล่ามกิจจา รอง.ผกก.(ป) พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี สว.สส.และชุดสืบสวน สายตรวจหนองกี่ สภ.กบินทร์บุรี ร่วมกันจับกุมตัวนายสันติสุข (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนลูกโม่แบบไทยประดิษฐ์ ขนาด.22 พร้อมปลอกกระสุนที่ยิงแล้ว 2 ปลอก และหัวกระสุนขนาดเดียวกัน 1 หัว จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน หลังจากก่อเหตุยิง รองผู้จัดการโรงงานเดียวกันได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในโรงผลิตโรงงานแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ม.9 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
      ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือนายบุญลือ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี รองผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณแผ่นหลังและราวนมซ้ายจำนวน 2 นัด กระสุนเจาะผิวหนังบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำตัวส่ง รพ.กบินทร์บุรี ไปก่อนหน้านั้น จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายสันติสุข ผู้ก่อเหตุ ได้เตรียมการมาอย่างดี ขณะเข้าทำงานได้พกพาอาวุธปืนติดตัวเข้าไปในโรงงานด้วยเพื่อไปล้างแค้นนายบุญลือ ที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน จนกระทั่งพักเที่ยงนายสันติสุข ได้นำปืนที่ซุกซ่อนไว้ในตู้ล็อคเกอร์ออกมาจ่อยิงด้านหลังของนายบุญลือ ขณะที่เดินอยู่ในไลน์ผลิตของของโรงงาน จำนวน 2 นัดซ้อน จนได้รับบาดเจ็บ หลังจากก่อเหตุพยายามจะหลบหนี รปภ.ที่เห็นเหตุการณ์จึงควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มารับตัวไปดำเนินคดี
      ด้านนายสันติสุข อ้างว่า ตนมีความโกรธแค้นกับนายบุญลือ มาก่อน เพราะก่อนหน้านั้นนายบุญลือ ได้ใช้คนมายิงตนบริเวณที่หอพักยิงจนหมดแม็คแต่กระสุนพลาดไม่ถูก เหตุเกิดมาประมาณ 1 เดือนเศษ สาเหตุเกิดจากที่ตนมาสมัครงานแต่ถูกนายบุญลือ ขู่ว่าเคยฆ่าคนมาแต่ไม่ติดคุก หลังจากถูกขู่ด้วยความโกรธแค้นตนจึงติดต่อซื้อปืนกระบอกดังกล่าวมาในราคา 15,000 บาท วันนี้หลังจากพักเที่ยงเห็นนายบุญลือเดินมาในไลน์ผลิต จึงไปหยิบปืนที่ซุกไว้ในตู้ล็อคเกอร์ออกมายิงหวังว่าจะยิงให้ตายเพื่อให้สมกับความแค้น แต่กระสุนมีแค่ 2 นัด ส่วนพ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี สว.สส. สภ.กบินทร์บุรี ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสันติสุข 1.พยามฆ่า 2.มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.พกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ได้รับอนุญาต 4.ยิงปืนในหมู่บ้านในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนนายสันติสุข ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกับส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก