หมู่บ้านควนพุนได้เกิดความแห้งแล้ง ทำให้เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำภาคการเกษตรเป็นอย่างหนัก

     เนื่องจากเมื่อกลางปี พ.ศ. 2559 หมู่บ้านควนพุนได้เกิดความแห้งแล้ง ทำให้เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำภาคการเกษตรเป็นอย่างหนัก ทางคณักรรมการหมู่บ้าน นำโดยท่านกำนันอุดม หนูรักษา กำนันตำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎธานี ได้ทำหนังสือถึง ฯพณฯท่านภิญญา ช่วยปลอด ได้ประสานงานกับกรมชลประทานและได้ให้กรมชลประทานเข้ามาทำประชาคม ณ บ้านควนพุน หมู่ที่7 คำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นได้มอบหมายให้กรมชลประทานเขต 15 จังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าดำเนินการเขียนแบบในการก่อสร้าง หลังจากนั้นท่าน ฯพณฯท่านภิญญา ช่วยลอด ได้ประสานงานกับกรมชลประทาน ตลอดจนได้รับงยประมาณในการก่อสร้างในปี 2562 เนื้อที่ก่อสร้างโดยประมาณ 90 ไร่ และได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2562 ประโยชน์ทีาได้รับจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแอ่งอโศก เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำอำเภอ ราษฎรมีน้ำใช้ในภสคการเกษตรอย่างพอเพียง เป็นแหล่งน้ำดิบในการทำประปาหมู่บ้านได้ทั้งอำเภอ และพี่น้องในอำเภอชัยบุรีจะไม่มีวันขาดน้ำอุปโภคบริโภคในอนาคต จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบ งบประมาณที่กรมประทานมอบให้ลงมา ณ บ้านควนพุน หมู่ที่7 ตำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในครั้งนี้ด้วย และได้กำหนดพิธีเปิดอ่างเก็บน้ำแอ่งอโศก อย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2562 โดยมีฯพณฯท่านภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการพานิชย์และนายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรักษ์ นายอำเภอชัยบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโดยจะเริ่มพิธีเปิดในเวลา 9.00 น.ณ อ่างเก็บน้ำแอ่งอโศก จะมีการปล่อยพันธ์ปลา ประมาณ 200,000 ตัวและตอนเย็นจะมีกิจกรรมแสดงบนเวทีของกลุ่มสตรี และการแสดงของกลุ่มผู้สูงอายุตำบลชัยบุรี จึงขอเชิญประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครังนี่ด้วย

หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ และ ประชาชนจิตอาสา๙๐๔ ทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ทำความสะอาดฉีดน้ำล้างพื้นผิวถนน บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ( ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนค

     วันศุก​ร์ที่​ 13 กรกฎาคม​ 2562 เวลา 08:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ​ฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ (เขตพระนคร) ร่วมกับ จนท.ทหาร จนท.ตำรวจ (สน.ชนะสงคราม) และ ประชาชนจิตอาสา 904 ร่วมทำกิจกรรม​จิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างพื้นผิวถนน และ ทางเดินบนฟุตบาท บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ( ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม.

     ทั้งนี้กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความปรองดอง สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้ง เพื่อให้มีความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และ ประชาชน

     เบื้องต้นกิจกรรมในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ดังกล่าว ทรงได้พระราชทานตามแนวพระราชดำริ ( ศอญ. ) ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทำงานระหว่าง หน่วยงานราชการในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า เพื่อให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ ให้ประชาชนคนในชาติ ในชุมชน ได้มีความสุขอย่างยั่งยืน เพื่อได้สนองปณิธานพระราชทานที่ว่าให้ “รักษา สืบสาน ต่อยอด” เพื่อทำประโยชน์ให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจ ทำความดีในหมู่ ประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสนองในปณิภานตามแนวทางพระราชดำริในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ…

สำนักงานเขตพระนคร #เราทำความดีด้วยหัวใจ#ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ประชาชนจิตอาสา๙๐๔#ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ทำความสะอาด#สนองปณิธานพระราชทาน #รักษาสืบสานต่อยอด”

ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส. 1 เขตพระนคร” รายงาน

ชมรมวิทยุมดดำนาวี สมาคมการประมง 3 สมุทร ” ตาสับปะรดในทะเล

      ในวันนี้ 14 ก.ค.62 พล.ร.ต.พิชัย ล้อชูสกุล เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี ผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะ หน.ชมรมวิทยุมดดำนาวี ทัพเรือภาคที่ 1 น.อ.ชำนาญ พวงเพชร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 และคณะชมรมวิทยุมดดำนาวี ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เดินทางมาเยี่ยมและพบปะพี่น้องชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ สมาคมประมงสมุทรสงคราม และสมาคมการประมงสมุทรสาคร โดยมีหัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง 3 สมุทร นายกสมาคมการประมง และสมาชิกชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงทั้ง 3 สมุทร ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
ในส่วนของการเข้าเยี่ยมพบปะชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ ณ หอประชุมสมาคมการประมงสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มี น.อ.จิตรพล ไชยวงศ์ หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงสมุทรปราการ นายกสมาคมการประมงสมุทรปราการ และสมาชิกชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือถึง ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติต่างๆ ของชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ
     พล.ร.ต.พิชัย ล้อชูสกุล กล่าวว่าชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ สมาคมการประมงสมุทรสงคราม และสมาคมการประมงสมุทรสาคร เปรียบเหมือนตาสับปะรดในทะเล ที่สามารถช่วยสอดส่องดูแล ขณะทำการประมงอยู่ในท้องทะเล เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ต่างๆ  อาทิ เรือประมงอับปาง ผู้ประสบภัยในทะเล การกระทำความผิดกฎหมายทางทะเล เรือประมงที่ได้รับอุบัติเหตุ  เรือสินค้าที่ลักลอบปล่อยของเสียลงทะเล หรือเรือประมงต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย
      จะเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับชมรมวิทยุมดดำนาวีทัพเรือภาคที่ 1 หรือเรือรบทหารเรือในทะเล หรือทางวิทยุสื่อสารมดดำ Super Star ช่อง 21 C ความถี่ 156.800 เมกะเฮิรตซ์ หรือโทรศัพท์แจ้งเหตุ 038-438008 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อที่จะสามารถเข้าปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือได้ในทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่กล่าวไว้ว่า ประชาชนเดือดร้อนหรือมีภัยที่ใด จะมีทหารเรืออยู่ที่นั่น และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน และในโอกาสเดินทางมาพบปะเยี่ยมเยียน ชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมง 3 สมุทร ” ตาสับปะรดในทะเล ของกองทัพเรือในวันนี้ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและดียิ่ง จากพี่น้องชาวประมงทั้ง 3 สมุทร

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กศน.อําเภอคลองใหญ่และ กศน. อําเภอแหลมงบเข้าค่ายโครงการเพื่อพัฒนาทางวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562

      ที่ศูยน์ราชการุณย์ สภากาชาดไทยเขาล้าน เมื่อเวลา 10.00 น. นายเจริญ ชลาลัย รองนายก อบจ.ตราด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเข้าค่ายเพื่อพัฒนาทางวิชาการ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัย อําเภอคลองใหญ่และอําเภอแหลมงบ พร้อมด้วยนายภาสกร ชมภูบุตร ผอ.การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอแหลมงบ กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ โดยมีนายณฤทธิ์ พูลกลาง ผอ.การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอคลองใหญ่ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอคลองใหญ่และอําเภอแหลมงบ จํานวน 200 คน ร่วมในพิธี ทั้งนี้ด้วยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอคลองใหญ่ และอําเภอแหลมงบ ร่วมกันจัดทําโครงการดังกล่าวขึ้นเป็นประจําทุกปี ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้ กศน.ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับคนไทยอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมทั่วถึง และมีคุณภาพด้านการจัดการศึกษา ในการจัดการศึกษาปีงบประมาณ 2562 โดยสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งในส่วนของสํานักงาน กศน.ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้เป็นค่าหนังสือและค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของสํานักงาน กศน.ดังกล่าว สําหรับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัย มีจุดเน้นทางด้านการจัดหาแบบเรียนและการจัดกิจกรรม สําหรับพัฒนาเรียนรู้ โดยการจัดเข้าค่ายเพื่อพัฒนาทางวิชาการ นํากิจกรรมทางวิชาการมาฝีกอบรมให้ความรู้กับนักศึกษา เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2562 โดยใช้สถานที่ศูนย์ราชการุณย์       สภากาชาดไทยเขาล้าน เป็นสถานที่เข้าค่ายฝึกอบรม และได้แบ่งกลุ่มเข้าฐานแบ่งเป็น 4 ฐาน เช่น ภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยการรณรงค์ป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาเป็นต้น นายเจริญ ชลาลัย รองนาย อบจ.ตราด กล่าวว่า การศึกษามีความสําคัญมากกับชีวิต การจะพัฒนาสิ่งใด ต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาการศึกษาก่อน ดังนั้นการจัดกิจกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเพิ่มพูลความรู้ในวิชาการหลักและทักษะชีวิต เพื่อให้นักศึกษามีความสัมพันธ์ที่ดีในการร่วมกระบวนการกลุ่ม มีความรักความภาพชีวิตได้ดีขึ้นเป็นต้น ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาและบุคลากร ถือว่าเป็นหน่วยงานที่สร้างสรรค์และพัฒนาบุคลากรให้กับสังคมได้เป็นอย่างดี

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

“แถลงข่าว” สน.นรข.มุกดาหาร จับกุม ขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ขณะเตรียมส่ง 73 ท่อน มูลค่ากว่า 1ล้านบาท

      เมื่อวันที่13 กรกฎาคม 2562 เวลา 14.30 น.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ระพีพงษ์ โสวรรณ ผบ.นรข. และ น.อ.อภิชาติ แก้วดวงเทียน ผบ.นรข.เขตนครพนม ได้แถลงข่าวการจับกุม นายรักพงษ์ รังไสย์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/1 หมู่ 13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร พร้อมของกลาง ไม้พะยูง จำนวน 73 ท่อน ปริมาตร 2 ลบ.ม คิดเป็นมูลค่ากว่าล้านบาท ที่บริเวณกลางแม่น้ำโขงใกล้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 มุกดาหาร – สะหวันนะเขต ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร

      สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 20.00 น. สถานีเรือมุกดาหาร นำเรือพร้อมกำลังพลออกลาดตระเวนตามลำแม่น้ำโขง จำนวน 2 ลำ หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่ากลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงเตรียมลำเลียงไม้พะยูงล๊อตใหญ่ ข้ามแม่น้ำโขง จากท่าน้ำ บ.บางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร ไปยังท่าน้ำฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30น. ตรวจพบเรือเหล็กขนาดใหญ่แล่นออกจากฝั่งท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร มุ่งหน้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ทหารเรือจึงแสดงตัวขอตรวจค้น ประกอบกับเป็นเวลากลางคืน เรือบรรทุกไม้พะยูงได้แล่นชนกับเรือของเจ้าหน้าที่ทหารเรือ สถานีเรือมุกดาหาร เข้าอย่างเต็มที่ แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ต้องหาที่ขับเรือกระโดดหนีลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ 1 คน จับกุมได้ 1 คน คือ นายรักพงษ์ รังไสย์ ที่นั่งมากับเรือบรรทุกไม้พะยูง ส่วนของกลาง เจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทำการตรวจยึดและจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      จากการจับกุมครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายต้อม ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง ชาวจังหวัดบึงกาฬ ที่หลบหนีไปได้ ซึ่งเป็นคนขับเรือ ให้ตนนั่งเรือนำไม้พะยูงไปส่งให้คนลาวด้วยกัน โดยได้รับค่าจ้าง 20,000 บาท ส่วนไม้พะยูงล๊อตนี้เป็นไม้พะยูงนำมาจากจังหวัดบึงกาฬ เพื่อส่งให้กับนักค้าชาวลาว ส่งต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งถ้านำไปส่งถึงประเทศจีนสำเร็จจะมีมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มมอดไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีการลักลอบตัดไม้พะยูงตามอุทยานแห่งชาติ และตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการปลูกไม้พะยูง เพื่อนำส่งไปขายยังประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความต้องการรับซื้อไม้พะยูงเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนจีนถือว่าเป็นไม้มงคล และมีความคงทน

      ซึ่งทาง นรข. และ ตำรวจน้ำ จะเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามให้มากขึ้น เพราะสืบทราบว่า กลุ่มมอดไม้ ได้หันมาส่งออกด้าน จว.มุกดาหาร เนื่องจากด้านจังหวัดอื่นกลุ่มมอดไม้ไม่สามารถส่งออกทางน้ำได้ จึงหันมาส่งออกทางด้าน จังหวัดมุกดาหาร.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหารหัวหน้าศูนย์ข่าวสำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ตำรวจภูธรมุกดาหารระดมกำลังปราบปรามเด็กแว้นรถแต่งซิ่ง ยึด จยย.145 คัน

      ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ตํารวจภูธรภาค 4 ให้แต่ละพื้นที่ดำเนินการ ระดมกวาดล้างปราบปราบเด็กแว้นแข่งรถในทางถนนทั้ง 7 อำเภอทั้งกลางวัน กลางคืน ยึดรถแต่งซิ่ง 145 คัน ท่อไอเสียเสียงดัง จำนวน 50 ท่อ ถูกดำเนินคดีรวม 255 ราย พร้อมฝากเตือนผู้ปกครองหากปล่อยปะละเลยให้บุตรหลานออกมาแว้นซิ่งรถตามท้องถนนถูกดำเนินคดีด้วย

      เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองมุกดาหาร พ.ต.ท มนัส อัดโดดดร ผกก.ป.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท. ฉัตรมงคล บุญกลาง สารวัตรจราจร สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย ผกก.หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัดทั้งจังหวัด ปกครอง ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบจังหวดมุกดาหาร และเทศกิจ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมกันแถลงผลการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง รถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ และรถจักรยานยนต์ท่อไอเสียเสียงดัง พื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ 15 สถานีในจังหวัดมุกดาหาร

      พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวว่า เนื่องด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล โดยให้ทุกพื้นที่กวดขันป้องกันปราบปรามจับกุมการแข่งรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทาง เพื่อเป็นการป้องกันการมั่วสุม และก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อประชาชน กวดขันการแข่งขันรถโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้ตระหนักถึงหน้าที่ และความสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเป็นการป้องกันการรวมกลุ่มแข่งรถในทางของเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ โดยการกวดขันจับกุมนั้นได้กำชับให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดทั้ง 15 สถานี ในจังหวัดมุกดาหารปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลางวัน กลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น เช่นตามปั้มน้ำมัน ถนนบายพาสเลี่ยงเมือง หรืออื่นๆในการแข่งขันประลองความเร็ว และตรวจตามร้านซ่อมจักรยานยนต์หรือจำหน่ายอุปกรณ์รถในพื้นที่เพื่อกวดขัน ไม่ให้มีการจำหน่ายท่อไปเสียเสียงดัง อีกทั้งจังหวัดมุกดาหาร เป็นจังหวัดชายแดน เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามฟากในพื้นที่ และเป็นการทำสงครามกับเด็กแว้นให้หมดสิ้นไป

      โดยผลการดำเนินงานตามมาตรการการป้องกันและปราบปรามการแข่งขันรถในทางและความผิดที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมาสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วนท่อไอเสียเสียงดัง จำนวน 145 คัน ตรวจยึดท่อไปเสียเสียงดัง จำนวน 50 ท่อ ตรวจร้านจำหน่ายและซ่อมรถจักรยานยนต์ จับกุมดำเนินคดี ผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย,ขับรถย้อนศร,ขับรถขณะเมาสุรา,ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ดัดแปลงเสียงดัง จำนวนรวม 255 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยังได้ทำการระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ส่วนท่อไอเสียเสียงดังดัดแปลงสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมายเจ้าหน้าที่จะได้ทำการทำลายทิ้งเมื่อคดีสิ้นสุด และในโอกาสต่อไปจะขยายผลเข้าตรวจร้านประกอบการซ่อมรถ ดัดแปลงแต่งซิ่งโดยร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร และอุตสาหกรรมจังหวัดต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

อาจารย์จากจุฬาฯ อบรมผู้ใช้สปีดโบ้ท “ป้องกันทำลายปะการัง”

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.62 อาจารย์สุชนา ชวณิชย์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการอบรม “การอนุรักษ์ปะการังและสิ่งแสดล้อมในทะเล” ให้กับผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ทดําน้ำดูปะการังแสมสาร ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ ชลบุรี
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ ผู้ประกอบการและผู้ใช้เรือสปีดโบ๊ท ได้เรียนรู้เกี่ยวกับปะการัง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่ทิ้งสมอลงไปในทะเลทำลายปะการังแนะนำให้นักท่องเที่ยวร่วมกันอนุรักษ์ปะการัง ไม่เหยียบไปบนปะการัง ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมในทะเลให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป
โดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ อย่างดียิ่ง

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645
ภาพ/ข่าว สาคร แสมสาร

จังหวัดจันทบุรี เชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสารธารณะจังหวัดจันทบุรี ให้บริการรับส่งผู้เข้าสอบวันพรุ่งนี้ ย้ำคิดเสียว่าเป็นเสมือนบุตรหลาน ดูแลและให้บริการอย่างประทับใจ คิดค่าโดยสารในราคาปกติ

      นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การออกมารณรงค์ประชาสัมพันธ์กับผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์และรถโดยสารสาธารณะ ครั้งนี้ สืบเนื่องมากจากในวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 นี้ จังหวัดจันทบุรีจะมีโอกาสต้อนรับผู้สมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ณ สนามสอบหลายแห่งในจังหวัดจันทบุรี เช่น ที่โรงเรียนเบญจานุสรณ์ โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนศรียานุสรณ์ วิทยาลัยนาฎศิลป์ รวมถึงที่มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี รวมแล้วกว่าหมื่นคน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงผู้ติดตามที่จะหลั่งไหลมาเพื่อให้กำลังใจบุตรหลานอีกด้วย ในเบื้องต้นได้มีการจัดระบบการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกไว้หลายจุด โดยเฉพาะจอดรถสวนสาธารณะทุ่งพลงใต้หรือที่เรียกว่า พระยืน นั้น ได้มีจิตอาสารถจักรยายนต์ไปให้บริการรับ-ส่งผู้เข้าสอบไว้จำนวนหนึ่ง รวมถึงมีรถบริการสาธารณะไว้ให้บริการอย่างเพียงพอแล้ว
      อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสนามสอบที่มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ซึ่งเป็นสนามสอบใหญ่ที่จะมีผู้เดินทางเข้าไปสอบแข่งขันมากถึง 8,000 คน จังหวัดจันทบุรีได้จัดสถานที่จอดรถไว้ ณ ลานขนถ่ายสินค้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เพื่อรอบรับและให้บริการแก่ผู้ที่เดินทางเข้ามาสอบแข่งขันอย่างเพียงพอเช่นกัน โดยกำหนดไว้ว่าจะให้มีรถโดยสารสาธารณะไปคอยลำเลียงผู้เข้าสอบจากลานจอดรถที่ อบจ.ไปยังสนามสอบ ทางประตู 3 ของมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ซึ่งเป็นประตูด้านถนนสุขุมวิท และใกล้อาคารทำการสอบแข่งขันมากที่สุด ส่วนภายในมหาวิทยาลัย ฯ จะมีรถจักรยานยนต์ไปบริการรับ – ส่ง จากประตู 1 หน้ามหาวิทยาลัย(ด้านถนนรักศักดิ์ชมูล) เข้าไปยังตึกทำการสอบแข่งขัน บริการในช่วง 2 เวลา คือ เช้าเวลา 06.00 – 08.30 น. รับผู้เข้าสอบจากลานขนถ่ายสินค้า อบจ. ไปยังสนามสอบ ประตู 3 และช่วงเย็นจากสนามสอบไปส่งยังสถานที่ลูกค้ากำหนด เวลา 15.30 น. เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีรถบริการ ผู้เข้าสอบอย่างเพียงพอ รวดเร็ว ให้ผู้เข้าสอบเข้าไปถึงสนามสอบได้อย่างทันเวลาที่กำหนด วันนี้(13 กรกฎาคม 2562) จึงมาเชิญชวนผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถโดยสารสาธารณะ เข้าร่วมให้บริการในครั้งนี้ด้วย
      ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์และรถโดยสารสาธารณะทุกท่าน คิดเสียว่าผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อสอบแข่งขันเข้ารับราชการ ครั้งนี้ เป็นเสมือนบุตรหลานของพวกเรา ด้วยการให้บริการด้วยไมตรีจิต ไม่เอารัดเอาเปรียบ เรียกเก็บค่าโดยสารในราคาปกติ เป็นธรรม และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นายกสมาคมส่งเสริมการ เลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทยฯวอนรัฐบาล ช่วยผลักดันการส่งออกไก่ไปประเทศจีน และการปล่อยสินเชื่อให้กับทางผู้ประกอบการทางการเกษตร

          ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการ เลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริหารกลุ่มฉวีวรรณกรุ๊ปได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งตัวมาตลอด การส่งออกไปยังต่างประเทศ ก็ต้องมีระบบมาตรฐานมีความเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยทางประเทศไทยเอง ก็ได้เตรียมพร้อมและทำได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องมาตราฐานต่างๆ เรื่องการผลิต เราก็ผลิตเพื่อการส่งออก ไปยังสหภาพยุโรป ไปอังกฤษ ไปญี่ปุ่น หรือไปเกาหลี แต่มีอยู่แห่งเดียวที่ทำให้เราสงสัยมาก คือที่ประเทศจีน ไม่สามารถส่งออกได้ ทุกวันนี้พ่อค้าชาวจีน ต้องเดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อจะมาหาซื้อไก่ และส่งกลับไปประเทศจีน เราจึงมีความสงสัยว่า ทำไมบางโรงงานส่งได้ แต่กลับบางโรงงานส่งไม่ได้ ทั้งที่ทางความต้องการของประเทศจีนเอง มีความต้องการสูงมากที่อยากจะได้สินค้าประเภทไก่จากประเทศไทยเรา  แต่มันติดอยู่ตรงไหนเราก็สงสัยอยู่ ตลอดเวลาเลย จะว่ามาตรฐานของเราก็ระดับโลกอยู่แล้ว ความปลอดภัยก็อยู่ระดับโลกอยู่แล้ว อีกทั้งทางพ่อค้าประเทศจีนเค้ามาเค้าก็มาเทสของเค้าหมดเลย แต่มันติดอยู่ที่ว่าทางรัฐบาลจีน ยังไม่อนุมัติลายเส้นที่จะให้อีก 19-20 โรงงาน เพื่อจะส่งออกไก่ได้ มันเป็นเพราะอะไรเรายังสงสัยอยู่ แต่ถ้ามีการส่งออกได้เนี่ย จะทำให้การผลิตไก่ เพื่อการส่งออกส่งออกได้มากเพราะความต้องการของเขาเยอะมาก
        ดร.ฉวีวรรณ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็น นายกสมาคมส่งเสริมการ เลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สิ่งที่จะชี้แนะให้คณะรัฐมนตรี ว่าประเทศไทย มีสินค้าการเกษตรจำนวนมา ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นครัวของโลก เราสามารถจะส่งสินค้าไปทั่วโลก ที่ประเทศปลายทางนั้นๆ ต้องการ และมีสนธิสัญญาทางการค้า อย่างที่เรียนให้ทราบว่าติดอยู่ที่ประเทศจีน ประเทศเดียว ซึ่งอยากจะวอนขอให้คณะรัฐมนตรี ช่วยผลักดัน กาส่งออกไก่ไปประเทศจีนกัน 
         นอกจากนี้ตนก็อยากจะให้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ช่วยดูแลในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อ ให้กับทางภาคเกษตรปศุสัตว์ เนื่องจากการเพาะปลูกต้องใช้เวลา เงินที่จะปล่อยสินเชื่อออกมาให้ ก็ต้องให้สมเหตุ สมผล ให้มีเหตุผล เพราะกลุ่มเกษตร ก็ต้องการลืมตาอ้าปากได้บ้าง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กู้ภัยสว่างอริยะช่วยชีวิตสุนัขที่ถูกรถยนต์ชนและทับขาเละ วิ่งหนีตายลำตัวไปมุดติดลูกกรงเหล็กดัดกลางสะพานแม่น้ำนครนายก

      ศูนย์วิทยุสว่างอริยะจุดเมืองนครนายกได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีสุนัขถูกรถยนต์ชนทับขาเละหนีตายลำตัวเข้าไปติดอยู่ที่ลูกกรงเหล็กดัดกลางสะพานข้ามแม่น้ำนครนายก ระหว่างฝั่งวังกระโจม-ฝั่งเสนาพินิจ จึงไปยังที่เกิดเหตุพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ตัดถ่าง พบสุนัขเพศเมียสีขาวอายุประมาณ3-4 ปี ลำตัวเข้าไปติดอยู่ที่ลูกกรงเหล็กดัดร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดเนื่องจากถูกรถยนต์ชนและที่บริเวณขาทั้ง 4 ข้างถูกรถยนต์ทับขาเละเลือดไหลนองพื้น กู้ภัยสว่างอริยะจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่างตัดไปที่ลูกกรงเหล็กดัดเพื่อช่วยชีวิตตัวสุนัขออกมาได้และรีบนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์นครนายก
      จากการบอกเล่าของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์มีรถยนต์ขับขึ้นสะพานมาชนสุนัขล้มลงและล้อรถยนต์ได้ทับที่ขาสุนัขได้รับบาดเจ็บวิ่งหนีตายหัวและลำตัวไปมุดลูกกรงเหล็กดัดออกไม่ได้จึงได้โทรแจ้วกู้ภัยสว่างอริยะมาช่วยนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก