วันแรงงานคึกคัก นนท. แห่เที่ยวชมความงาม ถ้ำพญานาค วัดมณีวงศ์

นครนายก – วันแรงงานคึกคัก นนท.แห่เที่ยวชมความงาม”ถ้ำพญานาค”วัดมณีวงศ์

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในวันแรงงานแห่งชาติ มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเดินทางมาที่วัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของจังหวัดนครนายก ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ต่างก็พากันมาทำบุญ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ขอพร ปิดทององค์พระพุทธปางป่าเลไลย์ เก่าแก่อายุกว่า 400 ปี เป็นพระพุทธรูปประจำวัดมณีวงศ์ ทำบุญถวายสังฆทานข้าวสาร เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ยากไร้และโรงเรียนต่างๆ

นอกจากนี้ วัดมณีวงศ์ยังมีถ้ำพญานาค ซึ่งเป็นไฮไลต์ของวัด ภายในถ้ำมีความสวยงามตระการตา ปฏิมากรรมรูปปั้นพญานาคจำนวน 2,014 ตน ที่ถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัว สวยงาม และชมขุมทรัพย์ แก้ว แหวน เงิน ทอง จำนวนมาก ที่อยู่ภายในถ้ำพญานาค เป็นจุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจที่อยากจะมาเที่ยวชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เมื่อเข้ามาสัมผัสต่างก็บอกคำเดียวว่าสวยงามมาก ซึ่งวันหยุดแรงงานก็จะมีบรรดานักท่องเที่ยวพาครอบครัวหลั่งไหลมาชมความงดงามของถ้ำพญานาคกันเป็นจำนวนมาก ทำให้การสัญจรไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดนครนายกค่อนข้างหนาแน่น พ่อค้า-แม่ค้าต่างก็มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดี ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวใช้จ่ายในช่วงวันหยุดแรงงานนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

“ค่ายเยาวชนรักษ์ถิ่นฯ” จุดพลังคนรุ่นใหม่ สืบสานพระราชดำริ สร้างชุมชนเข้มแข็งสันกำแพง

“ค่ายเยาวชนรักษ์ถิ่นฯ” จุดพลังคนรุ่นใหม่ สืบสานพระราชดำริ สร้างชุมชนเข้มแข็งสันกำแพง

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ค่ายเยาวชนรักษ์ถิ่น รักษ์สหกรณ์ฯ ประจำปี 2569” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “เยาวชนรักษ์ถิ่น รักษ์สหกรณ์: พลังผู้นำการเปลี่ยนแปลงของชุมชน” พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนโครงการ โดยมี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวรายงาน , นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ และนายจอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ในการนี้ นางสาวพลอยพรรณ พลอยทับทิม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมต้อนรับและติดตามเข้าร่วมโครงการดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

ค่ายเยาวชนรักษ์ถิ่น รักษ์สหกรณ์ฯ จัดขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในโครงการหมู่ บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งการสร้างการรับรู้ และความภาคภูมิใจในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระ ราชทานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียง ใหม่ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนให้ได้มีที่อยู่อาศัย มีที่ทำกิน และให้ตกทอดถึงลูกหลาน รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกในการสืบสานงานตามพระราชดำริของพระองค์ ในการสร้างเครือข่ายเยาวชนตำบลบ้านสหกรณ์ให้เข้มแข็ง รักถิ่นฐาน รักบ้านสหกรณ์ และนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

โครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการมากว่า 50 ปี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะกรรมการและเลขานุการโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ที่ขับเคลื่อนงานการพัฒนาด้านความยั่งยืนของประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาสในสังคม ตอบแทนคุณแผ่นดิน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงาน ตามที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบายในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน” ภายใต้พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรในโครงการอย่างต่อเนื่อง

จึงได้ร่วมจัดทำโครงการ “ค่ายเยาวชนรักษ์ถิ่น รักษ์สหกรณ์ฯ ประจำปี 2569” ต่อยอดให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่ตำบลบ้านสหกรณ์ จาก 8 หมู่บ้าน ช่วงอายุระหว่าง 12-18 ปี เป็นลูกหลานของกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการฯ ซึ่งได้กำหนดจัดระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2569 ณ กิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น จำนวน 59 คน

ทั้งนี้ องคมนตรี และคณะ ได้เยี่ยมชมบูธเครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีชุมชนจังหวัดลำพูน และวิสาหกิจชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวตำบลบ้านสหกรณ์ พร้อมตรวจเยี่ยมกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ตามโครงการพระราชดำริ และเยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำหมู่ 1 บ้านสหกรณ์ สำหรับให้ราษฎรใช้เพื่อการเกษตรและดำรงชีวิต


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน. เชียงใหม่ จัดฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์สร้างเครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 2

กอ.รมน. จังหวัดเชียงใหม่ จัดฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์สร้างเครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 2 มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในสังคม

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์สร้างเครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหารของ กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ (พคบ.จังหวัด) รุ่นที่ 2 มีระยะเวลาในการฝึกอบรมทุกวันเสาร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 รวม 5 สัปดาห์ และมีผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วยคณะผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และแกนนำกลุ่มมวลชน จำนวน 54 คน ที่ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้ พคบ.จังหวัด มีความตระหนักรู้ในความสำคัญของสถานบันหลักของชาติ และส่งเสริมการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ตลอดจนให้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของ กอ.รมน. ในด้านการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและความสงบเรียบร้อยของสังคม

นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการรับมือภัยคุกคาม และภัยพิบัติในทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มีอยู่ทุกมิติ โดยใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบการมีส่วนร่วม และบูรณาการของทุกภาคส่วน ในการดำเนินการบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


นที มีเดช รายงาน

ยินดีต้อนรับน้อง ๆ ทหารใหม่ทุกคนเข้าสู่รั้วกองทัพภาคที่ 2

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการรับ–ส่งทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/2569 ณ หน่วยฝึกทหารใหม่มณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น แม่ทัพภาคที่ 2 ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงพบปะให้กำลังใจน้อง ๆ ทหารใหม่ และครอบครัวที่มาส่งอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำถึงความตั้งใจของกองทัพที่จะดูแลบุตรหลานของทุกคนอย่างดีที่สุด ให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าน้อง ๆ จะได้รับการดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่

การรับ–ส่งทหารใหม่ในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันอย่างดี เพื่อเตรียมความพร้อมให้น้อง ๆ ก้าวเข้าสู่การฝึกตามหลักสูตรของกองทัพบก ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างพื้นฐาน ทั้งความแข็งแกร่ง ความอดทน และระเบียบวินัย

ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคน ปรับตัว เรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ ในเส้นทางใหม่นี้ เชื่อว่าทุกคนจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #ทหารใหม่2569


พรพิพัฒน์ รายงาน

ทุเรียนลูกละ 1 บาท เรียกลูกค้าแน่น สุกไม่ทันขายต้องจัดผลไม้อื่นมาเสริม

จังหวัดลพบุรี – เจ๊ดา ผลไม้ซิ่ง เจ้าของร้านจำหน่ายทุเรียนรายใหญ่ เผยโปรโมชั่นทุเรียนลูกละ 1 บาทยังคงเรียกลูกค่าได้ดี จนทำให้มีลูกค้ามาซื้อแน่นร้านทุกวัน ทุเรียนที่เตรียมทำโปรโมชั่นสุกไม่ทันต้องหาผลไม้อื่นมาเสริม ผลตอบรับไม่ต่างจากทุเรียน

จากปัญหาเรื่องราคาทุเรียนที่เป็นข่าวดังทำให้ เจ๊ดา ผลไม้ซิ่ง ที่เป็นพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อทุเรียนมาวางจำหน่ายในประเทศไทยรายใหญ่รายหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยว่าไม่ส่งผลกระทบ โดย นางสาวอมิตา ทรัพย์พานิช หรือที่รู้จักกันในนาม “เจ๊ดา ผลไม้ซิ่ง” ที่ได้มาเปิดตลาดทุเรียนที่ตลาด Z – ONE หมู่ที่ 8 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี ให้กับประชาชนถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 โดยจำหน่ายทุเรียนในราคาถูกเหมือนลูกค้าเดินทางไปซื้อถึงหน้าสวนทุเรียน ซึ่งจุดขายคือผู้ที่มาซื้อทุเรียนมี่มาวางจำหน่ายปกติจะได้รับคูปองส่วนลดที่สามารถซื้อทุเรียนที่ขนาดเล็กเนื้อดีลูกละ 1 บาทได้คนละ 1 ลูก จนทำให้พบว่ามีประชาชนที่ชื่นชอบในรสชาติของทุเรียนเดินมาซื้อหาทุเรียนไปรับประทานกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทาง เจ๊ดา ได้เปิดเผยว่า ทุเรียนที่นำมาจำหน่ายในราคาถูกนี้ เป็นทุเรียนที่มีคุณภาพ ลูก ค้าจะได้ของดีไปรับประทาน รวมทั้งรับประกันทุกลูก ถ้าเป็นทุเรียนที่ไม่ได้คุณภาพพร้อมที่จะให้เปลี่ยนคืนทุกลูก ทำให้ลูกค้าที่ซื้อกลับไปรับประทานแล้วต้องมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นความตั้งใจให้ลูกค้าทุกคนได้กินทุเรียนคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ รวมทั้งทุเรียนที่นำมาจัดโปรโมชั่นทุกลูกก็คัดเลือกมาเป็นอย่างดี หากพบว่าทุเรียนลูกใดอ่อนก็สามารถเปลี่ยนให้เลย โดยในวันนี้พบว่ามีประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อทุเรียนกันตั้งแต่ในเช้า และตั้งแต่เริ่มจัดจำหน่ายที่จุดดังกล่าวได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งทุเรียนที่จัดซื้อมาจากสวนทุเรียนแล้วนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้านับพันตันสุกไม่ทันกับความต้องการของตลาด ทางเจ้าหน้าที่ต้องคัดทุเรียนที่สุกสามารถรับประทานได้ในวันนี้ และพรุ่งนี้ มากองให้กับลูกค้าได้เลือกไปรับประทาน

เจ๊ดากล่าวว่า ขณะนี้ทุเรียนเริ่มที่จะหายาก ซี่งเป็นช่วงสุดท้ายของทุเรียนรุ่นแรก รวมทั้งการตอบรับในเรื่องทุเรียนลูกละ 1 บาท ก็ทำให้มีลูกค้ามาเลือกซื้อทุเรียน ต่างจดจ้องรอรับคูปองไปแลกซื้อทุเรียนลูกละ 1 บาทกันมากมาย นอกจากนี้ทางร้านยังได้จัดผลไม้ในภาคจังหวัดตะวันออกเป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้าจำหน่ายในราคาถูก ซึ่งมีมะไฟ เงาะ ลิ้นจี่ มังคุด ที่นำมาจากชาวสวนจังหวัดระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราด ขณะที่ตลาดผลไม้ที่ไปเปิดจำหน่ายในหลายจังหวัดก็ยังคงได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการระบายผลไม้ให้กับชาวสวนในปีนี้ไม่ให้ราคาตกต่ำหรือล้นตลาด


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

มึน !! ลอบขนทรายของกลางไปขายเฉย

จากกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการลอบขุดทรายในแม่น้ำปาย บ.สบแพม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และได้มีการสั่งให้ดำเนินคดี วัดปริมาณทรายที่กองในพื้นที่ของผู้ถูกกล่าวหา 2 หมื่นคิว เป็นเงิน 6 ล้านบาท ล่าสุด พบว่ายังมีการลอบขนทรายของกลาง ไปจำหน่ายโดยไม่มีหน่วยงานใดไปตรวจสอบหรือสั่งห้ามแต่อย่างใด เส้นใหญ่สุด ๆ ในเมืองปาย

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายสุวิทย์ บุญหล้า ราษฎรบ้านสบแพม หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เรื่องการลักลอบขุดทรายในแม่น้ำปาย ที่บ้านสบแพม ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จนมีหน่วยงานรัฐเข้าไปตรวจสอบและสั่งระงับการดำเนินการพร้อมดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการ แต่ปรากฏว่า ในห้วงที่ผ่านมา หลังจากมีการประชุมของนายอำเภอปาย เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ แต่ปรากฏว่า จนถึงวันนี้ กองทรายที่มีปริมาตร ประมาณ 20,000 คิวบิกเมตร คิวฯละ 300 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 6 ล้านบาท ได้ถูกลัก ลอบขนลำเลียงออกจากท่าทรายที่ถูกดำเนินคดี อย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้ปริมาณทรายที่ถูกอายัด หายไปเกือบครึ่ง

แหล่งข่าวระบุต่อไปอีกว่า การลักลอบขนทรายออกจากท่าทรายที่ถูกจับกุมไปแล้ว มีการนำไปขายให้กับลูกค้าที่ บ้านวัดจันทร์ อ.กัลญานิวัฒนา จ.เชียงใหม่ และ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ ฮ่องสอน นอกจากนั้น ยังพบว่ามีการนำรถแบคโฮ มาลอบขุดทรายเหมือนเดิม รวมไปถึงใช้แรง งานคนลงไปขุดทรายในแม่น้ำปาย มาทดแทนทรายที่ถูกส่งออกไปจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในกรณีใช้แรงงานคนขุดทรายไปจำหน่ายถือว่าผิดข้อกฎหมายของ กระทรวงอุตสาหกรรม กรณีขุดทรายหรือหินในแม่น้ำสามารถทำได้เพื่อนำไปก่อสร้างบ้านเรือนของราษฎรทั่วไป แต่นี่เป็นการขุดเพื่อไปจำหน่าย ทางอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องรับผิดชอบ รวมไปถึงกรมเจ้าท่า ที่อ้างว่าการขุดหินทรายในลำน้ำเพื่อเป็นการขุดสันดอนและสร้างร่องน้ำลึกเพื่อการเดินเรือ

ซึ่งประเด็นนี้ในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีการลอบขุดทราย ไม่ได้มีกิจการเดินเรือในพื้นที่แต่อย่างใด ทำไมกรมเจ้าท่าจึงเลี่ยงระเบียบและอนุญาตให้มีการขุดหินและทรายในลำน้ำได้ การกระทำผิดในเรื่องดังกล่าว จึงเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะไม่รู้ไม่เห็น แต่ทำไมจึงปล่อยให้มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและกระทบต่อที่ดิน ไร่นา และเรือกสวนของราษฎรที่อยู่ติดแม่น้ำ ที่ได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ ทำให้ที่ดินถูกน้ำกัดเซาะจนเสียหายและไม่สามารถเรียกคืนที่ดินมาได้เหมือนเดิม จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานรัฐจากส่วนกลางลงมาตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและหาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

ด่านศุลกากรแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จับลอบส่งออกน้ำมันไปพม่า

ด่านศุลกากรแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจยึดน้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดเบนซิน บรรจุแกลลอนขนาด 30 ลิตร จำนวน 72 ถัง มูลค่ากว่า 75,000 บาท ขณะเตรียมลักลอบส่งออกริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ด่านศุลกากรแม่สะเรียง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ด่านศุลกากรแม่ สะเรียง” ว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สะเรียง สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ 36 (ร้อย ทพ.3608 ฉก.ทพ.36) ปก ครอง อ.สบเมย ออกลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ใกล้กับท่าเทียบเรือจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

พบแกลลอนน้ำมันจำนวน 72 ถัง บรรจุ “น้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดเบนซิน” ถังล่ะ 25 ลิตร ปริมาณรวม 1,800 ลิตร วางกองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน โดยไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ ลักษณะพยายามเตรียมขึ้นเรือลักลอบส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ยึดของกลางไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐานพยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีศูนย์สั่งการชายแดนฯดูแลกำกับ เพื่อพิจารณาอนุญาตการส่งออกน้ำมันไปนอกราชอาณาจักรเท่านั้น


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

นายอำเภอท่าศาลา สั่งการตรวจสอบ หลังมีการร้องเรียน ลักลอบเผาสายไฟ ก่อนรวบหนุ่ม 22 ปี นำตัวดำเนินคดี

นายอำเภอท่าศาลา สั่งการชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง ออกตรวจสอบหลังมีการร้องเรียน มีการลักลอบเผาสายไฟ ขยะพิษ ส่งกลิ่นรบกวนชาวบ้าน ก่อนรวบหนุ่ม 22 ปี เผาสายไฟ นำตัวดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 คืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 20.10 น. ภายใต้อำนวยการของนายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา นายพศิน กาญจนะ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง สั่งการให้นายกิตติศักดิ์ คงชู ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง/หน.ชุดฯ พร้อม อส.ประจำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองฯ ออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยจากกรณีที่มีข่าวมีชาวบ้านร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ (เพจที่นี่ นครศรีธรรมราช) ว่า “ชาวบ้านวอนนายอำเภอท่าศาลาช่วยตรวจสอบการเผาขยะพิษกลิ่นเหม็นมากเป็นห่วง เด็ก คนแก่ ผู้ป่วยติดเตียง

โดยชุดจับกุมได้ออกตรวจสอบมาถึงทุ่งนาพื้นที่ ม.2 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา ได้มองเห็นมีกองไฟติดอยู่ในสวนยางพารา จึงเดินเข้าไปตรวจสอบ พบนายสรันฯ อายุ 22 ปี กำลังใช้เหล็กงามเกลี่ยกองไฟเพื่อนำขดลวดทองแดงที่ผ่านการเผาไฟออกมาจากกองไฟ ซึ่งฟันไฟคละคลุ้งส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งพนักงานสิบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อดำการตามกฏหมายต่อไป

#ที่นี่_นครศรีธรรมราช #หรอยแรงนครศรีฯ


ธีรศักดิ์ อักษกูล รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ แสดงความจงรักภักดีเนื่องในวันฉัตรมงคล

กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ แสดงความจงรักภักดีเนื่องในวันฉัตรมงคล

เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล ประจำปี 2569 กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรมอย่างสมเกียรติ เพื่อถวายความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะข้าราชการหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระประมุข เนื่องในวโรกาสวันครบรอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคมของทุกปี ณ สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

วันฉัตรมงคลคือวันสำคัญที่ระลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองการที่พระบาทสมเด็จพระวชิราเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อปี พ.ศ. 2562 โดยคำว่าฉัตรมงคลมีความหมายถึงพิธีมงคลในการเฉลิมฉลองพระมหาเศวตฉัตรซึ่งเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำคัญ แสดงถึงพระราชอำนาจและพระบารมีตามโบราณราชประเพณีที่เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และถือเป็นวันหยุดราชการที่พสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีผ่านการประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ตามอาคารบ้านเรือน

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #ฉัตรมงคล #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

สองผัวเมีย บุกยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ร้องถูกกำนันขู่จะจับ เหตุไม่ยอมยกที่ดินให้ตั้งโซล่าเซลล์ อำเภอ+อบต. ยันไม่มีโครงการ

นครพนม – สองผัวเมียบุกยื่นหนังสือถึงผู้ว่า ร้องถูกกำนันขู่จะจับ เหตุไม่ยอมยกที่ดินให้ตั้งโซล่าเซลล์ อำเภอ+อบต.ยันไม่มีโครงการ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายเกรียงศักดิ์ โคตะบิน อายุ 52 ปี และ นางนงนุช สีหาทอง อายุ 45 ปี สองสามีภรรยาอยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 8 บ้านท่าพัฒนา ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นคร พนม ร้องทุกข์ว่าถูกกำนันข่มขู่จะนำตำรวจมาจับกุม เรื่องตนไม่ยอมยกที่ดินให้เพื่อใช้เป็นสถานที่ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ต.โพนสว่าง นอกจากนี้กำนันยังให้ผู้ใหญ่บ้านมาสำทับถึงบ้านอีกรอบ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ตนยินยอมยกที่ดินผืนดังกล่าว โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ตนเห็นว่าอาจมีการพยายามกลั่นแกล้งรังแก จึงพาไปเขียนเรื่องร้องทุกข์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผ่านศูนย์ดำรงธรรมให้การช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัว เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา แต่เกรงเรื่องจะไม่ได้รับการพิจารณา จึงร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวอีกช่องทางหนึ่ง

โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสถานีสูบน้ำอยู่ห่างจากชุมชนประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นโครงการชลประทานนครพนม เพื่อช่วยสนับสนุนการทำเกษตรในพื้นที่ บริหารจัดการโดยองค์การบริหารส่วนตำบลโพนสว่าง (อบต.โพนสว่าง) ซึ่งนายเกรียงศักดิ์เป็นลูก จ้างประจำ อบต.โพนสว่าง มีหน้าที่ดูแลสถานีสูบน้ำแห่งนี้ ได้เปิดเผยว่าที่ดินแปลงนี้มีจำนวน 1 ไร่ 47 ตารางวา อยู่ติดกับสถานีสูบน้ำที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ เดิมเป็นหัวไร่ปลายนา พ่อตนเป็นผู้บุกเบิก และใช้ประโยชน์ทำกินปลูกข้าวนาปีและนาปรังมาไม่น้อยกว่า 30 ปี ซึ่งพ่อได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 18-19 ปี

ต่อมาปี 2568 มีเจ้าหน้าที่ที่ดินได้ออกมาสำรวจ เพื่อรังวัดออกโฉนดแก่ผู้ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ตนก็ยื่นเอกสารบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เดินสำรวจ ปรากฏว่ามีปลัด อบต.โพนสว่าง(ในขณะนั้น) คัดค้านว่า ขอสงวนที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อเป็นจุดติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ แทนการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งตนไม่ยินยอมที่จะยกให้ กระทั่งปลายเดือนเมษายน 69 กำนัน ต.โพนสว่าง อ้างว่าทางอำเภอต้องการที่ดินแปลงนี้ เพื่อจัดทำเป็นโครงการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ โดยอ้างว่าที่ดินแปลงนี้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ถือว่าเป็นที่ดินสาธารณะ ตนและภรรยาก็ยืนยันไม่ยกให้ใครเก็บไว้ทำการเกษตร กำนันจึงข่มขู่จะเอาตำรวจมาจับกุม และยังให้ผู้ ใหญ่บ้านมาคุยที่บ้านอีกรอบ ตนกับภรรยาเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงพาไปร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผ่านศูนย์ดำรงธรรมและผู้สื่อข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่าที่ดินจำนวน 1 ไร่ 47 ตารางวา ไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินหลวง (น.ส.ล.) ส่วนที่ดิน น.ส.ล.นั้น อยู่ถัดจากที่นาของตนไป ทำไมไม่เอาตรงนั้นเป็นจุดติดตั้งแผงโซล่าเซลล์

ด้าน นางสุพัตรา แสงสุวรรณ รองปลัด อบต.โพนสว่าง ชี้แจงว่าสถานีสูบน้ำโดยชลประทานนครพนม ได้ส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของ อบต.ฯ โดยทำบันทึกข้อตกลง ( MOU) รวม 3 ฝ่ายคือ 1.ชลประทานฯ, 2.อบต.ฯ, 3.เกษตรกรผู้ใช้น้ำ หากจะมีโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเป็นโซล่าเซลล์ ชลประทานต้องมีหนังสือถึง อบต.โพนสว่าง เพื่อบรรจุเข้าไปในแผน และต้องประชาคมกับเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งรองปลัดฯ ไม่เคยเห็นหนังสือฉบับใดทั้งสิ้น ส่วนอดีตปลัดฯไปพูดเกี่ยวกับแผงโซล่าเซลล์ ทาง อบต.โพนสว่างไม่มีส่วนรู้เห็น

ต่อมา นายกิตติภูมิ บุพศิริ ปลัดอาวุโสอำเภอศรีสงคราม ได้รับมอบหมายจากนางสาวกรณ์กาญจน์ แก้วดี นายอำเภอศรีสงคราม เป็นผู้ชี้แจงประเด็นดังกล่าว ว่า ทางอำเภอยังไม่มีโครงการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ขอดูรายละเอียดของหนังสือจากศูนย์ดำรงธรรมก่อน และจะเชิญผู้ร้องเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งอดีตปลัด อบต.โพนสว่าง สอบสวนข้อเท็จจริง ยืน ยันจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ส่วนที่ผู้ร้องกล่าวหาว่ากำนันข่มขู่จะเอาตำรวจมาจับหากไม่ยอมยกที่ดินให้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร โดยทางการปกครองมีกฎ ระเบียบ ชัดเจน ที่สำคัญต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบว่า ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขต น.ส.ล.หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่าได้ไปประชุมประจำเดือนในอำเภอ ส่วนนายก อบต.โพนสว่าง ได้ออกพื้นที่พบประชาชน


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน