ข่าวใหม่อัพเดท » สองผัวเมีย บุกยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ร้องถูกกำนันขู่จะจับ เหตุไม่ยอมยกที่ดินให้ตั้งโซล่าเซลล์ อำเภอ+อบต. ยันไม่มีโครงการ

สองผัวเมีย บุกยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ร้องถูกกำนันขู่จะจับ เหตุไม่ยอมยกที่ดินให้ตั้งโซล่าเซลล์ อำเภอ+อบต. ยันไม่มีโครงการ

4 พฤษภาคม 2026
0

นครพนม – สองผัวเมียบุกยื่นหนังสือถึงผู้ว่า ร้องถูกกำนันขู่จะจับ เหตุไม่ยอมยกที่ดินให้ตั้งโซล่าเซลล์ อำเภอ+อบต.ยันไม่มีโครงการ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายเกรียงศักดิ์ โคตะบิน อายุ 52 ปี และ นางนงนุช สีหาทอง อายุ 45 ปี สองสามีภรรยาอยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 8 บ้านท่าพัฒนา ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นคร พนม ร้องทุกข์ว่าถูกกำนันข่มขู่จะนำตำรวจมาจับกุม เรื่องตนไม่ยอมยกที่ดินให้เพื่อใช้เป็นสถานที่ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ต.โพนสว่าง นอกจากนี้กำนันยังให้ผู้ใหญ่บ้านมาสำทับถึงบ้านอีกรอบ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ตนยินยอมยกที่ดินผืนดังกล่าว โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ตนเห็นว่าอาจมีการพยายามกลั่นแกล้งรังแก จึงพาไปเขียนเรื่องร้องทุกข์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผ่านศูนย์ดำรงธรรมให้การช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัว เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา แต่เกรงเรื่องจะไม่ได้รับการพิจารณา จึงร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวอีกช่องทางหนึ่ง

โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสถานีสูบน้ำอยู่ห่างจากชุมชนประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นโครงการชลประทานนครพนม เพื่อช่วยสนับสนุนการทำเกษตรในพื้นที่ บริหารจัดการโดยองค์การบริหารส่วนตำบลโพนสว่าง (อบต.โพนสว่าง) ซึ่งนายเกรียงศักดิ์เป็นลูก จ้างประจำ อบต.โพนสว่าง มีหน้าที่ดูแลสถานีสูบน้ำแห่งนี้ ได้เปิดเผยว่าที่ดินแปลงนี้มีจำนวน 1 ไร่ 47 ตารางวา อยู่ติดกับสถานีสูบน้ำที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ เดิมเป็นหัวไร่ปลายนา พ่อตนเป็นผู้บุกเบิก และใช้ประโยชน์ทำกินปลูกข้าวนาปีและนาปรังมาไม่น้อยกว่า 30 ปี ซึ่งพ่อได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 18-19 ปี

ต่อมาปี 2568 มีเจ้าหน้าที่ที่ดินได้ออกมาสำรวจ เพื่อรังวัดออกโฉนดแก่ผู้ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ตนก็ยื่นเอกสารบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เดินสำรวจ ปรากฏว่ามีปลัด อบต.โพนสว่าง(ในขณะนั้น) คัดค้านว่า ขอสงวนที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อเป็นจุดติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ แทนการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งตนไม่ยินยอมที่จะยกให้ กระทั่งปลายเดือนเมษายน 69 กำนัน ต.โพนสว่าง อ้างว่าทางอำเภอต้องการที่ดินแปลงนี้ เพื่อจัดทำเป็นโครงการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ โดยอ้างว่าที่ดินแปลงนี้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ถือว่าเป็นที่ดินสาธารณะ ตนและภรรยาก็ยืนยันไม่ยกให้ใครเก็บไว้ทำการเกษตร กำนันจึงข่มขู่จะเอาตำรวจมาจับกุม และยังให้ผู้ ใหญ่บ้านมาคุยที่บ้านอีกรอบ ตนกับภรรยาเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงพาไปร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผ่านศูนย์ดำรงธรรมและผู้สื่อข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่าที่ดินจำนวน 1 ไร่ 47 ตารางวา ไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินหลวง (น.ส.ล.) ส่วนที่ดิน น.ส.ล.นั้น อยู่ถัดจากที่นาของตนไป ทำไมไม่เอาตรงนั้นเป็นจุดติดตั้งแผงโซล่าเซลล์

ด้าน นางสุพัตรา แสงสุวรรณ รองปลัด อบต.โพนสว่าง ชี้แจงว่าสถานีสูบน้ำโดยชลประทานนครพนม ได้ส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของ อบต.ฯ โดยทำบันทึกข้อตกลง ( MOU) รวม 3 ฝ่ายคือ 1.ชลประทานฯ, 2.อบต.ฯ, 3.เกษตรกรผู้ใช้น้ำ หากจะมีโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเป็นโซล่าเซลล์ ชลประทานต้องมีหนังสือถึง อบต.โพนสว่าง เพื่อบรรจุเข้าไปในแผน และต้องประชาคมกับเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งรองปลัดฯ ไม่เคยเห็นหนังสือฉบับใดทั้งสิ้น ส่วนอดีตปลัดฯไปพูดเกี่ยวกับแผงโซล่าเซลล์ ทาง อบต.โพนสว่างไม่มีส่วนรู้เห็น

ต่อมา นายกิตติภูมิ บุพศิริ ปลัดอาวุโสอำเภอศรีสงคราม ได้รับมอบหมายจากนางสาวกรณ์กาญจน์ แก้วดี นายอำเภอศรีสงคราม เป็นผู้ชี้แจงประเด็นดังกล่าว ว่า ทางอำเภอยังไม่มีโครงการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ขอดูรายละเอียดของหนังสือจากศูนย์ดำรงธรรมก่อน และจะเชิญผู้ร้องเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งอดีตปลัด อบต.โพนสว่าง สอบสวนข้อเท็จจริง ยืน ยันจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ส่วนที่ผู้ร้องกล่าวหาว่ากำนันข่มขู่จะเอาตำรวจมาจับหากไม่ยอมยกที่ดินให้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร โดยทางการปกครองมีกฎ ระเบียบ ชัดเจน ที่สำคัญต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบว่า ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขต น.ส.ล.หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่าได้ไปประชุมประจำเดือนในอำเภอ ส่วนนายก อบต.โพนสว่าง ได้ออกพื้นที่พบประชาชน


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

error: Content is protected !!