ไทย มุ่งเน้นส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค และความยั่งยืนในทุกมิติ

          วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2562) เวลา 08.30 น. ณ ห้อง Sapphire 204 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 ภายหลังเสร็จสิ้น ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสาม โดยเน้นแนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกันนายกรัฐมนตรีกล่าวในนามรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 พร้อมแสดงความเสียใจกับรัฐบาลและประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยประเทศไทยหวังว่า กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่และประชาชนที่ประสบภัยให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

          โดยความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสามเป็นกรอบความร่วมมือที่มีพลวัตมากที่สุดกรอบหนึ่ง ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นเสาหลักที่สำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือเฉพาะด้าน รวมทั้งการสร้างแนวคิดการเป็น ประชาคมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในทั้ง 13 ประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3M ได้แก่ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการเคารพซึ่งกันและกัน

          ภายใต้กระแสความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่าง ๆ ในปัจจุบัน ทั้งการแข่งขันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นผลมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 ซึ่งอาเซียนบวกสามจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เราควรเตรียมความพร้อมให้อาเซียนบวกสามในการรับมือ และมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสจากความท้าทายเหล่านั้น

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางส่งเสริมความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสาม 2 ประการ ได้แก่
ประการที่หนึ่ง ความเชื่อมโยงในภูมิภาค ไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเชื่อมโยง ในภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย-แปซิฟิกมาโดยตลอด ซึ่งการส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง ต่าง ๆ ของภูมิภาคจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้เป็นกลไกที่สำคัญของการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ประการที่สอง ความยั่งยืนในทุกมิติ ไทยในฐานะผู้ประสานงานของอาเซียนในเรื่องการพัฒนา ที่ยั่งยืนขอให้ประเทศบวกสามสนับสนุนความมุ่งมั่นของอาเซียน ทั้งนี้ ขอให้ประเทศบวกสามสนับสนุนอาเซียน โดยเฉพาะในการจัดตั้ง “ศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการ หารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม” ที่ประเทศไทย

          ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าความร่วมมืออาเซียนบวกสามจะเป็นกลไกที่สำคัญนำไปสู่หุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันของภูมิภาคเอเชียตะวันออก พร้อมขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และสำนักเลขาธิการอาเซียนที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยมาโดยตลอดทั้งปี

ตม.กระบี่​ รวบพระต่างด้าว ออกเรี่ยไรเงิน

สตม.เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบุคคลเป้าหมายชาวกัมพูชา ซึ่งต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา และจะก่อความไม่สงบในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 นี้

         เมื่อวันที่​ 3 พ.ย.62 : ตม.จ.กระบี่ ได้ x-ray พื้นที่ อ.ปลายพระยา พบกำนันตำบลเขาเขน แจ้งข่าวว่า มีพระสัญชาติกัมพูชา มีพฤติการณ์น่าสงสัย (บอกไม่ได้ว่าจำพรรษาอยู่วัดไหน พูดภาษาไทยไม่ชัด) จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบพระชาวกัมพูชา จำนวน 4​ รูป บวชจากกัมพูชา แล้วเดินทางเข้ามาในไทย (เมื่อ​ 7​ วันที่แล้ว) แต่ไม่มีหนังสือเดินทาง มีพฤติกรรมเรี่ยไรเงินทำบุญ และกำลังจะเดินทางเข้า กทม.

          เจ้าหน้าที่​ตม.กระบี่​ จึงได้นิมนต์เจ้าคณะตำบล ให้มาทำพิธีกรรมทางศาสนา จากนั้นได้จับกุมตัวชาวกัมพูชาทั้ง 4​ รายไว้พร้อมของกลาง (เงินสดที่ได้เรี่ยไรมา) และจะได้ดำเนินการผลักดันต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. นำคณะนักประดิษฐ์ – นักวิจัยไทย คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

วช.นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติจากงาน “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2019) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.) นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทยจาก 9 หน่วยงานคว้ารางวัลระดับนานาชาติจากงาน “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2019) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562 ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี รางวัลที่ได้รับประกอบด้วย

  1. Gold Medal 4 ผลงาน
  2. Silver Medal 13 ผลงาน
  3. Bronze Medal 6 ผลงาน

รางวัลเหรียญทองได้แก่

  • ผลงานเรื่อง”อุปกรณ์ถ่างขยายผนังหัวใจห้องบนจากวัสดุฉลาดสำหรับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว” โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • ผลงานเรื่อง”การประเมินอายุใช้งานที่เหลือของหม้อแปลงสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า” โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
  • ผลงานเรื่อง”ตู้ควบคุมโหลดเบรกสวิตช์ ชนิด FS6 แบบเอนกประสงค์” โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)
  • ผลงานเรื่อง”เครื่องหมุนรีลสายไฟ(แบบเคลื่อนย้ายอิสระ)พร้อมขาตั้งรีลสายไฟ(แบบไม่ต้องใช้คนควบคุม)”โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)

         พร้อมกันนี้ เป็นที่น่ายินดีที่นักประดิษฐ์ไทย สามารถคว้ารางวัลพิเศษของงาน คือ รางวัล The Thinker จากผลงานเรื่อง “อุปกรณ์ชดเชยค่ากำลังไฟฟ้ารีแอกทีฟขณะสตาร์ทมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่” โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) นอกจากนี้ ผลงานจากประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษ (Special Prizes) จากองค์กร/หน่วยงานต่างประเทศอีกหลายผลงาน

          ในปีนี้ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัย นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ได้รับการคัดเลือกจากหน่วยงานเครือข่ายวิจัย ร่วมประกวดเพื่อสร้างการยอมรับในมาตรฐานของผลงานไทยและสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทย ในเวทีนานาชาติที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับระดับโลก
“The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” จัดขึ้นเป็นปีที่ 71 เป็นเวทีการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติที่สำคัญ ในสหภาพยุโรป โดยมีนักประดิษฐ์/นักวิจัยจากทั่วโลก นำผลงานเข้าประกวดและจัดแสดงกว่า 800 ผลงาน จากกว่า 30 ประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมชมงานมากกว่า 10,000 คน

         สำหรับ 9 หน่วยงานจากประเทศไทย ที่ร่วมคว้ารางวัลในงาน “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2019) ได้แก่
-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)
-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
-บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
-บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)
-บริษัท ซุปเปอร์เซโย จำกัด

          โดยผลงานจากประเทศไทยที่นำเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ วช.ได้พิจารณาคัดกรองในหลายรูปแบบ ได้แก่ ผลงานที่ได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาผลงานจากวช.,ได้รับรางวัลและนำเสนอในเวทีระดับประเทศ อาทิ รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ รางวัลระดับประเทศของหน่วยงาน,ผลงานที่มีการจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต เป็นต้น

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – วงจรปิด สิบเอกสื่อสารทะเลาะกับแฟน ยิงปืนขู่ทะลุฝาเพื่อนข้างห้อง หนีตายจ้าละหวั่น

         เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 3 พ.ย.62 ร.ต.ท.หญิง สิตานัน โฉมวันดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ รัตนา มีเหตุชายเมาสุรา ก่อเหตุยิงปืนในห้องพัก บ้านสวยอพาร์ทเม้นท์ ซอยรัตนาธิเบศร์ 24 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน

          ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นท์ สูง 8 ชั้น ที่เกิดเหตุห้อง 1518 ชั้น 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ น.ส.บุหงา ไชยนรา อายุ 33 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ ให้ปากคำว่า ผู้ก่อเหตุคือ ส.อ.เติ้ล (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี เป็นทหารสังกัดสื่อสาร จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นแฟนคบหากันอยู่ ส.อ.เติ้ลได้มาหาที่ห้องพักอยู่ด้วยกัน 3 วันแล้ว วันนี้ตนได้ขอกลับบ้านต่างจังหวัด แต่ ส.อ.เติ้ล ไม่ยอมจึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ส.อ.เติ้ลได้พังข้าวของในห้องเสียหาย ก่อนที่ ส.อ.เติ้ล จะคว้าปืนออกมาขู่และยิงปืนใส่กำแพงห้อง 1 นัด จนกระสุนทะลุไปอีกห้อง ตนจึงหยิบกระเป๋าเป้ ออกมาจากห้องลงมาด้านล่าง แจ้งกับเจ้าหน้าที่อพาร์ทเม้น ว่า ส.อ.เติ้ล ยิงปืนในห้องให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุด้วยกลัวจะทำร้ายตัวเอง

         ต่อมา พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกลม ได้สั่งการให้ตำรวจสืบสวนสวมเสื้อเกาะและใช้โล่กันกระสุน ขึ้นไปยังห้องเกิดเหตุ เพื่อเจรจาให้วางอาวุธและมอบตัว หลังจากพูดคุย ส.อ.เติ้ล ไม่ยอมมอบตัวและพูดจาไม่รู้เรื่อง เนื่องจากดื่มสุราจนเมา จึงได้ประสานไปยัง จ.ส.อ.สุรเวช ซึ่งเป็นทหารรุ่นพี่ให้เดินทางมาเกลี้ยกล่อม โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชม. ส.อ.เติ้ล จึงยอมเปิดประตูให้รุ่นพี่เข้าไปภายในห้อง เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชม. ส.อ.เติ้ล ก็เปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป เพื่อมอบตัวพร้อมอาวุธปืนแบบแมกกาซีน 2 กระบอก กระสุน 2 นัด ตำรวจจึงได้นำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก

         จากการสอบสวน ส.อ. ให้การคำว่า ตนคบหากับ น.ส.บุหงา มาได้ประมาณ 2 ปี แต่มารู้ตอนหลังว่า น.ส.บุหงา มีแฟนอีกคนอยู่ก่อนแล้ว ตนจึงขอเลิกแต่ น.ส.บุหงา ได้มาขอคืนดีและบอกว่าได้เลิกกับทางนั้นแล้ว ตนจึงยอมคบหาต่อ และล่าสุดตนได้เดินทางไปบ้าน น.ส. บุหงา มีการผูกข้อไม้ข้อมือกัน แต่พอหลังจากกลับลงมาได้ไม่นานก็เกิดปัญหาอีก จนมาวันนี้ น.ส.บุหงา บอกจะกลับบ้านต่างจังหวัด ตนก็ยอมให้กลับแต่พอจะไปส่งกลับไม่ยอม จึงมีปากเสียงกัน ด้วยความเมาตนได้ยิงปืนขู่ไป 1 นัด

          ด้าน น.ส.ชนันชิดา พลเดช อายุ 44 ปี พักอยู่ห้อง 1517 ให้ปากคำว่าขณะกำลังนั่งคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ ได้มีกระสุนปืนถูกยิงทะลุจากห้องเกิดเหตุเฉี่ยวหน้าตนไปอย่างหวุดหวิด โชคดีที่ไม่ได้รับอันตรายตนจึงรีบออกจากห้อง ลงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ของอพาร์ทเม้นท์ โทรแจ้งตำรวจ

         เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา ส.อ.เติ้ล พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ. รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดี และประสานผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดให้ทราบต่อไป

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

นนทบุรี – ฝนกระหน่ำเมืองนนท์พ่วง 18 ล้อ เสียหลักชนรวด 4 คันเจ็บ 7 ดับคาที่ 1


          เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 3 พ.ย.62 พ.ต.ต.พิเศษศักดิ์ ขำทอง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนสะพานข้ามแยกแครายถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายและมีผู้เสียชีวิต จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ

         จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่ามีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ รถเก๋งและรถ จยย.ชนกันรวม 5 คัน สภาพตัวรถพ่วงชนราวสะพานที่เป็นคอนกรีต ทำให้แผ่นคอนคอนกรีตตกลงไปด้านล่าง ส่วนรถยนต์เก๋งและรถกระบะได้รับความเสียหายยับเยิน ขณะเดียวกันรถ จยย.ก็ถูกรถบรรทุกพ่วงทับอยู่ ผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย.นอนเสียชีวิตอยู่ใต้รถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าว เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 7 รายชาย 4 หญิง 3 กู้ภัยนำส่ง ร.พ.พระนั่งเกล้า และผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่มีฝนตก ลงมา อย่างหนักในพื้นที่ จ.นนทบุรี

          จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้รถที่วิ่งจากถนนงามวงศ์วาน มุ่งหน้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์เกิดชลอตัว จากนั้นรถบรรทุกพ่วงที่ขับตามหลังกันมา เกิดเบรคกระทันหันทำให้รถบรรทุกพ่วงเกิดเสียหลักหมุนไปขวางถนนและพุ่งชนรถยนต์และรถ จยย.ที่วิ่งสวนทางมา เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ขณะเดียว กันจะต้องทำการสอบปากคำ ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วงรวมถึงจะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบนสะพานและกล้องหน้ารถของคันที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

นนทบุรี – หนุ่มใหญ่ น้อยใจทะเลาะกับแฟน ใช้เตาถ่านรมควัน ดับคาห้องนอน


          เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 4 พ.ย. 62 ร.ต.ท.พันธพงศ์ ภูมริวัฒนพงษ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งมีคนรวมควันเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 100/1056 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี จึงพร้อมด้วย แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

          พบเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น บริเวณชั้นบนภายในห้องนอนพบศพชาย ทราบชื่อคือนาย ธีทัต พูลพัตน์อายุ 34 ปี นอนคว่ำหน้า ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย มีเพียงเตาถ่านและถ่านที่มอดไหม้ในเตา อีกทั้งยังพบจดหมายลาตายที่พิมพ์ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ว่า ” เบื่อเหมือนไร้ตัวตนเลย คุยกะใครก็เงียบ ทำอะไรก็ไม่มีคนให้ความสนใจ ย่าก็อะไรไม่รู้ เหนื่อยนะ ไปก่อนนะแม่ ไม่ไหวละ

         จากการสอบถามญาติผู้ตายทราบว่า ก่อนตายนายธีทัต บอกว่าจะไปหาดใหญ่ และมีท่าทางครุ่นคิด เดินไปเดินมาในบ้าน ก่อนจะออกไปซื้อของด้านนอก และกลับเข้ามาบ้าน เอาเตาถ่านขึ้นไปในห้องนอน บอกว่าจะทำปิ้งย่าง กิน ทุกคนเลยไม่สนใจ จนกระทั่งได้กลิ่นควันเหม็นไหม้ในห้องนอน แต่ก็คิดว่าไม่มีอะไร จนกระทั่งป้าผู้เสียชีวิตขึ้นไปเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจึงพบว่านายธีทัต ใช้เตาถ่านรมควันตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว

          เบื้องต้นได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรให้ละเอียดอักครั้ง ก่อนมอบให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

มุกดาหาร # กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ปราบปราม กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ตามแนวชายแดน อย่างต่อเนื่อง

          เมื่อวันที่ 02 พ.ย. 62 เวลา 17.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 2 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวของหน่วยฯ ว่าจะมีการรับ-ส่งยาเสพติด พื้นที่บริเวณลานจอดรถ ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขาบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงได้จัดกำลัง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ทำการปิดล้อมตรวจค้น บริเวณลานจอดรถภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขาบึงกาฬ

          ต่อมาเมื่อเวลา 18.50 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบชายต้องสงสัย ได้ขับรถจักยานยนต์ คาวาซากิ แซด 300 สีเหลือง ป้ายทะเบียน 1 กฌ 5519 ออกมาจากโรงจอดและมาพบผู้หญิงคนหนึ่งและได้ทำการยื่นสิ่งของบางอย่างให้แก่กันและผู้หญิงได้เดินหลบหนีไป ส่วนชายผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ขับรถจักยานยนต์ออกจากบริเวณลานจอดรถภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสทันที เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจสอบ

          ผลการปฏิบัติสามารถจับกุม นายมนตรี แพงโสภา อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 178 ม.2 ต.นาสวรรค์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ พร้อมของกลาง

  • ยาบ้า จำนวน 8,001 เม็ด (ยาบ้าสีแดง จำนวน 7,926 เม็ด ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งของเม็ดยาประทับอักษร WY อีกด้านหนึ่งผิวเรียบ
  • ยาบ้าสีเขียว จำนวน 75 เม็ด ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งของเม็ดยาประทับอักษร YI อีกด้านหนึ่งประทับอักษร A
  • รถจักยานยนต์ คาวาซากิ แซด 300 สีเหลือง ป้ายทะเบียน 1 กฌ5519 จำนวน 1 คัน

          จึงได้นำตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางส่งให้กับ สถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
/////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //////

สุโขทัย – กลุ่มรถซิ่งสายเหนือเรสซิ่ง สานฝันปันรัก จากพี่สู่น้อง ระดมทุนกว่าสี่แสนบาท พร้อมอุปกรณ์การเรียน มอบโรงเรียนแม่สาน

สุโขทัย-กลุ่มรถซิ่งสายเหนือเรสซิ่งสานฝันปันรักจากพี่สู่น้อง ระดมทุนกว่าสี่แสนบาท พร้อมอุปกรณ์การเรียนมอบโรงเรียนแม่สาน

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเอกชัย เทียนคำ ประธานกลุ่มสายเหนือเรสซิ่ง จัดโครงการสานฝันปันรักจากพี่สู่น้อง ปี62 ได้นำทีมสมาชิกสายเหนือเรสซิ่ง ออกเดินทางจาก จังหวัดระยอง พาสมาชิกกลุ่ม ร่วมสานฝันปันรักจากพี่สู่น้องโรงเรียนบ้านแม่สาน หมู่ที่ 6 ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โดยมีรถยนต์สมาชิกในกลุ่มร่วมเดินทางจำนวนกว่า120 คัน พร้อมสมาชิกกว่า 200 คน พร้อมนำสิ่งของ, อุปกรณ์การเรียน, สมุดดินสอ, แท้งน้ำ, ตู้น้ำกด, แผงโซล่าเซล, ตู้แช่ขนาดสองประตู, เสื้อผ้า, ตุ๊กตา, อาหาร, เครื่องดื่ม, รวมทั้งร่วมต่อเติมอาคารเรียน ทาสีแท้งน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน และนำเงินบริจาคให้โรงเรียนมูลค่ากว่าสี่แสนบาท มามอบให้กับโรงเรียน โดยมี นายวิชัย นมเนย ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สาน ผู้นำชุมชนและคณะครู นักเรียนรวมถึงพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

          โรงเรียนบ้านแม่สาน เป็นสถานที่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จมาประทับและมีพระราชดำรัสให้พัฒนาหมู่บ้านนี้เป็นแหล่งต้นน้ำที่จะใช้ในการเกษตร ส่วนงบประมาณที่กลุ่มสายเหนือเรสซิ่งได้มาได้มาจากเพื่อนๆสมาชิกในกลุ่มรวบรวมกันและขอรับบริจาคทางเฟชบุ๊ค โดยมอบให้เพื่อเป็นทุนการศึกษาและเป็นประโยชน์ต่อทางโรงเรียนได้ดำเนินการต่อไป

นายพงษ์เทพ สาคร รายงาน

พสพ.16 พัทยา – สายบุญ !! นำกฐินทอดที่วัดในชนบท จังหวัดขอนแก่น ทะลุกว่า สามแสน สุดปลื้มรับบุญทั่วหน้า

          ศิษย์เก่ารุ่น พสพ.16 พัทยา ได้จัดตั้งองค์กฐิน ร่วมบุญนำไปทอดที่วัดห่างไกลในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเงินโดยรวมยอดแล้วกว่า สามแสนบาท ทะลุจากยอดที่ได้ตั้ง กว่าสองแสน ชาว พสพ.16 พัทยากว่า 100 ชีวิต ได้เดินทางนำองค์กฐิน แห่และประกอบพิธีทอดกฐินตามพุทธศาสนาและประเพณีโบราณ อย่างนิ่งใหญ่ อิ่มบุญกันทั่วหน้า ฝ่าอากาศที่ร้อนระอุ ในช่วงต้นฤดูหนาว กันอย่างสนุกสนาน

          โดยมีนาย สุชาติ สุขสว่าง ประธานรุ่น, พ.ต.ท.อัญชลิณีย์(รองตุ๋ม) ปวรณีย์, ร.ต.อ.จรงค์ ช่างเรือน และคุณธัญญ์ธนรัตน์ ไชยวัฒน์ ตลอดจนชาว พสพ.16 (โพธิสัมพันธ์พิทยาคาร พัทยา) ทุกคนได้ร่วมบุญจัดตั้งองค์กฐินสามัคคี นำมาทอดที่วัด ทวีศรัทธาบำรุง ตำบลภูห่าน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

          เมื่อเดินทางโดยรถบัสขนาดใหญมาถึงวัด ได้ร่วมกันจัดตั้งองค์กฐิน พร้อมตั้งขบวนแห่องค์กฐินสามัคคี ผ่านหมู่บ้านเข้าสู่วัด โดยแห่รอบพระอุโบสถ 3 รอบ ก่อนนำองค์กฐินเข้าภายในพระอุโบสถ เพื่อประกอบพิธีตามพระพุทธศาสนา ตามประเพณีต่อไป ซึ่งยอดเงินรวมในครั้งได้ยอดถึง 356,935 บาทเลยทีเดียว ส่งผลอิ่มผลกันทั่วหน้าของ พสพ.16 พัทยา และผู้ที่ร่วมทำบุญทุกๆท่านได้รับบุญโดยทั่วถึงกัน

สมชาย แก้วนุ่ม ผู้สื่อข่าวประจำอำเภอศรีราชา รายงาน

ไม่เข็ด! ตร.รวบตัวลูกชายอดีตผู้ใหญ่บ้าน ก่อเหตุยิงชาวบ้าน พบประวัติ เพิ่งพ้นโทษมา ไม่ถึงปี

ปัตตานี – ตำรวจรวบตัวลูกชายอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองจิก จ.ปัตตานี ทันควัน หลังก่อเหตุยิงชาวบ้านหนองจิกบาดเจ็บสาหัส ตรวจประวัติพบเพิ่งพ้นโทษมายังไม่ถึงปี

          วันนี้ (2 พ.ย.62) พ.ต.ท.จักรกฤต แสงจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก ร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.โคกโพธิ์ สนธิกำลังเข้าไปปิดล้อมในพื้นที่บ้านท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และสามารถจับกุม นายฮากิม ดือราแม อายุ 36 ปี ลูกชายของ นายอาแซ ดือราแม อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ้านกอเปาะ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุยิง นายมักตา ยะโก๊ะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.18 น.ของคืนที่ผ่านมา

          ซึ่งจากตรวจสอบประวัติ พบว่า ผู้ต้องหาเคยต้องคดีมาแล้วและเพิ่งพ้นโทษมายังไม่ถึงปี หลังจากใช้อาวุธปืนร่วมก่อเหตุยิง นายมักตา ยะโก๊ะ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่41/1 ม.5 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อคืนที่ผ่านมา เหตุเกิดบนถนนทางหลวงชนบท สายดอนรัก-เกาะเปาะ ม.1 ต.เกาะเปาะ อ.หนองจิก

         จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ขณะที่ผู้เสียหายกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนเส้นทางดังกล่าวเพื่อออกไปทำธุระส่วนตัว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายขับขี่รถจักรยาน ยนต์ ไล่ตามประกบยิงจำนวนหลายนัด ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไป โชคดีมีพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองจิก ในบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจพบปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด .38 มม. ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบที่มาของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป

          ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาไปสอบปากคำ และเพื่อการขยายผลถึงสาเหตุแรงจูงใจของการก่อเหตุในครั้งนี้ที่ สภ.หนองจิก ปัตตานี ส่วนประเด็นสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว แต่ก็ไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้.

สำนักข่าวความมั่นคง