มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดบรรเทาทุกข์ สู้ภัยหนาว มอบผ้าห่มแก่ชาวจังหวัดเชียงใหม่ในถิ่นทุรกันดาร

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดบรรเทาทุกข์ สู้ภัยหนาว มอบผ้าห่มแก่ชาวจังหวัดเชียงใหม่ในถิ่นทุรกันดาร

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยนายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการฯ,นางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ,นายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิฯ และทีมศาลเจ้าฝาง จ.เชียงใหม่ มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 800 ชุด แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวม 4 แห่ง 2 อำเภอ ประกอบด้วย ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ บริเวณเทศบาลป้านแม่ข่า เทศบาลตำบลสันทราย องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย โดยมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

โดยในเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกำหนดออกเดินทางบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ ประจำปี 2562 รวม 12 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์,แพร่,น่าน,พะเยา,เชียงใหม่,เชียงราย,สุโขทัย,ตาก,ลำปาง,ลำพูน,แม่ฮ่องสอน และพิษณุโลก เพื่อมอบผ้าห่มบรรเทาภัยหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวม 16,100 ชุด รวมทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประสานเครือข่ายมูลนิธิฯ​ ภายในจังหวัดให้ดำเนินการเป็นผู้แทนแจกจ่าย และมีกำหนดออกเดินทางสายอีสานต่อในเดือนธันวาคม 2562 เป็นลำดับต่อไป

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม​ ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีประดับยศ ร.ต.อ.ในสังกัด​ บก.อก.บช.น.

วันพุธที่ 13 พ.ย.62 เวลา 13.30 น.: พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผบก.อก.บช.น.ให้เกียรติเป็นประธานในการ ประดับยศ ร.ต.อ. ให้แก่ ว่าที่ ร.ต.อ.สมเกียรติ คัมภิรานนท์ รอง สว.ประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.บช.น.,ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง​ ลัดดา บุญนิมิตร รอง สว.ฝอ.2 บก.อก.บช.น. และ ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง​ ธัญพร ธิติจาตุภัทร รอง สว.ฝอ.4 บก.อก.บช.น.

โดยมี พ.ต.ท.พัทธนนท์ เกียรติไพบูลย์ รอง ผกก.ฝอ.5 และ พ.ต.ต.สาโรจน์ เนียมหอม สว.ประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.บช.น.ร่วมในพิธี จากนั้นได้ให้โอวาท​ และคติธรรมในการดำรงชีวิต ณ ห้องทำงาน รอง ผบช.น. และ ห้องทำงาน ผบก.อก.บช.น.

Cr.ขอบคุณภาพจากสื่อมวลชน​ และทีมงานประชาสัม พันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ 3 สมาชิกขบวนการหลอกซื้อดาวน์-เช่ารถ พร้อมตามยึดรถของกลางกลับคืนผู้เสียหาย

วันที่ 14 พ.ย.เวลา 14.30 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป. พร้อม​ด้วย​ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ภูมิทัศ ปิติจิระนน สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.หญิง กัญจิรา นรสาร และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายวัชรพล สังข์ทอง อายุ 36 ปี ชาวจ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 142/2562 ลง 12 ก.ย.62 ข้อหา ยักยอกทรัพย์ นายสิทธิพงษ์ บุญประกอบ อายุ 38 ปี ชาว จ.ชลบุรี และน.ส.สุทาวัน มหานาม อายุ 43 ปี ชาว จ.ชลบุรี พร้อมของกลาง รถยนต์ ยี่ห้อต่างๆจำนวนรวม 8 คัน โดยจับกุมนายวัชรพลฯ ได้ที่หน้าบ้านเลข 22/24 ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ส่วน นายสิทธิพงษ์ฯ​ และน.ส.สุทาวันฯ ถูกจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

พ.ต.อ.สุรพงษ์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากทางตำรวจกองปราบฯ​ ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหาย จำนวน 16 คน จากหลายพื้นที่ ทั้ง กทม.และปริมณฑล ว่าถูก นายวัชรพลฯ หลอกทำทีมาติดต่อขอเช่ารถยนต์ และหลอกขอซื้อดาวน์รถต่อจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะดำเนินการเปลี่ยนสัญญา​ และจะผ่อนชำระค่างวดต่อ แต่เมื่อได้รถไปแล้วนายวัชรพลฯ​ นำรถหนีหายไป ที่ผ่านมามีผู้เสียหายถูกนายวัชรพลฯ หลอกเชิดรถไปแล้วจำนวน 18 คัน มูลค่าความเสียหายกว่า18 ล้านบาท ทั้งนี้ภายหลังรับเรื่องทางกองปราบฯ​ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมลงพื้นที่สืบหาเบาะแส จนทราบว่ามีรถยนต์ของผู้เสียหายจำนวน 3 คัน ถูกจอดติดป้ายประกาศขายอยู่ที่ลานจอดรถปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ กระทั่งพบนายสิทธิพงษ์ฯ​ และน.ส.สุทาวันฯ แสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง​ และเป็นผู้ขายรถ จึงได้ทำการจับกุมตัวดังกล่าว

พ.ต.อ.สุรพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ภายหลังจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ 2 คนแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขยายผลต่อเนื่องไปทำการจับกุมตัว นายวัชรพลฯ ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมกับนำหมายศาลเข้าตรวจค้นเต็นท์รถ จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่ อ.บ้านบึง และ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าน่าจะถูกใช้เป็นสถานที่เก็บรถที่ได้มาจากการก่อเหตุ โดยจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัยไม่มีเอกสารการครอบครองจำนวน 5 คัน จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

ทั้งนี้จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพ ว่าได้มีการหลอกลวงซื้อดาวน์และเช่ารถ จากผู้เสียหายเพื่อนำไปขายต่อจริง เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับแก่ นายวัชรพลฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ส่วนนายสิทธิพงษ์ฯ​ และน.ส.สุทาวันฯ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันยักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.สุรพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า อยากฝากเตือนประชาชนว่าการทำสัญญาโอนลอยกรรมสิทธิ์ หรือทำสัญญาซื้อขายรถยนต์กันเอง ไม่สามารถกระทำได้ เพราะตามกฎหมายผู้เช่าซื้อมีสิทธิในการครอบครอง​ และใช้งานเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของรถที่แท้จริง จนกว่าจะชำระเงินครบตามสัญญาเช่าซื้อ จึงไม่มีสิทธิในการโอน หรือขายรถให้ผู้อื่น ถ้าหากขายดาวน์ หรือโอนรถให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท ไฟแนนซ์ อาจตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ เสียเองด้วย ดังนั้นหากท่านมีความต้องการที่จะขายดาวน์รถมือสอง ควรพาผู้ที่ซื้อไปทำการเปลี่ยนคู่สัญญากับไฟแนนซ์ให้ถูกต้องเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.ประจวบคีรีขันธ์ เยี่ยมให้กำลังใจ​ และมอบถุงยังชีพ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนดีฐานะยากจน

กอ.รมน.ประจวบคีรีขันธ์ เยี่ยมให้กำลังใจ​ และมอบถุงยังชีพ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนดีฐานะยากจน

วันที่ 13 พ.ย.62 เวลา 16.00 น. : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ พร้อมด้วย นางสาวสุรีย์รัตน์ มาหนูพันธ์ ครู คศ.3 ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมมิการาม

เข้าพบปะเยี่ยมบ้านนักเรียนที่เรียนดีฐานะทางบ้านยากจน เด็กชายอรรธพงษ์ ช้างให้ อายุ 13 ปีเรียนชั้น ม.1 ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านพักคนงาน ต.อ่าว น้อยอ.เมือง​ จ.ประจวบคีรีขันธ์ บิดามีอาชีพรับจ้าง มารดาป่วย น้องสาวเรียนชั้นป.4 เรียนดี รวมทั้งร่วมกันมอบน้ำดื่ม,รองเท้า​ และถุงยังชีพ​ จากมูลนิธิพระราหู ใจถึงใจโดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ​ และลดภาระค่าใช้จ่่ายต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบ “ปิง ท่าม่วง” ฉุนถูกรถบรรทุกปาดหน้า ไล่ยิงโชเฟอร์เจ็บ รับเข้าใจผิดคิดว่าอริตามราวี

วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 14 พ.ย.62​ ที่กองปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายมนัสวุฒิ วิโรจนะ หรือปิง ท่าม่วง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/13 หมู่ 8 ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 447/2559 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง,พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุและทำลายทรัพย์ของผู้อื่น” ได้หน้าร้านสะดวกซื้อริมถนนปลายบาง ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

พ.ต.อ. เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.59 ขณะที่ นายมนัสวุฒิ ผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์มาถึงบริเวณถนนสาธารณะ ม.1 ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี แต่ถูกรถบรรทุกหกล้อส่งของขับแซงลักษณะปาดหน้า ทำให้ผู้ต้องหาโกรธ ชักอาวุธปืนไล่ยิงรถหกล้อหลายสิบนัด ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บและรถเสียหาย หลังเกิดเรื่องผู้เสียหายได้แจ้งความที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กระทั่งศาลออกหมายจับไว้ จากนั้นผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เรื่อยมา จนทราบว่าล่าสุดได้มาซ่อนตัวกับญาติใน จ.นนทบุรี จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวน นายมนัสวุฒิฯ ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุขณะนั้น ตนเองเมาสุราจากงานเลี้ยงคิดว่าเป็นคู่อริตามมาหาเรื่อง จึงเกิดความโกรธแค้นไล่ยิงหมายเอาชีวิต ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นได้ยืมมาจากเพื่อนหลังจากเกิดเรื่องได้โยนทิ้งไปแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง สภ.ท่าม่วง ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

เขาทราย แกแล็คซี่ ร่วมกับวัดป้อมรามัญ เตรียมจัดสร้างเหรียญ “พ่อปู่ยี่กอฮง–พ่อปู่ชูชก” รุ่น “รวยอมตะ” ในต้นปี 2563

วันที่ 14 พ.ย.62 : นายชัชชัย สาตราภัย นักธุรกิจ​ และเจ้าของค่ายมวยชื่อดัง เปิดเผยว่า ล่า สุดได้เดินทาง มาพร้อมกับ นายสุระ แสนคำ หรือ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกหลายสถาบัน ผู้เป็นตำนานนักมวยของไทย โดยได้เข้ากราบนมัสการ พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เกจิชื่อดังเมืองกรุงเก่า ด้านเมตตามหานิยม เจ้าของฉายานิ้วมหามงคล และเป็นเจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ อ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับขอพรและลง นะ หน้าทอง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการงาน

ทั้งนี้ยังได้ขออนุญาต ที่จะสร้างเหรียญ “พ่อปู่ยี่กอฮง–พ่อปู่ชูชก” รุ่น “รวยอมตะ” ในต้นปี 2563 เพื่อระดมทุนหาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเมื่อปี 2561 ตนเอง​ และทางวัดป้อมรามัญ ได้สร้างเหรียญ ”พ่อปู่ยี่กอฮง-พ่อปู่ชูชก” รุ่น 1 “รวยให้เพลิน” โดยประสบความสำเร็จในวงการพระเครื่อง และนำรายได้ช่วยเหลือสถานพยาบาลไปแล้ว ล่าสุดมีเสียงเรียกร้องจากเซียนพระ​ และประชาชนทั่วไป ขอให้จัดสร้างอีกเป็นรุ่นที่ 2 ในปี 2563

ด้าน เขาทราย แกแล็คซี่ เปิดเผยว่าเหรียญที่จะจัดสร้างใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะนำเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลแล้ว รายได้บางส่วน จะนำมาตั้งเป็นกองทุนการศึกษา ให้แก่บุตรหลานของนักมวยที่ยากจน หรือด้อยโอกาสทางสังคม รวมถึงนักมวยที่เจ็บป่วยตอนแก่ชรา ซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่ายโดยเฉพาะวัดป้อมรามัญและศาลเจ้าพ่อปู่ยี่กอฮง ที่มองเห็นความลำบากของอดีตนักมวย และครอบครัวของนักมวย ที่บางคนยังยากจนอยู่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“สุรวุฒ” ถกความสูญเสียจากปัญหาจราจรวิกฤติ

นายกฯโคราช​ ร่วมรับฟังคำถาม ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ถึงความสูญเสียทางเศรฐศาสตร์จากปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองโคราช

วันที่ 13 พ.ย.62 เวลา 11.00​ น.​ ที่​ จ.นครราชสีมา​ : ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานเทศบาลนคร นครราชสีมา ว่า นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนคร นครราชสีมา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เทศบาลนคร นครราชสีมา ร่วมรับฟังคำถาม ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับ UNDP เพื่อประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่สูญเสียจากการจราจรติดขัดในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา อีกทั้งยังตั้งประเด็นกระทู้ถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากสาเหตุใด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการมอบเครื่องวัดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ให้กับทางสำนักงานเทศบาลนคร นครราชสีมา นำไปใช้ในการตรวจวัดค่ามลพิษในอากาศ มีมากน้อยขนาดไหน เพื่อดำเนินการหาทางแก้ไข

Cr.ตุ๋ย-อาชญากรรม-นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

แหวน“รัชมงคลสมัย” รับการเปลี่ยนยุคสมัย ให้ชีวิตก้าวหน้า ปัญญารุ่งเรือง เสริมมงคลชีวิต

แหวนรัชมงคลสมัย “รับการเปลี่ยนยุคสมัย ให้ชีวิตก้าวหน้า ปัญญารุ่งเรือง” คำว่า “รัชมงคลสมัย” หมายถึง สื่อถึงยุคแห่งความเจริญรุ่งเรื่องมีความรุ่งโรจน์ และการที่บุคคลจะมีความเจริญรุ่งเรืองได้นั้นต้องประกอบไปด้วย “การปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในสิ่งต่างๆ การมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง เสริมสร้างทัศนคติในเชิงบวกแก่ตนเอง”

นายช่างสุชาติ กิจทรานนท์ นายช่างใหญ่แห่งร้านอู่ทอง ถนนบางลำพู จึงได้ถอดรหัสจาก แนวความคิดข้างต้นมาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับ อันจะเสริมพลังในด้านบวกให้กับผู้ที่สวมใส่ และยังเป็นวัตถุมงคลที่จะดึงดูดสิ่งดีๆ อันเป็นมงคลเข้าหาผู้เป็นเจ้าของโดยแหวนวงนี้ มีชนวนมวลสารที่สำคัญ ที่ได้รับมอบจาก “เจ้าคุณธงชัย” ตั้งแต่อดีต เช่น เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑประทับพระราหู, แหวนอสุรินทราหูทรงครุฑ, แผ่นทองคำ, แผ่นเงิน และแผ่นนาก เป็นชนวนหลักในการสร้างแหวนชุดนี้

เมื่อคิดได้เช่นนี้จึงได้มีแนวความคิด ออกแบบผ่าน แหวนพระนารายณ์ทรงครุฑประทับ บนพระราหูปรกนาคราช รุ่น “รัชมงคลสมัย” อันสื่อความหมายถึง “ทุกๆ ท่านที่มีแหวนวงนี้จะ ได้จะมีความเจริญรุ่งเรื่อง ก้าวหน้า มีความรุ่งโรจน์ และจะเป็นเครื่องเตือนสติ ช่วยให้ท่านเป็นผู้เจริญไปด้วยปัญญา และประกอบไปด้วยกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม”

โดยการได้นำแหวนสวมใส่ที่นิ้ว นอกจากจะเป็นสิ่งมงคลที่คุ้มแล้ว ยังเปรียบเสมือนสนามแม่เหล็ก ที่คอยดึงดูดพลังงานแห่งความสำเร็จ ความก้าวหน้าการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมาสู่ผู้เป็นเจ้าของและคนรอบข้าง โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลักหักค่าใช้จ่ายแล้ว ทางคณะผู้จัดสร้างแหวน จะนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และมอบเป็นทุนการศึกษาแก่สถาบันฯ ต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่, เพื่อสืบสานงานศิลป์เชิงช่างให้คงอยู่สืบไป นำรายได้ส่วนหนึ่งหลักทักค่าใช้จ่าย ร่วมทำนุบำรุงศาสนา และการศึกษา

แหวน รุ่น “รัชมงคลสมัย” จัดสร้าง 4 เนื้อ

  1. เนื้อสำริด บูชา 990บาท
  2. เนื้อเงิน บูชา 2,990 บาท
  3. เนื้อทองชมพู บูชา 23,990 บาท
  4. เนื้อทองคำ บูชา 29,000 บาท

โดยแหวนทุกวงจะมีหมายเลขกำกับทุกวง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 091-4192-655 หรือทาง Line Official @authong1996 หรือคลิกlink >>https://line.me/ti/p/%40pkx6663d

ลพบุรี – หนุ่มใหญ่เครียด !!ไม่อยากอยู่เป็นภาระใคร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

วันที่ 14 พ.ย. 62 ร.ต.อ.รัตนชัย ผ่องทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากพระวัดตะกรุดหว้า เลขที่ 9/9 หมู่ที่ 5 ต.ดงมะรุม ว่ามีผู้ผูกคอตายที่ศาลาเอนกประสงค์ จึงได้ประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ รุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นศาลาเอนกประสงค์หน้าเมรุเผาศพ มีชาวบ้านพระเณร ยืนจับกลุ่มมุงดูอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ขื่อศาลาพบร่างนายทองพูน กองคำอายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 5 ต.ดงมะรุม อ.โคกสำโรง ลพบุรี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ใช้สายไฟสีน้ำเงินมัดโยงกับขื่อ รัดคอตัวเอง มีเก้าอี้สีฟ้าตั้งอยู่ใกล้ศพ ที่เกิดเหตุมีรองเท้าแตะคาอยู่ที่เท้าซ้าย 1 ข้าง อีกข้างร่วงที่พื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ช่วยกันนำร่างลงมาเพื่อให้แพทย์ทำการชั้นสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และการต่อสู้ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10-12 ชั่วโมง

จากการสอบสวนพระลูกวัดตะกรุดหว้า ให้การว่าเมื่อช่วงเช้าหลังจากที่กลับมาจากบิณฑบาตร เดินผ่านศาลาเอนกประสงค์ คิดว่ามีญาติโยมยืนอยู่ไม่คิดว่าเป็นคนผูกคอตาย จนพระอีกองค์มาพบว่านายทองพูน ผูกคอตายแล้ว ซึ่งจากการสอบถามญาติของผู้ตายเล่าว่า นายทองพูนก่อนทำงานบริษัท หลังถูกเลิกจ้างได้มาประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งระยะหลังตกงานบ่อย แม้แต่ตัดอ้อย ถอนมันก็ยังมีคนแย่งกันทำ จนเกิดอาการเศร้าหมอง เหม่อลอย เครียด บ่นกับญาติว่าไม่อยากอยู่เป็นภาระใครอีก ซึ่งทางญาติก็ได้แต่คอยให้กำลังใจต่อสู้ จนเมื่อช่วงหัวค่ำนายทองพูนหายไป ซึ่งคิดว่าไปนอนบ้านเพื่อน จนมาทราบว่าผูกคอตายที่วัดแล้ว ซึ่งคงคิดว่าผู้ตายคงน้อยใจในชีวิต และก่อนตายก็ไม่อยากเป็นภาระยุ่งยากให้กับญาติจึงได้ขอจบชีวิตใกล้วัด ใกล้พระ ทั้งนี้ทางญาติไม่ติดใจในการตายของนายทองพูนขอนำร่างทำการบำเพ็ญกุศลที่วัดแห่งนี้เลย

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

จ.ลพบุรี – รถตู้รับส่งนักเรียนยางระเบิด เสียหลัก ตกข้างทางเจ็บระนาว 18 ราย คาดบรรทุกเกิน

https://youtu.be/_VUWiQkJjCo

ศูนย์ข่าวภาคกลาง จังหวัดลพบุรี รถตู้รับส่งนักเรียนยางระเบิดเสียหลักตกข้างทางเจ็บระนาว 18 ราย คาดบรรทุกเกิน

เมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 14 พ.ย. 62 ร.ต.อ.วิชัย แสนบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกุ่ม อ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนเสียหลักตกข้างทาง ที่ถนนสายลพบุรี-บ้านแพรก หมู่ที่ 5 ต.งิ้วราย โค้งวัดชีแวะ ในที่เกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถ จึงได้ประสานรถกู้ชีพจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วยอุปกรณ์ในการตัดถ่างรุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ เงิน หมายเลขทะเบียน ฮฉ-4971 กรุงเทพ มหานคร ตกอยู่ข้างทางในสภาพพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บล้วนเป็นเด็กนักเรียน เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แพทย์พยาบาลได้ทำการช่วยเหลือนำร่างออกมาจากซากรถ ปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่ง และยังมีเด็กนักเรียนติดคาซากรถอยู่อีกหลายราย เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาได้ในเวลาต่อมาหลายรายอาการสาหัส

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าได้ขับรถตามหลังรถคันเกิดเหตุ จู่ๆ รถได้เสียหลักพุ่งตกข้างทางเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร พุ่งชนต้นไม้ริมทาง ก่อนที่จะพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง เสียงดังสนั่น จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากถึง 19 ราย อายุระหว่าง 12-20 ปี และเด็กสุดอายุ 5 ปี รวมถึงนายนิรุท ศรีจันทร์ดี อายุ 36 ปี คนขับได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ คาดว่ารถตู้รับส่งนักเรียนคันนี้ได้บรรทุกนักเรียนจาก รร.วินิตศึกษา รร.พิบูลวิทยาลัย และนักเรียนชั้นอนุบาลมามากถึง 18 คน ซึ่งอาจจะเป็นการบรรทุกมากเกินจนสภาพรถ และยางรถรับน้ำหนักมากเกินไป จนเป็นเหตุให้ยางรถระเบิด ก่อนเสียหลักพุ่งตกข้างทางดังกล่าว ซึ่งทางร้อยเวรเจ้าของคดีจะได้สอบสวนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน