พลตรี วัชรพงศ์ฯ ผบ.มทบ.36 เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม หลักสูตร “ความรู้ทั่วไปทางกฎหมายและกฎหมายการคุ้มครองสิทธิประชาชน”

มณฑลทหารบกที่ 36 ร่วมกับ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝึกอบรม หลักสูตร “ความรู้ทั่วไปทางกฎหมายและกฎหมายการคุ้มครองสิทธิประชาชน”

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 นาฬิกา พลตรี วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม หลักสูตร “ความรู้ทั่วไปทางกฎหมายและกฎหมายการคุ้มครองสิทธิประชาชน” ของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้ฝึกอบรมให้ความรู้หลักสูตรดังกล่าวให้กับบุคลากรของมณฑลทหารบกที่ 36 เพื่อนำความรู้ด้านกฎหมายไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่และเผยแพร่ไปยังครอบครัวของกำลังพล ซึ่งได้รับเกียรติจากทีมวิทยากร โดยมี ท่านศุภกร ศุกร์สังวาลย์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เป็นผู้ให้ความรู้ในเรื่อง การอำนวยความยุติธรรมทางอาญา รักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สิทธิและหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฐานความผิดและโทษตามกฎหมายอาญา ประมาลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/แพ่ง และความรู้ด้านรัฐธรรมนูญ อนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ ณ ห้องห้องเรียนกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 36 มณฑลทหารบกที่ 36 ค่ายพ่อขุนผาเมือง ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

กฎหมาย #สคช. #เพชรบูรณ์


ข่าว/ภาพ กกร.มทบ.36

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

องคมนตรี ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่มูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลได้ให้การสนับสนุน ในปี 2567 ที่ โรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลได้ให้การสนับสนุน ในปี 2567 โดยมี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ , นายแพทย์กิตติพงษ์ ทีฆพุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา , ส่วนราชการ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมให้การต้อนรับ

โดยปัจจุบัน โรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา รับผิดชอบดูแลประชากรในเขตอำเภอกัลยาณิวัฒนา รวมทั้งอำเภอใกล้เคียง 12,309 คน มีเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 4 แห่ง ใน 3 ตําบล ปัจจุบันมีบุคลากรทั้งสิ้น 103 คน ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้ให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 122 คนต่อวัน และให้บริการผู้ป่วยในเฉลี่ย 14 คนต่อวัน โรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สําคัญ ได้แก่ กลุ่มโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ โรคถุงลมโป่งพอง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไข้ป่า

ทั้งนี้ โรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ตามหลัก S-D-G ภายใต้แนวคิดศาสตร์พระราชาตามแนวพระราชดําริ เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่ดี มีระบบบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับบริบทชุมชนบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่สำคัญ อาทิ การส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ด้วยการคัดกรองผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมโป่งพองในกลุ่มเสี่ยง ทำให้อัตราการกำเริบของโรคถุงลมโป่งพองลดลงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ โครงการพาหมอมาหาคนไข้ เพื่อลดการรอคอยของผู้ป่วยที่โรงพยาบาล การช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ ผู้ติดบ้าน และผู้ด้อยโอกาสในสังคม การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน รวมถึงการออกหน่วยแพทย์เฉพาะทางให้บริการแก่ประชาชน , ด้านการปรับกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิตอล และ Smart Hospital ได้มีการใช้ระบบการให้บริการและจัดเก็บข้อมูลด้วยระบบดิจิตอล เพื่อช่วยลดเวลาการเข้ารับบริการของผู้ป่วย , ด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมสู่โรงพยาบาลรมณียสถาน ด้วยการใช้ระบบ Solar Cell ในการผลิตพลังงานฟ้าที่สำหรับใช้ในโรงพยาบาล

สำหรับแผนการพัฒนาโรงพยาบาลฯ ในระยะต่อไป จะมีการพัฒนาระบบ Sky Doctor ร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่าย พร้อมทั้งดูแลผู้พิการให้เกิดการรรักษาและบำบัดอย่างต่อเนื่องและเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน รวมถึงผลักดันการพัฒนาศักยภาพงานงานแพทย์แผนไทย นอกจากนี้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้แก่ผู้ป่วยที่มาใช้บริการ

โอกาสนี้ องคมนตรี ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยใน ที่รักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล เยี่ยมชมผลงานเด่นของโรงพยาบาลฯ ร่วมปลูกต้นไม้ และเยี่ยมชมกิจกรรมภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสุขภาพ


นที มีเดช รายงาน

ตม.ลำพูนให้ความรู้กฏหมายคนเข้าเมือง นายจ้าง สถานประกอบการ

ตม.ลำพูนให้ความรู้กฏหมายคนเข้าเมือง นายจ้าง สถานประกอบการ

วันนี้ (7 ก.พ.67) เวลา 14.00 น. ว่าที่ พ.ต.ท.คชพงษ์ จินตกานนท์ สว.ตม.จว.ลำพูน มอบหมายให้ ร.ต.อ.เกมกุลิน นิธิชลสุข รอง สว.ตม.จว.ลำพูน บรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การจ้างแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดลำพูนเป็นไปอย่างถูกต้องโดยสร้างการรับรู้ให้นายจ้าง/ สถานประกอบการผู้ที่ใช้แรงงานต่างด้าวและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้มีความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว ระเบียบและขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตการทำงาน การดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนข้อกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามโครงการเสริมสร้างการรับรู้ให้กับนายจ้าง/สถานประกอบการ แรงงานต่างด้าว และองค์กรภาคีเครือข่าย ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2567 (รุ่นที่ 1) จัดโดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน ณ ห้องจามจุรี 1 เดอะแกรนด์ จามจุรี รีสอร์ท ลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โดยมี นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิด


นที มีเดช รายงาน

พ.ต.อ.ฐิติพลฯ ผกก.สภ.เมืองลำพูน สั่งการตรวจเข้ม ป้องกันเหตุอาชญากรรม

วันนี้ (7 ก.พ.2567) โดยการอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผกก.สภ.เมืองลำพูน, พ.ต.ท.มาโนช เยี่ยมเจริญ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองลำพูน, พ.ต.ท.อำพล เผ่าอรุณ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองลำพูน ได้สั่งการให้ ร้อยเวรสายตรวจ และร้อยเวรจราจร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ออกตรวจเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมและกวดขันรถที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

ผลการปฏิบัติ 1) จับกุมวัยรุ่น ข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะฯ จำนวน 2 คน, 2) จับกุมรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วนและดัดแปลงสภาพ(เปลี่ยนท่อไอเสียเสียงดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด) จำนวน 6 คัน


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนกองทุนการศึกษาฯในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

องคมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านขุนแปะ จ.เชียงใหม่ โรงเรียนกองทุนการศึกษาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ติดตามผลการพัฒนาและการจัดการเรียนการสอนตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องของโรงเรียน

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านขุนแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการพัฒนาและการจัดการเรียนการสอนตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา โอกาสนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมติดตามลงพื้นในครั้งนี้ด้วย

โรงเรียนบ้านขุนแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับพิจารณาคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนกองทุนการศึกษาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงเรียนบ้านขุนแป๊ะได้น้อมนำหลักของการจัดการศึกษาสามเสาหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ในโรงเรียน มุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนสีด้านประกอบด้วยมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมืองมีฐานชีวิตที่มั่นคงมีคุณธรรมมีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดี โดยทางโรงเรียนได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอน Active Learning 6 ขั้นตอน เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองรวมถึงผู้ปกครองและชุมชนได้มีส่วนร่วมในการการเรียนการสอน ครูทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพภายในโรงเรียนและระหว่างเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันแก้ไขปัญหาแล้วนำผลมาพัฒนาผู้เรียน

นางรัชนี ต๊ะคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนแปะ กล่าวว่า โรงเรียนบ้านขุนแปะมีความต้องการเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านวิชาการ โรงเรียนขาดบุคลากรด้านภาษาต่างประเทศ ด้านอาคารสถานที่ โรงเรียนประสบปัญหาห้องน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ และด้านการส่งเสริมพัฒนาการระดับปฐมวัย โรงเรียนขาดแคลนเครื่องเล่นสนามกลางแจ้งสำหรับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย

ทั้งนี้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ได้ชื่นชมการดำเนินงานของโรงเรียนตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกล่าวว่า หัวใจสำคัญในระบบการศึกษาคือครู โดยขอให้โรงเรียนรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมและสนับสนุนในการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนถ่ายทอดความรู้ไปสู่นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ให้เพิ่มการเรียนรู้ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การตระหนักรู้ถึงปัญหาไฟป่าหมอกควันให้กับเด็กนักเรียน เพื่อขยายผลไปสู่ชุมชนและผู้ปกครอง ให้เกิดความรักความหวงแหนสิ่งแวดล้อมในชุมชน ทั้งนี้ ในส่วนข้อขัดข้องของทางโรงเรียนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ หรือเปิดรับครูอาสาสมัครต่างชาติเพื่อเข้ามาสอนนักเรียน ตลอดจนให้โรงเรียนของบประมาณไปยังต้นสังกัดเพื่อสร้างห้องน้ำสำหรับนักเรียน ทั้งนี้ในส่วนเครื่องเล่นเด็กทางโครงการฯจะดำเนินการจัดหาให้


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดน่าน เปิดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 9-18 ก.พ. 2567 ลุ้นรางวัลใหญ่ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์และรีโว

น่าน – ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายกเหล่ากาชาชาดจังหวัดน่าน เปิดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 9-18 ก.พ. 2567 ณ ริมแม่น้ำน่าน เชิงสะพานพัฒนา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการผลิตภาคเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ของท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยว ลุ้นรางวัลใหญ่สลากการกุศลปีนี้ 1 รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รางวัลที่ 2 รถยนต์โตโยต้า รีโว่ ทองคำแท่ง และรางวัลต่าง ๆอีกมากมาย งด ร้านเกมการพนัน ปาเป้าปาโป่ง บิงโก เกมจับสลาก แลกของรางวัล

ค่ำวันนี้ 9 ก.พ.67 ที่เวที ริมแม่น้ำน่านเชิงสะพานพัฒนาแม่น้ำน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน ประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 9-18 ก.พ. 2567 พร้อมด้วย สมาชิกเหล่ากาชาด กิ่งกาชาดจังหวัดน่าน นายนิวัตน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พล.ต.คณิศร อาสมะ ผบ.มทบ. 38 พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผบก.ภ.จว.น่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นายอำเภอ 15 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการผลิตภาคเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ของท้องถิ่น อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นและชนเผ่าต่าง ๆ จัดแสดงนิทรรศการตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และจัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ปรับเปลี่ยนร้านค้าที่มาร่วมงาน งดร้านเกมการพนัน ปาเป้าปาโป่ง บิงโก เกมจับสลาก แลกของรางวัล
สำหรับปีนี้บัตรสลากกาชาดการกุศล ใบละ 50 บาท โดย รางวัลที่ 1 รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์, รางวัลที่ 2 รถยนต์โตโยต้า รีโว่ และรางวัลต่างๆ อีกมากมาย

ซึ่งในปีนี้เตรียมจัดพื้นที่จัดแสดง และจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ OTOP พื้นที่สร้างสรรค์ สินค้าหัตถกรรม และสินค้าชุมชนของดีจากแต่ละอำเภอมาวางจำหน่าย ด้านการจัดการขยะภายในงาน เตรียมจัดจุดคัดแยกขยะ (ขวดพลาสติก ไม้เสียบลูกชิ้น ขยะทั่วไป ฯลฯ) ไว้ในบริเวณต่าง ๆ โดยรอบงาน ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้เพิ่มมาตรการและความปลอดภัยบริเวณการใช้เส้นทางสัญจรไป มาเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ และจุดเสี่ยงต่าง ๆ ด้านการแสดงบนเวทีกลาง จัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม และความสามารถของน้อง ๆ นักเรียน ชุมชน และกลุ่มแม่บ้าน มาร่วมแสดงความสามารถด้านบนเวทีในแต่ละค่ำคืนด้วย
กำหนดการจัดงาน (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)

  • วันที่ 9 ก.พ. 67 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป พิธีเปิดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2567
  • วันที่ 10 ก.พ. 67 เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป การประกวดธิดาดอยและการแสดงวัฒนธรรมชนเผ่า
  • วันที่ 11 ก.พ. 67 เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งและหางเครื่อง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • วันที่ 12 ก.พ. 67 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป การแสดงดนตรี และแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน
  • วันที่ 13 ก.พ. 67 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป การแสดงดนตรีเยาวชนจังหวัดน่าน และแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน
  • วันที่ 14 ก.พ. 67 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป การแสดงของนักเรียน เยาวชนจังหวัดน่าน และแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน
  • วันที่ 15 ก.พ. 67 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป การแสดงกิจกรรมเยาวชนต้นแบบ To Be Number One และแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน
  • วันที่ 16 ก.พ. 67 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป การแสดงคอนเสิร์ต รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยหมวดดุริยางค์ มทบ.38
  • วันที่ 17 ก.พ. 67 เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป การประกวดนางสาวน่าน
  • วันที่ 18 ก.พ. 67 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ประเภท กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ และการออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2567

จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บถตร Nation TV -NAN
นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.36 ร่วมพิธีสวนสนามปฏิญาณตน เนื่องในวันกองอาสารักษาดินแดนครบรอบ 70 ปี

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ร่วมพิธีสวนสนามปฏิญาณตนเนื่องในวันกองอาสารักษาดินแดนครบรอบ 70 ปี “

เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2567, เวลา 0900 พลตรี วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ,ร่วมพิธีการสวนสนามปฏิญาณตนของกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ ณ มณฑลพิธีลานพื้นแข็งหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์เนื่องใน 10 กุมภาพันธ์ ทุกปีวันกำเนิดสถาปนากองอาสารักษาดินแดนและประกาศใช้พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดนปี พ.ศ 2497 ครบรอบ 70 ปี มีนาย กฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีมีการสวนสนามปฏิญาณตนของกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 4 กองร้อยวัตถุประสงค์เพื่อให้อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.)ทุกนายภาคภูมิใจให้ทราบความเป็นมาเกียรติประวัติกองอาสารักษาดินแดนของประเทศไทยและทราบภารกิจหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ

โดย จิตอาสา 904 ร่วมกิจกรรม จิตอาสา “สามัคคี รวมพลัง เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เนื่องในวันอาสารักษาดินแดน วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และระลึกถึงอาสาสมัครรักษาดินแดน ทหาร ตำรวจ ที่สละเลือดเนื้อ ชีวิตปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจิตอาสา 904 ได้ทำการบันทึกภาพเพื่อที่จะทำการไลฟ์สด เพื่อประชา สัมพันธ์ให้ประชาชนได้ ได้รับรู้ในวันดังกล่าวด้วย


นที มีเดช รายงาน

รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการการต่างประเทศ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคง เศรษฐกิจ สาธารณสุขชายแดน

รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการการต่างประเทศ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคง เศรษฐกิจ สาธารณสุขชายแดน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แก่ชาวเมียนมาตามแนวชายแดน และ ตลาดริมเมย อ.แม่สอด จ.ตาก พบปะให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าที่ยอดขายซบเซา และร่วมพูดคุยกับสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา เพื่อหาแนวทางส่งเสริมการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศ ในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2567

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.00 น. ที่อาคารด่านศุลกากรแม่สอด สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ตำบลท่าสายลวด อำเภอม่สอด จังหวัดตาก นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานประชุมติด ตามสถานการณ์ความมั่นคง เศรษฐกิจ สาธารณสุขชายแดน รวมทั้งประเด็นที่ภาคเอกชน ประสงค์จะขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล

โดยมี นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ส่วนราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม และให้ข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงและการค้าชายแดน ในพื้นที่ จ.ตาก, ประเด็นด้านเศรษฐกิจ ด้านการค้าชายแดน เส้นทางการขนส่ง และปริมาณการค้า โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก, ประเด็นสาธารณสุขชายแดน โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก และประเด็นการขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลของภาคเอกชน โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก และหอการค้าจังหวัดตาก

หลังจากนั้น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมจุดผ่านแดน และพิธีการศุลกากร บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 และตรวจเยี่ยมพื้นที่สำหรับพิธีส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมา ระหว่างสภากาชาดไทย และสภากาชาดเมียนมา

โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทย และต่างประเทศ ในประเด็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แก่ชาวเมียนมาตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา ว่า จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนในเมียนมา โดยสภากาชาดไทย จะส่งมอบสิ่งของผ่านสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 2 ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อส่งต่อให้สภากาชาดเมียนมา นำไปช่วยเหลือประชาชนชาวเมียนมา ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง

ต่อมา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.45 น. ที่บริเวณหน้าตลาดริมเมย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ตลาดริมเมย เยี่ยมชมและพบปะให้กำลังใจพ่อค้า/แม่ค้า ที่ประสบปัญหายอดขายซบเซา และนักท่องเที่ยวบางตา พร้อมเข้าประชุมร่วมกับ นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสรรพสิริ อรทัยพ้นธุ์ลาภ นายกเทศมนตรีตำบลท่าสายลวด และผู้ประกอบการ พ่อค้า/แม่ค้าตลาดริมเมย เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของพ่อค้า/แม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และสิ่งที่ต้องการรับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ พ่อค้า/แม่ค้า ได้เสนอให้มีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา ทำให้ยอดขายลดลง รวมทั้งเสนอให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ตลาดริมเมย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ด้าน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อให้เกิดสันติภาพในเมียนมาโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีความสงบสุข สามารถทำมาค้าขายได้ ซึ่งหากสถานการณ์ในเมียนมาสงบ เชื่อว่า การค้าการขายในตลาดริมเมย จะกลับมาคึกคักเช่นเดิม หลังจากนั้น ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา (TBAM) เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นต่อแนวทางการส่งเสริมการค้าการลงทุนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะการค้าชายแดน โดยรองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ชื่นชมบทบาทของ TBAM ในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของไทยในเมียนมา และเน้นย้ำถึงความพร้อมของกระทรวงการต่างประเทศ ในการให้การสนับสนุนนักลงทุนไทยในเมียนมาอย่างเต็มที่


นที มีเดข รายงาน

ผบ.ทบ. เดินหน้าตรวจเยี่ยมหน่วยทหารชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน

ผบ.ทบ. เดินหน้าตรวจเยี่ยมหน่วยทหารชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน ขอบคุณกำลังพลที่เสียสละ อุทิศตน ปฏิบัติงานในพื้นที่ยากลำบาก ย้ำหน้าที่ทหารคือการปกป้องอธิปไตย

วันนี้ (๑๐ ก.พ.๖๗) พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะ ยังคงเดินหน้าตรวจเยี่ยมหน่วยทหารตามแนวชายแดนกองกำลังนเรศวร ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ ๓ ตลอดทั้งวัน โดยคณะผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางไปเยี่ยม พบปะ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในฐานปฏิบัติการต่าง ๆ พร้อมรับฟังการรายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคง รวมถึงติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่สำคัญ ในพื้นที่ฐานปฏิบัติการที่สำคัญใน จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ต.ผาบอง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน, ฐานปฏิบัติการดอยไตแลง ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า และฐานปฏิบัติการสิงขร ๑ ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยมี พลตรี ณรงค์ฤทธิ ปาณิกบุตร ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

สำหรับการบรรยายสรุปสถานการณ์ หน่วยได้รายงานถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังนเรศวร ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ได้แก่ การกระทำผิดผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์, การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าพื้นที่ตอนใน, การค้ามนุษย์และการหลอกลวงบุคคลไปทำงานในพื้นที่บ่อนการพนันตามแนวชายแดน, การค้าอาวุธสงครามหรือชิ้นส่วนยุทธภัณฑ์, การค้ายาเสพติดและการส่งออกสารตั้งต้น และการลักลอบนำเข้า – ส่งออกสินค้าเลี่ยงการชำระภาษี ซึ่งหน่วยได้ใช้การบูรณาการกับส่วนราชการ และชุมชนในพื้นที่ รวมถึงอาศัยกรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกระดับเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังมีภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน โดยกองกำลังป้องกันชายแดนได้สนับสนุนอากาศยานทางทหาร ในการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน จากพื้นที่ชายแดนไปยังโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลทั้งในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ โดยใน ปี ๒๕๖๖ ให้การช่วยเหลือ จำนวน ๖๘ ครั้ง และปี ๒๕๖๗ ถึงปัจจุบัน จำนวน ๑๒ ครั้ง เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลให้เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำให้หน่วยทหารดำรงความต่อเนื่อง โดยเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน บูรณาการแผนงานและประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานอื่นในการสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ พร้อมกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ได้เสียสละอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ ปกป้องอธิปไตย ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตามแนวชายแดนตลอดมา


นที มีเดช รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อท่านพระครูจิรวัฒนโสภณ อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองลำพูน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อท่านพระครูจิรวัฒนโสภณ อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองลำพูน

วันนี้ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อท่านพระครูจิรวัฒนโสภณ อายุ 78 พรรษา 57 อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองลำพูน อดีตเจ้าอาวาสวัดช่างฆ้อง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ณ เมรุชั่วคราววัดช่างฆ้อง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ในการนี้ นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี และพระเทพรัตนนายก เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เป็นประธานสงฆ์

ภายในงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พระสังฆาธิการ พระภิกษุสงฆ์ทั้งในและนอกพื้นที่ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนมาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ปฏิบัติหน้าที่ตามหมายรับสั่งของสำนักพระราชวัง โดยดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

พระครูจิรวัฒนโสภณ เจ้าคณะอำเภอเมืองลำพูน เจ้าอาวาสวัดช่างฆ้อง ในขณะ อายุ 78 พรรษา ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 19.03 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา หลวงพ่อพระครูจิรวัฒนโสภณ ถือเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดลำพูน และได้อุทิศตนเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ขัดเกลาพุทธศาสนิกชนให้ดำรงตนอยู่ในคุณธรรมความดีมาโดยตลอด โดยได้มีการประชุมเพลิงในค่ำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 18:30 น. เป็นต้นไป โดยมีพระเดชพระคุณ พระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ราชวรวิหาร เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานพิธี


นที มีเดช รายงาน