ลำพูน เดินหน้าขับเคลื่อนการบำรุง รักษา ฟื้นฟู “บ่อน้ำทิพย์ ดอยขะม้อ”

ลำพูน เดินหน้าขับเคลื่อนการบำรุง รักษา ฟื้นฟู “บ่อน้ำทิพย์ ดอยขะม้อ” ส่วนหนึ่งในการพัฒนาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันนี้(13 ก.พ. 2567) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมดอยขะม้อ สำนักงานเทศบาลตำบลมะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายสมาน กองแก้ว ปลัดจังหวัดลำพูน เป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการบำรุงรักษา ฟื้นฟู แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำทิพย์ ดอยขะม้อ” จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 1/2567 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอเมือง เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมมีการรายงานผลการดำเนินการตามแผน ที่ได้ดำเนินการแล้วใน 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์ทางขึ้นและบริเวณรอบแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ดอยขะม้อและพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อการบูรณะปรับปรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมียอดทำบุญ 552,389.25 บาท

จากนั้นที่ประชุมมีการพิจารณาประมาณการค่าใช้จ่ายการก่อสร้างศาลาบาตร จำนวน 2 หลัง โดยจะมีการใช้จ่ายจากยอดทำบุญผ้าป่าและพิจารณาถึงการปรับปรุงแนวถนนทางขึ้น-ลงให้สะดวกขึ้น ส่วนศาลาบาตรที่ต้องก่อสร้างหลังใหม่เพื่อทดแทนหลังเก่าที่ชำรุดในครั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการตักน้ำพลีกรรมของจังหวัดลำพูน คือ วันที่ 4 ก.ค.25 67 ก่อนพิธีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดลำพูน พิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2566

จังหวัดลำพูน พิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี พ.ศ.2566 มีข้าราชการและลูกจ้างประจำเสนอผลงานเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 13 คน

วันนี้ 13 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุมผู้บริหาร ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ.2566 เพื่อพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนและลูกจ้างประจำของส่วนราชการภายในจังหวัด เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดลำพูนและเข้ารับโล่รางวัลและครุฑทองคำ เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายนนี้ โดยมี นายสมาน กองแก้ว ปลัดจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ. 2566 เข้าร่วมประชุมและร่วมคัดเลือก ซึ่งจังหวัดลำพูนมีข้าราชการและลูกจ้างประจำที่ได้เสนอผลงานเข้ารับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ.2566 จำนวน 4 กลุ่ม 13 คน

  • กลุ่มที่ 1 ประเภทอำนวยการ ระดับต้นและระดับสูง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ จำนวน 2 คน
  • กลุ่มที่ 2 ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ /ประเภททั่วไป ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ จำนวน 7 คน
  • กลุ่มที่ 3 ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ/ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และระดับชำนาญงาน จำนวน 3 คน และ
  • กลุ่มที่ 4 ลูกจ้างประจำ จำนวน 1 คน

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และเริ่มจัดพิธีเชิดชูเกียรติ ในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2527 เป็นต้นมา โดยกรอบความคิดของการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น เพื่อมุ่งส่งเสริม และยกย่อง ข้าราชการและลูกจ้างประจำฝ่ายพลเรือนที่ประพฤติ ปฏิบัติงาน เป็นแบบอย่างให้ข้าราชการอื่นได้ประพฤติปฏิบัติตาม และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านการดำรงตน การปฏิบัติตนให้เป็นที่ยอมรับกับบุคคลผู้เกี่ยวข้องทั้งในหน้าที่ราชการและสังคม กับการปฏิบัติงานที่เพียบพร้อมด้วยจรรยาบรรณข้าราชการ ปรากฏชัดเจนเป็นที่ยอมรับและมีผลงานโดดเด่นเป็นประโยชน์ยิ่งกับภารกิจราชการที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงผลการปฏิบัติตน ปฏิบัติงานส่งผลกับประชาชนที่เป็นผู้รับบริการเป็นสำคัญ โดยจะมีการประกาศผลการคัดเลือกให้ทราบต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ภ.จว.ลำพูน จัดเตรียมเอกสารคดีสหกรณ์ฯ

วันนี้ (13 ก.พ.67) เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน/หน.คณะพนักงานสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประพันธ์ กันสิทธิ์ ผกก.สอบสวนฯ ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ. อรรคเดช เตจ๊ะราษฎร์ ผกก.สอบสวนฯ ภ.จว.เชียงใหม่, คณะทำงานคดีสหกรณ์ฯ และ จนท. ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ลำพูน ร่วมตรวจนับ และจัดเรียงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสหกรณ์ สอ.ตร.ลำพูน เพื่อรววบรวมสำนวน เตรียมส่งพนักงานอัยการต่อไป ณ ห้องประชุม 1 ภ.จว.ลำพูน


นที มีเดช รายงาน

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ( เชียงราย) เปิดยุทธการ KICK OFF รณรงค์ป้องกันแก้ปัญหาไฟป่าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) เปิดยุทธการ KICK OFF รณรงค์ป้องกันแก้ปัญหาไฟป่าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรม kick off รณรงค์ป้องกันแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ระหว่างจังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา และจังหวัดลำปาง ประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ. 2567 ณ โรงเรียนบ้านปางมะขามป้อม หมู่ที่ 8 ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โดยมีนายจิรัฎฐ์ กัมพลานนท์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ, นายชาคริต อุตรพงศ์ ผอ.ส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์, นายนพพร ประทุมเหง่า หน.อช.ดอยหลวง, เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย), ศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่าภาค 3, กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.), มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37), กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 (กก.ตชด.32), หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน, เครือข่ายราษฎร, นักเรียน ในพื้นที่และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ 100 คน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันแก้ปัญหาไฟป่าและควบคุมหมอกควัน

เนื่องจากอุทยานแห่งชาติดอยหลวงมีเนื้อที่ 731,250 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอพาน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา และอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง โดยมีพื้นที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน ซึ่งได้ประสบปัญหาไฟป่าเป็นประจำทุกปี ส่วนใหญ่การเกิดไฟป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง มักเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของพื้นที่ ทั้งนี้ ภายในกิจกรรมได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ด้านการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อจากนั้น ได้ทำการปล่อยแถวรณรงค์ประชาสัมพันธ์การลาดตระเวน กิจกรรมจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่โดยรอบของโรงเรียน และรับมอบเครื่องเป่าลมจากมูลนิธิกระจกเงาจำนวน 3 เครื่อง พร้อมกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก “เคาะประตูบ้าน” ท้องที่บ้านแม่ตะละ หมู่ 7 ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่


นที มีเดช รายงาน

กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ช่วยเหลือรถบรรทุกพลิกคว่ำบนถนนพหลโยธิน สายลำปาง-งาว

กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ช่วยเหลือรถบรรทุกพลิกคว่ำบนถนนพหลโยธิน สายลำปาง-งาว

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ได้รับแจ้งจากประชาชน มีอุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำ หน่วยจึงเร่งเข้าตรวจสอบพบ รถบรรทุกขนาด 4 ตัน ยี่ห้อ อีซูสุ หมายเลขทะเบียน 81-0993 ลำปาง บรรทุก ข้าวโพด ขนาด 12,000 ตัน จาก ไร่ข้าวโพด อ.งาว ขนส่งให้กับ หจก.ลำปางฟู้ด อ.เมือง จ.ลำปาง เกิดเหตุพลิกคว่ำ บนถนนพหลโยธินลำปาง-งาว ห่างจากค่ายประตูผามาทางในเมืองลำปางประมาณ 7 กิโลเมตร ทำให้ข้าวโพดที่บรรทุกมาตกเต็มถนน จึงเป็นเหตุสภาพการจราจรติดขัด โดยคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ

กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ จนท.ตำรวจ อ.แม่เมาะ จัดตั้งกรวยจราจร และช่วยเหลือประชาชนเก็บพืชผลการเกษตร (ข้าวโพด) เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรบนถนน โดยข้าวโพดที่ตกถนนมีจำนวนมาก หน่วยจึงได้ประสาน จนท. วนอุทยานป่าไม้สวนป่าห้วยทาก มาร่วมกันขนย้ายผลผลิตการเกษตร (ข้าวโพด) ด้วยเครื่องสายพานนำเลียง และช่วยลากรถเข้าศูนย์ซ่อมต่อไป

#ค่ายประตูผา #กองทัพบกพร้อมช่วยเหลือประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

คณะกรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี มอบระบบกรองน้ำ แก่ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน บ้านนามะอื้น อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

คณะกรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี มอบระบบกรองน้ำ แก่ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน บ้านนามะอื้น อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

แพทย์หญิง พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี (คสร.) พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน ได้ร่วมกันมอบระบบกรองน้ำให้แก่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านนามะอื้น ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการจัดหาน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคให้แก่นักเรียนในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำสะอาด มีการปนเปื้อน และไม่ได้มาตรฐาน โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ , นายอำเภอแม่อาย ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โอกาสนี้ ทางคณะกรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ยังได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์, ปริ้น เตอร์, ทีวีสี, รถจักรยาน, เครื่องอุปโภคบริโภค, ข้าวสาร, สีทาอาคาร, อุปกรณ์การเรียนการสอน, ทุนการศึกษา พร้อมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนและครู รวมเป็นเงิน 270,000 บาท ขณะที่นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้มอบเงิน จำนวน 20,000 บาท สำหรับจัดซื้อถังใส่น้ำเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคของ ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่

โดยปัจจุบัน ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านนามะอื้น ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง ประถมศึกษาปีที่ 5 มีนักเรียน 74 คน ครู 8 คน ขณะที่บ้านนามะอื้นมีประชากรรวม จำนวน 324 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลาหู่


นที มีเดช รายงาน

เครือข่าย ชาวประมงบางสะพาน เข้าร่วมพิธีประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวประจำปี 2567

เครือข่าย ชาวประมงบางสะพาน เข้าร่วมพิธีประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวประจำปี 2567 ณ ท่าเทียบเรือปากน้ำชุมพร โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด

วันที่ 14 ก.พ. 67 นายนันทชัย สุขเกื้อ นายกสมาคมประมงบางสะพาน เป็นตัวแทนเครือข่ายชาวประมงบางสะพาน พร้อมด้วย สำนักงานประมงอำเภอบางสะพาน, สมาคมชาวประมงบางสะพาน, องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น, กลุ่มเหล็กสหวิทยา, ท่าเรือประจวบ, SVL กรุ๊ป รวมกันกว่า 200 คน ได้เดินทางไปร่วมพิธีประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวประจำปี 2567 ณ ท่าเทียบเรือปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมคณะ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ จังหวัดชุมพรร่วมพิธี

นายนันทชัย สุขเกื้อ นายกสมาคมประมงบางสะพาน กล่าวว่า กรมประมงประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในทะเลอ่าวไทย ตอนกลาง โดยครอบคลุมเขตพื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ในระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2567 เป็นระยะเวลา 90 วัน

และต่อด้วยเขตชายฝั่งทะเลตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลางและเขตต่อเนื่องปลายแหลมเขาม่องไล่ ถึง อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในระหว่างวันที่ 16 พ.ค. – 14 มิ.ย. 2567 เป็นระยะเวลา 30 วัน โดยการดำเนินมาตรการฯ มีความสอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตของชาวประมงและของลูกหลานชาวประมงที่จะได้ทำอาชีพการประมงยังคงเพื่ออุดมความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในทะเลในช่วงปิดอ่าวและเป็นอาหารของพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคต นายนันทชัย กล่าว



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กลุ่มประมงบางสะพาน จับมือร่วมทิ้งชั้งกอ สร้างบ้านปลา ส่งเสริมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง

กลุ่มประมงบางสะพาน จับมือ อบต.แม่รำพึง กลุ่มเหล็กสหวิริยา ปตท.สผ.กรมประมง และประมงพื้นบ้าน ทิ้งชั้งกอ สร้างบ้านปลา ส่งเสริมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง

วันที่ 13 ก.พ. 67 ที่สะพานปลาบ้านอ่าวยาง ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการทิ้งชั้งกอ สร้างบ้านปลา ส่งเสริมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง ตำบลแม่รำพึง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี นายพีระ ร่วมพุ่ม รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่รำพึง, นายสมบัติ แก้วบุดดา ผู้จัดการอาวุโส ชุมชนสัมพันธ์ สำนักการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารกลุ่ม, กลุ่มเหล็กสหวิริยา, นายพัลลภ ลิ่มสกุล ผู้แทนบริษัท ปตท.สผ., นายนันทชัย สุขเกื้อ นายกสมาคมชาวประมงบางสะพาน, ประธานเครือข่ายชาวประมงบางสะพาน, นายถาวร โรจนะรัตน์ ประมงอำเภอบางสะพาน, นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม, เตรียมการ ตัวแทนกลุ่มเหล็กสหวิริยา ท่าเรือประจวบฯ และเครือข่ายประมงบางสะพาน กลุ่มประมงพื้นบ้าน เข้าร่วมกิจกรรม

นายนันทชัย สุขเกื้อ นายกสมาคมชาวประมงบางสะพาน ประธานเครือข่ายชาวประมงบาง สะพาน กล่าวว่า เครือข่ายชาวประมงบางสะพานได้รับการสนับสนุนจากกรมประมง กลุ่มเหล็กสหวิริยา ปตท.สำรวจและผลิตจำกัด (ปตท.สผ.) อบต.แม่รำพึง ในการจัดกิจกรรมทิ้งซั้งกอ ประจำปี 2567 โดยมีกลุ่มประมงในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ได้แก่ สมาคมชาวประมงบาง สะพาน, กลุ่มประมงพื้นบ้านเชิงอนุรักษ์พงศ์ประศาสตร์, กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านต้นทอง หลาง, วิสาหกิจชุมชนประมงและการท่องเที่ยวบางสะพาน, กลุ่มเรือประมงพื้นบ้านบาง สะพาน, กลุ่มประมงพื้นบ้านคลองบางสะพาน, กลุ่มชุมชนประมงบ้านปากคลอง, กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบางสะพาน, กลุ่มธนาคารปูม้าบ้านกรูด, กลุ่มประมงพื้นบ้านปากคลองบ้านกรูด, กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านทางสาย, กลุ่มเรือตกปลาบางสะพานกลุ่มชาวเลรักถิ่นบางสะพานน้อย

วัตถุประสงค์เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้สัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นเขตในทะเลชายฝั่งเพื่อฟื้นฟูทรัพยา กรสัตว์น้ำในพื้นที่อำเภอบางสะพานและใกล้เคียง โดยแผนการทิ้งปี 2567 นี้ ทางกลุ่มประมงตั้งใจดำเนินการมากกว่า 1,000 ชุด ซึ่งได้รับงบประมาณจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนด้วยกันเอง โดยสมาชิกสมาคมชาวประมงบางสะพานจะมีเรือประมงพาณิชย์ช่วยสนับสนุนในโครงการนี้ด้วย


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ปปช.ร่วมกับหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เพชรบุรี – ปปช.ร่วมกับหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีมีการบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ ในพื้นที่ 2,000 ไร่

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีทรัพยากร ธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), นายธนเกียรติ วัฒนศิลป์ นักสืบสวนคดีทุจริตชำนาญการพิเศษฯปปช.ภาค7, นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ, นายธีรพล ปรียานุภาพ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, ปลัดอำเภองานปกครอง, กองร้อย อส.อำเภอชะอำ, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3สาขาเพชรบุรี, สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี, ชลประทานเพชรบุรี, สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี, สำนักงานที่ดินเพชรบุรีสาขาชะอำ, เทศบาลตำบลนายาง, ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ ป่าดอนเขาพลวง และอ่างเก็บน้ำห้วยหนองยาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่หมู่4 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังได้รับได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีที่มีการบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ และขอออกเอกสารสิทธิ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าไม้ และบริเวณทุ่งเลี้ยงสัตว์ดอนเขาพลวง ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี บนเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่

จากการลงพื้นตรวจสอบพบจุดแรก เป็นอ่างเก็บน้ำห้วยหนองยาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ม.4 บ้านห้วยหิน ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ พบมีบุคคลยึดถือครองที่ดินของกรมชลประทาน เป็นของตัวเองมานาน โดยมีการสร้างที่พักทำแนวรั้วเป็นอาณาเขต มีป้ายห้ามคนเข้าและมีการทำประตูปิดทางเข้าออกไม่ยอมให้ประชาชนเดินผ่าน ทั้งที่เป็นพื้นที่ของกรมชลประทานทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และแปลงปลูกป่าเก่าของกรมป่าไม้ พบมีการบุกรุกกั้นแนวรัว ยึดถือครอบครองบนพื้นที่กว่า 18 ไร่ และอาจมีการออกโฉนดไปแล้ว

จุดที่สอง เป็นเป็นพื้นที่ป่าไม้และทุ่งเลี้ยงสัตว์ดอนเขาพลวง บนพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้สำรวจพื้นที่ตั้งแต่บริเวณ เขาพระรอบไปทางฝั่งตะวันตกติดเขา ยาวไปถึงถนนฝั่งตะวันออกระยะทางประมาณ 1,600 เมตร และสำรวจแนวป่าไปทางด้านทิศเหนือ ตั่งแต่ ต.เขาใหญ่ไปถึงบริเวณห้วยดอนเขาพลวง ต.ดอนขุนห้วย ระยะทาง 2 กิโลเมตร ร่วมเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ พบสภาพป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ และยังพบมีนายทุนเข้ามาทำการยึดถือครอบครองที่ดิน กั้นแนวรัวอาเขต ทำที่พักบนเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ พร้อมทำการปักพิกัดเพื่อตรวจสอบหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป

นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนัก งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า

จุดแรกวันนี้เป็นการลงพื้นที่ไปตรวจสอบพื้นที่สาธารระประโยชน์ทุ่งเลี้ยงสัตว์ ระยะของทุ่งเลี้ยงสัตว์แต่ละด้านที่กำหนดไว้ในการขึ้นทะเบียนพื้นที่สาธารณะ พบมีพิกัดตามธรรมชาติที่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจน ทั้ง 4 ทิศ ท้องที่สามารถดำเนินการรางวัดและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนจุดที่ 2 พบมีพื้นที่สวนป่าบางส่วนที่ทาง ปปช.จะช่วยเหลือตรวจสอบเพิ่มเติมว่า มีการทำสวนป่าที่นอกเหนือจากแปลงสวนป่าที่ทางกรมป่าไม้มีอยู่หรือไม่ ทางกรมป่าไม้จะไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่านอกเหนือจากพื้นที่ที่กำหนดเป็นแปลงปลูกป่าเดิมอยู่แล้ว ยังมีพื้นที่นอกเหนือมาถึงติดถนนด้วยหรือไม่ หลังจากนี้ทาง ปปช.จะช่วยเหลือทางด้านการติดต่อกับกรมพัฒนาที่ดินในการตรวจสอบ และสำรวจการจำแนกที่ดินดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับหน่วยงานในพื้นที่ได้ดำเนินการให้ถูก และติดตามความคืบหน้าในกรณีนี้ต่อไป


บรรณรต จ.เพชรบุรี

คลื่นลมแรง ซัดเรือประมงล่ม รอดชีวิต 1 ราย สูญหาย 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งระดมค้นหา

ประจวบคีรีขันธ์ – คลื่นลมแรง ซัดเรือประมงล่ม รอดชีวิต 1 ราย สูญหาย 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งระดมค้นหา

เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับรายงานจาก น.ส.วิยะรัตน์ หนูเอก ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอทับสะแก ได้รับแจ้งจาก นายวิโรจน์ ทองเกิด กำนันตำบลนาหูกวาง มีเรือประมงล่มในทะเล มีผู้สูญหาย 1 ราย ยังไม่พบร่าง จึงประสานงานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำบางสะพาน ตชด.146, อาสามูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน, รวมทั้งทหารเรือ ศร.ชล ภาค 1 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปภ.4, กู้ชีพหาดวนกร, หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย อบต.เทศบาล ในพื้นที่ นำเรือแจ็ตสกรี และนักประดาน้ำออกช่วยในการค้นหา

แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่า ทะเลมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 1-2 เมตร ไม่สามารถนำเรือออกค้นหาได้ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่ๆ จะออกค้นหา ทำได้แค่เพียงเดินหาตามชายหาด ทราบชื่อผู้สูญหายคือ นายวีรวัฒน์ ผาวันดี อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 15 หมู่ 2 ต.นาหูกวาง ต่อมาเวลา ประมาณ 11.00 น. เรือที่ล่มได้โผล่ขึ้นเกยหาด ห่างออกไปประมาณ 1 กม. ด้านทางทิศเหนือจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ไปช่วยนำเรือขึ้นไว้บนฝั่งโดยมีขนาด 9 คูณ 6 ศอก ใช้เครื่อง 15. 1/2 แรง (15 แรงครึ่ง) จมหายไปในทะเล

จากการสอบถาม นายเทียมชัย สุวรรณประทุม อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 39//1 หมู่ 2 ต.นาหูกวาง เพื่อนผู้สูญหายผู้รอดชีวิตในครั้งนี้ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 06.30 น. ตนเองกับผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนกันได้ลงเรือเพื่อไปเก็บลอบดักกุ้งแชบ้วย ในทะเล ขณะนำเรือออกไปได้ประมาณ 50-60 เมตร เครื่องเรือเกิดดับจังหวะคลื่นลมแรงซัดเรือคว่ำทำให้ตนทั้ง 2 คนกระโดดลงน้ำ สละเรือ และพากันว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่นายวีรวัฒน์กำลังจะหมดแรง เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยวมาก พร้อมคลื่นเริ่มแรงตนจึงเอาไม้ให้ลอยตัวและว่ายเข้าฝั่ง แล้วบอกเดี๋ยวมาช่วย ตนถูกคลื่นทะเลซัดลอยไปไกลกว่า 400 เมตร และคลื่นซัดเกยชายหาดจนหมดแรง แฟนและพี่สาวเห็นก็วิ่งมาช่วยได้ทัน แต่เมื่อหันไปมองหานายวีรวัฒน์ ก็ไม่พบแล้ว จึงไปแจ้งญาติมาช่วย พร้อมแจ้งทางกำนัน

นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก กล่าวว่า การค้นหาร่างผู้สูญหายยังคงเป็นอุปสรรคอย่างมาก เนื่องจากยังคงมีคลื่นลมแรงอย่างต่อเนื่องยังไม่สามารถลงไปค้นหาได้ หรือนำแจ็สกรีลงได้ โดยคาดว่าร่างผู้สูญหายยังคงไปไม่ไกล โดยหลัง 21.00 น. – 23.00 น. จะมีการวางแผนใช้กำลังอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่เดินระดมค้นหาอีกครั้ง เนื่องจากเวลาดังกล่าวน้ำจะลงต่ำสุด และเวลาประมาณ 24.00 น. น้ำจะขึ้นสูงสุดอีกครั้ง และหลังจากนั้นจะยกเลิกภาระกิจค้นหาชั่วคราว


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443